ไฟป่าเผาต้นไม้ใหญ่โค่นทับร่างผัวเจ็บเมียดับอนาถ

ร.ต.ท. วาทิศ วงศ์จันทร์ ร้อยเวร สภ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน รับแจ้งเหตุมีต้นไม้ขนาดใหญ่ลัมทับคนขณะขับขี่รถจักรยานยนต์วิ่งผ่านเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย เหตุเกิดบนถนนทางเส้นทางห้วยปูลิง ช่วงระหว่างบ้านน้ำฮู – บ้านห้วยฮี้ ต.ห้วยปูลิง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จึงไปสอบสวนพร้อมกับพวก แพทย์เวร รพ.ศรีสังวาลย์ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพฟ้ามุ้ย และมูลนิธิบรรเทาสาธารณภัย จ.แม่ฮ่องสอน

ในที่เกิดเหตุพบต้นไม้ขนาดใหญ่ขนาด 2 คนโอบยาวประมาณ 14 เมตร ล้มลงมาขวางถนนทั้ง 2 เลนส์ พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย ทราบชื่อนายเสรีชัย อายุ 61 ปี เป็นชาวต.ห้วยปูลิง ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง พยามคานออกมาจากใต้กิ่งไม้ใหญ่ที่ล้มหักเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพจึงรีบช่วยเหลือนำส่งรักษายังโรงพยาบาลศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอน นอกจากนี้ที่เกิดเหตุยังมีหญิงอีก 1 คนถูกกิ่งไม้ใหญ่ส่วนปลายทับร่างติดอยู่กับซากรถจักรยานยนต์ฮอนดร้าเวฟสีดำหมายเลขทะเบียน กคค 707 แม่ฮ่องสอน สภาพศพร่างกายแหลกเหลว ศีรษะถูกไม้ฟาดทับจนแบนเสียชีวิตอย่างสยดสยอง ทราบชื่อผู้เคราะห์ร้ายรายนี้คือนางแดง อายุ 50 ปี เป็นภรรยาของนายเสรีชัย จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายเสรีชัยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พานางแดงผู้เป็นภรรยานั่งช้อนท้ายไปทำธุระและกลับจากเยี่ยมญาติในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เกิดมีไฟลุกลามไหม้ป่าบนดอยข้างทาง ทำให้ต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านบนข้างทางถูกไฟป่าเผาไหม้ จนโค่นล้มลงมาทับร่างของทั้งสองจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ขณะเดียวกันที่ จ.แม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก Pm 2.5 ม ทะลักพรวดสูงถึง 152 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร เกินเกณฑ์มาตรฐานมาแล้ว 14 วัน มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนสาเหตุเกิดจากการลักลอบเผาป่าและมีไฟไหม้หลายจุดบนดอยทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดับไฟที่ลุกไหม้อยู่ด้วยความยากลำบาก

