เชียงใหม่เปิดแหล่งท่องเที่ยว ปางช้าง-สวนสัตว์ ให้นักท่อเที่ยวได้เที่ยวชมแล้ว

15 มิ.ย.63 ที่ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเปิดให้บริการเที่ยวชมวันนี้เป็นแรก นางอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ปางช้างแม่สา เปิดเผยว่า วันนี้ทางปางช้างแม่สาเราได้เปิดให้บริการเป็นวันแรก โดยถือว่าเป็นการเปิดเที่ยวปางช้าง แบบมิตติใหม่ ไม่มีการแสดงช้าง ไม่มีการล่ามโซ่ช้าง ไม่มีการนั่งแหย่งบนหลังช้างแล้ว หลังการแพร่ระบาดโควิด 19 ทำให้ทางปางช้างต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ โดยเปิดให้ท่องเที่ยวชมช้าง ป้อนอาหารช้าง ให้คนผูกพันอยู่กับช้าง โดยนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวนั้นจะไม่เสียค่าบัตร ที่ปกติจะมีการเก็บค่าบัตรคนละ 250 บาท แต่ขณะนี้เปิดให้เข้าฟรี แต่จะมีการจำหน่ายอาหารช้าง ตะกร้าละ 100 บาท และตะกร้า 300 บาท ข้างในตะกร้าจะประกอบไปด้วย กล้วย อ้อย ข้าวเหนียวปั้นก้อนวิตามิน หญ้าเนเปีย ฟักทองนึ่งและอาหารช้างอัดแท่ง เป็นต้น ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมช้างสามารถซื้อป้อนช้างเพื่อเป็นการสนับสนุนอาหารช้าง 78 เชือก และควาญช้างของปางช้างแม่สา ภายในปางยังมีร้านกาแฟรวมไปถึงร้านจำหน่ายสินค้าโอท๊อปมาให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายสินค้าอุดหนุนสินค้าโอทอปของชาวบ้านด้วยสำหรับการเปิดให้บริการครั้งนี้นั้นจะเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9 นาฬิกาเป็นต้นไป โดยเปิดบริการวันละ 3 รอบๆละ 200 คน รอบแรกเวลา 9.00น.-11.00 น. รอบที่ 2 เวลา 11.00 น.- 13 .00 น. รอบที่ 3 เวลา 13.00-15.00 น. ของทุกวันโดยการเข้าเที่ยวชมปางช้างต้องผ่านจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิและผ่านอุโมงค์พ่นน้ำย่ฆ่าเชื่อด้วย

ส่วนที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้เปิดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้วยเช่นกัน มีการมอบตุ๊กตาหมีแพนด้า และตุ๊กตาหมูสีชมพูให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มแรก พร้อมกับการนำมาสคอร์ตหมีแพนด้า ร่วมกับเจ้าหน้าที่มาโปรยดอกกุหลาบบริเวณทางเข้า สวนสัตว์เชียงใหม่ ปิดให้เข้าฟรีตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิ.ย. 63 แต่หากนักท่องเที่ยวนำรถมาก็จะเสียค่าบริการจอดรถคนละ 50 บาท ค่าบริการนั่งรถราง ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ในแต่ละวันจำกัดการเข้าชมเพียงแค่วันละ 2,000 คนเท่านั้น ส่วนจุดที่ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าทั้งหมด 7 จุด เนื่องจากเป็นสถานที่ปิดคือ หมีแพนด้า, เชียงใหม่ ซู อควาเรียม, เชียงใหม่ ซู สโนว์โดม, โรงหนัง 4DX, สวนชมนกนครพิงค์, ส่วนจัดแสดงเพนกวิน และซูคิดส์โซน แต่นักท่องเที่ยวก็สามารถชมความน่ารักของสัตว์อื่นๆ ตามส่วนจัดแสดงต่างๆ ได้ตามปกติ ทั้งยีราฟ ม้าลาย ฮิปโป ส่วนจัดแสดงสวนสัตว์เปิดที่มีกวาง ละมั่ง และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย ในเร็วๆ นี้ก็อาจจะมีการติดตั้งจอโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมหมีแพนด้าผ่านจอโทรทัศน์วงจรปิดแทนการเข้าชมด้วย

