ข่าวเด่น » เชียงใหม่นับถอยหลังสู่มรดกโลก เวลาเดือนเศษ พร้อมแล้ว 80% แต่ยังติดปัญหาป้ายยักษ์บดบังเมืองเก่า-วัดดังบางแห่งต้องเร่งปรับปรุง

เชียงใหม่นับถอยหลังสู่มรดกโลก เวลาเดือนเศษ พร้อมแล้ว 80% แต่ยังติดปัญหาป้ายยักษ์บดบังเมืองเก่า-วัดดังบางแห่งต้องเร่งปรับปรุง

16 มิถุนายน 2026
36   0

Share

เชียงใหม่นับถอยหลังสู่มรดกโลก เวลาเดือนเศษ พร้อมแล้ว 80% แต่ยังติดปัญหาป้ายยักษ์บดบังเมืองเก่า-วัดดังบางแห่งต้องเร่งปรับปรุง

วันที่ 16 มิ.ย. 69 นายบวรเวท รุ่งรุจี ประธานคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเชียงใหม่เป็นมรดกโลก กล่าวว่า ในการเตรียมความพร้อมรองรับคณะผู้ประเมินที่จะลงพื้นที่ตรวจประเมินแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงระหว่างวันที่ 3-8 สิงหาคม 2569 นี้ โดยมี Mr. Sharif Shams Imon ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) จากสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เป็นผู้นำคณะมาลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจตรวจประเมินทางเทคนิคตามแหล่งมรดกโลกของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งประกอบด้วย วัดสำคัญ 7 แห่ง และกำแพงเมือง ที่ขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจประเมินทางเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญของ ICOMOS ในครั้งนี้แล้ว ผลการประเมินจะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ ICOMOS จากนั้นจังหวัดเชียงใหม่จะต้องเตรียมตอบข้อซักถามเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง ในเดือนตุลาคม 2569 และมกราคม 2570 ก่อนจะทราบผลการพิจารณาตัดสินว่าจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกหรือไม่ ซึ่งจะมีการประกาศผลในเดือนมิถุนายน 2570

นอกจากนี้ตามเทศบัญญัติเมืองเก่าเชียงใหม่ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุรักษ์ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นหนึ่ง 36 เมือง ที่ทางเทศบาลฯ ต้องอนุรักษ์ และขึ้นบัญชีไว้ มีการกำหนดเทศบัญญัติในการควบคุมสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายในเมืองเก่า ซึ่งกำหนดความสูงไว้ไม่เกิน 12 เมตร สิ่งปลูกสร้างจะต้องไม่เกินตามเทศบัญญัติที่กำหนดเอาไว้ ถ้าดูแล้วปัจจุบันก็จะเห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หากไม่มีกิจกรรมอะไรก็จะเป็นป้ายว่างเปล่าบดบังภูมิทัศน์ของตัวเมืองเชียงใหม่ และป้ายโฆษณาหากจะติดตั้งก็ควรดูบริบทของความเป็นเมืองเก่าด้วย ดูว่าควรจะนำเสนออะไร เพื่อไม่ให้เกิดความรกรุงรังในสายตาของคนดู ควรมีการศึกษาออกแบบ ให้สมกับความเป็นเมืองเก่า

การลงพื้นที่ในวันนี้ จะนำเสนอขึ้นบัญชีมรดกโลก พื้นที่คูเมือง กำแพงเมืองทั้งหมด กว้างยาว 1,650 เมตร พื้นที่ภายในเมือง ถือว่าเป็นพื้นที่เฝ้าระวังบรรดาสิ่งปลูกสร้างที่จะเกิดขึ้น ไม่ได้ห้ามเรื่องการปลูกสร้าง การจัดกิจกรรมใดๆ ซึ่งสามารถทำได้ภายใต้ข้อบัญญัติ และสิ่งปลูกสร้างควรไม่เกิน 12 เมตร และต้องเป็นแบบวัฒนธรรมล้านนา ผู้ที่จะมาก่อสร้างก็ควรคำนึงถึงเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ด้วย ในการนำเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกในครั้งนี้ เป็นการเสนอ “เชียงใหม่เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่” มีกิจกรรมทั้งกิน ดื่ม หลับ นอน ในพื้นที่นี้อยู่ ซึ่งเขาสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ แต่อยากให้คำนึงเรื่องของการสูญเสียวัฒนธรรมไปหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องฝากไว้ให้คนเชียงใหม่ทุกคนช่วยกันดู ยกตัวอย่างเช่นที่ประเทศญี่ปุ่น มีการรักษาหน้าบ้านใครหน้าบ้านมัน หากบ้านเราทำลักษณะแบบนี้บ้างก็คงจะดี ช่วยกันดูแล

สิ่งที่กังวลในขณะนี้ก็คือเรื่องป้ายโฆษณาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประตูช้างเผือก หรือประตูเชียงใหม่ คือสิ่งที่มองว่าไม่ควรทำให้เมืองเชียงใหม่มีความเสียหายเกิดขึ้น และก่อสร้างมาได้อย่างไรเกินเทศบัญญัติ 12 เมตร ก็ไม่อยากโทษใคร แต่คนที่เห็นประโยชน์เพื่อเมืองเชียงใหม่ควรให้ความร่วมมือกัน ช่วยกัน อะไรที่อนุรักษ์ได้ พัฒนาได้ ก็ควรอนุรักษ์และพัฒนาไปพร้อมกัน