สลดตร.พังประตูห้องพักช่วยตัวประกันพบ3ศพภายในห้องหลังคนร้ายจับขังข้ามคืน

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมตัวนายสุเมธ ครองวงศ์ อายุ 25 ปี และน.ส.อาณดา ปิยะรักษ์ อายุ 18 ปีที่คอนโดหรูแห่งหนึ่งกลางเมืองเชียงใหม่ แต่คนร้ายไม่ยินยอมให้ทำการจับกุม และไม่ยินยอมมอบตัว พร้อมใช้ปืนขู่จะฆ่าทิ้งคนในห้องที่มีอยู่ 4 คนโดยมีนายสุเมธ นส.อาณดา และหญิงสาวอีก 1 คน และเด็กอายุ 3 ขวบซึ่งเป็นบุตรสาวนายสุเมธ จนเจ้าหน้าที่นำญาติมาเจรจา นายสุเมธ ก็ปล่อยตัวเด็กออกมา และยิงปืนภายในห้องจำนวน 4 นัดก่อนทุกอย่างเงียบหายไป ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 6 มี.ค.64 พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก พ.ต.อ.ศุภชัย ยอดคำ ผกก.นปพ.ภาค 5 พร้อมชุดสืบสวนจังหวัด สืบสวนท้องที่ที่เกิดเหตุ สืบสวนภาค 5 ได้ร่วมประชุมแผนความคืบหน้าของคดี โดยสรุปการประชุมได้ว่าตั้งแต่เมื่อวานตอน 16.00 น.ที่มีการยินปืนภายในห้องจำนวน 4 นัด และมีกระจกห้องด้านซ้ายแตก จากนั้นความเคลื่อนไหวภายในห้องก็เงียบหายไป โดยตลอดทั้งคืนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำคนออกจากคอนโด และไปแฝงตัวอยู่ห้องข้างๆ โดยทั้งคืนไม่มีความเคลื่อนไหวหรือเสียงใดๆออกมาจากห้องของคนร้าย นอกจากนี้ในเวลา ตี 2 เจ้าหน้าที่ได้ใช้โดรนจับยความร้อน บินเข้าไปบริเวณด้านนอกของห้องคนร้าย แต่ก็ไม่สามาถจับความร้อนใดๆภายในห้องได้ ซึ่งสถานการณ์ภายในมีความเป็นไปได้ว่าทั้งหมดอาจจะยังมีชีวิตอยู่ หรืออาจจะเสียชีวิตทั้งหมดแล้ว

โดยตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่อาจจะใช้แผน 2 รูปแบบโดยรูปแบบแรกเจาะเข้าประตูหน้า เพื่อดูว่าภายในห้องยังอยู่กันครบทุกคนหรือไม่ แผลสองคือนำกระเช้าของอบจ.เชียงใหม่ เข้าทางหน้าต่างหลังห้อง ซึ่งหากภายในห้องมีคนอยู่และคนร้ายต่อสู้ ก็จะถอยกำลัง แต่หากทุกอย่างภายในห้องเงียบก็จะเข้าไปเคลียพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 6 มี.ค เจ้าหน้าที่ได้บุกพังประตูห้องเข้าไปพบศพ นายสุเมธ และหญิงสาวอีก 2 คน ถูกยิงเสียชีวิตทั้ง3ราย ภายในห้องพักดังกล่าวคาดว่าผู้ลงมือน่าจะเป็นนายสุเมธ เป็นคนยิงช่วงเย็นของเมื่อวานนี้

เงินซื้อได้ทุกอย่างขบวนการค้ายาเสพติดจ้างแชมป์รถแข่งหลายสนามขนยาบ้า11.1ล้านเม็ดซิ่งหนีตำรวจ

5 มี.ค.64 พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายธีรพล อายุ 37 ปี น.ส.เมทณี อายุ 25 ทั้งคู่เป็นชาวจังหวัดตราดพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 11,102,000 เม็ด มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน 2ฒท 551 กทม. ดำเนินดคีข้อหา” ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ก.พ.64 ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 จับกุมตัวนายปรีดา อายุ 29 ปี ชาว จ.ตราด พร้อมของกลางเฮโรอีน 491 ก.ก. รถยนต์บรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 70 9612 นครราชสีมา ที่ด่านตรวจห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ จากการสืบสวนขยายผลพบว่า หลังจากที่พ่อค้ายานายทุนใหญ่ในจังหวัดตราด ถูกจับยาล็อตนี้ทำให้เสียหายหนัก จึงได้จ้างนักแข่งรถมืออาชีพคือนายธีรพล หรือ”ปุยเรสซิ่ง” อดีตนักแข่งรถยนต์แชมป์หลายสนามเพื่อหลบเลี่ยงการติดตามของตำรวจ โดยใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ตกแต่งเครื่องให้แรงขึ้น ลักลอบขนยาล็อตใหม่ โดยจ้างในราคา 2 แสนบาท ตำรวจติดตามรถคันดังกล่าวมาจาก จ.เชียงราย และมาหลุดที่ จ.พะเยา เพราะนายธีรพล มีความชำนาญเส้นทางและขับรถเร็วมาก กระทั่งต่อมาพบรถคันดังกล่าวจอดอยู่บนเส้นทาง ระหว่างบ้านธาตุ-บ้านเชียงบาน ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยมีการขนยาบ้าลงเพื่อซุกซ่อนในร่องคูน้ำที่แห้งริมถนนจึงถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เร่งช่วยเหลือช้าง7เชือกกินอาหารปนเปื้อนยาฆ่าหญ้าในพื้นที่อ.อมก๋อยบางเชือกสาหัสต้องใช้รถบรรทุกขนส่งรพ.ช้างลำปาง

