สิ้นแม่ปุ๊ อรพิณ แม่ดาราดังโอวรุฒ วรธรรม

เวลา 07.39 น.วันที่ 3 ก.ค ที่โรงพยาบาลลานนา ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางอรพิณ กุญชร ณ อยุธยา หรือแม่ปุ๊ อายุ 84 ปี มารดาของโอ วรุต วรธรรม นักแสดงชื่อดัง ภรรยาของนายแรม วรธรรม ดารารุ่นใหญ่ ได้เสียชีวิตอย่างสงบหลังจากเข้ารักษาเนื่องจากลื่นล้ม สำหรับประวัติ นางอรพิน กุญชร ณ อยุธยา เป็นบุตรสาวของ ร.ท.ม.ล.พร้อม กุญชร สมรสกับ นายแรม วรธรรม อายุ 86 ปี ต่อมาที่ได้เสียชีวิตไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2562 ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ส่วนโอ วรุต วรธรรม ลูกชายก็เป็นดาราชื่อดัง โดยเฉพาะการแสดงหนังเป็น “โกโบริ” ได้สร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งได้เสียชีวิตจากไปด้วยเช่นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จึงเหลือเพียงแม่ปุ๊ อรพิน เพียงคนเดียว กระทั่งได้มาเสียชีวิตลงในวันนี้

นางสาวรุ่งฟ้า บุญสม หลานสาวแม่ปุ๊ เปิดเผยว่าเมื่อเช้าวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมาหลังตื่นขึ้นมา แม่ปุ๊ ได้ลื่นล้มภายในห้องรับแขก ภายในบ้านพักที่ ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่มีอาการใบหน้าบวม คิ้วแตก รีบนำตัวมารักษาที่รพ.ลานนา แพทย์ได้เอ็กซเรย์ก็พบว่า มีเลือดออกในเยื่อหุ้มสมองแต่ไม่อันตราย เลือดหยุดไหลเองได้ และมีอาการไตวายเฉียบพลันแทรกซ้อน จึงได้นอนพักรักษาตัวที่ห้องไอซียู เป็นเวลา 2 วัน หลังจากอาการดีขึ้นก็ได้ย้ายไปพักฟื้นที่ห้องพิเศษอาการดีขึ้นตามลำดับ กระทั่งเช้าวันนี้เวลา 07.39 น.ทางโรงพยาบาลได้แจ้งให้ตนทราบว่าอาการของแม่ปุ๊ เริ่มไม่ดี ตนพร้อมกับญาติจึงได้เดินทางมาที่โรงพยาบาล ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว

ส่วนพิธีศพของแม่ปุ๊ อรพิน ได้พูดคุยกับทางนีโน่ เมทนี บูรณะศิริ  จะมีการเคลื่อนย้ายศพแม่ปุ๊ ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีเอี่ยม กรุงเทพฯ โดยจะเคลื่อนย้ายศพในเวลาประมาณ 09.00 น.วันที่ 6 ก.ค. นี้ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงของวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา จึงได้ขอฝากศพไว้ที่โรงพยาบาลก่อน เมื่อเคลื่อนศพไปที่วัดแล้ว ก็จะสวดบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยมีพิธีรดน้ำศพในวันที่ 7 ก.ค. จากนั้นจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 10 กรกฎาคม ส่วนเรื่องบ้านของแม่ปุ๊ ที่เชียงใหม่ รวมถึงร้านกาแฟ ของโอ วรุต รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ คงจะมีการพูดคุยกันอีกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นงานฌาปนกิจศพของแม่ปุ๊ ซึ่งจะได้พูดคุยกับทางนีโน่ อีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ยอมรับมติชาวบ้านไม่นำลายโบราณเวียงบัวไปทำเป็นลายปูพื้นแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบัว หมู่ 7 ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ได้มีการประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเรื่องการนำลายโบราณของเวียงบัวไปใช้ในโครงการปรับปรุงลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ซึ่งเป็นโครงการในพื้นที่ของเทศบาลเมือง(ทม.)พะเยา โดยมีเจ้าคณะตำบลแม่กา มานั่งรับฟังด้วย พร้อมคณะกรรมการเตาเผาโบราณเวียงบัว และประชาชนในหมู่บ้านกว่า 80 คน เข้าร่วมประชุม ณ หอประชุมหมู่บ้าน ซึ่งมีนายอัษฎากรณ์ ฉัตรานันท์ เลขานุการนายก ทม.พะเยา และคณะทีมออกแบบฯ ของโครงการมาชี้แจง โดยที่ประชุมมีมติชัดเจนห้ามนำลายโบราณเวียงบัวไปทำลายปูพื้นอย่างเด็ดขาด และทางทีมออกแบบฯ ได้ขอโทษประชาชนชาวบ้านบัวด้วย