ส่วนวัดอีก 7 วัด ที่เตรียมยื่นขอมรดกโลกพร้อมกันนั้น ก็ได้รับความร่วมมือกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังกังวลอยู่ อย่างเช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ ที่เป็นสิ่งสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ที่นำเสนอว่าเป็นวัดพระธาตุประจำเมืองเชียงใหม่ที่ประดิษฐพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า บริเวณภายในวัดก็อยากให้วัดจัดการเรื่องของความเป็นระเบียบเรียบร้อย มุมมองจากบนวัดลงมาก็จะเห็นวิวของเมืองเชียงใหม่ อยากให้คนเห็นแล้วมีความภาคภูมิใจว่าเมืองเชียงใหม่ยังรักษาสภาพไว้ได้อย่างดี

เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนเศษ ภาพรวมในความพร้อมประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ คงเหลืออีกเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ทั้งเป็นป้ายโฆษณาที่ยังรกรุงรัง รวมถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ ช่วยกันอนุรักษ์หน่อย ทั้งการปลดเต๊นท์ที่ไม่จำเป็นให้เอาออกบ้าง อาคารร้าง หรือร้านค้าที่อยู่ตรงทางขึ้น ก็ช่วยกันรักษาความสะอาด มีระเบียบและถอยร้านขยับเข้าไปอีกหน่อย ก็จะเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

จากการรับผิดชอบในเรื่องของเอกสารและการประเมินมรดกโลกครั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ มีความเป็นไปได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ อีก 10 เปอร์เซ็นต์ ที่เผื่อไว้ก็คือความร่วมมือที่อาจจะไม่เกิดขึ้น ที่คนมองมาจะตำหนิติเตียนเราได้ คนตรวจก็พยายามจะตรวจหาความผิด หากมีอะไรที่ดีแล้วก็ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่คนตรวจก็ต้องพยายามที่จะจับผิด เหมือนกับที่ลงพื้นที่ในวันนี้ก็เพื่อมาดูว่าส่วนไหนที่ควรจะตต้องซ่อม ดัดแปลง รื้อเอาออก และ ICOMOS ที่เขามา ก็จะมาดูว่ามีสิ่งไหนบ้างที่ควรจะต้องปรับปรุง เขาอาจจะให้เราเป็นเมืองมรดกโลก แต่มีข้อสังเกตุว่าเราควรจะดำเนินการอะไรบ้าง เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป

ภายหลังจากที่กลายเป็นเมืองมรดกโลกแล้ว ก็เคยคุยกับทางเทศบาลฯ และ อบจ.เชียงใหม่ ไว้แล้วว่า พื้นที่ภายในเมือง โดยเฉพาะเป็นวัดสำคัญ จะมีปัญหาเรื่องการจราจร ที่จอดรถ ซึ่งทาง อบจ. ควรหาบริการสาธารณะ ให้นักท่องเที่ยวใช้บริการระบบสาธารณะ เขาไม่จำเป็นจะต้องเอารถไปเอง แต่นำรถไปจอดและขึ้นรถสาธารณะตรงจุดใดจุดหนึ่ง เพื่อเดินทางท่องเที่ยวได้ ก็จะทำให้ภาพการท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่ดูดีมากยิ่งขึ้น ดีกว่านำรถไปจอดและหาจุดจอดที่ไหนไม่ได้ ต้องนำไปจอดข้างวิหาร เจดีย์ ทำให้เวลาถ่ายรูปออกมาแล้วดูรกรุงรัง ตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่ควรต้องทำในการบริหารจัดการให้เกิดความเป็นระเบียบ

นางรัษฎาพร บริจินดา อายุ 77 ปี ประธานชุมชนเชียงมั่น กล่าวว่า เตรียมพร้อมไปแล้วประมาณ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็ได้รับความร่วมมือจากทาง อบจ.เชียงใหม่ กรมศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ด้วย ซึ่งชาวบ้านก็รับรู้แล้ว ก็พยายามทำให้เต็มที่ และวันนี้ที่ทางคณะผู้เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบ ก็ให้คำแนะนำมาแล้ว ตนซึ่งเป็นประธานชุมชนเชียงมั่น ก็จะเข้ามาช่วยดำเนินการ ทั้งการดูแลสถานที่ และลานจอดรถ ซึ่งทางวัดเชียงมั่นไม่ค่อยมีความกังวลเท่าไหร่ เพราะทุกอย่างเป็นของเก่า และการปรับปรุงภูมิทัศน์ ก็ใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือน และทาง อบจ.เชียงใหม่ ก็มาตัดแต่งกิ่งไม้ให้แล้ว ก็คงเหลือเพียงทำความสะอาดจุดอื่นๆ ปัจจุบันแม้ว่าจะยังไม่ได้เป็นมรดกโลก ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวที่วัดแห่งนี้จำนวนมากอยู่แล้ว หากได้เข้าสู่มรดกโลกก็จะเป็นนิมิตรหมายที่ดี ก็จะมีความเจริญทางด้านวัฒนธรรมของเชียงใหม่ ก็จะต้องทำให้ดี มีกิจกรรมให้มากที่สุดเกี่ยวกับการรักษาประเพณีวัฒนธรรม จัดการแสดงอะไรมากขึ้น ต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นผลดีต่อชุมชน เพราะวัดเชียงมั่นเป็นวัดแรกของเชียงใหม่ และคนในชุมชนก็ภูมิใจในคำๆ นี้