ท่องเที่ยว » หลายหน่วยงานในเชียงใหม่ร่วมกันพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ให้กลายเป็นเมืองเดินได้-เดินดี

หลายหน่วยงานในเชียงใหม่ร่วมกันพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ให้กลายเป็นเมืองเดินได้-เดินดี

26 กุมภาพันธ์ 2020
249   0

Spread the love

ที่บริเวณ หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดกิจกรรมพิธีลงนามความร่วมมือพัฒนาย่านเดินได้-เดินดีเมืองเชียงใหม่ ตามโครงการ “เตียว หย๊อง เมือง เชียงใหม่” โดยมีนายสุนทร ยามศิริ รอง นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เป็นประธานในการเปิดงาน ซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือร่วมกันระหว่างเทศบาลนครเชียงใหม่ กลุ่มใจบ้าน กลุ่มเชียงใหม่ เขียว สวย หอม เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เมืองเชียงใหม่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) ในการ พัฒนาย่านเดินได้ย่านเดินดีเชียงใหม่ เปลี่ยนเมืองเชียงใหม่ สู่ เมืองเดินได้-เมืองเดินดี

โดยทางด้านนายสุนทร ยามศิริ รอง นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาพื้นที่อย่างก้าวกระโดด ซึ่งปัญหาที่ตามมาคือปัญหาด้านการจราจร และปัญหาการขนส่งมวลชน และไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา และการส่งเสริมการลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยที่ผ่านมาผมว่าจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการขยายตัวทางภาคการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว แต่ไม่มีการวางแผนรองรับการขนส่งมวลชนล่วงหน้า ส่งผลทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหันมาใช้รถส่วนตัวกันมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาจราจรรวมไปถึงมลพิษและฝุ่นควัน

ดังนั้นหลายหน่วยงานที่ได้ร่วมกันจัดโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อจะพัฒนาความสวยงามของเมืองเชียงใหม่ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เมืองเชียงใหม่ สนับสนุนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินเที่ยวชมในเขตเมืองเก่า ลดการใช้ปริมาณยานพาหนะ บริการขนส่งมวลชน พัฒนาให้เป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหาความแออัดของเมือง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการออกแบบให้เขตพื้นที่เมืองเก่าเป็นพื้นที่นำร่อง ให้เอื้อเฟื้อต่อการเดินและปั่นจักรยาน รวมไปถึงการวางระบบและพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ที่จะสามารถเชื่อมโยงการเดินทางได้อย่างเป็นระบบ โดยในวันนี้ได้มีการลงนามร่วมกันในการผลักดันโครงการนี้ นับเป็นการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ในอนาคต ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ เป็นการกระตุ้นให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวเข้ามาในตัวเมืองเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตต่อไป

Share this...
Share on Facebook
Facebook
Tweet about this on Twitter
Twitter