ตำรวจเชียงใหม่ ผุดโครงการฝึก”Six Man Team & สายตรวจโดรน”เพิ่มประสิทธิภาพด้านยุทธวิธี ยกระดับความพร้อมรับมืออาชญากรรมยุคใหม่

11 มิ.ย. 69 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการฝึกเพิ่มประสิทธิภาพด้านยุทธวิธี (Six Man Team & สายตรวจโดรน) ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569” โดยมี พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.สมชาย เขียวจักร์ ผทค.ตร.รรท.รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ดำเนิน กันอ่อง ผทค.ตร.รรท.รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.สุรชัย ศุภยศอมร รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.นฤบาล จิตทยานันท์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี รองประธานสหกรณ์ ออมทรัพย์ตำรวจเชียงใหม่ จำกัด, ผู้แทน อบจ.เชียงใหม่, ผู้แทนเทศบาลนครเชียงใหม่, ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารหอประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และขีดความสามารถด้านยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์อาชญากรรมที่มีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน อาทิ เหตุจับตัวประกัน คดียาเสพติด การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ และเหตุร้ายแรงที่ผู้ก่อเหตุมีการใช้อาวุธ โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักยุทธวิธี ลดความสูญเสียทั้งต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดหาอากาศยานไร้คนขับ (Drone) จำนวน 40 เครื่อง เพื่อสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานในสังกัด ทั้งสถานีตำรวจและกองกำกับการสืบสวน พร้อมพัฒนาหลักสูตร “สายตรวจโดรน” เพื่อให้ข้าราชการตำรวจมีความรู้ความเข้าใจ สามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้สนับสนุนงานด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม งานสืบสวน และงานจราจร ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติเป็นการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทันต่อรูปแบบการก่อเหตุสมัยใหม่ สามารถระงับยับยั้งเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนที่มีต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ขอบคุณสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเชียงใหม่ จำกัด ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการ จำนวน 2,000,000 บาท เพื่อร่วมพัฒนาศักยภาพกำลังพลและสนับสนุนภารกิจด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง

ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ตรวจยึดยาบ้าอีก 2 แสนเม็ด ชายแดนแม่สาย จ.เชียงราย


00.30 7 มิ.ย. 69 กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านป่าซางงาม หมู่ 6 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวนประมาณ 2-3 คน สะพายกระสอบสีดำ เดินลัดเลาะตามสวนข้าวโพด จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ทิ้งกระสอบ แล้วอาศัยความชำนาญและความมืดในภูมิประเทศวิ่งหลบหนีไปได้ ตรวจพบกระสอบดัดแปลงคลุมถุงดำ จำนวน 2 กระสอบ ภายในบรรจุถ้วยผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ทราบยี่ห้อ กระสอบละ 10 ถ้วย ภายในถ้วยบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมยาบ้าทั้งสิ้นประมาณ 200,000 เม็ดต่อมา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบให้ ร้อยเอก ชัยวัฒน์ ทิพยศักดิ์ ผู้บังคับกองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เดินทางเข้าตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนทราบ บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบัน หน่วยได้นำของกลางส่งสถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 388 ครั้งจับกุมผู้ต้องหาได้ 379 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 225,977,060 เม็ด, เฮโรอีน 7.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 4,664.8 กิโลกรัม, ฝิ่น 256.3 กิโลกรัม และ คีตามีน 977.7 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 54 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 39 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 39,559 ล้านบาท

ตำรวจภาค5 แถลงโชว์ผลงานจับยาบ้าบิ๊กล็อต 15.64 ล้านเม็ด ไอซ์ 254 กก.

