พะเยาบ้านฝั่งแวนคว้าหมู่บ้านดีเด่นเศรษฐกิจพอเพียงชูวิถีชีวิต“ไทลื้อ”เรียบง่ายพออยู่พอกิน

นายนพดล เข็มเพชร กำนัน ต.เชียงบาน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เปิดเผยว่าตามที่จังหวัดพะเยา ได้ดำเนินการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรรหาและคัดเลือกหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่นระดับจังหวัด และกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด รวมทั้งครัวเรือนสัมมาชีพชุมชนตัวอย่างระดับภาค ประจำปี 2563 ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอพียงต้นแบบ เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน เป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำความดีและยกย่องเชิดชูเกียรติ โดยจะได้เข้ารับโล่พระราชทานสมเด็จพระกษิฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

กำนัน ต.เชียงบาน กล่าวต่อว่า ในครั้งนี้บ้านบ้านฝั่งแวน หมู่ 11 ต.เชียงบาน ได้รับรางวัลชนะเลิศหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2563 นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของตนและคนทั้งหมู่บ้านที่ได้ทุ่มเท ความรัก สามัคคี แรงกายแรงใจ พัฒนาหมู่บ้านจนบรรลุเป้าหมายได้ในที่สุด ทั้งนี้ด้วยพื้นฐานของชาวไทลื้อบ้านฝั่งแวนที่มีวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย เช่น การปลูกพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ สำหรับเป็นอาหารในครอบครัว เหลือก็แบ่งปันเพื่อนบ้าน เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ขยายพันธุ์ต่อไปในอนาคต ทำให้เกิดความยั่งยืนด้านอาหารปลอดภัยด้วย มีระบบการเลี้ยงผึ้งให้กินน้ำหวานจากผักสวนครัว ดอกไม้ในชุมชนที่ไม่มีสารพิษใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งผึ้งจะเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดด้านความปลอดภัยจากสารพิษ นอกจากนี้กลุ่มอาชีพผ้าทอจากภูมิปัญญาไทลื้อทำให้มีรายได้เข้าสู่กลุ่มและหมู่บ้านอย่างต่อเนื่องดังนั้นรางวัลที่หมู่บ้านฝั่งแวนได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจและเกียรติของชาวฝั่งแวนทุกคน และผู้ที่ให้การสนับสนุน ทั้งจากหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) วัด และแน่นอนว่าวิถีความพอเพียงจะถูกต่อยอดและส่งต่อให้กับลูกหลานไปอย่างยั่งยืนด้วย นายนพดล กล่าว

ตชด.ส่งแก๊งค้ายานรกไปเกิดใหม่อีก1รายใช้จยย.ขนยาบ้า1แสนเม็ดฝิ่นดิบ32กก.เจอด่านยิงเปิดทางหนีโดนสวนดับจับเป็นได้รายหนึ่งเป็นเยาวชนหลงผิดแค่อายุ15ปี

บ่ายวันที่ 5 กย.63 เจ้าหน้าที่ ตชด.33 ร่วมกับตำรวจ สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบป่าทางบ้านนามะอื้น – หัวเจาะ หมู่ที่ 12 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ หลังจากเกิดการประทะกับแก๊งขนยาเสพติดเมื่อคืนที่ผ่านมา พบศพชายไม่ทราบชื่อนอนหงายเสีชีวิตตามร่างกายถูกยิงด้วยอาวุธปืนหลายแห่ง ห่างออกไปพบของกลางยาบ้าจำนวน 1 แสนเม็ด ฝิ่นดิบ 32 กิโลกรัม

ทั้งนี้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาพ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 พ.ต.อ.อภิชาติ รักพงษ์ ผกก.ตชด.33 สืบทราบว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากโรงงานประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังจุดพักยาในประเทศไทยเพื่อรอส่งให้กับลูกค้าขนเข้าพื้นที่ชั้นในของประเทศโดยใช้เส้นทางบ้านนามะอื้น – บ้านหัวเจาะ หมู่ที่ 12 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นเส้นลำเลียงเข้ามาจึงสั่งการให้สกัดกั้นเพื่อจับกุม