5 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านทีมงานศูนย์วิจัยช้างและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุช้างของชาวบ้านกินอาหารที่มีสารเคมียาฆ่าหญ้าเข้าไป ทำให้มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด 7 เชือก เหตุเกิดที่หมู่บ้านโฆ๊ะผะโด๊ะ ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่

จึงจัดทีมแพทย์เข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากพื้นที่อยู่ไกลทำให้ทางทีมเจ้าหน้าที่ต้องดินทางนานหลายชั่วโมง เนื่องจากพื้นที่หมู่บ้านโฆ๊ะผะโด๊ะตั้งอยู่เกือบถึงชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าช้างทั้ง 7เชือก กินอาหารซึ่งเป็นพืชผักที่มีสาร”พาราควอต” ที่เป็นส่วนผสมของยาฆ่าหญ้า ทำให้มีอาการเป็นแผลไหม้ในปากและลิ้น ทางทีมสัตวแพทย์ได้ทำการล้างแผลและให้ยาลดการอักเสบ โดยพบว่ามีช้าง 5 เชือก มีอาการหนัก จึงนำช้างที่ได้รับบาดเจ็บหนักขึ้นรถส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย Elephant Hospital, TECC ที่จังหวัดลำปาง ต่อไป

เชียงใหม่ไฟป่าจากฝีมือคนจุดเผายังลุกลามไม่หยุดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนดับไฟขี่จยย.ตกเขาบาดเจ็บซี่โครงหักขณะออกดับไฟป่า

4 มี.ค.64 นายติทู พฤกษาไพรกุล หัวหน้าชุดที่ 18 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ทหาร ชาวบ้าน  ทำการออกตรวจลาดตระเวน ติดตามจุดเกิดความร้อนหรือจุด hotspot ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย บริเวณ ห้วยมะแหน ม.6 ต.ม่อนจอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พบไฟไหม้พื้นที่ป่าในพื้นที่จำนวน 2 จุดทางเจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังทำการดับไฟป่า โดยพื้นที่ความเสียหายกว่า 105 ไร่ ส่วนพื้นที่ห้วยโหล้มะขามป้อม ม.2 ต.ยางเปียง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พบไฟไหม้ป่าพื้นที่เสียหายหลังดับ 15 ไร่ ส่วนพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย บริเวณ ห้วยแม่ลาย ม.5 ต.มืดกา อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ พบไฟไหม้ป่า 1 จุด พื้นที่ความเสียหาย 78 ไร่ โดยสาเหตุของการเกิดไฟป่าเชื่อว่ามาจากการจุดของคนเพื่อหาของป่า

ส่วนพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติขุนดอยห้วยอีด้อง หมู่9 ต.แม่วิน อ.แม่วาง เชื่อมต่อตำบลแม่วิน,ดอนเปา,บ้านกาด เจ้าหน้าที่เร่งเข้าพื้นที่ทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันการรุกลาม ของไฟป่าในพื้นที่มีไฟไหม้ป่าพื้นที่เสียหายกว่า 100 ไร่ ซึ่งพืนที่เหล่านี้เป็นเขาสูงชัน ส่งผลให้นายทรงศักดิ์ ป๊อกลืมริน พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.2 (ปางเติม) ได้ประสบอุบัติเหตุขณะขับรถลาดตะเวนพื้นที่เกิดไฟป่า และเกิดอุบัตเหตุ รถจักรยานยนต์ลื่นล้ม เสียหลักลื่นไถล พลัดตกเขา ได้รับบาดเจ็บบริเวณบริเวณชายโครง ไม่สามารถขยับตัวได้ จึงได้แจ้งประสานงานกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำตำบลทุ่งปี้ อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มารับตัวนำส่งโรงพยาบาลสันป่าตอง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำการรักษาตัวโดยเร่งด่วน ซี่โครงหัก 1 ซี่ ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้การช่วยเหลือแล้วในเบื้องต้น