2 พ.ค..69 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5  พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ปปส. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คดี ของกลางยาบ้า 15.64 ล้านเม็ด และไอซ์ 254 กิโลกรัม ผู้ต้องหา 7 คน รถยนต์ 7 คัน โดยคดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่เจดีย์ จ.เชียงราย ตั้งด่านตรวจถนนสาย 118 บริเวณก่อนถึงด่านตรวจแม่โถ หมู่ 7 ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีเทา ทะเบียน ฉก 2692 เชียงใหม่ ขับแหกด่านมุ่งเข้าจังหวัดเชียงใหม่ จึงตามไปพบรถจอดอยู่ข้างทางในลักษณะดับเครื่องยนต์แต่ไม่ได้ล็อคประตู ไม่พบคนขับค้นในรถพบยาไอซ์ 279.4 กิโลกรัม คดี่ที่สอง ชุดสืบสวนภาค5 และสภ.แม่เจดีย์ จ.เชียงราย ตรวจพบรถยนต์กระบะแค็ป หมายเลขทะเบียน ยบ 4502 เชียงใหม่ ขับแล่นมาตามถนนหมายเลข 118 เชียงราย – เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสตงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้สัญญาณหยุดรถยนต์ เพื่อขอทำการตรวจค้น พบผู้ขับเป็นชาย 1คน เป็นชาว จ.สระบุรี ค้นรถพบยาบ้า 5,800,000 เม็ด และสามารถติดตามรถยนต์ทำทางได้ 2 คัน คือรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยารีสสีขาว หมายเลขทะเบียน ขจ 8076 พระนครศรีอยุธยา ชับและรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า เลขทะเบียน 2ขญ 743 กรุงเทพมหานคร พร้อมคนขับ 2 คน

คดีที่สาม ชุดสืบสวนภาค5 และเจ้ากน้าที่ตำรวจ สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ตรวจพบรถยนต์ยี่ห้อ อีซูซู มิวเอ็กซ์ สีดำทะเบียน 8กฆ 8418 กรุงเทพมทานคร บริเวณริมถนนเส้น เชียงใหม่-พร้าว ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่พบคนขับและคนนั่งมาด้วยเป็นชายรวม 2 คนค้นในรถพบยาบ้า 3,300,000 เม็ด คดีที่สี่ ชุดสืบสวนภาค 5 พร้อมสภ.สันทราย ออกตรวจไปตามถนนหมายเลข 1001 (เชียงใหม่-พร้าว) สังเกตเห็นชายคนหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะขับนำหน้ารถยนต์ Toyoyota สีเทา-ดำ หมายเลขทะเบียน ขต 4401เซียงใหม่ และจากการสังเกตุพบว่ารถอนต์คันดังกล่าวมีลักษณะต้องสงสัยจึงติดตามมาถึงบริเวณถนนนิมมานเหมินท์ แล้วผู้ขับขี่ก็ได้จอดรถยนต์ก่อนถึง ถนนิมมานเหมินท์ชอย 3 เจ้าหน้าที่จึงบุกค้นจับ คนขับในรถพบยาย้า 1,500,000 เม็ด และคดีที่ห้า สภ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ตั้งด่านบริเวณถนนกลางหมู่บ้านแม่แดคน้อย หมู่ที่ 4 ต.แม่แดด อ.กัลยานิวัฒนา จ.เชียงใหม่ พบรถยนต์กระบะสีเทา ยี่ห้ออิซูซู หมายเลขทะเบียน ยบ-7819 เชียงใหม่ มุ่งหน้าไปทาง อ.สะเมิงได้ส่งสัญญานเรียกให้หยุดรถ แต่รถคันดังกล่าวได้เร่งเครื่องชับฝ่าจุดสกัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามไป ระหว่างการหลบหนี รถพลิกคว่ำคนขับเสียขีวิตคารถเป็นคน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ค้นในรถพบยาย้า 5 ล้านเม็ด

กองปราบบุกรวบ”แก๊งกู้เงินด่วนทันใจ”เครือข่ายเงินกู้นอกระบบดอกโหด 304% ต่อปี หลังโปรยนามบัตรชวนกู้เกลื่อนเชียงใหม่

