(มีคลิป) เชียงใหม่ เกิดเหตุเศร้าสลด “เมตร- เซนติเมตร”สไตลิสต์ชื่อดังของเมืองไทยพร้อมเพื่อนรถชนตกลงน้ำเสียชีวิตทั้งคู่

ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 2 มกราคม 2562 ได้เกิดเหตุเศร้าสลดบนถนนสายคันคลองชลประทาน ถนนเชียงใหม่ 700 ปี ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ รถยนต์ชนกันอย่างแรง ก่อนจะพลัดตกลงไปในคลองชลประทาน สภาพรถหงายท้องและมีผู้ติดอยู่ภายในรถจำนวนสองคน

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ ก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คนคือ นายศุภกิจ เกิดซ้ำ อายุ 30 ปี หรือโจ้ บ้านอยู่แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ส่วนอีกรายอาการสาหัสคือ นายจตุรภัทร หรือเมตร หรือเซนติเมตร เข็มนาค อายุ 28 ปี สไตลิสต์ชื่อดังของเมืองไทยและเป็นพิธีกรรายการ “ล้นตู้” บ้านอยู่ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ต่อมาในรุ่งเช้าก็ได้เสียชีวิตลงอีกราย

จากนั้นในช่วงเวลา 13.00 น.ทางครอบครัวและเพื่อน ได้เดินทางมารับศพของผู้เสียชีวิตทั้งสองรายที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าสลดจากการสูญเสียบุคคลสำคัญในครอบครัวและเพื่อน โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ 1 รูปมาทำพิธี ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพและนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดรังษีโสภณ ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก จ.นครนายก และจะได้มีการสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 7 วัน ก่อนจะนำร่างทั้งสองคนฌาปนกิจตามพิธีทางศาสนาต่อไป

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ผู้โดยสารพุ่งทะลุ 38,000 คนต่อวัน

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เตรียมพร้อมรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว ล่าสุดจำนวนผู้โดยสารพุ่งทะลุ 38,000 คนต่อวัน ผู้โดยสารควรเผื่อเวลาในการเดินทางมาสนามบิน

28 ธ.ค. 61 : นาวาอากาศตรี มณธนิก รักงาม ที่ปรึกษา 10 และรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทชม.ทอท.) กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นมา มีผู้โดยสารมาใช้บริการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) จำนวนมาก เฉลี่ยวันละ 37,000 คน และคาดว่าช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ประกอบกับนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเที่ยวช่วงฤดูหนาวในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ จะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันที่ไม่ต่ำกว่า 37,000-38,000 คนต่อวัน ซึ่งจะส่งผลการจราจรบริเวณโดยรอบท่าอากาศยานเชียงใหม่อาจคับคั่งกว่าปกติ จึงขอให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามเงื่อนไขของสายการบินอย่างเคร่งครัด และเผื่อเวลาในการเดินทางมายังสนามบิน เพื่อผ่านกระบวนการตรวจตามมาตรการรักษาความปลอดภัย และป้องกันผลกระทบจากการจราจรโดยรอบที่คับคั่งด้วย

สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการให้บริการประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในโอกาสเทศกาลปีใหม่ นั้นท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ดำเนินการในด้านต่างๆ ทั้งด้านการตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระ ได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจค้นปฏิบัติงานเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ปฏิบัติงานด้วยความสุภาพ และปฏิบัติตามขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด สุ่มตรวจบุคคล และสัมภาระ ตามระดับมาตรการและมาตรฐานการปฏิบัติงาน เพื่อมิให้มีวัตถุอันตรายหรือวัตถุต้องห้ามผ่านขึ้นบนอากาศยานโดยเด็ดขาด

