เมืองสามหมอกสนธิกำลังตรวจสถานบันเทิงหลังผ่อนคลายพ่อค้าแม่ค้ายิ้มรายได้ดีขึ้นเน้นย้ำทุกร้านปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด

นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายชนก มากพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายพงษ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ตำรวจ ทหาร อส.ออกตรวจสถานบริการ ผับ บาร์ สถานบันเทิง ในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เกือบ 20 ร้านจากการสังเกตเกือบทุกร้านมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งคนในพื้นที่และต่างจังหวัดมานักดื่มกินกันอย่างคึกคัก ทำให้ผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้ายิ้มแย้มแจ่มใส่ สามารถทำมาค้าขายได้ตามปกติ ส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเริ่มดีขึ้นในช่วงโควิด

นายชนก มากพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมากว่า 300 วัน จังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด แต่เราต้องเฝ้าระวังป้องกันทางจังหวัดจึงได้ออกมาตรการควบคุมสถานบริการ แต่หลังจากได้มีการผ่อนคลายให้เปิดบริการได้ถึงเที่ยงคืน นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็เป็นห่วง ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจดูความเรียบร้อยว่าสถานบริการแต่ละแห่งปฏิบัติตามมาตราการหรือไม่ โดยตรวจใบอนุญาตประกอบกิจการ , เด็กที่เข้ามาใช้บริการ , ยาเสพติด และอื่น ๆ มีจุดบริการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ การทำความสะอาดฆ่าเชื้ออุปกรณ์ การตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ การกำหนดระยะห่างของโต๊ะนั่งอย่างน้อย 1 เมตร การให้ผู้มาใช้บริการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นไทยชนะ หรือการจดบันทึกผู้มาใช้บริการ รวมการเก็บประวัติเจ้าของสถานประกอบการและแรงงานที่เป็นคนไทยและต่างด้าว

ซึ่งจะมีแผนการสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคติดต่อ หากพบร้านใดไม่ปฏิบัติตามก็จะมีการลงโทษตามความเหมาะสม จากการตรวจทุกแห่งพบว่าทุกร้านปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด มีเจลล้างมือก่อนเข้าร้าน เว้นระยะห่างขณะนั่งทานอาหาร และไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย ระหว่างตรวจทั้งผู้ประกอบการ ผู้มาใช้บริการให้ความร่วมมือดี ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส่ที่ได้ทำมาค้าขาย มีรายได้จากธุรกิจ ซึ่งร้านค้าต่าง ๆ ก็เป็นส่วนที่ทำให้เศรษฐกิจแม่ฮ่องสอนดีขึ้น หลังจากที่ซบเซามานานในช่วงการแพร่ระบาดโควิดในประเทศไทย และก็เป็นสิ่งที่ดีของสถานบริการที่มีเจ้าหน้าที่มาคอยตรวจตราดูความเรียบร้อย ดูความสงบไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เพราะแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองที่ใครมาแล้วมีความสุข ก็ขอเชิญนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดเข้ามาเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่มีโควิด แต่ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ทางจังหวัดได้วางไว้ ทุกคนสบายใจเที่ยวได้ทุกอำเภอ

จับเอเย่นต์ยาบ้าหลงกลตำรวจปลอมตัวเป็นคนขับแกร็บฟู้ดส่งอาหารล่อซื้อโดนรวบเข้าซังเต

พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 รักษาราชการแทน ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5 ร.ต.อ.พัฒนพงษ์พันธ์ บุษบง รอง สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 พร้อมชุดสืบสวน สภ.บ้านธิ จับนายนิวัฒน์ชนัย อายุ 35 ปี ชาวอ.บ้านธิ จ.ลำพูน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 40 เม็ด ดำเนินดคีข้อหา”จำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 5 ได้จับกุมพ่อค้ายารายย่อยในพื้นที่ ต.ห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน หลายคดี และมีการชัดทอดว่าซื้อมาจากผู้ต้องหาซึ่ง เป็นเอเย่นต์กระจายยาบ้า ในพื้นที่ชุดสืบสวนจึงปลอมเป็นคนขับแกร๊บฟู้ดส่งอาหารและติดต่อขอซื้อยาจากผู้ต้องหาในราคาเม็ดละ 70 บาทโดยนัดส่งของกันที่บริเวณริมถนนบ้าน หมู่ที่ 9 ต.ห้วยยาบ จำนวน 10 เม็ดค้นในตัวพบยาบ้าอีก 30 เม็ด รับสารภาพว่าช่วงนี้เศรษฐกิจแย่จึงหันมาค้าโดยรับมาเม็ดละ 40 บาทนำมาแบ่งขายในพื้นที่จนถูกจับกุมดังกล่าว

ตกงานเพราะโควิด19รับจ้างขนยา1.3แสนเม็ดโดนจับครวญเงินค่าจ้างก็ยังไม่ได้แถมติดคุกอีกต่างหาก

พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.เชียงใหม่ จับนายสมชาย อายุ 29 ปี ชาวบ้านโป่งป่าแขม ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 130,000 เม็ด รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ-แดง ทะเบียน 2 กด 1144 เชียงใหม่ ดำเนินคดีข้อหา”ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีเครือข่ายค้ายาเสพติด อาศัยจังหวะการคุมเข้มด้านชายแดนของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ปกครอง เนื่องจากปัญหาในประเทศเพื่อนบ้าน และปัญหาลักลอบข้ามแดนช่วงโควิด19ระบาด อาศัยช่วงนี้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากที่พักตามแนวชายแดน เข้าสู่พื้นชั้นในของประเทศ จึงนำกำลังไปตรวจสอบดักซุ่ม ริมถนนสาย ท่าตอน-แม่จัน บ้านห้วยศาลา ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ต่อมาพบรถจักรยานยนค์ของคนร้าย จำนวน 2 คัน มีชายไม่ทราบชื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ไม่ติดหมายเลขทะเบียน และรถของนายสมชาย ผู้ต้องหา ขับขี่ตามกันมา โดยรถที่นายสมชาย ขับมามีกระสอบปุ๋ย วางไว้บริเวณที่พักเท้าด้านหน้ารถทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวออกมาเพื่อขอให้หยุดเพื่อตรวจค้น แต่รถของผู้ต้องหาอีกคัน ไหวตัวทันเร่งเครื่องอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ ตรวจค้นก็พบยาบ้าจำนวน 1.3 แสนเม็ดซุกซ่อนอยู่ในกระสอบ ผู้ต้องหารับสารภาพรับจ้างขนยาบ้าจากขบวนการค้ายาจากที่พักยาฝั่งไทยเพื่อลำเลียงเข้าสู้พื้นที่ชั้นในของ จ.เชียงใหม่และเชียงราย สาเหตุที่ทำเพราะตกงานไม่มีเงินใช่ช่วงโควิด19ระบาด ในราคา 1หมื่นบาท เงินก็ยังไม่ได้เพราะเพื่อนที่รับงานมาหนีไปได้แถมถูกจับติดคุกอีก

จับหนุ่มใหญ่ยึดยาบ้า48,000เม็ดไอซ์3.8ก.ก.

พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเพื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงราย มอบหมายให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย โดยการนำของ พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองเชียงราย พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ มณีจันทร์สุข สว.สส.สภ.เมืองเชียงราย พร้อมพวก ตรวจสอบบ้านเช่าหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านป่ายางมน หมู่ 2 ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย หลังจากได้รับแจ้งว่ามีการนำยาเสพติดจำนวนมากไว้ในบ้านหลังดังกล่าว