นายพรศักดิ์ เฉพาะธรรม ประธานกรรมการเตาเผาโบราณเวียงบัว กล่าวว่า มติที่ประชุมยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่ยินยอมให้ทาง ทม.พะเยา นำลายโบราณเวียงบัวไปทำเป็นลายปูพื้นโดยเด็ดขาด ขอให้ปรับรูปแบบการวางลายให้เหมาะสมกว่านี้ เช่น ยกระดับลายขึ้นมาให้สูงจากพื้น ไม่ถูกการเหยียบไปมา หรือนั่งพิง ควรใช้เป็นผนังหรือหลักคล้ายหลักศิลาจารึกให้ประชาชนเห็นทั่วไปได้อย่างสวยงาม พร้อมกันนี้ทางหมู่บ้านขอมีส่วนร่วมในการออกแบบเรื่องการนำลายโบราณไปใช้เพื่อความเหมาะสม เราชาวเวียงบัวไม่ได้หวงหรือแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภูมิปัญญาเหล่านี้ แต่เนื่องจากลายโบราณเป็นของสูงและเป็นมงคล ที่สำคัญเป็นสมบัติของแผ่นดิน ที่สามารถนำไปใช้ได้เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ดังนั้นการนำไปใช้ต้องให้เกิดความเหมาะสม ปธ.กก.เตาเผาฯ กล่าว

ทางด้านทีมออกแบบกล่าวว่า ตนยอมรับผิดและขอโทษทางชุมชนที่ไม่ได้เข้ามาสอบถามตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อทางชุมชนบ้านบัวไม่ต้องการให้นำลายโบราณไปปูพื้น ทางโครงการฯ ก็จะนำไปปรับปรุงใหม่ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน และเมื่อออกแบบใหม่เสร็จแล้วจะนำมาให้ทางชุมชนร่วมพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง

ทั้งนี้ในระหว่างการชี้แจง ปรากฏว่าทันใดนั้นได้มีหญิงผู้สูงอายุออกไปฟ้อนรำ หัวเราะเสียงดัง ไม่มองหน้าผู้ใดทั้งสิ้น และโบกมือแสดงอาการไม่ยอมให้นำลายโบราณไปปูพื้น ขณะเดียวกันมีผู้หญิงวัยกลางคนนั่งอยู่ท้ายห้องประชุมแสดงอาการโกรธอย่างมากพร้อมประกาศว่าไม่ได้ ไม่ให้ปูพื้น ทำไมไม่มาถามชาวบ้านก่อน ซึ่งประชาชนที่มาประชุมตื่นตกใจกันอย่างมาก ทั้งนี้ประชาชนที่มาประชุมให้ข้อมูลว่าเป็นร่างทรงของเจ้าพ่อพญานาคเฝ้าเตาโบราณเวียงบัวกำลังโกรธ และหญิงสูงวัยที่ฟ้อนรำด้านหน้าที่ประชุม คือ ร่างทรงของเจ้าที่อารักหมู่บ้านบัวมานาน

ตร.แม่ฮ่องสอน แถลงข่าวจับรถจักรยานยนต์แต่งซิ่งและทำลายท่อไอเสียดัดแปลงกว่า 100 ชิ้น