การดูแลด้านการรักษาความปลอดภัย ได้จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ปฏิบัติงานเพิ่มเติม เพื่อปฏิบัติงานตระเวนระงับเหตุ โดยได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ จัดชุดตรวจผสม เพิ่มความถี่ในการตรวจตระเวนพื้นที่ต่างๆ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสภาพความพร้อมของเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่เขตการบิน ตลอดจนสินค้าที่จะผ่านเข้าพื้นที่เขตการบิน เพื่อมิให้มีวัตถุอันตรายหรือวัตถุต้องห้ามผ่านเข้าในพื้นที่เขตการบินโดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ยังจะทำการสุ่มตรวจรถยนต์บริเวณทางเข้าก่อนเข้าถึงหน้าอาคารผู้โดยสาร ทั้งภายในตัวรถและใต้ท้องรถ รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจพื้นที่ด้วยกล้องวงจรปิด สังเกตและเฝ้าระวังผู้ที่มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย ขณะเดียวกันยังได้รับการสนับสนุนจากสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ นำสุนัขตำรวจมาสุ่มตรวจกระเป๋าและสัมภาระของผู้โดยสาร เพื่อป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายอีกด้วย ทั้งนี้หากประสบเหตุหรือพบเห็นสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานเชียงใหม่หมายเลขโทรศัพท์ 0 5392 2000 ต่อ 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับการจัดการจราจร จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อให้รถยนต์ สามารถเข้า-ออก บริเวณด้านหน้าอาคารผู้โดยสารได้อย่างสะดวก กวดขันมิให้มีการจอดรถยนต์ด้านหน้าอาคารผู้โดยสารอย่างเด็ดขาด โดยอนุญาตให้หยุดเฉพาะเพื่อรับ-ส่ง เท่านั้น รวมทั้งกวดขันให้รถบัสสามารถจอดได้เฉพาะบริเวณที่กำหนด และดูแลมิให้มีรถยนต์ประเภทอื่นเข้าจอดในที่จอดรถบัส

ส่วนการอำนวยความสะดวกท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้จัดเตรียมความพร้อมและดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยเฉพาะการดูแลความสะอาดเรียบร้อยของห้องน้ำและพื้นที่สาธารณะ รวมถึงเพิ่มจำนวนรถเข็นกระเป๋า และพนักงานจัดเก็บให้เพียงพอต่อการให้บริการ รวมทั้งจัดกิจกรรมสร้างความบันเทิง และตกแต่งสถานที่สร้างบรรยากาศการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาล เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ผู้โดยสาร

หากผู้โดยสารมีข้อสอบถามหรือข้อขัดข้องใดที่ต้องการให้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ช่วยเหลือ รวมทั้งประสานงานในเรื่องต่างๆ สามารถติดต่อโดยตรง ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ได้ตลอดเวลาให้บริการ หรือติดต่อทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 053-922000 ต่อ 2100

ด้านการปฏิบัติการในเขตการบิน กำหนดให้เพิ่มรอบการตรวจวัสดุแปลกปลอมในเขตการบิน (FOD) รวมทั้งนกและสัตว์อันตรายในเขตการบิน ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2561 – 2 มกราคม 2562 จากการตรวจปกติ 4 รอบต่อวัน เป็น 10 รอบต่อวัน ตั้งแต่เวลา 05.30 น. – 02.00 น.ของวันถัดไป โดยเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2561 รวมทั้งสุ่มตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ และความพร้อมด้านสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในเขตการบิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่ออากาศยานและผู้ใช้บริการ

ด้านการแพทย์ ให้บริการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตลอดเวลาเปิด หากต้องการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 053 – 922000 ต่อ 2222 และเนื่องจากในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 เป็นวันที่หน่วยงาน หรือสถานประกอบการต่างๆ อาจขออนุญาต ปล่อยโคมลอยได้ตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ สายการบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศได้ยกเลิกเที่ยวบินจำนวน 40 เที่ยวบิน คิดเป็นร้อยละ 16 ของเที่ยวบินปกติ และเปลี่ยนแปลงเวลาทำการบินจำนวน 48 เที่ยวบิน

 

อาการ “ปวดส้นเท้า” ในนักวิ่ง


อาการปวดส้นเท้าหรือรองช้ำ เป็นสาเหตุของอาการปวดบริเวณเท้าที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการอักเสบหรือความเสื่อมของพังผืดใต้ฝ่าเท้า พบมากในคนที่มีอายุระหว่าง 40-60 ปี และในนักวิ่งซึ่งเกิดการกระแทกของเท้าซ้ำๆ อาการสำคัญคือ ปวดบริเวณใต้ส้นเท้า บางคนอาจปวดกลางฝ่าเท้า ปวดมากหลังตื่นนอน หรือหลังจากนั่งพักนานๆ แล้วลุกขึ้นเดิน ปัจจัยเสี่ยงคือ คนที่มีน้ำหนักตัวมาก อุ้งเท้าสูง (Higharch) เอ็นร้อยหวายตึง และคนที่วิ่งลงน้ำหนักด้านในฝ่าเท้า (Over pronation) อาการปวดอาจเป็นชั่วคราวเพียงไม่กี่สัปดาห์ ในขณะที่บางรายอาจมีอาการเรื้อรังหลายเดือนหรือกลับเป็นซ้ำบ่อยๆ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยกระตุ้น