สืบเนื่องจากวันที่ 28 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ตำรวจป้องกันปราบปรามยาเสพติด ภ.จว. สุราษฎร์ธานี จับกุมนายกฤตเมธ หรือปอ แก้วเจริญ พร้อมพวกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 400,000 เม็ด ทำการขยายผลทราบว่ารับยามาจากจังหวัดเชียงราย และยังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง ซุกซ่อนไว้ที่บ้านเช่าหลังดังกล่าวจึงเข้าตรวจค้น พบไอซ์ น้ำหนัก 3.8 กิโลกรัม และยาบ้า จำนวน 24 มัด จำนวน 48,000 เม็ด อยู่ภายในกระเป๋าเดินทางยี่ห้อ PARADOX สีดำ ซุกซ่อนไว้อยู่บริเวณบนฝ้าเพดานในของน้ำของบ้านหลังดังกล่าว ขยายผลต่อจับกุมนายชนม์วิศิษฏ์ อายุ 39 ชาว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นคนนำยาดังกล่าวมาส่งให้ผู้ต้องหาได้อีกคนหนึ่ง

รวบแล้วมือปืนยิงตำรวจเจ็บอ้างจำอะไรไม่ได้ป่วยเป็นประสาทเคยไปรักษาที่รพ.สวนปรุงมาแล้วตำรวจมั่นใจไม่ผิดตัวส่วนจะอ้างยังไงก็ได้มีหลักฐานมัดแน่นดิ้นไม่หลุด

เช้าวันที่ 2 ก.พ.64 พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภจว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.มาโนช สุดสวาสดิ์ ผกก.สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นำกำลังกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า20 นายเข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 3/2 หมู่ 8 บ้านห้วยเต่ารูต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จับกุมตัวนายเหม่า เลาเทาะ อายุ 48 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่เลขที่ จ.58/2564 พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอกคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาพยามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำหรือได้กระทำตามหน้าที่ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มค.ที่ผ่านมาตำรวจสภ.แม่ริม โดยการนำของ ร.ต.ต.ทนงศักดิ์ สะอาดเอี่ยม รองสว.สืบสวน สภ.แม่ริม ที่นำกำลัง ออกลาดตระเวนในพื้นที่บ้านห้วยเต่ารู ตำบลลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ แต่ขณะเข้าตรวจค้น ถูกคนร้ายซุ่มยิง จนกระสุนปืนลูกซองยิงเข้าบริเวณบั้นท้ายด้านซ้ายจนทำให้ได้รับบาดเจ็บเหตุ ก่อนคนร้ายหลบหนีหายไร้ร่อยรอย ทาเงตำรวจได้ไล่ล่าและกดดันกระทั่งผู้ต้องหาหวลกลับมาที่บ้านจึงถูกจับกุมในวันนี้ หลังถูกจับนายเหม่า ให้การวกวนไปมาอ้างว่าจำเรื่องราวไม่ได้ และไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงตำรวจ รวมทั้งไม่ได้หลบหนีเข้าป่าไป แต่นอนอยู่บ้านทุกวัน พร้อมอ้างด้วยว่าตนเองมีประวัติรักษาโรคทางจิตประสาทที่โรงพยาบาลสวนปรุงเมื่อหลายปีก่อน จึงจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้ และไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภจว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงตำรวจ จึงจัดเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ออกปูพรมค้นหา ทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีเข้าป่าไป กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ผู้ต้องหาเริ่มอ่อนล่า และทนกับสภาพอากาศหนาวเย็นในป่าไม่ไหว จึงย้อนกลับมาที่บ้านจึงถูกจับกุม ส่วนคำให้การของผู้ต้องหาที่ปฎิเสธว่า จำอะไรไม่ได้และไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงตำรวจ ถือเป็นคำให้การที่ย้อนแย้งกับคำให้การที่จำได้ว่า มีประวัติรักษาตัวโรคอาการทางประสาทที่โรงพยาบาลสวนปรุง แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ โดยเหตุการณ์นี้ยืนยันมีผู้ต้องหาเพียงคนเดียว แต่ในวันเกิดเหตุขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ มีชาวบ้านอยู่ 3 -4 ราย เมื่อเกิดการยิงปะทะกัน จึงทำให้ชาวบ้านตกใจและวิ่งหนีซึ่งไม่ใช่พรรคพวกของคนร้ายแต่อย่างใด