วันที่ 2 ก.ค 63 ที่ สภ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พตอ.สิริวัฒน์ บุญประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.จังหวัดแม่ฮ่องสอน พตท.สมศักดิ์ ต๊ะแดง ผกก.สภ.เมือง ร่วมกันแถลงข่าวผลการปราบปรามรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพ และตกแต่งท่อไอเสียทำให้เกิดเสียงดังในเขต อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หลังได้รับการร้องเรียนสร้างความเดือดร้อนและรำคาญให้กับชาวบ้าน พร้อมเป็นการป้องกันปราบปรามการแข่งขันรถในทางสาธารณะ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายแก่ผู้สัญจร ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 5

ระหว่างวันที่ 20 – 30 มิ.ย ที่ผ่านมาสามารถจับกุมรถดัดแปลงสภาพท่อไอเสียได้จำนวน 14 คัน ดัดแปลงสภาพรถหรือส่วนอื่นใดอีก 2 ราย พร้อมกับบดทำลายท่อไอเสียเสียงดังเพื่อไม่ให้นำกลับมาใช้ได้อีกจำนวนกว่า 100 และโอกาสนี้ยังได้มอบหมวกนิรภัย ในโครงการ หมวกปันสุข แจกหมวกนิรภัยให้ประชาชนที่ขาดแคลน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัย เพราะหากไม่สวมหมวกนิรภัย จะถูกจับจริง ปรับจริง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ในการขับขี่รถจักรยานยนต์

พตอ.สิริวัฒน์ บุญประสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับแม่ฮ่องสอนการแข่งขันรถจักรยานยนต์ในเส้นทางสาธารณะนั้นไม่น่าหนักใจ เพราะไม่มีถนนทางตรงระยะยาวไกล และที่ผ่านมาการรวมกลุ่มแข่งรถของวัยรุ่นบนถนนสาธารณะก็ไม่ค่อยปรากฏ ส่วนใหญ่จะมีร้องเรียนเข้ามาเรื่องการดัดแปลงท่อไอเสียเสียงดัง ซึ่งขณะนี้มีการกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่องต่อไป

บางกอกแอร์เวย์สจับมือช้อปปี้ จัดโปรโมชั่นต้อนรับปลดล๊อคดาวน์ เสนอบัตรของขวัญ (E-Gift Card) ราคาพิเศษมูลค่า 1,000 บาท ในราคาเพียง 799 บาท

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จับมือ ช้อปปี้ ฉลองแคมเปญ “Shopee 7.7 Mid Year Sale 2020” จัดโปรโมชั่นต้อนรับปลดล๊อคดาวน์ เสนอบัตรของขวัญอิเล็กทรอนิกส์ (E-Gift Card) มูลค่า 1,000 บาท ในราคาพิเศษเพียง 799 บาท (มีจำนวนจำกัด) ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฏาคมนี้ เพื่อใช้แทนเงินสดสําหรับซื้อบัตรโดยสารของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สในทุกเส้นทางทั้งในและต่างประเทศ ผู้โดยสารที่สนใจสามารถซื้อบัตรของขวัญอิเล็กทรอนิกส์และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://shopee.co.th/bangkokair

วัดโลกโมฬีต่อยอดโรงทาน ตู้ปันสุข ตั้งศูนย์ฝึกอาชีพระยะสั้นให้กับประชาชนที่เดือดร้อนจากพิษโควิด19