วิธีการรักษาเบื้องต้นด้วยตนเองคือ
1.พักจากการวิ่ง หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นระยะเวลานาน
2.ยืดพังผืดใต้ฝ่าเท้าโดยการใช้มือดันนิ้วเท้าให้กระดกขึ้นจนรู้สึกตึงที่ใต้ฝ่าเท้า ค้างไว้ 20-30 วินาที 3-4 รอบ ทุกเช้าตอนตื่นนอน และหลังจากนั่งพักนานๆ
3.ยืดเอ็นร้อยหวายโดยการหันหน้าเข้ากำแพง ใช้มือ 2 ข้างยันกำแพงไว้ ก้าวขาข้างที่ต้องการยืดไปด้านหลังเข่าเหยียดตรง ส้นเท้าติดพื้น งอเข่าขาอีกข้างที่อยู่ข้างหน้า ค่อยๆ โน้มตัวเข้าหากำแพงจนรู้สึกตึงที่บริเวณน่องและเอ็นร้อยหวาย ค้างไว้ 20-30 วินาที ทำซ้ำ 3-4 รอบต่อวัน
4.ใช้นิ้วเท้าขยุ้มผ้าหรือหยิบสิ่งของชิ้นเล็กๆ ที่อยู่บนพื้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในเท้า ทำ 10-15 ครั้ง วันละ 3-4 รอบ เมื่อกล้ามเนื้อในเท้าแข็งแรงจะช่วยรองรับแรงกระแทกจากการเดินและวิ่งได้
5.ใช้แผ่นรองบริเวณส้นเท้า หรือแผ่นรองในรองเท้าที่มีลักษณะนุ่มเพื่อช่วยลดแรงกดที่ฝ่าเท้าขณะที่ใส่รองเท้าเดินหรือวิ่ง
6.ลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักจะช่วยลดแรงกระแทกบริเวณเท้าขณะที่เดินและวิ่งได้
หากปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น แล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นเรื้อรัง ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ เช่น การเอ็กซเรย์เพื่อหากระดูกงอกที่ฝ่าเท้า และใช้วิธีการรักษาอย่างอื่นเพิ่มเติม เช่น การรักษาด้วยเครื่องมือ Focus shockwave ช่วยลดอาการปวด และกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการซ่อมแซมการบาดเจ็บเรื้อรังของพังผืดใต้ฝ่าเท้า สุดท้ายแล้วหากรักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้นแพทย์อาจพิจารณาใช้การฉีดยาต้านการอักเสบเฉพาะที่เพื่อลดอาการปวดและการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า มีส่วนน้อยที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดครับ
.
ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.กฤตเมธ เดชเกรียงไกรกุล
แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม

เชียงใหม่ เปิดกิจกรรมสานฝันคนพิการ ส่งเสริมให้คนพิการมีอาชีพที่ยั่งยืน

นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ร่วมด้วยช่วยกัน สานฝันคนพิการ” ที่ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ชลิสา ภาณุ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นางอณิรา ธินนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พระครูสุธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดห้วยเกี๋ยง เจ้าคณะตำบลหนองหาร ประธานที่ปรึกษามูลนิธิ นายประหยัด ทรงคำ ประธานอนุกรรมการบริหารมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ พร้อมด้วยคนพิการและหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ช่วงเช้าได้มีพิธีทำบุญทอดผ้าป่า โดยเงินที่ได้จากการทำบุญทั้งหมด ทางพระครูสุธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดห้วยเกี๋ยง ได้มอบเงินทั้งหมดเข้ามูลนิธิฯ ด้วย จากนั้นก็เป็นการมอบโล่ห์รางวัลให้กับผู้สนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงมอบโล่ห์รางวัลดีเด่นให้กับศูนย์คนพิการที่ได้รับการคัดเลือกเป็นศูนย์ดีเด่น

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมด้านอาชีพให้กับคนพิการ โดยทางมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือคนพิการที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้าน ชนบททั่วไปที่ยังขาดโอกาสและขาดสิทธิที่พึงจะได้รับอีกจำนวนมาก ทางด้านศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ ประธานมูลนิธิฯ เห็นว่าควรมีการขยายโอกาสและช่วยเหลือคนพิการทั่วประเทศให้มีรายได้ พึ่งพาตนเองได้แบบยั่งยืน จึงได้มีการจัดตั้งมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ สาขาภาคเหนือ

รวมทั้งได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน และได้รับมอบที่ดินจากนางดวงกมล พานิชกุล เศรษฐีใจบุญ ที่เป็นเจ้าของที่ดินและบ้าน ในพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ได้ยกให้กับมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ เพื่อนำไปใช้ใเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้พิการทั้งภายในและต่างประเทศ จึงตั้งชื่อศูนย์แห่งนี้ว่า “ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ชลิสา-ภาณุ” และในอนาคตจะได้จัดทำเป็นพินัยกรรมมอบทั้งบ้านและที่ดินให้กับมูลนิธิฯ ทั้งหมด

โดยมีพระครูสุธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดห้วยเกี๋ยง เจ้าคณะตำบลหนองหาร ซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษามูลนิธิ และนายประหยัด ทรงคำ ประธานอนุกรรมการบริหารมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ สาขาภาคเหนือ เข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงมีหน่วยงานภาคเอกชน และกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เข้ามาช่วยสนับสนุน และฝึกอบรมหลักสูตร 100 วัน 600 ชั่วโมง ระยะเวลา 6 เดือน ตามมาตรา 35 ที่ให้คนพิการเข้าไปทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนด้วย

ปัจจุบันทำให้คนพิการสามารถเข้ามาฝึกอบรมอาชีพได้มากถึง 530 ครอบครัว มีศูนย์ฝึกอบรมให้แก่คนพิการแล้ว จำนวน 12 ศูนย์ย่อย กระจายอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ และมีผู้นำคนพิการที่ยื่นความประสงค์ขอจัดตั้งศูนย์ย่อยเพิ่มขึ้นในปี 2562 อีกหลายแห่ง โดยหลักสูตรการฝึกอบรมให้แก่คนพิการนั้น มูลนิธิได้พิจารณาถึงความเหมาะสมกับคนพิการแล้ว โดยเน้นเรื่องของเกษตรปลอดสาร เกษตรอินทรีย์ ให้คนพิการทำได้จริง ใช้พื้นที่น้อย ใช้น้ำน้อย ทำอยู่กับบ้านได้ ลงทุนต่ำ สร้างรายได้จริงทั้งรายได้รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน มีตลาดรองรับ เช่น

การเพาะเห็นนางฟ้าภูฐาน เห็ดโคนน้อย การเลี้ยงจิ้งหรีด การปลูกผัก การค้าขายด้านการตลาด ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้ มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือและส่งเสริม ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าจนทำให้คนพิการในปัจจุบันสามารถพึ่งพาตนเองได้ ในขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิฯ ยังได้ทำกิจกรรมปั่นไปไม่ทิ้งกัน เพื่อหารายได้เข้ามูลนิธิฯ ในการดูแลคนพิการทั่วประเทศ

นอกจากนี้ภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ “คุกกี้จิ้งหรีด” ที่นำมาจำหน่ายด้วย เป็นคุกกี้โปรตีน โดยวิธีการทำก็เหมือนกับการทำขนมคุกกี้ทั่วไป แต่นำจิ้งหรีดที่กลุ่มคนพิการเพาะเลี้ยงนั้น ปกติจะเห็นแค่การนำไปทอด แต่ครั้งนี้ได้นำไปบดให้เป็นผง และนำมาผสมลงในคุกกี้ กลายเป็นคุกกี้จิ้งหรีด หรือคุกกี้โปรตีนผสมจิ้งหรีด ทำให้เกิดรสชาติแปลกใหม่ เป็นสินค้าใหม่ในด้านการตลาด มีกระแสตอบรับที่ดีอย่างมาก และราคาจำหน่ายก็ไม่แพงด้วย และยังมีสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปอีกหลายชนิดที่มาจากกลุ่มคนพิการ ในวันนี้จึงได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคนพิการ เพื่อนำไปต่อยอดอาชีพในอนาคตด้วย

สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ส่งช่างรังวัดลงพื้นที่อำเภอสะเมิง เร่งงานเพื่อออกโฉนดที่ดินให้กับชาวบ้าน

นายสุพัฒน์ ปักษาจันทร์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานปล่อยแถวขบวนช่างรังวัดออกโฉนดที่ดินแบบบูรณาการครั้งที่ 1 ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ดิน ฉบับที่ 11 พ.ศ.2551 มาตรา 8 บัญญัติให้ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับวันที่ 1 ธ.ค.2497 โดยถือเอกสาร สค.1 และยังมิได้ยื่นขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์นำหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินนั้นให้มายื่นภายใน 2 ปี

ที่ผ่านมามีชาวบ้านเจ้าของที่ดินมายื่นเป็นจำนวนมาก กรมที่ดินจึงกำหนดแผนปฏิบัติโครงการเร่งรัดออกโฉนดแบบท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาการออกโฉนดตามคำขอ ส.ค.1 ในพื้นที่ อ.สะเมิง ขึ้น เป้าหมาย 320 แปลง ปรากฏว่ามีการยื่นมากถึง 706 แปลง แต่ช่างรังวัดสามารถดำเนินการได้เพียง 129 แปลง เพราะติดขัดปัญหาหลายอย่าง จนโครงการดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว ทำให้สิทธิของเจ้าของที่ดินคงค้างรอดำเนินการจำนวนมาก