พบรถจักรยานยนต์ ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน ตรงตามที่สายลับแจ้งมา ขณะขับขี่ลงมาจากหมู่บ้านนามะอื้น จึงแสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้นคันแรกหยุดให้ตรวจค้นพบเป็นเยาชนอายุ 15 ปีจึงควบคุมตัวไว้ อีกคันเร่งเครื่องหลบหนีโดยใช้อาวุธปืนยิงเปิดทางเจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ คนร้ายมีประมาณ3คนทิ้งรถและของกลางวิ่งหนีลงข้างทางเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่เป็นระยะเพื่อเปิดทางหลบหนีทางเจ้าหน้าที่ได้ตรึงกำลังไว้ไม่เข้าตรวจสอบเพราะมืดและเป็นพื้นที่ใกล้ชายแดนหวั่นถูกซุ่มโจมตีกระทั่งช่วงสายจึงเข้าตรวจสอบพบศพคนร้ายเสียชีวิต1รายส่วนที่เหลืออาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้

ร้านก๋วยเตี๋ยวเชียงคำสู้โควิด19เริ่มขายได้ถึงแม้ไม่เหมือนเดิมก็พออยู่ได้หวั่นระบาดระลอก2วอนทุกฝ่ายร่วมมือป้องกันอย่างเข้มแข็ง

นางสาวสุภาพร ปัญจอม อายุ 48 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 192 หมู่ 3 ต.เชียงบาน อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยเปิดกิจการร้านก๋วยเตี๋ยวนำชัย เผยว่าตนได้เปิดร้านมานานประมาณ 4 ปี ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์การระบาดของโควิด -19 ลูกค้าหนาแน่นทุกวัน ทั้งขาประจำและขาจร แต่ในช่วงเวลาที่เกิดการระบาดโควิด -19 ต้องปิดร้านตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นมา ตอนนั้นเงียบเหงามาก ต่อมาเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจึงเริ่มกลับมาเปิดขายอีกครั้งเมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มลูกค้ายังมีทั้งขาประจำและขาจรดังเดิม เนื่องจากร้านอยู่ติดถนนทางหลวงแผ่นดินสายเชียงคำ-พะเยา หาง่ายลูกค้าจึงแวะประจำ ทั้งนี้หลังโควิดคลี่คลายพบว่าปริมาณลูกค้าเข้าร้านสังเกตว่าลดลงร้อยละ 20-30 แต่ก็ยังขายได้

นางสาวสุภาพร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามแม้นว่าขณะนี้โควิดจะคลี่คลายไปมากแล้ว ประชาชนเริ่มใช้ชีวิตปกติกันเกือบ 100% แต่ทางร้านก็ยังคงรักษามาตรฐานการให้บริการ และเน้นการป้องกันการระบาดของโรคอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการตั้งจุดบริการล้างมือด้วยน้ำสบู่ที่หน้าร้าน ก่อนที่ลูกค้าจะเข้ามาสั่งอาหารและหาที่นั่งตามสะดวก แม่ค้าใส่หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า สวมหมวก ล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการระบาดของโควิดระลอก 2 ทั้งนี้การให้บริการด้านปริมาณอาหารของร้าน แม้ลูกค้าจะลดลงแต่ปริมาณอาหารที่บริการยังคงปริมาณเดิม ความสะอาด วัตถุดิบที่ใช้ทั้งเนื้อหมู เนื้อสด ลูกชิ้น เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือเส้นต่าง ๆ ที่ลูกค้าสั่ง ต้องสดใหม่ทุกวัน และแถมน้ำพริกกากหมูที่ทำเองด้วย

กลัวจะเกิดโควิดระลอก2เหมือนกัน แต่ชีวิตก็ยังต้องทำมาหากิน ถ้าหากเกิดระบาดระลอกสองจริง ทางร้านก็ต้องมีมาตรการเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยให้มีระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ล้างมือ ใส่หน้ากาก ต้องปลอดภัยไว้ก่อนทุกคนทุกฝ้ายต้องร่วมมือร่วมใจกันป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดระลอก2เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวนำชัย เชียงคำ กล่าว

ข่าวนี้ไม่จริงนอภ.เมืองแม่ฮ่องสอนเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวลือผู้ลี้ภัยติดโควิด19ตายในศูนย์อพยพ

นายพงศ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอเมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ในห้วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสข่าวลือว่า มีผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบชาวกะเหรี่ยงคะยา ในศูนย์พักพิงผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบบ้านในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ได้เกิดป่วยตายกระทันหันโดยสาเหตุมาจากติดเชื้อโรคโควิดจากสหภาพเมียนมา โดยข่าวลือดังกล่าวได้ถูกส่งต่อในสื่อโซเชียลออกไปเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ทราบข่าวลือดังกล่าว ทำให้เกิดความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง

ข่าวลือดังกล่าว ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ทางอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้มอบหมายให้นายศักดิ์วิทยา กองแก้ว ปลัดอำเภอ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบ บ้านใหม่ในสอย ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นความจริง นอกจากข่าวลือว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคโควิดแล้ว ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับ การป่วยตายของสุกรในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านใหม่ในสอย นั้นทางอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯบ้านใหม่ในสอย และหมู่บ้านใกล้เคียงแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีการป่วยตายของสุกรตามการรายงานแต่อย่างใด

นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เปิดเผยต่อไปว่า ในช่วงนี้ มักมีผู้ไม่หวังดี สร้างข่าวลือในทางที่ผิดออกมาบ่อยครั้งส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวของอำเภอ ทำการตรวจสอบต้นตอของข่าวลือดังกล่าวแล้ว หากพบจะทำการดำเนินคดีตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ อย่างเฉียบขาดต่อไป

เสียท่าโจรเสียบแล้วไม่ถอดสองผัวเมียฉกรถจยย.จากเจ้าของที่จอดรถแล้วไม่ถอดกุญแจออกตร.แกะรอยกล้องวงจรปิดตามรวบคอตกเข้าคุก

พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตรำวจชุดป้องกันปราบปรามการโจรกรรมรถ สภ.ช้างเผือก จับกุมตัวนายหมอ ชาว อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นางดาว ไม่มีชื่อสกุล เชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนม่าร์ ทั้งคู่เป็นผัวเมียกันพร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจำนวน 1 คันดำเนินคดีข้อหา”ร่วมกันลักทรัพย์ (รถจักรยานยนต์) ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร”

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องกลางดึกวันที่ 31 ส.ค.63ได้มีคนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์คั้งดังกล่าว ถนนหลังร้านหัวลำโพงเก่า ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าของรถได้ขับมาจอดเพื่อรอรับแฟนเลิกงานโดยลืมเสียบกุญแจรถทิ้งไว้ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ คนร้ายจากการตรวจสอบพบว่าคือนายหมอและนางดาว เป็นคนขับขี่รถออกจากที่จอดไปจึงตามจับกุม ทั้งสองรับสารภาพหลังขโมยรถมาแล้วเอาไปซุกซ่อนไว้ในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านคำเที่ยงรอให้เรื่องเงียบค่อยไปเอามาใช้ไม่ทันได้ใช้ถูกจับเสียก่อน

อนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทใหญ่ให้คงอยู่คู่เมืองแม่ฮ่องสอน

ที่ห้องดงรักวิทยาลัยชุมชน จ.แม่ฮ่อสอน นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เปิดการประชุมไทใหญ่ศึกษานานาชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่งวิทยาลัยชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดขึ้น มีส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้แทนเครือข่าย อาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในภาคเหนือ และภาคประชาชน รวมทั้งชาวไทใหญ่ทั้งจากรัฐฉานที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจากจังหวัดต่าง ๆของในภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย แพร่ น่าน ให้ความสนใจเข้าร่วมเสวนาทางวิชาการกว่า 200 คน

นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตนเองค่อนข้างโดดเด่นโดยเฉพาะวัฒนธรรมไทใหญ่ เป็นที่ชื่นชมของผู้ที่ได้มาพบเห็นทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนงานด้านวิชาการที่ทรงคุณค่า รวมทั้งเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์ สืบสาน และถ่ายทอดวัฒนธรรมประเพณีไทใหญ่ให้คงอยู่คู่เมืองแม่ฮ่องสอน

นายสุเทพ นุชทรวง ประธานสภาวิทยาลัยชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในการเสวนาทางวิชาการไทใหญ่นานาชาติดังกล่าว นอกจากต่อยอดอนุรักษ์สืบสานความเป็นไทใหญ่แล้ว ยังให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ นำเสนองานวิชาการและวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงสังคมไทใหญ่ระหว่างนักวิชาการอาวุโสและรุ่นใหม่ รวมทั้งภาคประชาสังคมไทใหญ่ทั้งในประเทศไทยและเมียนมา ประเมินสถานการณ์ องค์ความรู้ไทใหญ่ศึกษา เป็นการสร้างเครือข่ายนักวิชาการ ซึ่งวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน ได้จัดตั้งศูนย์ไทใหญ่ศึกษา เพื่อขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตของชาวไทใหญ่มาตั้งแต่ปี 2520 เพื่อพัฒนางานวิจัย สืบค้น ถ่ายทอด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านไทใหญ่ สร้างมูลค่าเพิ่มทางวัฒนธรรมไทใหญ่ เชื่อมโยงประสานเครือข่ายและชาติพันธุ์