22 พ.ค.69 พ.ต.ท.จิรัฎฐวัฒน์ กิจรุ่งเรืองเดช สว.กก.4 บก.ป. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกจับเครือข่ายเงินกู้นอกระบบ “เงินด่วนทันใจ” ผู้ต้องหาเป็นชายอายุ 19 ปี ชาวบ้าน จังหวัดลพบุรี โดยจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านบุปผาราม ต.ชมภู อ.สารภีจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางใบปลิวและนามบัตรเงินกู้กว่า 700 ใบ บัญชีลูกหนี้ โทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับว่าทำหน้าที่แจกใบปลิวและปล่อยเงินกู้ให้เครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” มานานประมาณ 1 ปี ภายใต้การสั่งการของผู้ดูแลเครือข่ายชื่อ เฟลม จากการสอบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีการคิดดอกเบี้ยสูงถึง ร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน หรือประมาณ 304% ต่อปี ทั้งที่กฎหมายกำหนดไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี โดยยกตัวอย่าง การกู้เงิน 10,000 บาท ต้องส่งคืนวันละ 500 บาท เป็นเวลา 24 วัน รวมต้องจ่ายคืน 12,000 บาท ภายในไม่ถึง 1 เดือน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 1.ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 2.ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด 3.โฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานฯ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.สารภี ดำเนินคดีต่อไป

กองกำลังผาเมือง!!..สกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 1,270,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

6 พ.ค.69 กองกำลังผาเมืองโดย กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จัดกำลัง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการ ลาดตระเวนเส้นทางและวางกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ เส้นทางป่ากล้วย บ้านหนองบัว บริวารบ้านลาน ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ต่อมาเมื่อเวลา 14.10 นาฬิกา ตรวจพบรถยนต์กระบะติดคอกต้องสงสัย ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผว 2515 เชียงใหม่ กำลังเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่รถยนต์คันดังกล่าวไม่ยอมหยุดและพยายามขับรถเพื่อหลบหนี จึงได้ทำการไล่ติดตามจนกระทั่งมาถึงพื้นที่บริเวณเส้นทางป่ากล้วย บ้านหนองบัว บริวารบ้านลาน ต.ม่อนปิ่น อ.อฝาง จ.เชียงใหม่ พบรถกระบะคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้ คนขับอาศัยความชำนาญในพื้นที่ หลบหนีไปได้ จึงได้วางกำลังเพื่อควบคุมพื้นที่ ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 นาฬิกา ได้ทำการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว ตรวจพบกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 11 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 1,270,000 เม็ด, โทรศัพท์มือถือ Nokia จำนวน 1 เครื่อง และรถยนต์กระบะติดคอก ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผว 2515 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน

พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก เดชาธร สายหยุด รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เดินทางเข้าตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนทราบ บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบัน หน่วยได้นำของกลางส่งสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ..สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด..ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 339 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 335 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 205,701,349 เม็ด, เฮโรอีน 6.5 กิโลกรัม, ไอซ์ 3,675.8 กิโลกรัม, ฝิ่น 174.3 กิโลกรัม และ คีตามีน 437.4 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 47 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 37 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 34,983 ล้านบาท (34,983,989,145 บาท)

จับฆาตกรต่อเนื่อง!!..ฆ่าคนเร่ร่อนเผาอำพรางรวม 3 ศพในพื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย พบประวัติใช้ยาเสพติดเข้าออกคุกหลายครั้ง สารภาพลงมือเพราะความโมโห

 

1 พ.ค. 69 พล.ต.ท กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 พร้อม พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.เสวก ชูศิริ ผกก. สภ. ช้างเผือก และ พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายปะแนะ ปูลิ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย” สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 08.15 น. สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกบริเวณใต้สะพานรัตนโกสินทร์ ฝั่งตะวันตก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตรวจสอบพบผู้ตายคือ นายบุญเรือง อายุ 51 ปี เป็นชายเร่ร่อน จากการชันสูตรเบื้องต้นพบว่าถูกของมีคมแทงบริเวณลำคอก่อนถูกเผาอำพรางศพ ต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 11.13 น. สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง รับแจ้งเหตุพบชายเร่ร่อนเสียชีวิตอีก 1 ราย บริเวณใต้สะพานขรัวสลีเวียงพิงค์ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ผู้เสียชีวิตคือ นายโจ้ อายุ 46 ปี เป็นชายเร่ร่อนเช่นเดียวกัน สภาพมีเลือดออกบริเวณปาก

พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 กล่าวว่า สำหรับสองคดีนี้ถือเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ หลังรับแจ้งคนเร่เร่อนเสียชีวิตสองรายติดได้สั่งการให้ระดมกำลังตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ จากการสอบสวนนายปะแนะ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนทั้งสองคนจริง โดยผู้ตายคนแรกคือนายบุญเรือง ผู้ต้องหาให้การว่าได้เดินไปทวงโทรศัพท์จากผู้ตายคืนแต่ผู้ตายไม่ให้จึงได้ทะเลาะกันและมีการชกต่อยกันผู้ต้องหาเห็นมีดคัตเตอร์ของคนตายจึงได้ใช้แทงเข้าไปที่บริเวณลำคอหลังจากนนั้นใช้ผ้าห่มคลุมใช้ไฟแช็คจุดใส่ฟูกที่นอนจนเพื่อให้ไฟคลอกคนตายรอจนไฟไหม้ประมาณ 20 นาที จึงเดินไปยังขัวสหลีเวียงพิงค์ ตำบลฟ้าฮ่าม เพื่อจะไปหาที่นอน แต่ไปพบกับนายโจ้ อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นนอนที่นั่น และก็รู้จักกันมาก่อนเพราะเป็นคนเร่ร่อน และก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องทะเลาะกัน เพราะเคยแย่งผ้าห่มกันนอน และวันที่ก่อเหตุเพราะผู้ตตายมีกลิ่นเหม็นและพยายามจะมาขอเงิน จึงบันดาลโทสะ เตะเข้าที่ก้านคอและกระทืบซ้ำประมาณ10 นาที จนผู้ตายแน่นิ่ง จึงได้หลบหนี่แล้วออกมาโบกรถชาวบ้านขึ้นไปยังดอยสุเทพ ก่อนจะลงมาในช่วงเย็นแล้วไปนอนที่ป้ายรถเมล์ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด และโบกรถเข้ามาในเมืองต่อกระทั่งมาถูกจับกุมได้ที่บริเวณประตูช้างเผือก

นายปะแนะ ยังให้การอีกว่า ก่อนที่จะมาก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนในจังหวัดเชียงใหม่นั้น เคยก่อเหตุใช้ก้อนหินทุบและมีดแทงคนเร่ร่อนเสียชีวิตในพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงรายเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 หลังจากนั้นหลบหนีไปยังจังหวัดลำปางและเดินทางมาหางานทำที่จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งมาก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนตาย อีก 2 ศพ ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมในการเสพยาเสพติดและค้ายาเสพติด เคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดและคดีลักทรัพย์มาก่อนพึ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย พร้อมกันนี้จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นที่นายปะแนะ เคยไปพักอาศัยว่าได้มีการก่อเหตุลักษณะนี้หรือไม่

แก๊งจีนเทาเหิม!!.. จับคนไทยขังไว้ในบ้านเช่ากลางเมืองเชียงใหม่ บังคับเปิดบัญชีม้ารับโอนเงินแก๊งคอลเช็นเตอร์ ตำรวจลากคอครบแก๊งส่งเข้าคุกไทย

วันที่ 29 เม.ย.69 ที่ห้องประชุมใหญ่ สภ.เมือง เชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุดปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 ชุดสืบสวนสภ.เมือง เชียงใหม่ ได้ทำการจับกุม นายหยาง เพียงหยู อายุ 23 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ จ.980/2569 นายหยาง เจีย อายุ 31 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ จ.981/2569 และ นางญา (นามสมมุติ)อายุ 24 ปี ชาวไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ จ.982/2569 ในข้อหา”ร่วมกันเป็นอั้งยี่,ฟอกเงิน”