ดังนั้น สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ได้พิจารณาแล้วเพื่อแก้ไขปัญหาในการรังวัดออกโฉนดที่ดินให้แก่ราษฎรที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารออกโฉนดได้ตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นในวันนี้

นายสุพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้ สามารถเร่งรัดงานที่ได้รังวัดไว้แล้วให้มีการนำเข้าสู่ระบบการพิจารณาคณะกรรมการตามกฎหมายฉบับที่ 43 พ.ศ.2537 โดยเร็ว สามารถรังวัดออกโฉนดที่มีการยื่นคำร้องได้ทุกแปลงทำให้ราษฎรได้รับโฉนดที่ดินเร็วขึ้น อันจะสร้างความพึงพอใจลดความขัดแย้งและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานราชการของรัฐกับประชาชนต่อไป เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวในที่สุด

บางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกับ เลอกอร์ดองเบลอดุสิต ให้บริการขนมมาการองสูตรพิเศษต้อนรับคริสต์มาส

บางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกับ เลอกอร์ดองเบลอดุสิต ให้บริการขนมมาการองสูตรพิเศษ เพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ณ ห้องรับรองผู้โดยสารสายการบินฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

กรุงเทพฯ – บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกับ เลอกอร์ดองเบลอดุสิต ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสประจำปี 2561 ด้วยขนมมาการองสูตรพิเศษ 3 รสชาติที่รังสรรค์โดยเชฟเฟรดเดอริค เลอกราส์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเส้นทางบินที่มีเอกลักษณ์ของบางกอกแอร์เวย์ส ได้แก่ รสคริสปี้บานาน่า (Crispy Banana) ที่สื่อถึงมัลดีฟส์ รสราสเบอรี่และช็อคโกแลต (Raspberry Chocolate) ที่สื่อถึงเชียงใหม่ และรสมะนาวกับมะพร้าว (Lime and Coconut) ที่สื่อถึงเกาะสมุย

โดยขนมมาการองดังกล่าว จะนำมาให้บริการแก่ผู้โดยสารของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ณ ห้องรับรองบูทีคเลาจน์ และบลูริบบอนคลับเลาจน์ ทั้งอาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศและระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระหว่างวันที่ 23 24 และ 25 ธันวาคม 2561

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งกรุณาติดต่อ www.bangkokair.com หรือศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร 1771 ตลอด 24 ชั่วโมง (ค่าบริการนาทีละ 3 บาท บนโทรศัพท์พื้นฐาน)

เชิญชวนชาวเชียงใหม่ ร่วมเที่ยวงาน “แอ่วแม่แรมม่วนใจ๋ ครั้งที่ 5” ระหว่างวันที่ 14 – 15 ธ.ค.นี้

นายวิชัย ชัยวิทย์นนท์ นายกเทศมนตรีตำบลแม่แรม เปิดเผยว่า เทศบาลตำบทแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน เตรียมจัดงาน “แอ่วแม่แรมม่วนใจ๋ ครั้งที่ 5” ขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลแม่แรมให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมทั้งสร้างความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจน สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนได้อีกด้วย

สำหรับ กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมขบวนพาเหรดส่งเสริมการท่องเที่ยวของดีแม่แรมของผู้ประกอบการและประชาชน จำนวน 12 ขบวน เริ่มจากสี่แยกวัดทุ่งหัวช้าง(แยกคุ้มเสือ)ไปยังเทศบาลตำบลแม่แรม และมีการประกวดพืชยักษ์ , การประกวดนางงามท่องเที่ยว “ธิดาแม่แรม” , การประกวดแม่บ้านงาม “สตรีศรีแม่แรม” , การแข่งขันส้มตำลีลา , การแข่งขันลาบเมือง “ของกิ๋นลำบ้านเฮา” รวมทั้งการแสดงรำวงย้อนยุค “วันวานวัยใส” , การแสดงซอพื้นบ้าน และได้อิ่มอร่อยกับกาดหมั้วคัวเมือง

จึงขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว มาร่วมงาน “แอ่วแม่แรมม่วนใจ๋ ครั้งที่ 5” ขึ้น ในวันที่ 14 – 15 ธันวาคม 2561 ณ ลานกิจกรรมเทศบาลตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ 09.00 น. เป็นต้นไป โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ ในเวลา 09.30 น. ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเทศบาลตำบลแม่แรม โทร.0-5304-4350 , 0-5304-4351