จนมุมจับแก๊งค้ายานำยาบ้าและเฮโรอีนแลกรถจักรยานยนต์

วันที่ 15 มิ.ย.63 นายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสุทธิ์ นายอำเภอแม่อาย พ.ต.อ.ชลเทพ ใหม่ไชย ผกก.สภ.แม่อาย พ.อ.เอกวุฒิ สุขรส ผบ.บก.ควบคุม ทพ.ศปก.ทภ.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ทำากรจับกุมตัวนายจะฟะ จะนู อายุ 48 สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 1,314 เม็ด เฮโรอีน 3.61 กรัม นำตัวดำเนินดคีข้อหา” มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, เป็นผู้ขับขี่รถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)โดยผิดกฎหมายและเป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”

 

เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่ามีแก๊งค้ายาบ้า ต้องการนำยาบ้ามาแลกรถจักรยายนต์ที่คนร้ายได้โจรกรรมมาจากสถานที่ต่างๆใน จ.เชียงใหม่ เพื่อนำใช้ขับขี่ลำเลียงยาเสพติดตามเส้นทางจากโรงงานผลิตเข้ามาในประเทศไทย และส่วนหนึ่งนำไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน จึงส่งสายเข้าไปติดต่อนัดหมายที่สวนธรรมโกสน ม.2 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย พอถึงเวลาผู้ต้องหาหลงกลถึงถูกจับสารภาพว่า เป็นคนบ้านหมากลาง ประเทศเมียนมา ลักลอบเข้ามาอาศัย บ้านตาดหมอก ม.3 ต.แม่อาย และทำงานเกี่ยวกับการขนส่งยาเสพติด และต้องการรถจักรยานยนต์เพื่อขับขี่ลำเลียงยาเสพติดมาส่งขายในประเทศไทย และนำรถขายต่อในตลาดมืดประเทศเพื่อนบ้านจนถูกจับกุมดังกล่าว

เตือนพายุ “นูรี” ถล่มภาคเหนือหลายจังหวัด ปภ.เชียงใหม่ พร้อมรับมือช่วยเหลือประชาชนได้ทันที

นายกรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร เวรพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ส่วน จากนั้นในช่วงวันที่ 17-19 มิถุนายน 2563 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ด้านรับมรสุมของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง

ทั้งนี้ได้มีพายุโซนร้อน “นูรี” ที่ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และมีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองเอาไว้ด้วย

ว่าที่ ร้อยตรี ณัฐพงค์ ฐิตวิกรานต์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางกรมอุตุได้มีการประกาศเตือนให้รับมือ พายุโซนร้อน “นูรี” ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทำให้ภาคเหนือมีฝนตกหนัก ซึ่งอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ทางด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์กู้ภัยและเครื่องจักรกล รวมถึงกำลังพล เตรียมรับมือพายุดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ยังได้มีการนำระบบเฝ้าระวังเตือนภัยน้ำป่าไหลหลากและโคลนถล่มในจังหวัดเชียงใหม่ และอาสาสมัครมิสเตอร์เตือนภัย เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ในการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อวางแผนการรับมือ และตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อการเฝ้าระวังก่อนเกิด หรือรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหากเกิดภัยพิบัติต่างๆทางประชาชนยังสามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนสาธารณภัย 1784 ให้ประชาชนขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ชี้ถึงเวลาเปิดเมือง”เวียงพิงค์” ส่งเสริมการท่องเที่ยว หลังวูบหนักรายได้หาย 4 หมื่นล้านบาท เพราะพิษโควิด19

ที่ จ.เชียงใหม่ นายพรชัย จิตนวเสถียร อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ พร้อมด้วยกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการซักรีดอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการย่านไนท์บาซาร์ ร้านสปา ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ผู้ประกอบการนวดไทย ชมรมเพื่อนไกด์เชียงใหม่ ผู้บริหารโรงแรมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมกว่า 30 คน ได้ประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมเปิดเมืองเชียงใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวหลังจากการปลดล็อคยกเลิกเคอร์ฟิว

นายพรชัย จิตนวเสถียร เปิดเผยว่า ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความบอบช้ำมาก ซึ่งก่อนหน้านี้จังหวัดเชียงใหม่ ก็บอบช้ำจากสถานการณ์หมอกควัน มาในปีนี้ ก็มาเจอทั้งหมอกควัน และยังถูกโควิด-19 ซ้ำเติมอีก หลังจากมีการผ่อนปรน และการเดินทางได้ หลายพื้นที่ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าไปท่องเที่ยวกันแล้ว แต่จังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นจังหวัดเหมือนถูกลืม เพราะความชัดเจนที่จะเปิดเมืองนั้นยังไม่มี ซึ่งในส่วนของภาคเอกชน โดยมีสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ก็มีการพูดคุยกันว่าจะมีการจัดกิจกรรมในการเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 18 มิ.ย. นี้ เวลา 08.00 น. กิจการที่พร้อมจะเปิดกิจการ ก็จะนำป้ายร้าน ป้ายโรงแรม และสถานที่กิจการของตน มารวมตัวกันและแสดงตัวตนว่าจะเปิดกิจการ และจะเป็นการประกาศเชิงสัญลักษณ์ด้วย

