ข่าวเด่น » คณะแพทยศาสตร์ มช. สร้างประวัติศาสตร์ ใช้หุ่นยนต์ Hugo ผ่าตัดตับผู้บริจาคมีชีวิตสำเร็จครั้งแรกของโลก ยกระดับวงการปลูกถ่ายตับไทย

คณะแพทยศาสตร์ มช. สร้างประวัติศาสตร์ ใช้หุ่นยนต์ Hugo ผ่าตัดตับผู้บริจาคมีชีวิตสำเร็จครั้งแรกของโลก ยกระดับวงการปลูกถ่ายตับไทย

27 พฤษภาคม 2026
56   0

Share

คณะแพทยศาสตร์ มช. สร้างประวัติศาสตร์ ใช้หุ่นยนต์ Hugo ผ่าตัดตับผู้บริจาคมีชีวิตสำเร็จครั้งแรกของโลก ยกระดับวงการปลูกถ่ายตับไทย

วันที่ 27 พ.ค. 69 ที่ชั้น 15 อาคารเฉลิมพระบารมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. พร้อมด้วย รศ.นพ.วรกิตติ ลาภพิเศษพันธุ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และอาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แพทย์ผู้ผ่าตัด , อ.พญ.อัษรา เทพบัญชรชัย อาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบทางเดินน้ำดี ตับ และตับอ่อน ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และครอบครัวของผู้ป่วย ได้ร่วมแถลงข่าว ความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการศัลยกรรมปลูกถ่ายตับไทยและระดับนานาชาติ หลังทีมศัลยแพทย์ปลูกถ่ายตับประสบความสำเร็จในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ ( Hugo™ Robotic-Assisted Surgery (RAS) system ) ผ่าตัดตับกลีบซ้ายจากผู้บริจาคมีชีวิต (Robotic-assisted living donor left hepatectomy) เพื่อนำไปปลูกถ่ายแก่ผู้ป่วยโรคตับแข็ง ทั้งในผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยผู้ใหญ่ สำเร็จเป็น 2 รายแรกของประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของโลกในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบHugo™ ในการผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิต และเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิต เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์กับการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนสูง และต้องอาศัยความละเอียดแม่นยำ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ทั้งผู้บริจาคและผู้รับการปลูกถ่ายตับ

กรณีแรก มารดาวัย 40 ปี บริจาคตับเพื่อช่วยชีวิตบุตรสาววัย 9 ปี ที่มีภาวะท่อน้ำดีตีบตันแต่กำเนิด (Biliary Atresia) และเคยได้รับการผ่าตัด Kasai หรือการผ่าตัดสร้างทางระบายน้ำดี ตั้งแต่วัยทารก ก่อนพัฒนาเป็นตับแข็งร่วมกับภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่ ความดันหลอดเลือดดำพอร์ทัลสูง และกลุ่มอาการตับและปอด (Hepatopulmonary Syndrome) ซึ่งส่งผลต่อระบบหายใจ ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนที่บ้าน และมีข้อบ่งชี้ในการปลูกถ่ายตับเพื่อเพิ่มโอกาสการมีชีวิตและคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทีมแพทย์จึงวางแผนปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคมีชีวิต โดยมารดาได้เข้ารับการผ่าตัดด้วยการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ ตัดตับกลีบซ้าย (Hugo™ Robotic-Assisted Surgery system for donor Left Hepatectomy ) เพื่อไปปลูกถ่ายแก่บุตรสาว นับเป็นครั้งแรกของโลกในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ ในการตัดตับผู้บริจาคมีชีวิต และเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิตเพื่อการปลูกถ่ายตับ

กรณีที่สอง บุตรสาววัย 27 ปี บริจาคตับเพื่อช่วยชีวิตบิดาวัย 61 ปี ที่มีภาวะตับแข็งร่วมกับมะเร็งตับ(Hepatocellular Carcinoma; HCC) บนพื้นฐานโรคตับเรื้อรัง โดยมีรอยโรคมะเร็งบริเวณ segment 7 และผ่านการประเมินเพื่อเข้ารับการปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคมีชีวิต ทีมศัลยแพทย์พิจารณาใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ ในการผ่าตัดตับกลีบซ้ายจากบุตรสาว เพื่อปลูกถ่ายให้กับบิดา จึงเป็นการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิต เพื่อมอบให้กับผู้ป่วยผู้ใหญ่รายแรกของประเทศไทย (Adult to adult living donor liver transplantation)