สมาคมราชกรีฑาสโมสร มอบผ้าห่มกันหนาวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในอำเภอจอมทอง

สมาคมราชกรีฑาสโมสร มอบผ้าห่มกันหนาวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยหนาวในอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอจอมทอง พันตรี ปานสรวง ชุมสาย ณ อยุธยา นายกสมาคมราชกรีฑาสโมสร เดินทางมามอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 634 ผืน ให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศสูงพัดพาดผ่านจังหวัดในภาคเหนือของประเทศ

โดยมี นายสุทิน จันทร์งาม นายอำเภอจอมทอง ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ และมีนายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และ สนง.ปภ.จ.ชม.สาขาฮอด พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานประจำอำเภอ ทหาร ผู้นำท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ให้เกียรติร่วมมอบผ้าห่มในครั้งนี้ด้วย ซึ่งสมาคมราชกรีฑาสโมสร รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งและพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในครั้งนี้

รู้หรือยัง?…ทำไมยาบ้ายาเสพติดทะลักเข้ามาตามแนวตะเข็บชายแดน เชียงใหม่-เชียงราย ครั้งละหลายสิบล้านเม็ด

12 โรงงานผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน เร่งผลิตทั้งวันทั้งคืนจ้างนักเคมีประจำทุกโรงงาน ตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลชนกลุ่มน้อย ไม่มีใครแตะต้องได้ หาเงินบำรุงกองกำลัง ซื้ออาวุธ สาเหตุหลัก ยาบ้า ยาไอซ์ ถูกลักลอบขนเข้าไทยทีละหลายสิบล้านเม็ดส่วนเครือข่ายขายยาในประเทศยังโตอย่างต่อเนื่อง มีเกือบทุกวงการหลงเข้าไปร่วมขบวนการเพราะต้องการมีเงินใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย บางรายอยู่ในคราบนักบุญเบื้องหลังค้ายาเสพติด

สังเกตุได้ว่าในห้วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาตำรวจภูธรภาค 5 ได้สกัดกั้นยาเสพติด ทั้งการจับกุมยาบ้ามากกว่า 70 ล้านเม็ด ยาไอซ์มากกว่า 1,000 กิโลกรัม โดยกลุ่มผู้ลักลอบขนยา นั้นลักลอบขนยามาครั้งละมากกว่า 1 ล้านเม็ดในเกือบทุกครั้ง ถือเป็นการทะลักยาเสพติดมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ที่จับได้มีบุคคลหลายวงการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องถ้าไม่ขนเอง ก็บัญชาการอยู่เบื้องหลัง ซึ่งดูเสมือนว่าการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยจะไม่มีวันจบสิ้น และหลายคนสงสัยว่าทำไมยาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอีน และยาเค ทำไมถึงทะลักเข้ามามากมายมหาศาลอย่างนี้

ในเรื่องนี้พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผบช.ภ.5 มือปราบและยึดทรัพย์ ขบวนการค้ายาเสพติด เปิดเผยว่าการจับกุมที่ผ่านมาทั้งยาบ้า ยาไอซ์ และยาเค รวมถึงยาเสพติดอื่นๆ มีปริมาณการจับกุมที่มากขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่ก็สงสัยทำไมจับกุมได้มากมายแต่ก็จับไม่หมดสิ้นเสียที

รอง ผบช.ภาค5 กล่าวว่า การจับกุมยาเสพติดที่ผ่านมาจับกุมได้แต่ผู้ลักลอบลำเลียง ผู้ขนยา และผู้ค้า แต่โรงงานผลิตที่มีมากกว่า 12 โรงงานในประเทศเพื่อนบ้านตามแนวตะเข็บชายแดน ผลิตไม่หยุด และไม่เคยถูกแตะต้อง ไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนจากการจับกุมยาล็อตใหญ่ อาจจะมีผลกระทบแค่ผลกำไรที่น้อยลงเท่านั้นบรรดาโรงงานผลิตยา ซึ่งจากข้อมูลของ ตำรวจ ทหาร และปปส. มีมากกว่า 12 โรงงานผลิตอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ และพื้นที่ของรัฐฉาน มีกองกำลังของชนกลุ่มน้อยปกครองตนเองและคุ้มกันโรงงานและยาเสพติดที่ผลิตออกมา รัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านก็ยอมรับว่าเข้าไปจัดการพื้นที่เหล่านั้นไม่ได้

