ข่าวเด่น » จับฆาตกรต่อเนื่อง!!..ฆ่าคนเร่ร่อนเผาอำพรางรวม 3 ศพในพื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย พบประวัติใช้ยาเสพติดเข้าออกคุกหลายครั้ง สารภาพลงมือเพราะความโมโห

จับฆาตกรต่อเนื่อง!!..ฆ่าคนเร่ร่อนเผาอำพรางรวม 3 ศพในพื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย พบประวัติใช้ยาเสพติดเข้าออกคุกหลายครั้ง สารภาพลงมือเพราะความโมโห

1 พฤษภาคม 2026
79   0

Share

 

1 พ.ค. 69 พล.ต.ท กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 พร้อม พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.เสวก ชูศิริ ผกก. สภ. ช้างเผือก และ พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายปะแนะ ปูลิ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย” สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 08.15 น. สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกบริเวณใต้สะพานรัตนโกสินทร์ ฝั่งตะวันตก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตรวจสอบพบผู้ตายคือ นายบุญเรือง อายุ 51 ปี เป็นชายเร่ร่อน จากการชันสูตรเบื้องต้นพบว่าถูกของมีคมแทงบริเวณลำคอก่อนถูกเผาอำพรางศพ ต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 11.13 น. สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง รับแจ้งเหตุพบชายเร่ร่อนเสียชีวิตอีก 1 ราย บริเวณใต้สะพานขรัวสลีเวียงพิงค์ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ผู้เสียชีวิตคือ นายโจ้ อายุ 46 ปี เป็นชายเร่ร่อนเช่นเดียวกัน สภาพมีเลือดออกบริเวณปาก

พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 กล่าวว่า สำหรับสองคดีนี้ถือเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ หลังรับแจ้งคนเร่เร่อนเสียชีวิตสองรายติดได้สั่งการให้ระดมกำลังตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ จากการสอบสวนนายปะแนะ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนทั้งสองคนจริง โดยผู้ตายคนแรกคือนายบุญเรือง ผู้ต้องหาให้การว่าได้เดินไปทวงโทรศัพท์จากผู้ตายคืนแต่ผู้ตายไม่ให้จึงได้ทะเลาะกันและมีการชกต่อยกันผู้ต้องหาเห็นมีดคัตเตอร์ของคนตายจึงได้ใช้แทงเข้าไปที่บริเวณลำคอหลังจากนนั้นใช้ผ้าห่มคลุมใช้ไฟแช็คจุดใส่ฟูกที่นอนจนเพื่อให้ไฟคลอกคนตายรอจนไฟไหม้ประมาณ 20 นาที จึงเดินไปยังขัวสหลีเวียงพิงค์ ตำบลฟ้าฮ่าม เพื่อจะไปหาที่นอน แต่ไปพบกับนายโจ้ อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นนอนที่นั่น และก็รู้จักกันมาก่อนเพราะเป็นคนเร่ร่อน และก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องทะเลาะกัน เพราะเคยแย่งผ้าห่มกันนอน และวันที่ก่อเหตุเพราะผู้ตตายมีกลิ่นเหม็นและพยายามจะมาขอเงิน จึงบันดาลโทสะ เตะเข้าที่ก้านคอและกระทืบซ้ำประมาณ10 นาที จนผู้ตายแน่นิ่ง จึงได้หลบหนี่แล้วออกมาโบกรถชาวบ้านขึ้นไปยังดอยสุเทพ ก่อนจะลงมาในช่วงเย็นแล้วไปนอนที่ป้ายรถเมล์ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด และโบกรถเข้ามาในเมืองต่อกระทั่งมาถูกจับกุมได้ที่บริเวณประตูช้างเผือก

นายปะแนะ ยังให้การอีกว่า ก่อนที่จะมาก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนในจังหวัดเชียงใหม่นั้น เคยก่อเหตุใช้ก้อนหินทุบและมีดแทงคนเร่ร่อนเสียชีวิตในพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงรายเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 หลังจากนั้นหลบหนีไปยังจังหวัดลำปางและเดินทางมาหางานทำที่จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งมาก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนตาย อีก 2 ศพ ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมในการเสพยาเสพติดและค้ายาเสพติด เคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดและคดีลักทรัพย์มาก่อนพึ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย พร้อมกันนี้จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นที่นายปะแนะ เคยไปพักอาศัยว่าได้มีการก่อเหตุลักษณะนี้หรือไม่