ทหารเมียนมาคุมเข้มชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็กหลังก่อรัฐประหารคุมตัวอองซานซูจี

1 ก.พ.64 หลังจากทหารในประเทศเมียนมาได้เข้าควบคุมตัว นางอองซานซูจี และคณะแล้ว สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน จ.เชียงราย เริ่มมีความตึงเครียด โดยหน่วยทหารที่ประจำอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก จำนวน 3 หน่วย ได้ถูกสั่งการให้เตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถออกปฏิบัติการตามคำสั่งได้ตลอดเวลา ได้มีการส่งกองกำลังบางส่วนไปประจำอยู่ตามด่านตรวจสำคัญต่างๆ ที่เชื่อมระหว่างเมือง เช่น ด่านหมากยางบนถนนอาร์สามบีเชื่อมระหว่างท่าขี้เหล็กกับเมืองเชียงตุง และห้ามไม่ให้ประชาชนทั่วไปเดินทางผ่านด่านดังกล่าว โดยปฏิบัติการดังกล่าวมีตั้งแต่เช้ามืดที่ผ่านมาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ควบคุมตัวคณะรัฐบาลรักษาการของเมียนมาแล้ว

นอกจากนี้มีการตัดระบบการสื่อสารทั้งโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ การสื่อสารระหว่างหน่วยงานต่างๆ กับรักษาการรัฐบาลพลเรือนและรัฐบาลท้องถิ่นที่เมืองตองจีเมืองหลวงของรัฐฉาน แต่ในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ระบบอินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์ยังใช้การได้เพราะมีการใช้สัญญานจากฝั่งไทยเป็นหลัก โดยสถานการณ์ตามแนวชายแดนที่่ติดกับประเทศไทยในช่วงเช้า การขนส่งสินค้าระหว่างแม่สายกับท่าขี้เหล็กซึ่งทำกัน ณ จุดผ่านแดนถาวรแม่สาย สะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 ยังคงดำเนินการกันอยู่ตามปกติ ต่อมาเวลาประมาณ 09.38 น. เจ้าหน้าที่ของทางการท่าขี้เหล็กได้ทำการควบคุมพื้นที่โดยได้มีการงดใช้เส้นทางผ่านพรมแดน เป็นการชั่วคราว เพื่อรอคำสั่งของคณะปฏิวัติ ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้หน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับเมียนมา ส่งกำลังตรึงชายแดนเพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

สำหรับสถานการณ์ในตัวจังหวัดท่าขี้เหล็ก จากการตรวจสอบในช่วงเช้าพบว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำหน้าที่กันตามปกติ เพียงแต่ก็รอฟังคำสั่งจากคณะปฏิวัติว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่ ในขณะที่การใช้ชีวิตของประชาชนไม่ได้มีการเข้มงวดมากนัก มีเพียงแต่การตัดสัญญาณสื่อสารเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากด่านพรมแดนปิดไม่มีการขนส่งสินค้าเกิดขึ้น ประชาชนในเมืองท่าขี้เหล็ก ซึ่งพึ่งพาสินค้าจากแม่สายมีผลกระทบอย่างแน่นอน ในขณะที่การส่งออกสินค้าจากประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1,000 ล้านบาทก็จะหายไป สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกสินค้าไทย รวมทั้งบรรดาเจ้าของรถตู้ที่มีอาชีพรับจ้างขนส่งสินค้าไปท่าขี้เหล็กในพื้นที่แม่สายที่มีมากกว่า 200 คันอย่างแน่นอน

ด้านน.ส.ผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย และประธานหอการค้า อ.แม่สาย กล่าวว่าคาดว่าในระยะยาวจะมีการแก้ไขปัญหาการค้าชายชายแดนให้กลับคืนสู่ปกติเพราะต่างมีความจำเป็นในการค้ากันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งจะต้องรอคำสั่งจากคณะปฏิวัติของทางเมียนมาว่าจะดำเนินการอย่างใด

