การเมือง-การปกครอง » “กรณ์ จาติกวณิช” ลงพื้นที่เชียงใหม่ หลังเวทีดีเบต ช่วยผู้สมัคร ปชป. หาเสียง ฟังเสียงเศรษฐกิจซบ ก่อนกราบพระสิงห์ขอพร

“กรณ์ จาติกวณิช” ลงพื้นที่เชียงใหม่ หลังเวทีดีเบต ช่วยผู้สมัคร ปชป. หาเสียง ฟังเสียงเศรษฐกิจซบ ก่อนกราบพระสิงห์ขอพร

14 มกราคม 2026
42   0

Share

“กรณ์ จาติกวณิช” ลงพื้นที่เชียงใหม่ หลังเวทีดีเบต ช่วยผู้สมัคร ปชป. หาเสียง ฟังเสียงเศรษฐกิจซบ ก่อนกราบพระสิงห์ขอพร รับวัตถุมงคล “พระยอดขุนพล” ไว้เป็นสิริมงคล

วันที่ 14 ม.ค. 69 นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ เขต 1 อำเภอเมือง เชียงใหม่ ที่ตลาดประตูเชียงใหม่โดยมี ต๊ะ นารากร ติยายน ผู้สมัคร สส.เบอร์ 7 เขต 1 เชียงใหม่ และพลตำรวจตรี ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผู้สมัคร สส.เบอร์ 2 เขต 2 เชียงใหม่ ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้าในตลาดให้การต้อนรับและกล่าวทักถ่าย พร้อมถ่ายภาพเซลฟี่อย่างต่อเนื่อง

นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้ดีใจมากที่ได้มาลงพื้นที่เชียงใหม่ พอดีเบตเสร็จที่กรุงเทพฯ ก็เดินทางมาเชียงใหม่ เช้านี้ก็รู้สึกสดชื่นทันที บรรยากาศดี วันนี้ได้ลงไปพบปะพี่น้องประชาชน ร่วมกับผู้สมัครของพรรคเบอร์ 7 เขต 1 และผู้สมัครเบอร์ 2 เขต 2 ซึ่งเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนจากที่รับฟังมา ไม่ว่าจะไปจุดไหนก็จะบอกว่า เศรษฐกิจไม่ดี ช่วงนี้เป็นเทศกาลท่องเที่ยวก็ไม่ได้ดี ก็เป็นความตั้งใจของพรรค และที่สำคัญที่สุดและนโยบายของพรรคคือ ต้องไม่ยากจนต่อไป เป็นเป้าหมายและนโยบาย มีหลายเรื่องที่ต้องการเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของพี่น้อง

ที่เชียงใหม่นอกจากเรื่องเศรษฐกิจ ก็มีเรื่องของสิ่งแวดล้อม สภาพอากาศ น้ำท่วม และอีกหลายๆ เรื่อง ทั้งหมดนี้ทางผู้สมัคร สส.ในพื้นที่ก็รายงานตลอด และการตอบรับของผู้สมัครของพรรคก็รู้สึกดีใจอย่างมาก

พรรคประชาธิปัตย์รอบนี้เหมือนพรรคเกิดใหม่ เรียกว่าอาจจะหลงทิศหลงทางไปนาน ซึ่งการกลับมารอบนี้ก็จะทำเรื่องการตอบรับของสังคม ผมมองว่าจะสะท้อนได้หลายๆ อย่างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนเริ่มหมดหวังกับการเมือง เรื่องมิจฉาชีพ เรื่องสแกมเมอร์ มันแทรกซึมสังคมและครอบงำการเมือง ทำให้คนในประเทศหมดหวัง พอคุณอภิสิทธิ์ กลับมาก็ปักธงว่าปัญหาของบ้านเมืองทั้งหมด ที่ใครๆ ก็รู้ว่า แก้เรื่องคอรัปชั่นได้เรื่องเดียว เรื่องอื่นก็จะดีขึ้นเยอะแล้ว ถ้าไม่กำจัดทุจริตคอรัปชั่น ทุนเทา นโยบายไฮซีซั่น ก็ไม่สามารถทำให้ประเทศดีขึ้นได้ และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ปักธงมาแล้ว โดยคนที่รักษาสัจจะ ผมเชื่อว่าคนก็จะกลับมาให้ความสนใจมากขึ้นและคนไทยมีความหวัง

การตั้งเป้าว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้เท่าไหร่ ซึ่งผมก็ไม่กล้าตั้งเป้าแม้แต่คะแนนว่าจะได้เท่าไหร่ เราเหลือเวลาอีก 3 อาทิตย์ เราสัมผัสได้ว่า ผลคะแนนเสียงตอบรับของพรรคดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกภาค จริงๆ แล้ว อยากได้มากที่สุดจริงๆ คือที่เชียงใหม่ ต้องยอมรับว่าเชียงใหม่ นอกจากเป็นเหมืองหลวงของภาคเหนือแล้ว เป็นสัญลักษณ์ของชาวเหนือ พรรคประชาธิปัตย์ และมีผู้แทนของคนเชียงใหม่เข้าไปทำงานในนามของพรรค มีความตั้งใจอย่างมากที่จะรับใช้คนเชียงใหม่ รวมไปถึงการที่เราจะพูดได้เต็มปากว่าเรากลับมาแล้ว เป็นพรรคของคนไทยทุกภาคทั่วประเทศ

จากนั้นได้เคลื่อนขบวนรถแห่หาเสียงไปตามถนนถนนพระปกเกล้า เลี้ยวซ้ายสี่แยกกลางเวียง เข้าถนนราชดำเนิน เพื่อตรงไปวัดพระสิงห์ เพื่อกราบสักการะพระพุทธสิหิงค์ ที่วัดพระสิงห์ และยังเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของ ต๊ะ นารากร ติยายน ผู้สมัคร สส.เบอร์ 7 เขต 1 เชียงใหม่ อีกด้วย ซึ่งพระพุทธสิหิงค์ หรือ พระสิงห์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของเมืองเชียงใหม่ ตามประวัติกล่าวว่าสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 700 โดยกษัตริย์ลังกา 3 พระองค์และพระอรหันต์ 20รูป เป็นผู้สร้าง พ.ศ. 1931 พระเจ้า แสนเมืองมา ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานที่วัดลีเชียงพระ (วัดพระสิงห์) ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพระวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร

โดยนายกรณ์ พร้อมผู้สมัคร ได้เขากราบไหว้ พระครูวิธานวรกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ เพื่อขอพรและปะพรมน้ำมนต์ และได้รับวัตถุมงคล เป็นพระยอดขุนพล ที่สร้างจากกระเบื้องหลังคาพระวิหารลายคำ ซึ่งปัจจุบันอยู่ช่วงระหว่างการบูรณะและนำกระเบื้องเก่ามาทำเป็นวัตถุมงคล ก่อนจะเดินกราบไหว้พระภายในวัด

ต่อมาได้ขึ้นรถแห่ผ่านถนนอารักษ์ อ้อมคูเมืองแจ่งหัวริน มาทางแจ่งศรีภูมิ เพื่อมาที่ศูนย์เลือกตั้งของผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 7 พรรคประชาธิปัตย์ (นารากร ติยายน) ถนนท้ายวัง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ร่วมวงสนทนาในหัวข้อ “Reset เชียงใหม่ด้วยเศรษฐกิจดิจิตอล” และเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ร่วมซักถามคุณกรณ์ในประเด็นต่างๆ ที่สงสัย ส่วนช่วงบ่ายออกเดินทางไปร่วมดีเบตที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่