จับหนุ่มวัยรุ่นหอบยาบ้าเกือบ1แสนเม็ดยาไอซ์3.3กิโลส่งขายทางไปรษณีย์

เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศป.บส.ชน.) ที่ 3 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.บุญยืน อินกว่าง รองแม่ทัพน้อยที่ 3ในฐานะรองผู้บัญชาการ ศป.บส.ชน. พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.แม่สาย และ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ควบคุมตัวนายภพ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาว อ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 98,000 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 3.3 กิโลกรัม ในพื้นที่ ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

โดยการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติดกัยในพื้นที่บ้านดงมะตืร ม.5 ต.ฉม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่พบผู้กระทำผิดพบเพียงอุปกรณ์เสพยาเสพติด และกล่องพัสดุอยู่ในบ้านที่ได้รับแจ้งทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามหาข่าวจนสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากส่งไปทางภาคใต้ จึงได้ติดตามจนกระทั่งทราบว่ามีวัยรุ่นชาย นำพัสดุมาฝากส่งบริษัทเอกชนในพื้นที่ ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีปลายทางอยู่ที่ภาคใต้ จึงได้เข้าทำการตรวจสอบ จนพบว่าผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากไปบริษัทขนส่งดังกล่าวจึงได้ติดตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านนำตัวส่งร้อยเวร สภ.แม่สาย ดำเนินคดีข้อหา มียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายต่อไป

คลังเมืองสามหมอกพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าช่วงโควิด-19 ภายใต้สโลแกน”มนต์เสน่ห์เมืองสามหมอก กรุ่นกลิ่นหอมกาแฟแห่งขุนเขา”

ที่หน้าศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน (หลังเก่า) อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , นางสาวณิชากัญจน์ กัลยรัตน์ศิริ คลังจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน (คบจ.) จัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ภายใต้สโลแกน”มนต์เสน่ห์เมืองสามหมอก กรุ่นกลิ่นหอมกาแฟแห่งขุนเขา” โดยหน่วยงานในสังกัด กระทรวงการคลังได้ร่วมกันจัดนิทรรศการแสดงผลงาน และจัดกิจกรรมนันทนาการให้ประชาชนทั่วไป ได้ร่วมสนุกเพื่อรับของที่ระลึกฟรี พร้อมทั้งจัดตั้งบูธให้คำปรึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับข้อมูลเรื่องการเงิน การธนาคาร และการประกันภัยรูปแบบต่าง ๆ โดย ธนาคารและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อจัดกิจกรรมในงานมากมาย เช่น ตลาดนัดกระทรวงการคลัง ร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านจำหน่ายสินค้า OTOP บูธจำหน่ายแพคเกจการท่องเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ฯลฯ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ เกษตรกรรายย่อย ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ผู้ผลิตสินค้า OTOP ให้มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและการระบายผลผลิตของเกษตรกร ซึ่ง คบจ. คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดเป็นสำคัญ โดยคาดว่าจะช่วยเยียวยาทั้งผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าว เป็นการสนับสนุนและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการของผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายกาแฟ ผู้ประกอบการด้านที่พักและการท่องเที่ยว สินค้า OTOP ผู้ประกอบธุรกิจ SME เกษตรกรรายย่อย เป็นการประชาสัมพันธ์ เผพแพร่สินค้าและบริการให้เป็นที่รู้จักและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง เชิญชวนส่วนราชการ และประชาชนมาเลือกซื้อสินค้าทุกวันอังคารของต้นเดือน ณ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทหารใหม่รับใช้ชาติญาติมาส่งเพียบเป็นชายชาติทหารเสียสละมีระเบียบวินัยรักชาติศาสนาพระมหากษัตริย์

ที่ศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , พันเอก มงคล ปาคำมา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน , พันเอก อนุชาติ กลิ่นฤทธิ์ สัสดีจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้การต้อนรับทหารใหม่ ทหารเกณฑ์ผลัด 1 จากพื้นที่ อ.ปาย , อ.เมือง , อ.ปางมะผ้า และ อ.ขุนยวม จำนวน 246 คน เพื่อส่งตัวเข้าไปเป็นทหารกองประจำการ ณ กองพันทหารราบที่ 5 กรมทหารราบที่ 7 ค่ายโสณบัญฑิตย์ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีญาติพี่น้อง ครอบครัว เดินทางมาให้กำลังใจล้นหลาม