สลดยายพาหลาน6ขวบซ้อนท้ายจยย.จะเลี้ยวเข้าซอยปิ๊กอัพวิ่งตามมาหักหลบไม่ทันชนท้ายร่างกระเด็นดับทั้งคู่

2 มี.ค.64 ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ ปัญญาดี ร้อยเวร สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนจักรยานยนต์มีคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เหตุเกิดถนนสาย แม่ออน-ดอนจั่น บ้านดงขี้เหล็ก ต.แช่ช้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุพร้อมกับพวกและเจ้าหน้าที่กู้ภัย

จุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพล้มอยู่กลางถนน มีร่องรอยถูกชนบริเวณด้านท้ายได้รับความเสียหาย ห่างออกพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน ยค 1628 นครราชสีมา จอดอยู่กลางถนน สภาพกันชนและด้านหน้าพังยับเยิน ริมถนนพบศพ ด.ช..ดาว (นามสมมุติ) อายุ 6 ปี ถูกแรงอัดของการชนกระเด็นเสียชีวิตเลือดไหลนองพื้น ส่วนคนเจ็บอีกรายชื่อนางรสริน อายุ 56 ปี ชาวอำเภอสันกำแพง ได้รับบาดเจ็บสาหัสเจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำร่างส่งโรงพยาบาลแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างทาง ส่วนคนขับรถยนต์คือนายศรายุธ อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ยืนรอให้การกับกับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตกใจ

จากการสอบสวนเบื้อต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุนางรสริน ได้พาหลานชายซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กลับจากไปทำธุระข้างนอกขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนและกำลังจะเลี้ยวข้ามถนนเข้าซอยในหมู่บ้านรถยนต์วิ่งตามหลังมาหักหลบไม่ทันพุ่งชนท้ายเป็นเหตุให้สองยายหลานเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่จะสอบสวนคนขับรถยนต์และพยานแวดล้อมเพื่อความแน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง

ตร.สืบสวนภาค5ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่กลางเมืองเชียงราย

2 มี.ค.64 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 ได้รับรางานจากพ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง.ผบก.สส.ภ.5 ว่าได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้บุกจับนายทัธนา อายุ 21 น.ส.ปณิดา อายุ 22 ปี และนายบัณฑิต อายุ 24 ปี ทั้งหมดเป็นชาวเชียงราย พร้อมของกลาง ชุดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน 3 ชุด โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง นำตัวดำเนินดคีข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดย ทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับ อนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือข้อความในใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12″

การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีแก๊งพนันออนไลน์ มาเช่าบ้านหรู เปิดเป็นฐานแหล่งพนันออนไลน์ จึงขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดเชียงราย บุกเข้าค้นที่บ้านเลขที่ 388/43 ม.16 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย จ.เชียงราย เมื่อเข้าไปถึงก็พบผู้ต้องหาจำนวน 3 คนกำลังนั่งทำโปรโมชั่นต่างๆกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์การเล่นพนันออนไลน์รูปแบบต่างๆเช่นไพ่เสือมังกร ไพ่บาคาร่า ฟุตบอล หวย สล็อต และการละเล่นอื่นๆอีกมากกว่า 50 ชนิด มีสมาชิกจำนวน 2,000 คน มีเงินหมุนเวียนการเล่นวันละไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท เดือนหนึ่งมีการโอนเงินเล่นมากกว่า 1 ล้านบาท จึงจับกุมตัวทั้ง 3 คนไว้พร้อมของกลาง จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับจ้างจากเจ้ บ. เอเยนต์เว็บไซต์รายใหญ่ ว่าจ้างพวกตนคนละ 12,000 บาท เปิดมาได้ 3 เดือน ส่วนบ้านหลังนี้ทางเจ้ บ. ได้มาเช่าในราคาเดือนละ 10,000 บาท เพื่อใช้เป็นที่ทำงาน ซึ่งจะขยายผลการจับกุมไปยังกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สืบชะตาป่าบงน้ำล้อมประกาศปฏิญญาป่าฮิมอิงนักอนุรักษ์เสนอเป็น“แรมซาร์ไซต์”อัตลักษณ์พื้นที่ชุ่มน้ำริมน้ำอิง