ส่วนด้านความพร้อมในการเปิดกิจการมองไว้ 2 ด้านคือ 1.ความพร้อมด้านความปลอดภัย ซึ่งทุกหน่วยงานราชการ ภาคธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า รวมถึงตลาด ที่ผ่านมาได้เตรียมความพร้อม และการป้องกันโควิด-19 อยู่แล้ว หลายมาตรการก็ถูกนำไปใช้ระดับเทศ ดังนั้น มาตรการความปลอดภัย ยืนยันว่า จังหวัดเชียงใหมม่ปลอดภัยมาก ส่วนด้านที่ 2. ความพร้อมด้านธุรกิจ แต่การเจอปัญหาหมอกควัน ภัยแล้ง และเจอโควิด-19 ซ้ำ ซึ่งเจอวิกฤตมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และโยงมาถึงปีนี้ทำให้เกิดความบอบช้ำหนัก อย่างไรก็ตามความช่วยเหลือของภาครัฐที่เข้ามาช่วยเหลือภาคธุรกิจ ก็ทำให้ปัญหาบรรเททาลงไปบ้าง แต่ความเดือดร้อนทางธุรกิจยังคงมีอยู่

 

ปีที่แล้วเชียงใหม่มีรายได้จากการท่องเที่ยว 110,000 ล้านบาท ปีนี้การท่องเที่ยวเกิดผลกระทบ สูญเสียรายได้กว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้จะกลับมา 60 เปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. จนถึง เม.ย. เป็นช่วงไฮซีซั่นของจังหวัดเชียงใหม่ แต่เจอเรื่องไวรัสโควิด-19 ทำให้สูญเสียรายได้จากช่วงไฮซีซั่นไปแล้ว ส่วนเรื่องที่รัฐบาลกำลังมองว่า จะเปิดประเทศเพื่อให้ต่างประเทศที่ปลอดโรคโควิด-19 หรือประเทศที่ปลอดภัยได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศนั้น ในจุดนี้มองว่า กระบวนการของสาธารณสุขไทยความจะเปลี่ยนไปได้แล้ว ที่ผ่านมามีแต่การนำสถิติของประเทศที่ติดเชื้อโควิด-19 สูงมาจัดอันดับ แต่ไม่เคยมีบอกว่าประเทศไทยที่ไม่ติด หรือติดแล้วปลอดภัยแล้วนำมาแจ้งต่อสาธารณชน ทำให้ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานไม่ทราบ ว่าประเทศไทยจะเดินทางเข้ามาได้ และจะต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร ถึงเวลาแล้วที่ต้องใช้สถิติย้อนจากแจ้งเรื่องประเทศติดโควิด ต้องกลับมาแจ้งเรื่องประเทศไม่ติดโควิดให้กับประชาชนทราบได้แล้ว เช่นเดียวกันกับจังหวัดเชียงใหม่ ที่ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดเมืองการท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ มีความปลอดภัยอันดับต้นๆของโลก ซึ่งมีจุดนี้อยู่แล้ว และการยกเลิกเคอร์ฟิว ก็แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยอันดับต้นๆ ของโลกด้วยเช่นกัน ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนทุกฝ่ายต้องจับมือกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ให้กลับมาดังเดิมได้แล้ว อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ กล่าวในที่สุด

ทหารเชียงใหม่ สอนเด็กดำนาเรียนรู้นอกห้องเรียน แบบ New Normal พร้อมท่องเที่ยวชวนขี่ควายเดินบนแปลงนาเรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิม

 

วันที่ 10 มิ.ย. 63 ที่ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ได้จัดกิจกรรมดำนาปลูกข้าว บริเวณนาข้าวจุดชมวิวคิงคอง เนื้อที่ 4 ไร่โดยมีประชาชนและเด็กนักเรียน รวมถึงนักท่องเที่ยว เข้ามารวมกิจกรรมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมแบบ New Normal ที่ทุกคนต้องเว้นระยะห่าง มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือก่อนที่จะเข้ามารวมกิจกรรม มีการตรวจวัดอุณหภูมิด้วย