สำหรับทหารเกณฑ์ผลัด 1 ที่เดินทางมารายงานตัวเข้ากองประจำการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.63 เป็นผู้สมัครใจ สมัครเข้าเป็นทหารโดยไม่ต้องจับใบดำใบแดงเมื่อช่วงเรียกเกณฑ์ทหารที่ผ่านมา เข้ากองประจำการเป็นทหารเกณฑ์รับใช้ชาติเป็นเวลา 1 ปี และผู้ที่มีวุฒิการศึกษาก็จะเป็นทหารเกณฑ์เพียงแค่ 6 เดือน หลายคนตั้งเป้าหมายชีวิตเอาไว้ ตัดสินใจสมัครมาเป็นทหารเพราะต้องการสมัครเรียนต่อเป็นนายสิบรับใช้ชาติเป็นเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูล ในการเกณฑ์ทหารที่ผ่านมากองทัพต้องการทหารเกณฑ์ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 489 นาย โดยผลัดที่ 1 จำนวน 246 นาย ส่งตัวเข้ากองประจำการ 1 ก.ย.63 ณ ค่ายโสณบัณฑิตย์ ร.7 พัน 5 อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนผลัดที่ 2 จากพื้นที่ อ.แม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย จำนวน 243 นาย มีทั้งสมัครใจเป็นทหารและจับใบดำใบแดงจะเรียกเข้ากองประจำการ ณ มณฑลทหารบกที่ 33 จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 1 พ.ย.63

นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวให้กำลังใจทหารใหม่ทุกนายว่า น้อง ๆ ทหารใหม่ที่ถูกเข้ากองประจำการทุกนายเป็นผู้ที่เสียสละและมีเกียรติ พร้อมที่จะไปทำหน้าที่รับใช้ชาติ สมกับเป็นลูกหลานของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ของแสดงความยินดีและภาคภูมิใจในตัวทหารใหม่ทุกนาย หวังว่าจะได้เรียนรู้ วิธีปฏิบัติตน การฝึกฝนระเบียบวินัย และวิชาทหาร รวมทั้งการอยู่ร่วมกันภายในหน่วยทหารเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ทั้งร่างกายและจิตใจ ตลอดจนปลูกฝังจินสำนึก ให้เป็นผู้ที่มีความเสียสละ มีคุณธรรม มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เทศบาลตำบลหนองป่าครั่งเปิดตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจ

นายสราวุฒิ วรพงษ์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการพัฒนาสินค้าเกษตร อำเภอเมืองเชียงใหม่ ณ ตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจตำบลหนองป่าครั่ง โดยมีนายสมคิด เลิศเกียรติดำรงค์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองป่าครั่ง กล่าวรายงาน ภายหลังจากพิธีเปิดนายอำเภอพร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมบูธสินค้าในชุมชนตำบลหนองป่าครั่ง ทั้งนี้ อำเภอเมืองเชียงใหม่ร่วมกับเทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง ได้จัดทำโครงการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตภาคเกษตร และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านตลาดในพื้นที่ให้กับเกษตรกรโดยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของกลุ่มต่าง ๆ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ภายในงานมีการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าโอทอป สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด และเมื่อลงทะเบียนภายในงานรับของที่ระลึกสุดพิเศษเป็นเมล็ดพันธุ์ผัก พร้อมหน้ากากอนามัยแบบผ้า

ยาบ้าใครมารับกลับด้วย,กองกำลังผาเมืองสกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตรวจยึดยาบ้า2แสนเม็ดและเฮโรอีน1.4กิโลกรัมในพื้นที่อ.ฝางจ.เชียงใหม่

กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจ บริเวณเส้นทางสะพานหนองเต่า ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จว.ช.ม. จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 เวลา 05.30 น. ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 3 – 4 คน เดินแบกเป้สะพายหลังเข้ามาตามภูมิประเทศ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุด เพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้วิ่งหลบหนี โดยอาศัยความมืดและความชำนาญเส้นทางหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบพื้นที่ ตรวจพบกระสอบปุ๋ยดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 2 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ประมาณ 200,000 เม็ด และเฮโรอีน 2 ถุง น้ำหนักประมาณ 1.4 กก. ปัจจุบันหน่วยได้จัดกำลังเพิ่มเติมเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมกับนำของกลางทั้งหมดส่งให้ สภ.ฝาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด่วน,ปิด5จุดผ่อนปรนชายแดนแม่ฮ่องสอน15วันป้องกันเชื้อโควิด19ในเมียนมาระบาดลามเข้าไทย

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน พันเอก โสภณ นันทสุวรรณ รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร นายแพทย์ศุภชัย บุญอำพันธ์นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่อสอน พร้อมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ประชุมพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีการระบาดระลอกที่ 2 ในรัฐยะไข่ และอีกหลายรัฐ ประเทศเมียนมา โดยเฉพาะรัฐยะไข่ มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัฐโควิด -19 แล้ว กว่า 700 คน ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีแนวเขตติดต่อกับประเทศเมียนมาตลอดแนวชายแดน จะต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