สอนน้องบีบแตรแบบง่ายๆเมื่อถูกลืมหรือถูกขังไว้ในรถ

ชุดบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลแม่สะเรียง และ ทีมบรรเทาสาธารณภัยโซนใต้ ได้ร่วมให้ความรู้น้องๆศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแม่คง ต.แม่คง และ โรงเรียนอนุบาลบ้านกาศ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เรื่อง การเอาตัวรอดและช่วยเหลือเด็กติดอยู่ในรถ และ การอพยพหนีเหตุเพลิงไหม้ ให้แก่บุคลากร ครู และ เด็ก ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนาน คึกคัก อยากรู้อยากเห็นของบรรดาเด็กๆ

โดยเด็กที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้อยู่ใน ระดับเตรียมอนุบาล และ อนุบาล 1 – 2 ซึ่งมีอายุระหว่าง 3 ขวบถึง 4 ขวบ ให้รู้จักวิธีแก้ปัญหา หากติดอยู่ในรถควรจะทำอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ก่อน โดยทางกู้ภัยก็ได้สอนวิธีบีบแตรรถแต่ละรุ่นแต่ละยี้ห้อ เป็นวิธีง่ายๆแต่ได้ผล ให้กับน้องๆได้เรียนรู้เพื่อให้คนอื่นได้ยินเมื่อติดอยู่ในรถ เพื่อให้เด็กได้มีความรู้เบื้องต้นหากถูกขัง หรือถูกลืมไว้ในรถ เป็นวิธีการสอนเอาตัวรอดแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ให้กับเด็กๆ หากติดอยู่ในรถเพียงลำพัง ซึ่งการให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้จริงก็จะเกิดประโยชน์และทักษะการรู้จักเอาตัวรอดได้ในกรณีฉุกเฉินเมื่อติดอยู่ในรถ

 

ระทึกคนร้ายขโมยรถยนต์ถูกล้อมจับคว้ามีดฟันหัวตำรวจแบะก่อนถูกยิงสวนเจ็บเจอ3ข้อหาหนัก

ช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ย.63 พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.ท.ปรัชญา ทิศลา รองผกก.ป.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายขโมยรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาวหมายเลขทะเบียน ผแอ 4528 เชียงใหม่ เหตุเกิดบริเวณริมถนนสายศรีดอนไชย ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงรุดไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุพร้อมพวก

ริมถนนพบหญิงสาวผู้เสียหายใก้การว่าขับรถไปจ่ายตลาดแล้วมาจอดรถไว้ริมถนน โดยปิดเครื่องแต่ลืมเสียบกุญเจรถทิ้งไว้ แล้ววิ่งไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มฝั่งตรงข้ามจากนั้นก็มีคนร้ายเป็นชาย เดินมาที่รถและเปิดประตูรถแล้วขับรถหลบหนีไป จึงกระจายข่าวแจ้งสายตรวจสกัดจับทั่วเมืองเชียงใหม่ จนพบรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดซุกซ่อนอยู่ถนนระแกง หน้าโบถส์คริสจักรตำรวจโดย ด.ต.ปริญญา ปราบหงษ์ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปรามสภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมลูกชุด 5 นายก็ปิดล้อมโบถส์ดังกล่าว

ด.ต.ปริญญา เข้าด้านหลังเพียงนายเดียว เมื่อไปถึงกำแพงด้านหลังก็พบคนร้ายคือนายกิตติวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปีชาวจังหวัดเชียงใหม่ วิ่งออกมาในมือถืออาวุธมีดยาว 15 นิ้วออกมาฟันเข้าที่ศรีษะ ของ ด ต.ปริญญา แต่มีดถูกหมวกกันน็อกตำรวจทำให้แฉลบ ลงมาโดนต้นแขนข้างขวา บาดเจ็บ และคนร้ายพยายามจะตามฟันช้ำ ด.ต.ปริญญา แต่ด.ต.ปริญญา ก็ชักอาวุธปืนคู่กายออกมายิงถูกน่องด้านขวาจนล้มลงและช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ จึงนำตัวผู้ต้องหา และด.ต.ปริญญา ส่งรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าอยากได้รถใช้ เดินมาเห็นรถจอดเสียบกุญแจทิ้งไว้เลยตัดสินใจขึ้นไปขับกะทั่งจนมุมเกิดความเครียดจึงทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ตำรวจได้แจ้งแจ้งข้อหาลักทรัพย์ พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน และต่อสู้ขัดขื่นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ต่อไป