รายได้หลักของกองกำลังชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ ก็มาจากการค้ายาเสติด ซึ่งชนกลุ่มน้อยก็แยกกันหลายกลุ่มมีทั้งกลุ่ม ว้า มูเซอ ลาหู่ อาข่า ม้ง ไทใหญ่ กะเหรี่ยง แยกเป็นกลุ่มที่มีโรงงานของตัวเอง และกลุ่มปลีกย่อย รับยามาจากโรงงานผลิตขนเข้ามาขายในประเทศไทยอีกที สำหรับโรงงานมีการจ้างงานนักเคมี นักวิจัย จากต่างชาติมาทำการผลิต สกัดสารเคมี และมีนายทุน เข้าไปร่วมลงทุนด้วย โดยมีการนำสารตั้งต้นมาจากประเทศแถบเอเซีย ซึ่งสารตั้งต้นบางประเทศไม่ใช่สารต้องห้าม สามารถส่งออกนำเข้าไปยังพื้นที่ผลิตได้

โดยนักเคมี นักวิจัย เหล่านี้มีความเก่งกาจสามารถสกัดสารตั้งต้นยาเสพติดมาได้หลายรูปแบบ หรือหลายสูตร เพื่อลดต้นทุนการผลิต จากนั้นก็ผลิตเป็นยาชนิดต่างๆซึ่งยาบ้า เป็นที่ต้องการมากในตลาดไทย ตลาดเอเซีย ยาไอซ์ ยาเค เฮโรอีน เป็นที่ต้องการมากในตลาดอาเซียน ตลาดยุโรป เพราะฉะนั้นจึงมีการนำเข้าจำนวนมากเพื่อส่งออกไปยังประเทศแถบเอเซีย และยุโรป โดยประเทศไทย เป็นทางผ่าน เพราะอยู่ใกล้กับโรงงานผลิต ตลอดพื้นที่ชายแดนเฉพาะจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน มีระยะทางกว่า 1,400 กิโล ที่ถือเป็นช่องทางนำเข้าและยากต่อการสกัดกั้นจับกุม

เมื่อเข้าช่องทางนี้แล้วถูกจับก็จะเปลี่ยนรูปแบบเข้าช่องทางอื่นๆ ไปเรื่อยๆ ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อบ้านไม่มีรั้วกั้นเป็นพื้นที่ป่าเขาการสกัดกั้นจึงยากมากต้องอาศัยการข่าวที่ดีเยี่ยมและการลาดตระเวณของเจ้าหน้าที่เท่านั้น

อีกปัจจัยคือการปราบปรามยาเสพติดในประเทศไทยมีการปราบปรามจับกุมจำนวนมาก กลุ่มผู้นำ หรือหัวหน้าแก๊งค้ายา ที่หลบหนีไปได้ก็จะไปซบปีก ขบนการหรือพ่อค้ายาที่อยู่ประเทศเพื่อนบ้านหรือไปอยู่กับกลุ่มกองกำลังชนกลุ่มน้อย แต่ก็ยังมีพวกพ้อง เครือญาติ ที่อยากสืบทอดงาน ก็จะคอยประสานงานดำเนินการค้ายาต่อไป โดยการจ้างคนชนเผ่าหรือคนไทย ในการรับยา ขนยา แจกจ่ายยา การจ่ายเงินก็มีการโอนเงินผ่านบัญชีไปที่ประเทศเพื่อนบ้านด้วย ในกรณีนี้ยิ่งทำให้เราทำงานติดตามจับกุมยากขึ้น

จากนโยบายของรัฐบาล ได้เน้นย้ำการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด เพื่อขจัดให้หมดไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร ปปส. ฝ่ายปกครอง ก็เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามจับกุม ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันวิเคราะห์เป้าหมาย เส้นทางการลำเลียง และการสกัดกั้น สามารถปิดช่องทางการนำเข้าได้มากขึ้นโดยเฉพาะการสกัดกั้นตามแนวชายแดน มีการทำงานเป็นวงรอบที่ หนึ่ง และมีการวางกำลังสกัดกั้นวงรอบที่สอง เพิ่มเข้าไปอีก ส่วนการเข้มงวดด่านตรวจค้น และสืบสวนติดตามจับกุมขบวนการพร้อมทั้งยึดทรัพย์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ก็ยังคงมีการทำงานกันอย่างเข้มข้นต่อไป รอง ผบช.ภ.5 กล่าวในที่สุด

สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย จัดสัมมนาสัญจร “มองต่างมุม มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย จัดสัมมนาสัญจร “มองต่างมุม มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” พบปัญหาการเอื้อผลประโยชน์ที่นำไปสู่การตีความทางกฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม สู่นำมาซึ่งเงินสินบนรางวัล และขาดความชัดเจนด้านกฎหมายของไทยที่ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน

นายธนากร คุปตจิตต์ นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย หรือ TABBA ได้จัดสัมมนาสัญจร “มองต่างมุม มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” โดยมี นายแพทย์วรพงษ์ สำราญทิวาวัลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ นางสาวณเพ็ญพัฒน์ จำเนียร ประธานชมรมทนายความจังหวัดเชียงใหม่ และนายชัยวัฒน์ กลั่นนาค ตัวแทนจากผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมาร่วมด้วย

เพื่อพบปะผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับกฎหมายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจร่วมกัน และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ณ ห้องธาราทอง โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ เชียงใหม่

นายธนากร คุปตจิตต์ นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย หรือ TABBA กล่าวว่า “กิจกรรมสัมมนาสัญจรในครั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความเห็นหรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ แล้วนำมาปรึกษาหารือกันเพื่อเรียนรู้ เข้าใจกฎหมายที่มีอยู่ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สมาคมฯ ได้เลือกจังหวัดเชียงใหม่นำร่องเป็นที่แรก เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ และมิอาจปฏิเสธได้ว่าการดื่มและซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลรื่นเริงที่กำลังจะมาถึงนั้นมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในพื้นที่และบรรยากาศของการท่องเที่ยว

ในส่วนของเนื้อหาที่นำมาแลกเปลี่ยนเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อาทิ มาตรา 32 การโฆษณา ซึ่งยังมีความคลุมเครือในบางประเด็น และพึ่งพิงการใช้ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานมากเกินไป จึงขาดแนวทางในการปฏิบัติที่แน่นอน ทั้งยังเอื้อให้เกิดผลประโยชน์ที่อาจสร้างแรงจูงใจทางอ้อมให้เกิดการตีความอย่างไม่เป็นธรรม อันเนื่องมาจากเงินสินบนรางวัล

ในขณะเดียวกันภาคประชาชนได้ให้ความเห็นว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวมีเนื้อหารสาระที่ดี แต่ขาดความชัดเจนในการปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน สร้างความสับสนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ และส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อภาคธุรกิจและท่องเที่ยว ทั้งนี้ยังมีความเห็นที่จะให้เกิดความยุติในประเด็นความขัดแย้งของการตีความตามกฎหมาย ก็ควรที่จะได้มีองค์กรกฎหมายคนกลางมาให้แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการโฆษณา

เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาความคลุมเครือและไม่ชัดเจนได้ นอกจากนี้ สมาคมฯ มองว่าการพิจารณาเวลาการขายที่เหมาะสมโดยไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเมืองท่องเที่ยวในบางพื้นที่ อาทิ เชียงใหม่ ภายใต้การควบคุมและความร่วมมือจากผู้ประกอบธุรกิจที่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เป็นธรรมและชัดเจน จะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างการเติบโตของภาคธุรกิจอีกด้วย” ดังนั้น การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อต้องการสร้างความเข้าใจและมาตรฐานการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายที่มีอยู่ และมีความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจไปพร้อมๆ กัน

นอกจากนี้ สมาคมฯ อยากขอให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาประเด็นดังกล่าว เพื่อปรับปรุงพ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ให้มีความชัดเจน ทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ สอดคล้องกับหลักสากล พร้อมทั้งร่วมกันแสวงหาความกระจ่างชัดในการตีความที่ถูกต้องตามเจตนารมย์ของกฎหมาย และขอให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม พร้อมให้ความรู้ต่อสังคมอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับโทษของการดื่มอย่างเป็นอันตราย ที่จะช่วยควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างครอบคลุมต่อไป

ด้าน นายแพทย์วรพงษ์ สำราญทิวาวัลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ร่วมให้ความเห็นในการสัมมนาครั้งนี้ว่า “แอลกอฮอล์ถือเป็นอาหารอย่างหนึ่ง ซึ่งอยู่กับสังคมมานาน จะกำจัดออกไปจากสังคม 100% คงเป็นไปได้ยาก การทำให้คนในสังคมมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องผลกระทบจากการดื่มหากเลือกที่จะดื่ม หรือเมื่อไรที่ไม่ควรดื่มเลยนั้น เชื่อว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก ในการลดจำนวนการดื่มอย่างเป็นอันตราย ซึ่งหมายถึงเมาแล้วขับ เยาวชนดื่มก่อนวัยอันควร ที่ร้อยละ 10 ภายในปี พ.ศ. 2568”

“และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างตรงประเด็น รวมถึงไม่สร้างภาระให้กับผู้ประกอบการร้านค้า ภาครัฐจึงควรรับฟังความคิดเห็นของภาคธุรกิจและประชาชน เพื่อสร้างมาตรฐานและความเข้าใจร่วมกัน และส่งเสริมให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน