รวบแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ขณะขนเฮโรอีน26.2กก.ฝากส่งให้ลูกค้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชน

24 มี.ค.64 พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ถนัด ชุ่มมะโน ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย จับกุมนางเจิ้งหยิ่ง อายุ 45 ปี ชาว ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และนายสมศักดิ์ อายุ 34 ปี ชาว ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักรวม 26.2 กิโลกรัม ดำเนินคดีข้อหามายาเสพติดให้โทษประเภทที่1(เฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบว่าว่าจะมีแก๊งค้ายาเสพติดนำเฮโรอีนจำนวนมากมาฝากส่งกับบริษัทรับส่งพัสดุเอกชน ที่สำนักงานหมู่ 8 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จึงไปตรวจสอบพบคนร้ายไหวตัวทันขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 1ขฆ-8266 กรุงเทพ หลบหนีไปโดยทิ้งกล่องบรรจุยาเสพติดไว้จำนวน 3 กล่อง มีชื่อผู้รับปลายทางติดไว้เรียบร้อยเมื่อเปิดดูทั้ง 3 กล่อง พบเป็นเฮโรอีนนำหนักรวม 26.2 กิโลกรัม จึงแจ้งข่าวเพื่อสกัดจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ที่ตู้ยามตำรวจแม่มะ ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย สำหรับยาเสพติดล็อตนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าเป็นของแก๊งนายตี๋ ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลักลอบขนส่งเข้าพื้นที่ชั้นในของประเทศ ซึ่งจะได้สืบสวนสวนเพื่อขยายผลถึงแก๊งค้ายาเสพติดที่ร่วมขบวนการนี้ต่อไป

บ่อนไฮโลแตกลอบเล่นข้างวัดชาวบ้านร้องตำรวจบุกจับรวบได้16คน

24 มี.ค.64 พ.ต.อ.ณฐภณ แก้วกำเนิด ผกก.สภ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พร้อมพวก จับกุมตัวผู้ต้องหาได้เป็นชาย 16 คน ทั้งหมดเป็นชาวเชียงใหม่ พร้อมของกลางไพ่ 2 สำรับ ลูกเต่าสำหรับเล่นพนันไฮโล 1 ชุด เงินสดจำนวน 300 บาท แผงปูพนันไฮโล 1 ชุด นำตัวดำเนินคดีข้อหา”ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนัน พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่องการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ”

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าที่บริเวณป่าละเมาะข้างวัดมืดกา หมู่ 17 ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีกลุ่มนักพนันจำนวนมากลักลอบมั่วสุ่มเล่นการพนัน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านใกล้เคียงส่งเสียงดัง และกลัวเป็นแหล่งแพร่ระบาดโควิด-19 จึงนำกำลังเข้าจับกุมเมื่อตำรวจกลุ่มนักพนันตกใจพากันแตกกระเจิงวิ่งหนีคนละทิศละทางสามารถจับกุมตัวได้ 16 คน โดยผู้ถูกจับกุมอ้างว่าเล่นเป็นเพื่อนเจ้าภาพงานศพซึ่งตั้งสวดอยู่ในวัด ทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

หนุ่มใหญ่โหดแทงทะลุตัดขั้วหัวใจพ่อเฒ่ากระเหรี่ยงวัย70ดับโมโหจับเมียมัดมือขังไว้ในบ้านเมียร้องขอชาวบ้านช่วยพ่อเฒ่าสงสารช่วยออกมาผัวไม่พอใจยุ่งเรื่องผัวเมียเขาทำไมอย่างนี้ต้องตาย

22 มี.ค.64 พ.ต.อ.ปริญญา เพชรมี ผกก.สภ.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตายที่บ้านเลขที่ 12/1 บ้านวาซอทะ หมู่ 13 ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ภัย แพทย์เวรจากโรงพยาบาลอมก๋อย

ที่เกิดเหตุข้างบ้านไม้ชั้นเดียว พบศพนายชะปู่ แนนอ อายุ 70 ปีเจ้าของบ้านถูกอาวุธมีดปลายแหลมแทงเข้าที่อกซ้าย คมมีดทะลุตัดขั้นหัวใจ นอนเสียชีวิตจมกองเลือดกลิ่นคาวคลุ้งทั่วบริเวณ ส่วนคนร้ายคือนายดิ๊โพ ชาแฮ อายุ 49 ปีอยู่บ้านเลขที่ 61/2 หมู่ หมู่บ้านเดียวกันหลังก่อเหตุหนีไปหลบอยู่ท้ายหมู่บ้านจึงตามไปจับกุมตัวได้ในที่สุดพร้อมอาวุธมีดปลายแหลม 1 เล่ม

หมู่บ้านที่เกิดเหตุเป็นหมู่บ้านของชนเผ่า ปกาเกอญอ หรือกระเหรี่ยง นายดิ๊โพ ผู้ต้องหาซึ่งมีอาการทางประสาท ได้จับภรรยาตัวเองมัดไว้ภายในบ้าน ภรรยาของผู้ต้องหาก็ร้องขอความช่วยเหลืออยู่นานเพื่อขอให้ชาวบ้านช่วยปล่อยตัวจากการถูกมัดแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย กระทั่งนายชะปู่ ผู้ตายซึ่งอยู่บ้านใกล้ๆกันเกิดความสงสารได้เข้าไปช่วยเหลือ สร้างความไม่พอใจให้กับนายดิ๊โพ เป็นอย่างมากจึงถือมีดปลายแหลมไปต่อว่านายชะปู่ ว่ามายุ่งเรี่องของผัวเมียเขาทำไมอย่างนี้ต้องตายแล้วใช้มีดจ้วงแทงไปหนึ่งครั้งคมมีดตัดขั้วหัวใจจนร่างล้มลงเสียชีวิตดังกล่าว

ยาเสพติดประเทศเพื่อนบ้านยังลักลอบขนข้ามแดนเข้าไทยอย่างต่อเนื่องทหารผาเมืองสกัดยึดไอซ์20กก.ที่ชายแดนด้านอ.เชียงแสน

16 มี.ค.64 พลตรี นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง ได้รับรายงานจากหน่วยขึ้นตรงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 ได้จัดกำลังทหารลาดตระเวนเฝ้าตรวจช่องทาง จุดล่อแหลม ในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณท่าดูดทราย บ้านเวียงแก้ว หมู่ 5 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยขณะทำการเฝ้าตรวจพบบุคคลต้องสงสัยจำนวน 2 คน ถือวัตถุลักษณะคล้ายกระสอบท่าทางมีพิรุธ เข้าใกล้แนวชายแดนจึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มชายดังกล่าวแสดงท่าทีตกใจ แล้วอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่วิ่งหนีกลับเข้าไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

จึงเข้าทำการตรวจสอบพบถุงดำจำนวน 2 ถุงถูกวางทิ้งไว้ ข้างในบรรจุยาไอซ์ น้ำหนัก 20 กก. มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาตรวจสอบและยึดไว้เป็นของกลาง และจะได้ติดตามล่าตัวคนร้ายมาดำเนินดคีตามกฏหมายต่อไป ทั้งนี้กองกำลังผาเมืองยังคงเพิ่มความเข้มในการดูแลพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาด้านการข่าวยังคงพบว่ากลุ่มค้ายาเสพติด มีความพยายามในการลักลอบค้ายาเสพติดตามแนวขายแดนอย่างต่อเนื่องเนื่องจากยาไอซ์เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศอยู่ในขณะนี้

รวบสามหนุ่มทาสนายใหญ่สั่งลำเลียงยาบ้า9.2แสนเม็ดไอซ์อีก52กก.จากชายแดนซุกบ้านเช่ากลางเมืองเชียงใหม่