ที่ป่าชุ่มน้ำบ้านป่าบงน้ำล้อม ชาวบ้านหมู่ 1 ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ได้จัดกิจกรรม “สืบชะตาป่าชุ่มน้ำ แม่น้ำอิง” โดยชาวบ้านหลายหมู่บ้านในตำบลยางฮอมและชาวบ้านในพื้นที่ป่าชุ่มน้ำอิง กว่า 200 คนเข้าร่วม โดยนายอิทธิมนต์ สุขศรี ผู้ใหญ่บ้านป่าบง กล่าวว่าชาวบ้านป่าบงอพยพมาจากเมืองน่านตั้งแต่สมัยอยุธยานำโดยแสนหลวงอินทรเรืองฤทธิพร้อมชาวบ้าน 16 ครอบครัว ได้พบเห็นที่รบลุ่มเขาดอยยาวมีความเหมาะสมกับการสร้างชุมชนริมที่ราบแม่น้ำอิง โดยในฤดูน้ำหลากน้ำมักท่วมหมู่บ้าน

นายทรรศักดิ์ เมืองแก่น ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าบง กล่าวว่า ตนเกิดมาก็เจอป่าผืนนี้แล้ว ซึ่งปัจจุบันมี 229 ไร่ โดยเป็นป่าชุ่มน้ำที่เกิดขึ้นเองธรรมชาติและชุมชนช่วยกันรักษาเอาไว้ ส่วนมากเป็นต้นข่อย ในฤดูน้ำหลากน้ำในแม่น้ำอิงจะเอ่อท่วมแต่ต้นไม้แต่ไม่ตายและกลายเป็นพื้นที่หากินและวางไข่ของปลาราวเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน แต่น้ำไม่หลากท่วมมาแล้ว 3 ปี อย่างไรก็ตามชาวบ้านยังได้ใช้ประโยชน์จากป่าผืนนี้ร่วมกัน ทั้งหาผัก หาปลา เอาไม้ตายมาทำฟืน โดยมีกติการ่วมกัน เช่น ใครล่าสัตว์ถูกปรับ 1 หมื่นบาท เพราะที่นี่ยังมีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ไก่ป่า นก อีเห็น

เมื่อสมัยผมเด็กๆป่าชุ่มน้ำแห่งนี้ผืนใหญ่กว่านี้มาก แต่มีคนอยากแบ่งไปเป็นที่ทำกิน จนกระทั่วราวปี 2517 คนเฒ่าคนแก่จึงห้ามโค่นและแผ้วถางป่าเพราะต้องการรักษาเอาไว้ให้ลูกหลาน เราจึงร่างกติกาการใช้ร่วมกัน เราต้องการให้ป่าผืนนี้ได้ขึ้นทะเบียนป่าชุ่มน้ำเพื่อที่จะได้อนุรักษ์สืบต่อไปและไม่ให้ใครมาบุกรุก โดยปัจจุบัน เด็กๆลูกๆหลานๆ ได้มาหาปลา เล่นน้ำ นักเรียนมาสำรวจป่าศึกษาธรรมชาติ สมัยก่อนผมก็เลี้ยงควายในป่านี้ สนุกมาก เล่นน้ำกับควายตั้งแต่เช้าจนเย็น สมัยนั้นทุกบ้านต่างมีควายไว้ไถนา แต่ตอนหลังพอมีเครื่องจักรกล ควายเริ่มหายไปจนเดี๋ยวนี้ไม่มีบ้านไหนเลี้ยงควายอีกแล้ว อยากให้มีการสำรวจป่าผืนนี้และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพราะประชาชนจะได้ร่วมกันเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่า สัตว์น้ำและกล้วยไม้ ที่ผ่านมาเคยมีภัยถูกคุกคามเพราะมีความพยายามขยายเขตนาเข้ามาในป่า แต่ตอนนี้ผืนป่ากลายเป็นพื้นที่สาธารณะแล้วภัยดังกล่าวจึงหมดไป ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าบง กล่าว