พระครูไพบูลเจติยานุรักษ์ ดร. ประธานสงฆ์วัดโลกโมฬี อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาวัดโลกโมฬีได้ตั้งโรงทานแจกจ่ายข้าวปลาอาหารให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในพื้นที่เชียงใหม่ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด โดยโรงทานดังกล่าวได้ดำเนินการตามพระบัญชาของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช พร้อมการอุปถัมภ์จากพระเดชพระคุณพระธรรมเสนาบดี และมูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ ซึ่งทางวัดได้ดำเนินการตั้งแต่วันนี่ 25 มี.ค. – 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา รวมระยะเวลา 83 วัน ถือเป็นวัดที่ตั้งโรงทานนานที่สุดในประเทศไทย หลังจากที่หยุดการตั้งโรงทานแล้ว ทางวัดก็ได้จัดทำตู้ปันสุข ตั้งไว้ที่บริเวณประตูทางเข้าด้านหน้าวัด ในหนึ่งวันจะนำสิ่งของไปใส่ในตู้วันละ 4 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาไม่ถึง 40 นาที ของที่วางอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ นม ขนม ผลไม้ น้ำดื่ม ได้หมดเกลี้ยง แสดงให้เห็นว่า ยังมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่อยู่อีกเป็นจำนวนมาก

อาตมามองเห็นว่า การตั้งโรงทาน และการทำตู้ปันสุขเป็นเพียงแค่การช่วยเหลือปลายทาง ไม่ใช่ต้นทางที่แท้จริง เหมือนกับการให้ปลา แต่ไม่ได้สอนหาปลาทำให้เขาต้องรอการตั้งโรงทาน หรือรอของจากตู้ปันสุขอย่างเดียว ดังนั้น อาตมาจึงได้คิดว่า ควรจะมีการฝึกอาชีพให้กับคนที่ต้องการ เพื่อให้ประชาชนที่ตกงาน หรือต้องการมีอาชีพเสริม ได้มีอาชีพติดตัวไปประกอบอาชีพ และดูแลครอบครัวได้ ในช่วงที่ตั้งโรงทาน ก็มีการสอบถามความต้องการของประชาชน และมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฝึกอาชีพจำนวน 50 คน ทั้งนี้ ทางวัดอยากให้มีคนมาฝึกอาชีพให้มากขึ้น โดยจะใช้เวลาฝึก 3 – 5 วัน แล้วใช้สถานที่ของวัดทำการฝึกอาชีพด้านการนวดแผนโบราณ, การทำอาหาร, การทำขนม และการตัดผม ทางวัดได้รับความอนุเคราะห์จากนายสุรัตน์ ปาละนันทน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 19 เชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จะจัดส่งวิทยากรมาช่วยทำการฝึกสอนอาชีพระยะสั้นให้ผู้มาสมัคร

ทางวัดก็จะเปิดรับสมัครประชาชนที่สนใจตั้งแต่อายุ 20 – 45 ปี ให้เข้ามาเรียนได้ฟรี กำหนดเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 – 5 ก.ค. 63 และจะเริ่มเรียนประมาณวันที่ 9 ก.ค. 63 รวมถึงใครที่อยู่ต่างจังหวัดหากประสงค์ที่จะมาเรียน แต่ไม่มีงบของการเดินทางก็ประสานทางที่วัดได้ ซึ่งยังมีงบประมาณส่วนหนึ่งในการที่จะนำมาช่วยเหลือในการฝึกอาชีพ แต่ขอให้เป็นบุคคลที่ตั้งใจจริง เพราะทางวัดจะได้จัดเตรียมสถานที่พักให้อาศัยอยู่กินภายในวัด ช่วงที่มีการฝึกอาชีพ หรือท่านใดที่ต้องการเรียนในอาชีพอื่นๆ เพิ่ม ก็สามารถแจ้งได้ทางวัดตั้งใจว่าจะเปิดสอนตลอดทั้งปี 63 และจะเปิดการสอนเป็นรอบๆ โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่วัดโลกโมฬี

ธ.ก.ส.ทุ่มงบ 400 ล้านรองรับการค้าลำไยปีนี้

ที่ จ.เชียงใหม่ นายภูมิ เกลียวสิริกุล ผู้อานวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ภาคเหนือมีผลไม้หลากหลายชนิด และเดือน ก.ค. – ก.ย. เป็นช่วงผลผลิตลำไยจะออกสู่ท้องตลาด ทาง ธกส.ได้ร่วมกับส่วนราชการ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และภาคเอกชน จึงได้จัดการประชุมในวันนี้เพื่อเตรียมรองรับผลผลิตลำไยที่จะออกสู่ท้องตลาด และจะเยอะกว่าปีที่ผ่านมา

เรื่องราคามีผลกระทบแน่นอนจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะเรื่องของการส่งออก การประชุมในปีนี้จึงเป็นการประชุมเพื่อหาทิศทางว่าลำไยปีนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนของธนาคารก็ได้สนับสนุนกลุ่มทุน โดยมองว่าเมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดมาก เกษตรกรระบายผลผลิตให้พ่อค้าที่จะออกมาพร้อมกันในเดือนสิงหาคม มีควาามจำเป็นที่ทางผู้ประกอบการจะรวบรวมลำไยต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ถ้าทาง ธกส.สนับสนุนเงินทุนให้ผู้ประกอบการแล้วรวบรวมผลผลิตลำไยไว้ในมือ มีต้นทุนเพียงพอที่จะรับซื้อ แล้วส่งต่อให้ผู้ประกอบการที่จะทำลำไยอบแห้งที่ส่งออก-ขายปลีกที่ห้างสรรพสินค้า ก็น่าจะช่วยเหลือได้

นายภูมิกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน ซึ่งดูแล 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงราย แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง น่าน พะเยา ลำพูน และแม่ฮ่องสอน) ขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมทุกโครงการแล้วกว่า 100 ราย วงเงินที่ขอกู้กว่า 400 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินกู้เพื่อไปดำเนินการรับซื้อลำไยได้เร็วที่สุดภายในไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งผลผลิตลำไยปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 6 – 7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อผลผลิตเพิ่มขึ้นราคาก็จะตกลง แต่ที่จริงแล้ว ทาง ธกส. ได้เน้นเรื่องของการส่งเสริมการผลิตลำไยคุณภาพดี เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด แต่ปัญหาคือ พี่น้องเกษตรกรยังทำไปไม่ถึงขั้นนั้น อาจต้องให้ความรู้ ความสามารถมากขึ้น ทาง ธกส.มีการส่งเสริมให้ใช้นวัตกรรม โดยร่วมกับ ม.แม่โจ้ โดยให้ทาง ม.แม่โจ้ คิดค้นนวัตกรรม เอาเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าไปศึกษา เรียนรู้ และมีภารกิจในการค้นหาเกษตรกรรุ่นใหม่ เข้ามาสู่ภาคการเกษตรมากขึ้น ใช้องค์ความรู้ของเขาในการปรับเปลี่ยนภาคเกษตรกรไปสู่การเกษตรแบบใหม่ เพราะในระยะยาวสามารถก้าวตามทันสิ่งเหล่านี้ได้

สำหรับผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อต้องเป็นเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีประสบการณ์ในการรวบรวมผลไม้ กำหนดวงเงินกู้กรณีเป็นเกษตรกรสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 6.50 ต่อปี) กรณีกลุ่มเกษตรกร สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท กรณีสหกรณ์การเกษตร สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท และกรณีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สูงสุดไม่เกิน 20 เท่าของเงินทุนตนเองและไม่เกิน 20 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR (ปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 4.875 ต่อปี) โครงการดังกล่าวกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจะชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3.00 ต่อปี ในช่วง 6 เดือนแรกนับจากวันที่จัดทาสัญญาเงินกู้ โดยกาหนดชาระคืนเงินกู้ไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่จัดทำสัญญาเงินกู้ และไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 และทางธนาคารยังสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อลำไยจากเกษตรกร เพื่อนำไปรวบรวมหรือแปรรูปเพื่อการส่งออก โดยพร้อมสนับสนุนสินเชื่อ SME เกษตร อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ในระยะเวลา 3 ปี

ลำปางปรับภูมิทัศน์ถนนคนเดิน”กาดกองต้า”