ที่ด่านพรมแดน แม่สาย ท่าขี้เหล็ก ที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มีรถขนส่งสินค้าตกค้างยู่ที่ด่านพรมแดน จำนวนมากเนื่องจาก การยึดอำนาจรัฐประหารในประเทศเมียนมา โดยมีการควบคุมพื้นที่สำคัญ ในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ทำให้มีรถบรรทุกสินค้าทั้งประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภคในรถยนต์ตู้มากกว่า 30 คัน จอดรออยู่บริเวณด่านพรมแดนฝั่งไทย

ล่าสุดในเวลา 13.30 น.ทางการเมียนมาได้มีการเปิดเส้นทางที่ด่านพรมแดน บริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เพื่อให้มีการขนส่งสิค้ากันได้ตามปกติ หลังจากมีการเปิดด่านไปได้นานเกือบ 4 ชั่วโมง ขณะที่นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ด่านศุลกากรแม่สาย เพื่อสรุปสถานการณ์ ด้านเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และสาธารณสุขท่าขี้เหล็ก ได้เริ่มจัดส่งคนไทยจำนวน 4 คนที่ได้แจ้งขอกลับเข้าสู่ประเทศไทยโดยผ่านทาง คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถินไทย – เมียนมาด้วย

บูรณาการทุกภาคส่วนทำแนวกันไฟอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยสกัดไฟป่าลุกลามก่อหมอกควันพิษคลุมเมืองเวียงพิงค์

ที่บริเวณแหลมสน หรือดอยผาดำ ใกล้บ้านม้งดอยปุย ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ชุดปฏิบัติการไฟป่า มณฑลทหารบกที่ 33 บูรณาการความร่วมมือเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และประชาชนจิตอาสาหมู่บ้านม้งดอยปุย ได้พร้อมใจร่วมมือกันในการจัดทำแนวกันไฟเป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร เพื่อเป็นแนวป้องกันไม่ให้ไฟป่าไหม้ลุกลามเป็นบริเวณกว้างและลุกลามเข้ามาในเขตชุมชน เนื่องจากเป็นพื้นที่เขาสูงและมีเชื้อเพลิงกิ่งไม้ ใบไม้แห้งสะสมอยู่จำนวนมากทำให้ติดไฟได้ง่าย และเกิดไฟไหม้ป่าซ้ำซากเป็นประจำทุกปี

ขณะที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านในพื้นที่ก็ได้มีการพร้อมใจกัน ทำแนวกันไฟ รวมถึงการสานเสวียนไม้ไผ่ เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนโบราณ ที่นำมาใช้เก็บเศษใบไม้ใบหญ้ามาทิ้งไว้ในเสวียนเพื่อทำเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ ถือเป็นการนำกิ่งไม้ ใบไม้แห้งมาใชข้ให้เกิดประโยชน์แทนการเผา ที่เป็นสาเหตุของการเกิดมลพิษฝุ่นควัน pm 2.5 ที่ปกคลุมเหนือตัวเมืองเชียงใหม่

รวบแล้วฆาตกรฆ่า”น้องบ๊อบบี้”หิ้วสอบข้ามคืนสารภาพโมโหโดนหนังสติ๊กยิงใส่หน้าฟาดด้วยท่อนไม้พบประวัติโชกโชนก่อเหตุมาแล้วหลายคดี

 

23 มค.64 ที่สภ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ รอง ผบ.ตร.พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้อำนวยการสืบสวนสอบสวนหลังจากที่ตำรวจสามารถจับกุม นายสินชัย เกษตรโสภาพันธ์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 206 หมู่บ้านป่าสักงาม ซึ่งบ้านอยู่ห่างจากบ้านของด.ช.ธนโชต แปงเรือน หรือน้องบ๊อบบี้ อายุ 7 ขวบ เพียง 30 เมตรเท่านั้น