ภายหลังการประชุม นายสุวพงษ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผย ว่า ปัจจุบันจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีคำสั่งปิดชายแดนช่องทางจุดผ่อนปรนทั้ง 5 แห่งไปแล้วในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้ผ่อนปรนให้มีการส่งออกเฉพาะสินค้าชายแดนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเมื่อวันที่ 1 ก.ค.63 ที่ผ่านมา ได้แก่ จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางห้วยต้นนุ่น หมู่ที่4 ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม , จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านแม่สามแลบ หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย , และจุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านห้วยผึ้ง หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แต่ขณะนี้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ได้แพร่ระบาดหนักที่รัฐยะไข่ เมืองซิตตเว ซึ่งเป็นเมืองเอกของประเทศเมียนมา จนทำให้มีการล็อกดาวน์เมืองซิตตเวอย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา

ทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีมติปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนทุกช่องทางเป็นเวลา 15 วัน นับจากวันที่มีประกาศอย่างเป็นทางการ คาดจะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.63 เป็นต้นไป ห้ามคน ยานพาหนะ สินค้าทุกชนิด เข้าออกโดยเด็ดขาด รวมทั้งศูนย์อพยพทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนอีกด้วย ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ภายในศูนย์พักพิงหรือศูนย์อพยพสามารถเข้ามาตรวจรักษาในโรงพยาบาลในตัวเมืองหรือโรงพยาบาบอำเภอได้ตามปกติ แต่ถ้าหากพบมีเชื้อไวรัสก็ให้อยู่ภายในศูนย์อพยพ ยกเว้นหากมีผู้ป่วยรุณแรงก็สามารถเข้ามารักษาในตัวเมืองได้ ทุกช่องทางเข้าออกจะมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด

พ่อเมืองสามหมอกสั่งช่วยเหลือชาวบ้านได้รับผลกระทบภัยพิบัติน้ำท่วม2ตำบล2หมู่บ้าน33หลังคาเรือน

นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผจว.แม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายพงศ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้กับราษฏรบ้านสบสอย ต.ปางหมู จำนวน 23 หลังคาเรือน และราษฏรบ้านป่าปุ๊ ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 10 หลังคาเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้เนื่องจากช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 28-29 ส.ค.63 ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมือง จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้น้ำป่าจากภูเขาไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนทั้ง 2 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหาย มีดินโคลนไหลเข้ามาในอาคารบ้านเรือน เศษซากกิ่งไม้ ขอนไม้ เข้าอุดตันทางระบายน้ำทำให้น้ำไหลทะลักเข้าตัวบ้านและกำแพงบ้านได้รับความเสียหายหนัก

จากนั้น นายพงศ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้ออกสำรวจความเสียหาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาคารบ้านเรือน สัตว์เลี้ยง ยานพาหนะ และสะพานที่มีเศษกิ่งไม้อุดตันทำให้น้ำไม่สามารถไหลได้สะดวก พร้อมกับแจ้งผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 หมู่บ้าน ให้สรุปความเสียหายของทรัพย์สิน ยานพาหนะ สัตว์เลี้ยง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบและเดือนร้อนอย่างเร่งด่วน และให้ผู้ใหญ่บ้านแจ้งลูกบ้านให้ขนสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นขึ้นไปอยู่บนอาคารบ้านเรือนที่ปลอดภัย เนื่องจากช่วงนี้จะมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนจะมีฝนตกหนัก โดยทางอำเภอได้เตรียมกำลัง อส.อำเภอและฝ่ายปกครอง พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง หากพื้นที่หมู่บ้านใดมีภัยพิบัติจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือเร่งด่วนทันที

ยังคุมเข้มชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำหวั่นชาวเมียนมานำเชิ้อโควิด19เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย

ทหาร ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ตชด.327 เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกลาดตระเวณตามแนวชายแดน เพื่อสกั้ดกั้นการลักลอบเขาประเทศ ทั้งทางบก และทางน้ำโดยใช้เรือท้องแบบลาดตระเวณ ในแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก จนถึง สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อป้องกันชาวเมียนมาหลบหนีข้ามชายแดนทางธรรมชาตินำเชื้อโควิดที่ระบาดอย่างหนักในเมียนมามาแพร่ระบาดในไทย พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 ได้มอบหมายให้ ร.อ.กิตติเดช กันคล้อย ผบ.ร้อย.ม.3 ฉก.ม.2 จัดกำลังออกลาะตระเวณในพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่ อ.แม่สาย ถึง อ.เชียงแสน โดยเฉพาะจุดเสี่ยงและช่องทางธรรมชาติริมแม่น้ำสาย โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมกลุ่มบุถคคลและแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาได้อีก 3 ราย ได้ผู้ต้องหาจำนวน 6 คน ขณะลักลอบข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา จึงควบคุมตัวส่งเจ้าหน้าที่ตวจคนเข้ามาดำเนินคดีและผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

เสี่ยงปี่กลองเริ่มดังเชียงใหม่ KICK OFF สร้างการรับรู้ก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่น