ในช่วงท้ายของกิจกรรมชาวบ้านได้ร่วมกันประกาศ “ปฏิญญาป่าฮิมอิง” ว่า 1.เราจะร่วมกันรักษา ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ป่าฮิมอิง รวมทั้งพื้นที่ชุ่มน้ำอื่นๆ เช่น หนอก บวก อย่างยั่งยืน 2.เราจะเคารพสิทธิในการจัดการทรัพยากรของชุมชนที่ตั้งอยู่บนภูมิปัญญาท้องถิ่น 3.เราจะร่วมกันปกป้องพื้นที่ป่าอัตลักษณ์พิเศษสู้นโยบายการคุ้มครองพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ(แรมซ่าไซต์) 4.เราจะประสานงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างบูรณาการ สอดคล้องต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ด้านนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่าป่าผืนนี้เป็นส่วนหนึ่งใน 26 แปลงของป่าชุ่มน้ำอิงที่มีคุณสมบัติเป็นป่าอัตลักษณ์พิเศษซึ่งได้มีการประเมินโดยคณะวิชาการของกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็น “แรมซาร์ไซด์” หรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ซึ่งเราได้ทำเรื่องผ่านจังหวัดไปแล้ว ขั้นต่อไปรอให้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการต่อไป

โจรแสบเจาะตู้เอทีเอ็มแบงก์ไทยพาณิชย์กวาดเงินสดกว่า2ล้านบาทหนีลอยนวล

25 ก.พ.64 พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้รับรายงานจากพ.ต.อ.ชัชวรินทร์ บุนนาค ผกก.สภ.จอมทองจ.เชียงใหม่ ว่า เกิดเหตุคนร้ายบุกเผาและเจาะตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาจอมทอง ตั้งอยู่หมู่ 5 ถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ฉกเงินสดไปได้กว่า 2 ล้านบาท

จึงเดินทางไปสอบสวน โดยตู้เอทีเอ็มดังกล่าว ตั้งอยู่ใต้ตึกธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งธนาคารดังกล่าวได้ปิดสาขาไปเมื่อเดือน กรกฏาคม 63 แต่ยังเปิดตู้เอทีเอ็มให้บริการประชาชอยู่ คนร้ายน่าจะเข้ามาก่อเหตุในช่วงคืนวันที่ 24 ก.พ. โดยงัดกระจก และแอบเข้าไปในตัวอาคาร ตรงเข้าไปด้านหลังของตู้เอทีเอ็ม ใช้ไฟเผาด้านหลังของตู้เอทีเอ็มแล้วเจาะกวาดเอาเงินสดไปไม่ต่ำกว่า 2.1 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าธนาคารที่ได้นำเงินสดจำนวนกว่า 6.2 ล้านบาท มาใส่ไว้ในตู้เอทีเอ็มจำนวน 2 ตู้ที่ธนาคารดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนได้ใช้กดเงินสด ก่อนถูกคนร้ายคาดว่ามาด้วยกันไม่ต่ำกว่าสองคนลงมือในครั้งนี้ซึ่ง ผู้การตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่และเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