รศ.นพ.สัณหวิชญ์ จันทร์รังสี อาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด กล่าวว่า “การผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิตเป็นหัตถการที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้บริจาค เพราะเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและเข้ารับการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น การใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จะช่วยให้ศัลยแพทย์ทำงานบริเวณขั้วตับได้ละเอียดมากขึ้น ขั้วตับเป็นบริเวณที่มีโครงสร้างสำคัญจำนวนมากอยู่ใกล้กัน ทั้งหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำพอร์ทัล หลอดเลือดดำที่ออกจากตับ และท่อน้ำดี การที่มีภาพสามมิติที่มีความละเอียดสูง ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นโครงสร้างขนาดเล็กได้ชัดเจนขึ้น ขณะที่เครื่องมือผ่าตัดที่ขยับได้หลายทิศทางคล้ายข้อมือมนุษย์ ช่วยให้การเลาะแยกเนื้อเยื่อในพื้นที่แคบและลึกทำได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำมากขึ้น

ความนิ่งของแขนกลและการควบคุมการเคลื่อนไหวที่ละเอียด ช่วยเพิ่มความประณีตในการเลาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงตับกลีบซ้าย โดยเฉพาะแขนงของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตับ (Hepatic Artery) และหลอดเลือดดำที่นำเลือดเข้าสู่ตับ (Portal Vein) ซึ่งมีขนาดเล็กและอยู่ใกล้โครงสร้างสำคัญอื่น ช่วยลดแรงกระตุก เพิ่มความมั่นคงในการผ่าตัด จึงช่วยรักษาโครงสร้างสำคัญได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อคงคุณภาพของตับที่จะนำไปปลูกถ่าย และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริจาค”

รศ.นพ.วรกิตติ ลาภพิเศษพันธุ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และอาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แพทย์ผู้ผ่าตัดกล่าวว่า “โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นับเป็นสถาบันการแพทย์แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีศักยภาพและประสบการณ์ในการผ่าตัดปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคมีชีวิตให้กับผู้ใหญ่ (Adult to adult Living Donor Liver Transplantation) อย่างต่อเนื่อง และโดยทั่วไปแล้ว การผ่าตัดปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคมีชีวิต มักใช้ตับกลีบขวา เนื่องจากมีขนาดใหญ่ และให้ปริมาตรตับมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในผู้บริจาคที่ได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม ศัลยแพทย์สามารถนำตับกลีบซ้ายมาใช้ในการปลูกถ่ายได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน การคงตับกลีบขวาไว้ และเลือกตัดตับกลีบซ้าย จะทำให้ตัดเนื้อตับออกน้อยกว่า ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการที่ตับลดปริมาตรลงหลังผ่าตัดในผู้บริจาคได้

ความสำเร็จครั้งนี้จึงมีความสำคัญ นอกจากจะเป็นการผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิตด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยแล้ว ยังนับเป็นความสำเร็จในการผ่าตัดตับโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ เป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของการผ่าตัดนำตับกลีบซ้ายของผู้บริจาคออก โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ เพื่อปลูกถ่ายตับได้ทั้งในผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยผู้ใหญ่ โดยยังคงยึดหลักความปลอดภัยของผู้บริจาคเป็นสำคัญ”

อ.พญ.อัษรา เทพบัญชรชัย อาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบทางเดินน้ำดี ตับ และตับอ่อน ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า “การผ่าตัดทั้ง 2 คู่ ผู้ให้และผู้รับดำเนินไปได้ตามแผนการรักษาที่วางไว้ ผู้บริจาคทั้งสองรายปลอดภัย ฟื้นตัวดี และมีสุขภาพแข็งแรงหลังผ่าตัด ขณะที่ผู้รับการปลูกถ่ายตับทั้งผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยผู้ใหญ่ ได้รับการปลูกถ่ายตับสำเร็จ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมสหสาขาวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่”

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดครบ 100 เคส ครอบคลุมการรักษาในหลายสาขาโรค โดยสาขาที่มีจำนวนการผ่าตัดมากที่สุดคือ ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ คิดเป็นร้อยละ 53.5 ส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก รองลงมาคือ ศัลยกรรมตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน คิดเป็นร้อยละ 28.3 ซึ่งรวมการผ่าตัดซับซ้อน เช่น การผ่าตัดตับ ตับอ่อน และการตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิตเพื่อปลูกถ่าย ขณะที่ศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง คิดเป็นร้อยละ 12.1 และมีการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดในสาขาอื่น เช่น ศัลยกรรมเด็ก และศัลยกรรมทางเดินอาหาร เป็นการขยายศักยภาพการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมของทีมแพทย์ศัลยกรรมตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดีของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้กับการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนสูง และนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการศัลยกรรมปลูกถ่ายตับไทยและความก้าวหน้าทางการแพทย์สู่ระดับสากล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังคงมุ่ง มั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็น “โรงเรียนแพทย์ในดวงใจ เพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะ ด้วยนวัตกรรม” และเป็นกำลังสำคัญในการ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน”