ข่าวเด่น » แพทย์ มช.แนะป้องกัน Stroke เริ่มที่มื้ออาหารวันนี้!.กินเค็มบ่อยระวังความดันสูง เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง 5 พฤติกรรมที่ควรปรับก่อนสายเกินไป

แพทย์ มช.แนะป้องกัน Stroke เริ่มที่มื้ออาหารวันนี้!.กินเค็มบ่อยระวังความดันสูง เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง 5 พฤติกรรมที่ควรปรับก่อนสายเกินไป

29 ตุลาคม 2026
59   0

Share

รู้หรือไม่? พฤติกรรมการกินในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการบริโภคอาหารรสเค็มจัด อาจส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke ได้โดยไม่รู้ตัว การเริ่มดูแลสุขภาพจึงไม่จำเป็นต้องรอให้เจ็บป่วย แต่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่มื้ออาหารวันนี้ เนื่องในวันที่ 29 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Day) MED CMU ชวนทุกคนหันมาใส่ใจพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการควบคุมปัจจัยเสี่ยง เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง พร้อมเรียนรู้สัญญาณเตือนที่ทุกคนควรรู้ เพราะเมื่อเกิด Stroke การเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็วมีความสำคัญอย่างยิ่ง Stroke คืออะไร ทำไมจึงไม่ควรมองข้าม?โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke หรือที่หลายคนเรียกว่า “อัมพฤกษ์ อัมพาต” เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ทำให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ โรคหลอดเลือดสมองแตก เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตก ทำให้มีเลือดออกในเนื้อสมองหรือบริเวณรอบสมอง ทั้งสองประเภทอาจทำให้เซลล์สมองเสียหาย ส่งผลให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิตได้ โดยแนวทางการรักษาแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน

กินเค็มเกี่ยวอะไรกับ Stroke??..การบริโภคโซเดียมมากเกินไป โดยเฉพาะจากอาหารรสเค็มจัด อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง อาหารที่ควรระวัง ได้แก่ อาหารแปรรูป เนื้อสัตว์แปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารหมักดอง ขนมขบเคี้ยว และอาหารที่เติมน้ำปลา ซีอิ๊ว หรือซอสปรุงรสในปริมาณมาก สิ่งสำคัญคือ ความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการแสดงชัดเจน การรู้สึกว่ายังแข็งแรงจึงไม่ได้หมายความว่าความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ ควรตรวจวัดความดันโลหิตเป็นระยะ และปรับพฤติกรรมควบคู่กัน

5 พฤติกรรมที่ควรปรับ ลดความเสี่ยง Stroke 1. ลดเค็ม ลดโซเดียม ชิมอาหารก่อนปรุง ลดการเติมน้ำปลา ซีอิ๊ว และซอสต่าง ๆ เลือกอาหารสดแทนอาหารแปรรูป และอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้ออาหารสำเร็จรูป 2. ลดอาหารไขมันอิ่มตัวสูง ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ และอาหารทอดที่มีไขมันสูง เลือกแหล่งโปรตีนที่เหมาะสม และใช้วิธีปรุงอาหาร เช่น ต้ม นึ่ง ย่าง หรืออบ แทนการทอดบ่อย ๆ 3. เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่หลากหลาย รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ เลือกธัญพืชไม่ขัดสี และรับประทานอาหารให้สมดุล โดยคำนึงถึงปริมาณน้ำตาล โซเดียม และพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน 4.ขยับร่างกายให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการนั่งนิ่งเป็นเวลานาน เริ่มจากกิจกรรมที่ทำได้จริง เช่น เดินเร็วตามความเหมาะสม ทำงานบ้าน หรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยปรับระดับกิจกรรมให้เหมาะกับสุขภาพของตนเอง 5.ควบคุมปัจจัยเสี่ยงให้ได้ ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์ ควบคุมน้ำหนัก เลิกสูบบุหรี่ และจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรรับประทานยาและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

จำให้ขึ้นใจ!!.. สัญญาณเตือน Stroke ต้องรีบไปโรงพยาบาล หากพบอาการแม้เพียง 1 ข้อ ให้รีบโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที เพราะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มีโอกาสได้รับยาละลายลิ่มเลือดหากมาถึงโรงพยาบาลภายใน 4.5 ชั่วโมงแรก ซึ่งช่วยลดความพิการและเพิ่มโอกาสฟื้นตัวได้อย่างมากอย่ารอดูอาการ อย่ารอให้หายเอง และอย่าขับรถพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเองหากสามารถเรียกรถพยาบาลได้ แม้อาการจะดีขึ้นหรือหายไปชั่วคราว ก็ยังจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์อย่างเร่งด่วน ผู้ป่วยบางรายอาจมีข้อบ่งชี้สำหรับการรักษาด้วยการนำลิ่มเลือดออกจากหลอดเลือด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งหลอดเลือดที่อุดตัน ผลตรวจสมอง และระยะเวลาที่เหมาะสม
ดังนั้น ทุกนาทีมีความสำคัญ ยิ่งได้รับการประเมินและรักษาอย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการรักษา ไม่ควรรอจนพ้นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้วจึงไปโรงพยาบาล เริ่มป้องกัน Stroke ได้ตั้งแต่มื้อนี้ โรคหลอดเลือดสมองอาจส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ป่วยและครอบครัว แต่ความเสี่ยงบางส่วนสามารถลดลงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ลดเค็ม กินอาหารให้สมดุล ขยับร่างกาย เลิกบุหรี่ ไปจนถึงตรวจสุขภาพและควบคุมโรคประจำตัว อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือน เพราะการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดคือการเริ่มต้นก่อนเจ็บป่วย ลดเค็มวันนี้ ตรวจความดันสม่ำเสมอ รู้ทันสัญญาณ Stroke และรีบช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.นพ.ชุติเทพ ทีฆพุฒิ อาจารย์หน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่