15 มี.ค.64 พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.กฤษดา ศรีอีสาณ ผกก.2 บก.ปส.3 ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายสมพล อายุ 26 นายวิทยา อายุ 20 ปี และนายอนุชา อายุ 35 ปี ทั้งหมดเป็นชาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 9.2 แสนเม็ด ยาไอซ์52 กิโลกรัม รถยนต์เก๋ง 1 คันรถจักยานยนต์ 2 คัน นำตัวดำเนินดคีข้อหา”ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์ ) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย”

การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีบอร์ทอง ซึ่งเป็นรถของเครือข่ายขนลำเลียงยาเสพติด ขับขี่เข้ามาในบริเวณพื้นที่ อ.แม่แตง ก่อนขับวนไปมาในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังติดตามจนถึง ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงแสดงตัว ขอทำการตรวจค้นมีนายสมพล เป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจค้นรถก็พบช่องเก็บสัมภาระท้ายเก๋งพบยาบ้า 600,000 เม็ด และยาไอซ์ 52 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ จากการสอบสวนก็รู้ว่ามีผู้ต้องหาอีกสองคนคือนายอนุชา และนายวิทยา ที่เช่าบ้านพักในพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รอลำเลียงยาที่ซ่อนไว้ในบ้านอีก ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังบุกค้นบ้านก็พบ ในตู้เสื้อผ้าในห้องนอนเจอยาบ้าเพิ่มอีก 320,000 เม็ด จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่ามีนายทุนใหญ่ สั่งให้ลำเลียงยาล็อตนี้จากชายแดนมาเก็บไว้ และจะโทรสั่งการให้นำไปส่งยังจุดต่างๆที่สั่ง หลังการสอบสวนทางเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายนี้ต่อไป

ทหารผาเมืองรวบ6ไทยใหญ่ลักลอบข้ามแดนเข้าไทยด้านอ.ฝางผ่านขบวนการค้ามนุษย์แถมขนยาเสพติดเข้ามาด้วย

13 มี.ค.64 พลตรี นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง ได้สั่งการให้กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจ บริเวณเส้นทางหลังหมู่บ้านปางม้า ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ขณะลาดตระเวนตรวจพบบุคคลต้องสงสัยจำนวน 6 คนคือนายจ่ายเค่อ อายุ 18 ปี นายจ่ายเมือง อายุ 18 ปีนายจ่ายหมิ่น อายุ 18 ปี นายจ่าย สาหริ่ง อายุ 18 ปี นางสาวยิ่ง อายุ 18 ปี และนางสาวคำ อายุ 18 ปี ทั้งหมดเป็นชาวไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมา โดยทั้งหมดได้ เดินเข้ามาตามเส้นทางในภูมิประเทศทางด้านหลังหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 4,067 เม็ด และเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 250 กรัม ฝิ่นดิบ น้ำหนัก 39 กิโลกรัม โดยซุกซ่อนในร่างกายของผู้ต้องหาทั้ง 6 คน

จากการสอบสวนทราบว่าทุกคนมีความประสงค์ที่จะหนีความวุ่นวายในประเทศเมียนมา ที่กำลังเกิดปัญหาอย่างหนักเข้ามาในประเทศไทย แต่ด่านทางเข้าประเทศมีการปิดทุกด่าน จึงมีแก๊งค้าค้ามนุษย์และแก๊งยาเสพติด ประสานกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้จำนวน 6 คนให้ลักลอบขนยาเสพติดล็อตนี้เข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติด้วย เพื่อแลกกับการลักลอบเข้าประเทศ โดยกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ได้ไปรับกลุ่มคนเหล่านี้ และแนะนำเส้นทางให้เดินลักลอบเข้ามา แล้วจะมีรถมารับเข้ามาส่งยังตัวเมืองเชียงใหม่ จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีและสืบสวนหาขบวนการลักลอบเข้าชายแดนไทยต่อไป