รวบแล้วแก๊งเงินกู้ดอกโหดข่มขู่ทวงหนี้แม่บ้านปั๊มน้ำมันจนเครียดแขวนคอตายหนีหนี้

 

วันที่ 23 ก.พ.64 พ.ต.ท.นฤทธิ์ เกิดดี รอง ผกก.วข.สส.ภ.5 พ.ต.ท.โชติพัฒน์ แสงโรจน์ สว.สส.สภ.สารภี พร้อมชุดสืบสวนภาค 5 และสืบสวนสภ.สารภี ได้ทำการจับกุมตัวนายพรพิทักษ์ อายุ 43 ปี ชาว จ.ระยอง พร้อมของกลาง แผ่นกระดาษจดบัญชีรายชื่อลูกค้าที่เรียกเก็บรายวัน 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่องรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าดรีมสีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กพ 2403 เชียงใหม่ จำนวน 1 คันนามบัตรเงินกู้ จำนวน 3 ใบเงินสดจำนวน 700 บาท นำตัวดำเนินคดีข้อหา”ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้อนุญาตจาก รมต.กระทรวงการคลัง,ให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยเรียกอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ”

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อ22 ก.พ.64 ที่ผ่านมา เกิดเหตุนาง ก.(นามสมมุติ) อายุ 48 อยู่บ้านกู่แดง หมู่ 6 ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ผูกคอตายหนีแก๊งท้องหนี้ดอกโหดกับต้นลำไยหลังบ้าน หลังเกิดเหตุทางตำรวจได้ลงพื้นที่เพื่อสืบสวนทราบว่าผู้ตายแต่เดิมมีอาชีพขายผัดไทย แต่ด้วยพิศเศรษฐกิจซบเซาขายไม่ค่อยได้จึงหันไป กู้เงินดอกเบี้ยโหดมาจำนวน 7 เจ้าด้วยกันโดยพยามหมุนเงินต้องผ่อนรายวันเป็นดอกลอยสูงถึง วันละ 2,100 บาท และพอหมุนเงินไม่ทัน จึงไปทำงานพิเศษเป็นแม่บ้านปั๊มน้ำมันเพื่อหาเงินมาจ่ายแต่ก็ยังไม่พออยู่ดีถูกแก๊งดอกโหดทวงทั้งกลางวันและกลางคือจึงเกิดความเครียดผูกคอตายหนหนี้ดังกล่าว

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนก็พบว่านายพรพิทักษ์ เป็นหนึ่งในเจ้าหนี้เงินกู้มีพฤติกรรมข่มขู่ผู้ตาย จึงสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมได้ขณะไปเก็บเงินกู้ลูกค้าย่านถนนเลียบรถไฟ ต.หนองผึ้ง นำตัวมาสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าปล่อยเงินกู้ให้ผู้ตาย โดยผู้ตายกู้เงินของตนเองไปจำนวน 6,000 บาทตนมาเก็บดอกลอยวันละ 120 บาท แต่ผู้ตายบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายมาหลายวันแล้วติดต่อไปก็ติดต่อไม่รับ แต่ตนไม่เคยข่มขู่ แค่ทวงบ่อย ทวงทุกทาง ไม่คาดผู้ตายจะฆ่าตัวตาย

นายเลอยศ พุทธชิโนรสสกุล นายอำเภอสารภี พ.ต.อ.บัญชา อินถา ผกก.สภ.สารภี พร้อมคณะได้เดินทางไปที่วัดกู่แดง หมู่ 6 ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เพื่อไปเยี่ยมให้กำลังใจญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตพร้อมให้กำลังใจครอบครัว โดยทางนายอำเภอ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกวาดล้างเครือข่ายแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด มาดำเนินดคีให้ได้ทั้งหมด และสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าพื้นที่ทุกหมู่บ้าน รับฟังชาวบ้านหากพบแก๊งเงินกู้เข้ามาหรือใครปล่อยกู้ในหมู่บ้านให้แจ้งตำรวจ หรืออำเภอ เพื่อดำเนินการจับกุมอย่างเด็ดขาดต่อไปเพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย