ข่าวเด่น » สถานการณ์น่าเป็นห่วง!!..ยาบ้าทะลักชายแดนเพิ่มขึ้นกว่า 50% ไอซ์ก็เพิ่ม 15% ฝีมือเจ้าเก่าเจ้าเดิมชนกลุ่มน้อยในเมียนมา เร่งผลิตออกมาขายสะสมเงินซื้ออาวุธซัดกับทหารเมียนมาหน้าแล้งที่จะถึงนี้

สถานการณ์น่าเป็นห่วง!!..ยาบ้าทะลักชายแดนเพิ่มขึ้นกว่า 50% ไอซ์ก็เพิ่ม 15% ฝีมือเจ้าเก่าเจ้าเดิมชนกลุ่มน้อยในเมียนมา เร่งผลิตออกมาขายสะสมเงินซื้ออาวุธซัดกับทหารเมียนมาหน้าแล้งที่จะถึงนี้

18 กันยายน 2026
82   0

Share

พล.ท. วรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ(ผบ.นบ.ยส.35) เปิกเผยว่าปัจจุบันสถานการณ์ภายนอกประเทศพบว่าในพื้นที่ตามแนวชายแดนมีการผลิตยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น และการขยายตัวของเครือข่ายข้ามชาติ ส่งผลให้ปริมาณของกลางที่ตรวจยึดได้เพิ่มมากขึ้น ยาบ้าหลายร้อยล้านเม็ดและไอซ์หลายตัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระบบของการผลิตที่สูงขึ้น สถานการณ์ภายในประเทศ ยาบ้ายังคงแพร่ระบาดสูงสุด ขณะที่ ไอซ์ เฮโรอีน และเคตามีน ยังคงเป็นที่ต้องการจากประเทศที่ 3 มากขึ้น จากความต้องการยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ทั้งภายนอกประเทศ และภายในประเทศ ทำให้กลุ่มขบวนการมีความพยายามจะนำยาเสพติดเข้าหรือผ่านประเทศไทยมากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ และเส้นทางให้เข้ากับสถานการณ์ มีการขนส่งยาเสพติดผ่านระบบ Logistic เพิ่มมากขึ้น การใช้ยานพาหนะดัดแปลงช่องว่าง ช่องลับในตัวรถซุกซ่อนยาเสพติด การขนส่งยาเสพติดปะปนมากับพืชผลทางการเกษตร การใช้เด็กและเยาวชน ห้วงอายุ 14 – 17 ปี เป็นผู้ลำเลียง รวมถึง การใช้โดรนขนส่งยาเสพติดในบางพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดง่ายมากขึ้น

การปฏิบัติงานเชิงรุกในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ 6 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (1 ต.ค. 68 – 31 ส.ค. 69) ดังนี้ ดำเนินการลาดตระเวนและเฝ้าระวัง จำนวน 3,353 ครั้ง การตั้งจุดตรวจ /จุดสกัด จำนวน 5,162 ครั้ง การตรวจสถานประกอบการณ์ขนส่งพัสดุภัณฑ์ จำนวน 740 ครั้ง สามารถตรวจยึดจับกุมยาบ้าได้จำนวน 612 ล้านเม็ดเศษ (612,532,629) ไอซ์ 22,000 กิโลกรัมเศษ (22,301.8) กลุ่มขบวนการเสียชีวิตจำนวน 53 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีงบประมาณ 2568 พบว่า สามารถตรวจยึดยาบ้าเพิ่มขึ้นจำนวน 217 ล้านเม็ดเศษ คิดเป็นร้อยละ 54.94 ไอซ์ และคีตามีน เพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 32.68 สำหรับ เฮโรอีน มีผลการจับกุมลดลง นอกจากนี้ด้านการปราบปรามและขยายผล มีการจัดตั้งด่านตรวจ /จุดตรวจ /จุดสกัด จำนวน 9,963 ครั้ง การดำเนินการสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดจำนวน 27 เครือข่าย ดำเนินโครงการข่าวสารจับกุมคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด คิดเป็นร้อยละ 90 ของแผนดำเนินการ การดำเนินโครงการฝึกอบรมการสกัดกั้น และ โครงการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินการเรียบร้อยตามเป้าหมาย

โดยในปีที่ผ่านมา มีการขับเคลื่อนการดำเนินการต่อสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่อาจนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด ซึ่งถูกส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในประเด็นดังกล่าว นบ.ยส.35 ได้หารือกับที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับแนวทางการควบคุม และเสนอเรื่องแนวทางการดำเนินการไปยังสำนักงาน ป.ป.ส. และ ศอ.ปชด. ในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันได้มีประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง กำหนดท้องที่บางส่วนฯ เป็นเขตควบคุมตาม พ.ร.ก.ควบคุมสินค้าฯ พ.ศ. 2524 ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.35 ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดเชียงราย ซึ่งกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการควบคุมสินค้าในเขตควบคุม มีประเภทสินค้าหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างสำคัญต่อกิจกรรมของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด สารตั้งต้นหรือสารเตรียมสารตั้งต้น จำนวน 7 รายการ และ สินค้าหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างสำคัญที่เป็น สารทำปฏิกิริยาหรือสารตัวเร่งปฏิกิริยาจำนวน 19 รายการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะอนุกรรมการจังหวัดในการเสนอแนวทางการดำเนินการจากนโยบายสู่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป
สำหรับการขับเคลื่อนงานที่สำคัญในปีงบประมาณ 2570 ที่จะผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมคือ การเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีประกาศกำหนดท้องที่เขตควบคุมตาม พ.ร.ก.ควบคุมสินค้า ให้ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 6 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน และการเสนอชื่อสินค้าบางรายการที่ยังไม่ถูกกำหนดให้เป็นสินค้าในเขตควบคุมที่สามารถนำไปเป็นสารตั้งต้น หรือตัวเร่งปฏิกิริยาในการผลิตยาเสพติด และอีกประการที่สำคัญคือ การขยายผลทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมระดับสั่งการ อาทิเช่น เครือข่ายยาเสพติดของ หนูเฉิน เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์ และตัดท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มเครือข่ายที่ยังหลงเหลืออยู่ให้หมดไป