นายกเทศมนตรีนครลำปาง ลงพื้นที่ดูความคืบหน้าการปรับปรุงผิวถนนกาดกองต้า เผยหากแล้วเสร็จจะเป็นถนนคนเดินที่สวยงามและโดดเด่นที่สุดอีกแห่งหนึ่ง

ดร.กิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ลงพื้นที่ดูความคืบหน้าโครงการปรับปรุงพื้นผิวจราจร บริเวณถนนตลาดเก่า (กาดกองต้า) ดำเนินการโดย สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำปาง ในส่วนของพื้นผิวถนนได้ทำการการเทคอนกรีตพิมพ์ลายตั้งแต่บริเวณแยกสวนดอก (อาคารฟองหลี) ถึงแยกธนาคารกรุงเทพ (ขนมจีนป้าป๋อง) ไปแล้ว และได้ทำการเทซีเมนต์บริเวณไหล่ทางทั้งสองข้าง ซึ่งจุดนี้จะมีรางระบายน้ำเชื่อมต่อลงไปยังท่อระบายน้ำตลอดสาย พร้อมจะได้นำตะแกรงเหล็กมาคลุมรางระบายและท่อระบายอย่างมิดชิด โดยหลังจากสำนักโยธาธิการฯ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ จะโอนมอบให้กับ เทศบาลนครลำปางเป็นผู้ดูแลต่อไป

เทศบาลแม่สะเรียง เชิญชวนประชาชนลดละเลิกงดเหล้าเข้าพรรษา 3 เดือน

นายพัลลภ หว่าละ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่สะเรียง เปิดเผยว่า ด้วยทางกองการศึกษาเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ได้จัด กิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาประจำปี 2563 ภายใต้กิจกรรม”งดเหล้า เข้าพรรษา เป็นเวลา 3 เดือน “ ขึ้น จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านใช้ช่วงเวลาเข้าพรรษานี้เป็นจุดเริ่มต้นของการ ลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อมาร่วมกันฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง ห่างไกลโรค สร้างสุขภาพชีวิต ชุมชนให้น่าอยู่และปลอดภัย จากอุบัติเหตุ และ โรคภัยร้ายแรงต่างๆ ที่เกิดจากพิษของสุรา โดยช่วงเทศกาลเข้าพรรษากิจกรรมงดเหล้าได้กลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เทศบาลตำบลแม่สะเรียงได้มีการรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนคนแม่สะเรียง ลด ละ เลิก การดื่มเหล้า ทำสมาธิ เข้าวัดฟังธรรม โดยสามารถร่วมลงทะเบียนได้ที่ กองการศึกษาเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ตร.ภาค 5 เรียกทุกฝ่ายถกปัญหาจราจรติดขัดใน จ.เชียงใหม่ ช่วงเปิดเทอม 1 พ.ค ทุกฝ่ายทุกระบบพร้อมเชื่อรับมือได้ไม่มีปัญหา

29 มิ.ย.63 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เป็นประธานประชุมการ เตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาการจราจรเปิดภาคเรียนในแบบNew normal ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีพล.ต.ต. พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว. เชียงใหม่ พ.ต.อ.ไพศาล นันตา รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ (รับผิดชอบงานจราจร)พ.ต.อ.ฐาปนพงศ์ ชัยรังษี ผู้กำกับกลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ หน่วยงานฝ่ายปกครอง และตัวแทนจากสถาบันการศึกษา ร่วมประชุมในการเปิดเรียนวันแรก 1 พ.ค. นี้ ที่ประชุมได้ข้อสรุปแนวทางการปกิบัติโดยกลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ และสถานีตำรวจพื้นที่เขตติดต่อพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ออกปฏิบัติหน้าที่งานจราจรอย่างเต็มที่ มีชุดเคลื่อนที่เร็ว และอาสาจราจรจำนวนกว่า 400 นาย พร้อมรถยก และอุปกรณ์เครื่องมือต้องพร้อมแก้ไขปัญหา และอำนวยความสะดวกการจราจร โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคืนพื้นผิวจราจรจุดก่อสร้างและหาแนวทางในการแก้ปัญหาการจราจรร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรที่ติดขัด