ยาบ้าใครมารับคืนไปด่วนแก๊งค้ายาทิ้งยาบ้าแสนเม็ดข้างทางหลังรู้ว่าเสียทีตำรวจ

11 มี.ค.64 พ.ต.ท.ทนันชัย พอพิน รอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5 พร้อมชุดสืบสวนภาค 5 ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด โดยทำการตรวจยึดได้ใต้ป้ายบอกทางหมู่บ้านปางโม่ ริมถนนเชียงใหม่ – ฝาง หมู่ที่ 8 ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

การตรวจยึดยาครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่ามีกลุ่มลักลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่ จะนำยาบ้าจำนวนมากมาส่งให้กับลูกค้า ที่บริเวณป้ายบอกทางหมู่บ้านปางโม่ จึงดักซุ่มเฝ้าปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ ต่อมาได้มีรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นทะเบียน ขับมาจอดที่ป้ายบอกทางหมู่บ้านดังกล่าวแล้วโยนกระสอบไว้ริมถนนแล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็วจนเจ้าหน้าที่จับกุมไม่ทัน จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 1 แสนเม็ดซุกซ่อนในกระสอบดังกล่าว คาดว่าแก๊งค้ายานำมาวางไว้เพื่อให้เพื่อนร่วมขบวนการมารับเอาไป แต่ชุดจับกุมที่ซุ่มอยู่ไม่พบว่ามีใครเข้ามาในพื้นที่จุดวางยาคาดว่าจะไหวตัวตัวทันจึงไม่มารับยาบ้าดังกล่าว ซึ่งจะได้สืบสวนหาตัวแก๊งค้ายานี้มาดำเนินดคีตามกฏหมายต่อไป

ผ่าวิกฤติเชียงใหม่PM 2.5พุ่งสูงอันดับ1ของโลกเกิน100ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรส่งผลกระทบต่อสุขภาพชาวเเวียงพิงค์อย่างต่อเนื่องถึงเวลาต้องร่วมแรงร่วมใจกันแล้วหรือยัง

วันที่ 8 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับตัวแทนจากอำเภอต่างๆ ที่มีจุดความร้อน โดยตลอดทั้งวันนี้พบว่ามีอยู่จำนวน 219 จุด ใน 16 อำเภอ โดย 109 จุดอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์, 95 จุดอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและอีกพื้นที่อื่นๆ อีก 15 ในจำนวนนี้มีเพียง 10 จุดที่ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการเชื้อเพลิง ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับผู้นำชุมชนลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุของจุดความร้อนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่นอกเขตที่อนุญาตให้บริหารจัดการเชื้อเพลิง และเรียกตัวบุคคลต้องสงสัยมาสอบถาม ซึ่งทุกพื้นที่ต้องได้คำตอบว่าเกิดจากสาเหตุอะไรและติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาให้ได้โดยเร็ว พร้อมทั้งให้เร่งประชาสัมพันธ์เรื่องการงดเผาให้มากขึ้นกว่าเดิม ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังมีการประกาศงดเผาเด็ดขาดในวันที่ 15 – 22 มีนาคมที่จะถึงนี้ เพื่อให้คุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ดีขึ้น

ทั้งนี้จาก รายงานข้อมูลของ เวปไซด์ https://www.iqair.com จัดอันดับเมืองที่มีค่ามลพิษในอากาศของโลกพบว่าจังหวัดเชียใหม่ขึ้นมาจากอันดับที่ 3 ของโลกเมื่อช่วงเข้า ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 1 ของโลก เมืองที่มีค่ามลพิษในอากาศสูงที่สุด โดยวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศได้ 255 USAQI อันดับสองเป็นเมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล 171 USAQI ขณะที่ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษเช้านี้พบว่าที่จังหวัดเชียงใหม่ ทุกสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ค่าPM2.5 พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน ต.ช้างเผือก อ.เมือง 111 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต.ศรีภูมิ อ.เมือง 107 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต.สุเทพ(ดอยสุเทพ) 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และที่ รพ.เทพรัตนฯ อ.แม่แจ่ม 107 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นค่าสูงสุดในรอบปีนี้แล้วที่มีค่ามลมพิษสูงเกินกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากลมจากด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออก ที่ต่างพัดพาฝุ่นควันจากจังหวัดค้างเคียงที่มีจุดความร้อนสูงเข้ามา รวมไปถึงหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมามีจุดความร้อนสูงถึง 9,505 จุด เมื่อวานนี้ ก็จะส่งผลให้คุณภาพอากาศในช่วง 2 วันต่อจากนี้ ยังคงแย่อยู่ จึงขอเตือนให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