กรมบังคับคดี-บสย. ยกระดับความร่วมมือรับ–ส่งข้อมูลบุคคลล้มละลาย อิเล็กทรอนิกส์

นางอรัญญา ทองน้ำตะโก อธิบดีกรมบังคับคดี และ นายจตุฤทธิ์ จันทรกานต์ รองผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สายงานปฏิบัติการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมลงนามบันทึกความตกลงการรับ – ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างกรมบังคับคดี กับ บสย. โดยมี นายฐิติพงศ์ นันทาภิวัฒน์ รองผู้จัดการทั่วไป สายงานสารสนเทศและดิจิทัล บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกรมบังคับคดี และ บสย. เข้าร่วมในพิธีลงนาม ณ ห้องประชุมคชสาร 2 ชั้น 3 อาคารกรมบังคับคดี

นายจตุฤทธิ์ จันทรกานต์ รองผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สายงานปฏิบัติการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า การลงนามบันทึกความตกลงการรับ – ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างกรมบังคับคดี กับ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในวันนี้จะเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับการพัฒนาและต่อยอดความร่วมมือ ซึ่งเห็นความสำคัญของข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลล้มละลาย และการรับส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกี่ยวกับบุคคลล้มละลาย ซึ่งเป็นข้อมูลสาธารณะที่สามารถเปิดเผยได้ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา และ กรมบังคับคดี ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลของบุคคลล้มละลายเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์กรมบังคับคดีได้อีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งในปี 2561 กรมบังคับคดี ได้เปิดโอกาสให้ บสย.ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน นับเป็นโครงการความร่วมมือครั้งแรกร่วมกัน

แม่สายไม่ไว้ใจสแกนทุกหมู่บ้านป้องกันโควิด19ข้ามฝั่งจากเมียนมาระบาดในพื้นที่

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านหรือ ชรบ. ร่วมกับทหาร ร้อย ม.3 ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ซึ่งได้มอบหมายให้ ร.อ.กิตติเดช กันคล้อย ผบ.ร้อยม. 3 นำกำลังร่วมกับ ตำรวจ และสาธารณสุข เพื่อกระจายกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนสายหลัก สายรอง และถนนภายในพื้นที่รับผิดของแต่ละหมู่บ้าน เพื่อสกัดการกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งของไวกรัสโควิด 19 หลังพบการระบาดโควิด 19 สายพันธุ์ใหม่ในเมียนมา ซึ่งมาตราการดังกล่าวเพื่อเป็นการตรวจเข้มภายในหมู่บ้านในพื้นที่ อ.แม่สาย ที่พบว่ามีการลักลอบเข้าเมืองของชาวเมียนมาอย่างต่อเนื่อง และสามารถควบคุมตัวได้ทุกวัน สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีมาตราการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยได้ตั้งด่านตามจุดต่างๆ เพื่อตรวจคัดกรองผู้ที่ผ่านไปมา และตามเส้นทางตลอดแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาของชาวต่างด้าว

สำหรับการขนส่งสินค้าผ่านด่านถาวร แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก สะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นเพียงช่องทางเดียวที่อนุโลมให้ผู้ควบคุมรถขนส่งสินค้าข้ามผ่านแดน เจ้าหน้าที่ในด่านพรมแดน รวมทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ยังคงตรวจตราอย่างเข้มกับผู้ควบคุมรถขนส่งสินค้า โดยอนุญาติให้ข้ามไปได้เพียงคนขับรถเท่านั้น และมีการวัดอุณหภูมิร่างกายทั้งขาออกไปและขากลับเข้ามา และยังต้องรายงานประวัติการเดินทางระหว่างที่อยู่ในเมียนมา โดยมีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อที่เชียงตุง ประเทศเมียนมา 2 ราย เป็นชายอายุ 25 และ 27 ปี นำมาซึ่งคำสั่งปิดตลาดขนาดใหญ่กลางเมืองเชียงตุง เพื่อลดพื้นที่เสี่ยงจากการสัมผัสกันของคนหมู่มาก จนทำให้บรรยากาศที่เมืองเชียงตุงเงียบเหงาลงล่าสุดมีรายงานว่าพบว่าชายทั้ง 2 คนเป็นนักข่าวออนไลน์ ไปอบรมสัมมนาที่ย่างกุ้ง กลับมาเชียงตุงด้วยเครื่องบินแล้วมีไข้สูง อย่างไรก็ตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการออกมาแล้วไม่พบว่าติดเชื้อโควิด 19 แต่อย่างใด ในส่วนที่ จ.ท่าขี้เหล็ก มีรายงานว่าพบผู้ป่วย จำนวน 5 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบอีกครั้งว่าติดเชื้อไวรัสโควิด -19 หรือไม่