โดยตำรวจสามารถจับกุมนายสินชัย ได้ขณะย้อนกลับมาที่บ้านและกำลังกินอาหารอย่างหิวโหย คาดว่าจะหลบหนีไปแล้วไม่มีอาหารทานจึงได้วกกลับมาที่บ้านจึงนำตัวมาสอบสวนกระทั่งกลางดึกที่ผ่านมา นายสินชัย ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่ลงมือฆ่าน้องบ๊อบบี้เอง สาเหตุที่กระทำลงไปเพราะเกิดความไม่พอใจในหลายเรื่องเช่น การแอบเข้าไปกินแก้วมังกรของตนปลูกไว้ นอกจากนั้นยังชอบแอบเข้าไปเล่นในบ้าน ของตนด้วยกระทั่งก่อนเกิดเหตุตนได้ชวนออกไปยิงนกบริเวณสวนกล้วยที่เกิดเหตุแต่น้องบ๊อบบี้ กลับพลาดใช้หนังสติ๊กยิงใส่หน้าตน ด้วความโมโหจึงใช้ท่อนไม้ กระหน่ำตีไป 10 กว่าครั้งจนเสียชีวิต หลังลงมือตนได้หลบหนีออกจากหมู่บ้านไปซ่อนตัวในป่ากระทั่งทนความหิวไม่ไหวจึงย้อนกลับมาที่บ้านและถูกจับดังกล่าว

ด้านพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพด้วยดีโดยไม่มีปัญหาใดๆ หลังจากนี้ไปทางตำรวจจะได้ควบคุมตัวไปไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป สำหรับนายสินชัย เคยต้องคดีพยายามฆ่าน้องสาวต่างมารดาที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาแล้วเมื่อปี 2552 และคดีพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ทำร้ายร่างกายคนอื่นด้วยการใช้ไม้ตี และคดีพกพาอาวุธที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เมื่อปี 2554 ด้วย

“น้องบ๊อบบี้”เสียชีวิตจากตับแตกไม่โดนเตะก็ถูกทุบด้วยท่อนไม้รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่เร่งคลี่คลายคดีคาดออกหมายจับเร็วๆนี้

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบช.ภ.5 พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.ทิวา สกุลวัฒนะ ผกก.สภ.เวียงเชียงรุ้ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่จุดที่พบศพ ด.ช.ธนโชต แปงเรือน หรือน้องบ๊อบบี้ อายุ 7 ปี เสียชีวิตหลังหายออกไปจากบ้านเลขที่ 397 หมู่บ้านเวียงคำฟ้า หมู่ 9 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เมื่อเย็นวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมาและ พบเป็นศพเสียชีวิตในดงต้นกล้วยภายในเขตหมู่บ้านใหม่มหาวัน ม.12 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตรในสภาพใบหน้าและร่างกายมีร่องรอยฟกช้ำหลายจุด จากนั้นได้มีการนำพยานมาสอบปากคำที่ห้องประชุม สภ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานในการติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี

รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการเชิญเครือญาติมาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้มีการสอบปากคำไปหลายรายเพื่อเป็นการรวบรวมหลักฐาน เพื่อออกหมายจับคนร้าย ซึ่งหลังจากนี้จะได้นำข้อมูลจากการสอบปากคำไปประชุมที่กองบังคับการตรำวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อหารือเกี่ยวกับรูปคดี และอาจจะออกหมายจับผู้ต้องสงสัย สำหรับผู้ก่อเหตุมีกี่คนนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นข้อมูลทางรูปคดี แต่จะสามรรถจับคนร้ายได้ไหรือไม่นั้นคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมหลักฐานต่างๆ รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อมัดตัวคนร้าย

สำหรับการเสียชีวิตของน้องบ๊อบบี้เกิดจากอาการตับแตก ซึ่งเกิดจากของแข็ง ซึ่งยังไม่ชัดว่าจะเป็นท่อนไม้หรือไม่ ในตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็พอทราบผู้ต้องสงสัยแล้ว ซึ่งจะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน จึงจะสามารถออกหมายจับได้ แต่จะมีผู้ก่อเหตุกี่คนนั้นยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ซึ่งอาจจะเสียในรูปคดีได้ รอง ผบ.ตร.กล่าวในที่สุด

