ข่าวเด่น » เชียงใหม่ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกับสอบสวนกลาง แถลงวบปลัด–ผอ.คลัง–พวกพ้อง เปิดโปงเครือข่ายสวมใบเกิดคนจีน หนีหมายจับตำรวจสากล

เชียงใหม่ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกับสอบสวนกลาง แถลงวบปลัด–ผอ.คลัง–พวกพ้อง เปิดโปงเครือข่ายสวมใบเกิดคนจีน หนีหมายจับตำรวจสากล

22 มกราคม 2026
126   0

Share

เชียงใหม่ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกับสอบสวนกลาง แถลง “สลายหมอกเชียงดาว” รวบปลัด–ผอ.คลัง–พวกพ้อง เปิดโปงเครือข่ายสวมใบเกิดคนจีน หนีหมายจับตำรวจสากล

วันที่ 22 ม.ค. 69 ที่สำนักงาน ปปช.ภาค 5 ถ.เลียบคลองชลประทาน ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.จำรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 5, นายสัญชาติ อุปนันชัย ผอ.ปปท.เขต 5, นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนยการสำนักสืบสวนและก้จการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช., พ.ต.ต.เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผอ.กองปฏิบัติการคดีพิเศษ (DSI) ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติ “สลายหมอกเชียงดาว” ทำการจับกุม ปลัดอำเภอเชียงดาว จำนวน 2 คน พร้อมด้วยลูกจ้างงานทะเบียนและบัตรอำเภอเชียงดาว จำนวน 2 คน ผอ.กองการคลัง เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง จำนวน 1 คน และผู้ช่วยนายทะเบียน เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง จำนวน 1 คน รวมทั้งหมด 6 คน

นายวิฑูรย์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการสลายหมอกที่เชียงดาว เกิดขึ้น สืบเนื่องจากปฏิบัติการตัดหมอกที่เวียงแหง โดยมีผู้ต้องหา 1 ราย ตามหมายจับของตำรวจสอบสวนกลาง และไปจับกุมมานั้น พบว่า ผู้ต้องหาที่ชื่อนายอนุชิต ได้เพิ่มชื่อที่ อ.เวียงแหง แต่มาทำบัตรที่ อ.เชียงดาว จึงให้ชุดสืบสวนของกรมการปกครองลงมาที่ อ.เชียงดาว ได้สืบหาข้อเท็จจริง จนพบว่า มีการนำกลุ่มคนต่างชาติมาทำบัตรที่ อ.เวียงแหง มีการขอเพิ่มรายการ ขอคืนรายการ เมื่อได้หลักฐานจึงนำไปตรวจสอบไบโอเมตริทริกซ์ โดยตำรวจสอบสวนกลาง พบว่า มีคนจีน สวมสิทธิทั้งไทย เวียดนาม และกัมพูชา จึงร่วมกับ 5 หน่วยงานเปิดปฏิบัติการ

ผลการปฏิบัติการ สามารถจับกุมตามหมายจับได้ทั้งหมด 6 ราย ในจำนวนนี้ 1 ราย ได้ลาออกราชการไปแล้ว แนวทางการสืบสวนตรวจพบว่า มีการสวมใบเกิด ซึ่งใบเกิดดังกล่าวที่มีพิรุธ คือ มีอายุ 26 ปี แต่พึ่งมาขอสัญชาติ ในช่วงของการตรวจสอบก็เห็นว่า ข้อมูลไม่สอดคล้องเพราะเกิดในประเทศไทย อยู่ในไทย เขียนหนังสือไม่ได้ แต่ใช้การพิมพ์ลายนิ้วมือแทน เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึก ไปถึงพ่อแม่ของบุคคลในใบแจ้งเกิดดังกล่าว ก็ทราบว่า มีการถูกจ้างให้ไปยืนยันตัว และได้เงินไม่กี่ร้อยบาท ส่วนลูกชายตามใบเกิดจริงๆ ได้สูญหายไปตอนอายุ 7 – 8 ขวบแล้ว ประกอบกับเป็นบุคคลสติไม่สมประกอบ จนถึงปัจจุบันก็ไม่เคยให้ใบเกิดที่เป็นใบจริงกับใคร แต่มีคนขอให้ไปยืนยันจึงไป ทางเจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบกรณีที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก็พบว่า มีการกระทำความผิดในลักษณะนี้รวม 9 คดี

มีการสวมสิทธิ์ใบเกิดของชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มชนชาติพันธุ์ เมื่อมีการยืนยันและได้สัญชาติแล้ว ก็จะทำการย้ายออกไปในภายหลัง ไม่ว่าจะไปอยู่ที่พัทยา หรือกรุงเทพฯ รวมถึงอื่นๆ ประกอบเครสที่จับกุมได้คดีแรกนั้น ยังพบว่าเป็นคนจีนที่หลบหนีการจับกุมของตำรวจจีน และมีหมายจับของตำรวจสากล อยู่ด้วย เพราะตั้งแต่ใบหน้าที่ไม่คล้ายกับบุคคลในครอบครัว ที่มาสวมสิทธิ์ใบเกิดแล้ว ทางเจ้าหน้าที่นำภาพบุคคลดังกล่าวไปตรวจเช็คกับกล้องของสนามบิน ก็พบว่าเป็นบุคคลเดียวกัน เมื่อตรวจย้อนหลังก็พบหมายจับดังกล่าว จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ กลายเป็นว่า กรมการปกครองเป็นผู้สนับสนุนหลักเหรอ หรือเป็นภัยกับประเทศ เป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ ต้องแก้ไข และไม่ให้เกิดขึ้น และเท่าที่ตรวจสอบเป็นจุดเริ่มต้นที่เชียงดาว

การสวมตัวทำบัตรประชาชนคนสัญชาติไทยของเครือข่ายจีนเทาที่มีข่าวเรียกค่าไถ่ตัดนิ้ว ในช่วงปี พ.ศ. 2565 ซึ่งได้ตรวจสอบขยยายผลพบว่า มีการทุจริตในลักษณะเดียวกันอีกอย่างน้อย 7 ราย ตรวจสอบแล้ว พบเป็นบุคคลที่มีหนังสือเดินทางสัญชาติเวียดนาม จำนวน 1 ราย การสวมสิทธิบุคคลตามมติ ครม. ซึ่งจะขอสัญชาติไทยได้ตามนโยบาย 5 วัน จำนวน 1 ราย ได้ลงพื้นที่แล้วยืนยันสวมสิทธิแน่นอน กำลังขยายผลว่าจะมีอีกหรือไม่

ส่วน “ขบวนการฟอกแรงงาน” มีการนำบุคคลต่างด้าวที่เป็นแรงงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ มาทำบัตร 0 ในเขตอำเภอเชียงดาว จำนวนมากกว่า 50 ราย และจากการตรวจสอบในระบบพบว่ามีจำนวนมากกว่า 1,000 ราย ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย การย้ายรายการบุคคลที่ทุจริตจากอำเภอเวียงแหงมาอยู่ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 2 ราย การคืนรายการบุคคลที่ถูกจำหน่าย ซึ่งน่าจะไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย จำนวน 14 ราย (เป็นการดำนินการของเทศบาลในพื้นที่อำเภอเชียงดาว) ทางกรมการปกครองได้ตรวจยึดเอกสารดังกล่าวไว้หมดแล้ว หากตรวจสอบแล้วพบการกระทำความผิด ก็จะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุดต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยและจะให้ปลัดอำเภอทั้ง 2 ราย ที่ถูกจับกุมตามหมายจับของศาล ออกจากราชการไว้ก่อนทันที

ด้าน พล.ต.ต.จำรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กล่าวว่า กรณีนี้ต้องชื่นชมการทำงานที่ต่อเนื่องของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย คำสั่งของนายกรัฐมนตรีจากปฏิบัติการที่เวียงแหง เชื่อมโยงกันในการกระทำความผิด เป็นภัยต่อความมั่นคง และกรมการปกครองเดินหน้าตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ร่วมสนับสนุน มีหมายจับเพิ่มไหม หลายรายเกี่ยวข้องกับคนจีน เป็นภัยต่อความมั่นคง เราต้องทำงานต่อเนื่อง เพื่อให้วงจรอุบาทว์นี้จบลงไป