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากในช่วงต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหาย 3 ราย เป็นคนเชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองเชียงใหม่ ว่าถูกกลุ่มมาเฟียจีนประกาศรับสมัครงาน ทำวันละ3 ถึง5ชั่วโมง ได้เงินวันละ 5000 บาท พอผู้เสียหายไปสมัคร ก็ถูกยึดบัตร ยึดโทรศัพท์ และกักขังไว้ที่บ้านเช่าย่าน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ไม่ให้กลับบ้าน และบังคับ ให้หาคนมาเปิดบัญชีม้า เพื่อนำบัญชีมาใช้เป็นเครื่องมือในการรับโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จนผู้เสียหายมาแจ้งความ ทางตำรวจจึงสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลออกหมายจับจึงบุกจับทั้งสามคนมาดำเนินคดี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่ากลุ่มผู้ต้องเข้าไทยมากว่า3ปี โดยมีทำพฤติกรรมแบบนี้ที่ ชลบุรี ก่อน ก่อนจะหนีมาตั้งหลักที่เชียงใหม่ หลอกคนไทยไปทำงานกักขัง และนำบัญชีมาใข้รับโอนเงินจากแกํงคอลเช็นเตอร์ และถอนเงินออกมาโอนให้สมาชิกร่วมแก๊ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าแก๊งนี้หลอกคนทั่วประเทศไทยมีการแจ้งความไว้ในหลายภาคในประเทศไทย มูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลเพื่อกวาดล้าเครือข่ายนี้ต่อไป

เตือนภัย!!..หญิงสาวเข้าห้องน้ำร้านอาหาร ผับบาร์ ร้านเหล้า ระวังโดนแอบถ่ายซุกกล้องมุมมืดเก็บภาพขณะถอดถ่ายทุกข์ไว้ระเอียดยิบ ตร.ลากคอดำเนินคดี.


วันที่ 23 เม.ย.69 พล.ต.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม้ปิง พ.ต.อ.สุรชัย ท่างาม ผกก.สส.ก.จว.เชียงใหม่ ขอหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ บุกค้นบ้านหรูหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในบ้านพบ นายค.(นามสมมุติ) อายุ 41 ปี เจ้าของบ้าน เป็นนักธุรกิจหนุ่ม ค้นในบ้านพบโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ iPhone 16 Pro สีขาว จำนวน 1 เครื่องโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Vivo Y29 สีขาว จำนวน 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ยี่ห้อ HP สีเทา จำนวน 1 เครื่อง กล้องวงจรปิดขนาดเล็กชนิดส่งสัญญาณภาพระยะไกล จำนวน 11 ตัว พร้อมอุปกรณ์ส่วนควบ คลิปและภาพ ผู้หญิงสาวขณะเข้าห้องน้ำอีกจำนวนมาก จึงแจ้งข้อหา “ครอบครองสื่อลามก่อนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรือผู้อื่น”

พล.ต.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพนักงานของร้านแห่งหนึ่งในพื้นที่สภ.แม่ปิง ว่าตรวจพบกล้องวงจรปิดแบบซ่อน ถูกติดตั้งไว้บริเวณใต้อ่างล้างมือภายในห้องน้ำหญิง หันหน้ากล้องไปทางชักโครก จึงเชื่อว่ามีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดได้แอบเข้ามาติดตั้งกล้อง เพื่อถ่ายคลิปหรือภาพของหญิงขณะที่เข้าห้องน้ำในลักษณะอนาจาร เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการสืบสวนทางเทคนิคจนทราบตัวผู้กระทำความผิด และเข้าทำการจับกุมตัวได้ที่บ้านพักพร้อมของกลาง โดยคดีที่เกิดขึ้นมีการตรวจห้องน้ำหญิงพบมีการติดตั้งกล้องควบคุมระยะไกล จำนวน 4 จุด จึงขอหมายค้นบุกจับกุม โดยผู้ต้องหารับว่ามีการดูกล้อง เชฟภาพ แล้วดึงเชฟภาพมาเก็บไว้ดูเอง เราพบภาพและคลิปจำนวนมากจากผู้หญิงหลายคน โดยผู้ต้องหาทำมาหลายครั้งแล้ว โดยมีการกล้องติดใต้อ่างล้างหน้า มุมอับในห้องน้ำโดยผู้ต้องหารับว่าด้วยความคึกคะนอง โดยศึกษามาจากยูทูปแลัวชื้ออุปกรณ์มาลองทำเอง

เริ่มแล้วมหาสงกรานต์ล้านนา “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ 69”

 

 

ค่ำคืนวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ได้เปิดการทดสอบอุโมงค์น้ำบนถนนท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยปีนี้ทาง​เทศบาลนครเชียงใหม่ประกาศเดินหน้าสานต่อความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 3 กับการจัดงาน “World Songkran Thaphae Chiangmai 2026” โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เวทีโลก ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในย่านประวัติศาสตร์อย่างยั่งยืน ​ไฮไลท์สำคัญในปีนี้คือการแปลงโฉมถนนท่าแพให้กลายเป็นถนนคนเดินเล่นน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมือง พร้อมติดตั้ง “Water Tunnel” หรืออุโมงค์น้ำที่มีความยาวกว่า 130 เมตร ซึ่งถือเป็นอุโมงค์น้ำที่ยาวที่สุดในเขตเมืองเชียงใหม่ โดยใช้น้ำประปาที่สะอาดปลอดภัย ผสานกับระบบฉีดน้ำและแสงสีเสียงที่ตระการตา เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นน้ำที่แปลกใหม่และยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความชุ่มฉ่ำตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 15 เมษายน 2569 ในช่วงเวลา 18.00 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน ส่วนด้านความบันเทิง เทศบาลนครเชียงใหม่จัดเต็มด้วยเวทีกิจกรรมขนาดใหญ่ที่รวบรวมดีเจชื่อดังทั้งไทยและต่างประเทศรวมกว่า 15 ชีวิต นำโดยดีเจระดับสากลอย่าง Zan & Goku จากประเทศเวียดนาม และ Che Molly จากประเทศสิงคโปร์ ที่จะสลับสับเปลี่ยนมาสร้างความสนุกร่วมกับดีเจชั้นนำของไทยวันละ 5 คน ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับเสน่ห์ของท้องถิ่นด้วยการเปิดเวทีให้วงดนตรีชื่อดังของเชียงใหม่ อาทิ SL Music, เดอะสะล้อ และ Moonhunter ได้แสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นเมืองที่ผสมผสานกับบรรยากาศระดับนานาชาติได้อย่างลงตัว

ส่วนที่บริเวณหน้าศูนย์การค้า เมญ่า  ถนนเชียงใหม่ – ลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตั้งเวทีด้านหน้าห้าง มีดนตรี และจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นการเปิดกิจกรรมวันแรก ส่งเสริมการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวที่บริเวณการจัดงานอย่างล้นหลาม ซึ่งต้องปิดถนนเส้นทางดังกล่าวและให้รถสัญจรเส้นทางอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวล้นหน้าห้าง ออกมาจนถึงถนน

ตำรวจภาค5 แถลงโชว์ผลการกวาดล้างอาชญากรรมก่อนเทศกาลสงกรานต์


9 เม.ย.69 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 แถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงก่อน เทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยดำเนินการระหว่างวันที่ 25 มี.ค. ถึง 5 เม.ย. 2569 เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ผลการปฏิบัติการจับกุมคดีสำคัญหลายรายการ ได้แก่ คดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน 718 คดี ผู้ต้องหา 718 คน ตรวจยึดของกลางเป็นอาวุธปืนรวม 675 กระบอก วัตถุระเบิด 45 ลูก และเครื่องกระสุนปืน 3,655 นัด การจับกุมตามหมายจับสามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับได้รวม 1,216 หมาย คดีอาชญากรรมออนไลน์และม้ากดเงิน จับกุมคดีม้ากดเงินได้ 1 ราย ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมทั้งมีการติดตามคืนเงินให้กับผู้เสียหายในคดีอาชญากรรมออนไลน์ ตามโครงการ Money Cash Back จำนวน 5 คดี รวมมูลค่า 3,285,200 บาท การระดมกวาดล้างดังกล่าวนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตราการ เข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมช่วงก่อนเทศกาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงวันหยุดยาวในห้วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้