 

พ.อ.สุปกรณ์ เรือนสติ ผู้จัดการสำนักงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า กล่าวว่า การจัดกิจกรรมปลูกข้าวในแหล่งเรียนรู้ครั้งนี้ ได้ดำเนินการมาเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาจะมีเด็กนักเรียน ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก แต่ในครั้งนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมไปบ้าง เพราะอยู่ในช่วงการป้องกันไวรัสโควิด-19 ดังนั้น ได้ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุข

 

สำหรับข้าวที่ปลูกในครั้งนี้ เป็นข้าวเหนียวพันธุ์สันป่าตอง 1 โดยใช้ระยะเวลาในการปลูกรวมทั้งหมด 3 เดือน 10 วัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเก็บเกี่ยวข้าวได้ประมาวันที่ 20 ต.ค. 63 นี้ ซึ่งข้าวที่ได้มา ก็จะนำแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียงกับอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีการจำหน่าย แต่จะนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ภายในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ เนื่องจากสถานที่แห่งนี้อยู่ในเขตพื้นที่ทหาร และยังเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนา ภูมิปัญญาดั้งเดิมของการทำนา ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการปลูกข้าวเพื่อจำหน่าย แต่เน้นไปที่การเรียนรู้ของเด็ก นักเรียน เยาวชน ประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยว ไม่ให้ลืมวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิมในอดีต

รวบหนุ่มใหญ่อ้างเศรษฐกิจแย่ฉกมือถือสาวรุ่นหน้าตาเฉย

วันที่ 12 มิ.ย.63 พ.ต.อ.ชลเทพ ใหม่ไชย ผกก.สภ.แม่อาย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จับกุมตัวนายแอโบ อายุ 28 ปี ชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง โทรศัพท์ ยี่ห้อ VIVO รุ่น Y81i สีดำจำนวน 1 เครี่องรถจักรยานยนต์ ยี่ฮอนด้า เวป สีน้ำเงิน ทะเบียน จนบ 946 เชียงใหม่ จำนวน 1 คันควบคุมดำเนินดคีข้อหา”ลักทรัพย์ของผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งจากนางสาวแดง อายุ 21 ปี ชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ว่าได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อของร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ถนนสาย ฝาง-ท่าตอน หมู่ 8 ต.แม่สาว โดยลืม วางโทรศัพท์ของกลางไว้บริเวณตะกร้าหน้ารถ พอกลับออกมาโทรศัพท์หายมือถือไปเสียแล้ว

จึงสืบสวนจนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหา ได้ขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดแล้วหยิบโทรศัพท์ไปหลังถูกจับรับสารภาพว่าช่วงนี้เศรษฐกิจแย่ บังเอิญมาเห็นโทรศัพท์ราคาแพงจึงหยิบมาหวังจะนำไปขายนำเงินมาใช้จนถูกจับดังกล่าว

เจอตัวแล้วแม่เฒ่าหาเห็ดเผาะหลงป่า 5 วัน

 

จากกรณีที่นางอัมพร ตาคำ อายุ 69 ปีชาวบ้านหมู่ 7 ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ที่ออกเดินเข้าป่าหาเห็บถอบ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.63 แล้วหายสาบสูญไปในป่าพื้นที่บ้านป่าห้วยไร่ หมู่ 7 ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ทางญาติพี่น้องได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ปกครอง ทหาร ตำรวจ และชาวบ้านเดินเข้าค้นหาในป่านานกว่า 4 วันแต่ไร้วี่แววจนมีการเสริมโดรนบิน และอื่นๆเพื่อการตามหา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 12 มิ.ย.63 นายวิเศษ​ ผง​นอก​ ปลัดอำเภอ​ฝ่าย​ความมั่นคง​ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้รับรายงานความคืบหน้า จาก นายภูพิชิต ช่วยบำรุง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ว่า เวลา 05.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ได้พบตัว นางอัมพร ตาคำ อายุ 69 ปีอยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 7 ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ แล้ว บริเวณป่าห้วยตองหนาม เขตติดต่อระหว่าง ท้องที่ บ้านป่าห้า หมู่ 5 และบ้านหลวง หมู่ 6 ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนาจากการตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้น นางอัมพร มีอาการอิดโรยเล็กน้อย แต่สุขภาพร่างกายปกติดี จากการสอบถาม นางอัมพร ให้การว่า ตนเองได้ออกไปหาของป่า ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.63 โดยเดินไปเรื่อยตามลำห้วย เหนื่อยก็หาที่พักตามพื้นต้นไม้ใหญ่ และอยู่ๆก็ไปเจอคลายๆวัดร้างในป่า และพักอาศัยอยู่ที่นั้น และก็กลับออกมาไม่ได้เพราะจำทางกลับบ้านไม่ได้ ทุกวันอาศํยผลไม้ป่าเด็ดกินประทังชีวิตรอคอยการช่วยเหลือ จนกระทั่งเมื่อคืนเหมือนเห็นแสงนำทาง จึงเดินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือนำมาพักที่เพิงพักกลางป่า และเจ้าหน้าที่ก็ตามมานำตัวส่งโรงพยาบาล ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนในการช่วยเหลือในครั้งนี้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมชาวบ้านมีความเชื่อตามโบราณสำหรับการหลงป่า หากหลงป่าแล้วจะเจอผี เจ้าที่เจ้าทาง บังทางไม่ให้กลับ แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ได้นิมนต์พระมาทำพิธีเปิดป่า และออกทำการค้นหา จึงสามารถเจอตัวและทำการช่วยเหลือกลับมาได้อย่างปลอดภัย