เมียนมายังลักลอบข้ามแดนเข้าไทยทหารผาเมืองสกัดจับผลักดันกลับประเทศอีก8คนที่ชายแดนเชียงราย

เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ม.4 บก.ควบคุมที่ 2 ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล ผบ.ฉก.ม.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง(นรข.) เขต เชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ น.อ.จิรัฐฏ์ ผูกทอง ผบ.นรข.เขตเชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตชด.32 ได้จัดกำลังลาดตระเวณเฝ้าตรวจช่องทาง จุดล่อแหลม ในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณ ท่าข้ามสวนเงาะ บ้านเวียงแก้ว หมู่ที่ 5 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

พบบุคคลต้องสงสัยจำนวน 8 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 4 คน เณร 2 รูป และเด็ก 1 คน ทั้งหมดเป็นชาวไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมา เดินข้ามลำน้ำรวก จากฝั่งประเทศเมียน ข้ามมายังฝั่งประเทศไทย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าขอตรวจค้น จากการสอบถามขั้นต้นทราบว่าข้ามมาจากเมืองสู้ ประเทศเมียนมา เพื่อจะเดินทางไปยังจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน และสาธารณสุขเชียงแสน ร่วมทำการตรวจสอบ โดยเบื้องต้นได้พบ มีไข้สูงจำนวน 3 คน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ผลักดันให้กลับประเทศเมียนมาแล้ว

ตร.ล่าหนุ่มลาวฆ่าโหดเพื่อนคนไทยหมกศพในบ่อน้ำกลางสวนลำไย

จากกรณีนายจะตี๋ จะแฮ อายุ 28 ปี ชาว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ทำงานเป็นลูกจ้างโรงชำแหละหมูถูกยิงด้วยอาวุธปืนแล้วหมกศพในบ่อน้ำกลางสวนลำไย ทางขึ้นสำนักสงฆ์ผาผึ้งบ้านสันขี้เบ้า ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา คดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่และสืบทราบว่าที่ลงมือฆ่านายจะตี๋ อย่างโหดเหี้ยมครั้งนี้น่าจะเป็นนายสิทธิ์ ซึ่งเป็นชาวลาว มารับจ้างในพื้นที่ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยและหลังเกิดเหตุนายสิทธิ์ ได้หายออกไปจากพื้นที่ส่วนสาเหตุของการฆ่านะจะมาจากการชิงทรัพย์หรือมีเรื่องทะเลาะหรือขัดแย้งกัน

พ.ต.ท.องอาจ เฟื่องฟู รอง ผกก.สส. สภ.พาน กล่าวว่า ตอนนี้ชุดสืบสวนของ สภ.พาน และชุดสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย กำลังเร่งติดตามผู้ต้องสงสัยคือนายสิทธิ์ สัญชาติลาว ซึ่งหายตัวไปพร้อมกับรถ จยย.ฮอนด้า ทะเบียน 1กล 6440 เชียงราย โดยได้ไปตรวจสอบสถานที่ต่างๆ ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะไปหลบซ่อนตัว ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักของคนรู้จัก ซึ่งคนร้ายมีเพื่อนอยู่ในตัวเมืองเชียงราย ตอนนี้ยังมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะยังอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย อย่างไรก็ตามได้ประสานแจ้งรูปพรรณสัญฐานคนร้ายไปยังตรวจคนเข้าเมืองและทหารที่อยู่ตามชายแดนให้ช่วยติดตามอีกทางหนึ่งด้วย เพราะคนร้ายอาจจะหนีกลับไป สปป.ลาว ได้