สภาพปัญหาจราจรปริมาณรถมากเกิดขึ้นในเขต อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีโรงเรียนรวมจำนวนทั้งสิ้น 75 แห่ง โดยมีโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่า 2,000 คนขึ้นไป มีทั้งหมด 8 โรงเรียน ตั้งอยู่ใน 3 เส้นทางหลัก คือ ถนนมหิดล ถนนเจริญประเทศ และถนนแก้วนวรัฐ โดยเส้นทางทั้ง 3 การจราจรจะหนาแน่นและรถติดในเวลา 06.00 น. – 09.00 น. และ 15.00 น. – 18.00 น. ของทุกวันที่โรงเรียนเปิดทำการ ส่วนถนนมหิดล ได้มีการประชุมหารือ กับทางโรงเรียนในเส้นทาง คือโรงเรียนมงฟอร์ตและโรงเรียนวารี ได้จัดระบบการจราจรภายในโรงเรียน ที่จอดรถ และจัดเจ้าหน้าที่ (รปภ.) ช่วยอำนวยความสะดวกพื้นที่ภายใน และด้านหน้าโรงเรียน ร่วมกับ จนท.ตำรวจจราจร และอาสาสมัครฯ ที่มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจรประจำจุดดังกล่าวทางกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ ยังได้ร่วมกับสถานศึกษา วางแผนการจัดระบบจราจร ร่วมประชุมผู้ปกครองแบบ Online Homeroom โดยเน้นผู้ปกครอง นักเรียนใหม่ ซึ่งยังไม่คุ้นชินกับเส้นทาง และการรับ-ส่ง ให้มีความพร้อม และวางแผนการเดินทางเพื่อให้ใช้เวลาในการรับ-ส่งน้อยที่สุด วางแผนการเดินทาง ได้แก่ เส้นทางเข้า-ออก,จุดรับ-ส่ง จุดนัดหมาย เตรียมสิ่งของให้พร้อมก่อนลงจากรถ ได้แก่ กระเป๋านักเรียนและสิ่งของต่างๆ เงินสำหรับไปโรงเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดปัญหาจราจร

นอกจากนี้ยังเพิ่มมาตราการ“มาตรการ 5 เตรียม 1 เสริม” ให้ทุกพื้นที่เตรียมแผน การจัดระบบการจราจรร่วมกับสถานศึกษาต่างๆเตรียมกำลังพล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ สถานีตำรวจ 9 เส้นทางหลัก ในการแก้ไขปัญหาการจราจรเตรียมอุปกรณ์ เช่น ป้าย เครื่องหมายจราจร แผงกั้น กรวยยาง เสื้อกันฝน รองเท้าบู๊ท อุปกรณ์วิทยุสื่อสารโดยการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงแก้ไขในเส้นทางหลัก และ การคืนพื้นผิวการจราจร จุดก่อสร้าง เตรียมประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรับทราบ และ แก้ไขปัญหาการจราจรร่วมกันเสริม smart city โดยการใช้เทคโนโลยี จากกล้อง CCTV อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และ แอปพลิเคชั่น Google map ในการตรวจสอบสภาพการจราจร เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้แน่นอน