กู้ภัยช่วยชายมุดซอกประตูรั้วเพื่อจะไปจ่ายตลาด แต่ตัวเกิดติดออกไม่ได้ ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดนำตัวออกมาออกมา

 

05.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.63 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย เทศบาลเมืองแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่า ได้เกิดเหตุ คนติดอยู่บริเวณซอกรั้วไม่สามารถออกได้ เหตุเกิดบริเวณบ้านเลขที่ 44 หมู่ 13 ต.แม่แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบผู้ประสบเหตุเป็น ชาย อายุประมาณ 45-50 ปี สภาพร่างติดอยู่บริเวณซอกรั้วประตูบ้าน มีอาการอ่อนเพลีย อิดโรย

ทางเจ้าหน้าที่จึงพยายามช่วยกันดึงร่างชายคนดังกล่าวออกมาจากซอกรั้วที่ติดอยู่ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ ให้นำเครื่องตัดถ่างเข้าให้การช่วยเหลือในการนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากซอกรั้วดังกล่าว โดยต้องใช้เวลากว่า 20 นาที จึงสามารถนำตัวชายผู้ประสบเหตุออกมาได้ โดยทางผู้ได้รับบาดเจ็บมีอาการอ่อนแรงเนื่องจากหายใจลำบาก และยังพูดวกไปวนมา ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการปฐมพยาบาล และส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล

ชายคนดังกล่าวได้พักอาศัยอยู่บ้านที่เกิดเหตุ โดยช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาเจ้าตัวจะไปซื้อของที่ตลาด แต่เดินมาถึงหน้าบ้าน ได้ลืมกุญแจเปิดประตูรั้ว จึงได้พยายามมุดช่องบริเวณรั้วบ้าน เพื่อที่จะออกไป แต่ระหว่างที่เจ้าตัวพยายามสอดตัวเพื่อที่จะลอดผ่านช่องประตูนั้น ปรากฎว่าลำตัวเกิดติด ไม่สามารถขยับได้ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือ

ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่เชียงใหม่ตรวจตลาดสด คุมเข้มการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า

นายนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปตรวจสอบยังบริเวณตลาดสด ตลาดประตูเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามมาตรการ การป้องกันการแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรน่า และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยจากการตรวจสอบพบว่าทางผู้ประกอบการตลาดสดได้มีการควบคุมทางเข้าออกและลงทะเบียน รวมถึงการบังคับให้มีการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ การจัดให้มีแอลกอฮอล์ล้างมือ การตรวจวัดไข้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจน

โดยทางด้านนายนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยว่า ตนได้เดินทางมาเชียงใหม่ในครั้งนี้เพื่อตรวจเยี่ยมสถานประกอบการต่างๆ ที่ได้รับการผ่อนปรน ว่าได้มีการดำเนินการตามมาตรการ การป้องกันการแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรน่าหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบที่ผ่านมาก็พบว่าสถานบริการต่างๆ รวมไปถึงผู้ประกอบการต่างให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีการระบุไว้เป็นอย่างดี แต่บางรายยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง ซึ่งตนก็ได้มีการให้คำแนะนำให้ผู้ประกอบการนำไปปรับปรุงแล้ว ทั้งนี้ในช่วงบ่ายทางคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะได้มีการเดินทางไปตรวจ ตามร้านนวดสปาต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการ ที่ได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า19ต่อไป