ที่ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ นายวิรุฬ พรรณเทวี รอง ผวจ.เชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รอง ผวจ.เชียงใหม่ นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผอ.กกต.จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายอำเภอ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเข้าประชุมกิจกรรมกิจกรรม KICK OFF การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนทั่วไป

นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผอ.กกต.จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเตรียมการเลือกตั้งทาง กกต.จังหวัดได้เตรียมการมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ในปีนี้ก็มีสัญญาณด้านการเลือกตั้งภายในปี 63 จึงมีความจำเป็นที่ต้องสื่อสารให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนกาารต่างๆ และออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่ถูกครอบงำ ทราบกระบวนการ วิธีการ ขั้นตอนการเลือกตั้ง ซึ่งการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต้องคำนึงถึงความแตกต่างของประชาชนในแต่ละบริบทของพื้นที่ การนำเสนอเนื้อหา การใช้ภาษาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกร่วม ตระหนักรู้ เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผลจึงได้จัดทำคลิปวีดีโอความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น จำนวน 10 เรื่อง สปอตวิทยุ จำนวน 4 เรื่อง ละครสั้นวิทยุภาษาเหนือ (กำเมือง) และชนเผ่า 9 ภาษา ได้แก่ ภาษาชนเผ่าอาข่า, ลีซู, เมี่ยน, ม้ง, ลาหู่, กะเหรี่ยง (โป), กะเหรี่ยง (สะกอ), ภาษาเหนือ (กำเมือง) และภาษายอง พร้อมมีอินโฟกราฟิกเป็นแอนิเมชั่น 2D จำนวน 4 เรื่อง พร้อมแผ่นพับประชาสัมพันธ์

เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิอย่างมีคุณภาพ เพิ่มจำนวนร้อยละผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งและลดจำนวนบัตรเสียในการเลือกตั้งท้องถิ่น สร้างภาคีเครือข่ายการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ภาครัฐรระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและหน่วยงานของรัฐระดับอำเภอท้องถิ่น การประชาสัมพันธ์เป็นอย่างถูกต้องครบถ้วน

ผู้ที่จะลงสมัครเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็น อบจ., เทศบาล และ อบต. นอกจากจะศึกษาเรื่อง พรบ.การเลือกตั้งแล้ว ยังต้องศึกษา พรบ.ของ อบจ., เทศบาล และ อบต. ที่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ขณะที่ประชาชนก็ต้องติดตามข่าวสารจาก กกต.จังหวัด ติดตามจากสื่อมวลชน รวมถึงเสียงตามสายในหมู่บ้าน/ชุมชน และประกาศการเลือกตั้งในพื้นที่ว่า จะมีการเลือกตั้ง อบจ., เทศบาล และ อบต. ในวันไหน และจะเลือกตั้งอะไรก่อน แล้ววิธีการลงคะแนนเสียงแบบไหน ก็ควรศึกษาด้วย เพื่อลดอัตราบัตรเสียให้น้อยลง

สำหรับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทาง ที่ผ่านมาได้มีการจัดการเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่จังหวัดลำปาง และครั้งที่สอง ที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งก็ผ่านพ้นไปด้วยดี เป็นไปตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด ซึ่งในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ก็จะมีการขยายจุดให้ลงคะแนนเพื่อลดความแออัด จัดกำลังเจ้าหน้าที่ อสม. มาช่วยในการตรวจวัดอุณหภูมิ ประชาชนที่เข้ามาต้องใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สวมใส่หน้ากากอนามัยด้วย

ลุยรื้อถอนรีสอร์ทบนดอยม่อนแจ่มต่อ

เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ นำโดยนายสัมพันธ์ พุฒด้วง ผอ.ศูนย์ป่าไม้เชียงใหม่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่1 (เชียงใหม่) เข้ารื้อถอนรีสอร์ทบนดอยม่อนแจ่ม ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ อีกทั้งหมด 11 หลัง ซึ่งทั้งหมดเป็นหนึ่งในรีสอร์ท 28 รายที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการรื้อถอนรีสอร์ทบนดอยแห่งหนึ่งหลายแห่ง

โดยวันนี้ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 กรมป่าไม้ ได้แยกปัญหาการบุกรุกรีสอร์ตบนดอยม่อนแจ่ม ออกเป็น 6 กลุ่มดังนี้ ซื้อขายเปลี่ยนมือ จำนวน 6 ราย ยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 4 ราย ครอบครองพื้นที่บุคคลอื่น จำนวน 2 ราย ขยายพื้นที่ครอบครอง จำนวน 9 ราย เปลี่ยนการครอบครอง จำนวน 4 ราย และครอบครองพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 3 ราย ซึ่งทั้งหมดกระทำผิกกฏหมายต้องทำการรื้อถอนให้เสร็จสิ้นต่อไป