หนุ่มรุ่นยิงตัวตาย ซิ่งชนป้าดับ แค้นขอเงินไม่ได้เผารถน้องสาววอด

หนุ่มรุ่นวัย 26 เครียดปัญหาชีวิต เปิดห้องโรงแรมยิงตัวตาย
——————————————————————-
28 มิ.ย.63 พ.ต.ท.คมสันต์ พิมพันธ์ชัยยบูลย์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุคนยิงตัวตายภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านศรีปิงเมือง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงไปสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิรวมใจเชียงใหม่ ภายในห้องพักชั้น 1 ของโรงแรม พบร่างผู้ตาย นายดำ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาว อ.สารภี สภาพนั่งฟุ๊บอยู่กับโต๊ะ มันสมองปนเลือดไหลนองพื้น พบอาวุธปืนขนาด .22 ตกอยู่ใต้เก้าอี้ ในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมาเปิดห้องพักโรงแรมดังกล่าว ตกดึกได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัดจึงแจ้งเจ้าหน้าที่สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมีปัญหาเรื่องการเงินและเรื่องความรัก จึงออกจากบ้านมาเช่าโรงแรมปลิดชีพตัวเองดังกล่าวของศพชายคนดังกล่าว

ซิ่งชนป้าวัย 57 ปี ดับคาที่
———————————
28 มิ.ย.63 ร.ต.อ.มานิตย์ ทองคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถยนต์ แล้วไปพุ่งชนกับรถจักรยานยนต์ที่ขับตามมา มีผู้เสียชีวิตเหตุเกิดถนนสาย เชียงใหม่-ฮอด กม.ที่ 15-16 ม.3 ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ จึงไปสอบสวน พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีชมพูดำ หมายเลขทะเบียน 1 กญ 837 เชียงใหม่ สภาพถูกชนพังเสียหายยับเยินทั้งคนห่างออกไปพบรถยนต์คู่กรณีที่ขับชน เป็นรถกระบะโตโยต้า สีเขียว หมายเลขทะเบียน บท 8297 เชียงใหม่ มีร่องรอยการชนบริเวณด้านหน้าและด้านข้างฝั่งคนขับพังยุบลงไป นอกจากนั้นยังพบรถยนต์ที่ถูกชนอีก 1 คัน เป็นรถยนต์กระบะโตโยต้า รีไว้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ยง 7195 เชียงใหม่ ได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิต1 ราย ชื่อป้าทอง(นามสมมุติ) อายุ 57 ปี ชาว อ.หางดง คนขับขี่ รถจักรยานยนต์ สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุรถยนต์ทั้งสองคันเกิดอุบัติเหตุชนกันรถยนต์โตโยต้าสีเขียว เสียหลักพุ่งไปชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ของป้าทองอย่างจังเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าวซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

จับพี่ชายโมโหขอเงินน้องสาวไม่ได้เผารถระบายอารมณ์
——————————————————————
28 มิ.ย.63 พ.ต.อ.วินิจฉัย พินิจศักดิ์ ผกก.สภ.เชียงดาว พ.ต.ต.อภิชัย พันธุ์คงชื่น สว.สส.สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ได้นำกำลังบุกจับกุมตัวนาย ก.(นามสมมุติ) อายุ 34 ชาว ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับของศาลแขวง เชียงดาว ที่ จ 9/2563 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 63 ในข้อหา”ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น”จับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.เวียงแหง ขณะหลบหนีไปกบดาน สืบเนื่องจากกลางดึกวันที่ 25 มิ.ย.63 ได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คนใช้ขวดบรรจุน้ำมันบุกเข้าไปเผาโรงจอดรถภายในบ้านหลังหนึ่งใน ต.เมืองคอง ทำให้รถยนต์โตโยต้ารีโวสีดำ และรถจยย.ฮฮนด้าเวฟสีแดงดำ ถูกไฟเผาไหม้จนได้รับความเสียหายสองคันมูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านบาท และโรงจอดรถได้รับความเสียหายด้วย สอบสวนทราบว่าคนร้ายคือนาย ก. สาเหตุขัดแย้งกับน้องสาวลงทุนทำสวนส้มด้วยกันแต่ถอนหุ้นน้องสาวแบ่งเงินให้ 1 แสนบาท ไม่พอใจมาขอเพิ่มอีก 1.7 แสนบาท น้องไม่ให้เลยโมโหลอบเผาโรงจอดรถระบายความแค้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีดังกล่าว