ตำรวจเร่งสางปมสังหาร”น้องบ๊อบบี้”ใกล้ถึงตัวฆาตกรแล้วใช้ไม้ทุบลากศพเข้าดงกล้วยเตรียมขุดหลุมฝังอำพรางคดี

พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย สั่งการให้ พ.ต.อ.พงษ์สวัสด์ ไชยบาล พ.ต.อ.ถนอมศักดิ์ ยศแผ่น รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.ทิวา สกุลวัฒนะ ผกก.สภ.เวียงเชียงรุ้ง นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน ภ.5 ชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงราย ชุดสืบสวน สภ.เวียงเชียงรุ้ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 5 ลงพื้นที่คลี่คลายคดี ด.ช.ธนโชต แปงเรือน หรือน้องบ๊อบบี้ อายุ 7 ปี เสียชีวิตหลังหายออกไปจากบ้านเลขที่ 397 หมู่บ้านเวียงคำฟ้า หมู่ 9 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เมื่อเย็นวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมาและ พบเป็นศพเสียชีวิตในดงต้นกล้วยภายในเขตหมู่บ้านใหม่มหาวัน ม.12 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตรในสภาพใบหน้าและร่างกายมีร่องรอยฟกช้ำหลายจุดตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ทั้ง 2 หมู่บ้าน และจุดที่พบร่างของน้องบ๊อบบี้ พบกองฟืน อยู่ในโรงเก็บไม้ห่างจากจุดที่พบร่างน้องบ๊อบบี้ 100 เมตร ซึ่งไม้ในกองฟืนดังกล่าวมีลักษณะเป็นไม้ชนิดเดียวกันกับท่อนฟืนที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งหักเป็น 2 ท่อน อยู่ในจุดที่พบร่างของน้องบ๊อบบี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุ และบริเวณทั้ง 2 หมู่บ้านเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุดที่จะสาวถึงตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

พล.ต.ต.ชินวิช เปิดเผยว่า คดียังคงไม่ได้ข้อสรุปของคดีนี้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เนื่องจากเด็กๆในหมู่บ้านวิ่งเล่นกันในพื้นที่ตามปกติ ซึ่งด้วยความซนอาจจะเข้าไปในไร่สวนของใครแล้วไปทำให้เจ้าของไม่พอใจ หรือไปทำความเดือดร้อนให้กับใครจนไม่พอใจ จึงเกิดการลงมือกับเด็กแต่อาจจะพลั้งมือจนทำให้เด็กเสียชีวิตแล้วเตรียมนำร่างไปขุดฝังอำพราง แต่มีคนมาบริเวณดังกล่าวก่อนจึงได้ทิ้งของกลางและหลักฐานบางส่วนไว้ในที่เกิดเหตุ ทั้ง จอบ และท่อนไม้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ระดมกำลังกันทั้งจากชุดสืบวนทั้ง ภาค 5 ภูธรจังหวัดเชียงราย และสภ.เวียงเชียงรุ้ง เพื่อติดตามหาตัวคนร้าย ซึ่งดคีนี้ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้งอกับยาเสพติดแต่อย่างใด

พ.ต.อ.ทิวา สกุลวัฒนะ ผกก.สภ.เวียงเชียงรุ้ง เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุได้นำพยานมาสอบปากคำแล้ว 6 คน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้น จึงขอให้เวลากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก่อน รวมทั้งรอผลตรวจจากนิติเวชเพื่อคลี่คลายคดีนี้

รายงานแจ้งว่าสำหรับหลักฐานที่พบในจุดเกิดเหตุพบว่ามี จอบ 1 ด้าม รองเท้านักเรียนสีน้ำตาล 1 คู่ ท่อนไม้คล้ายฟืน 2 ท่อน รอยรองเท้านักเรียน 1 รอย เศษรถเด็กเล่น 1 ชิ้น ต้นกล้วยที่มีรอยตัดขาด 1 ต้น เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนและใกล้เข้าถึงตัวคนร้ายรายนี้แล้ว