ปศุสัตว์แม่สะเรียง รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปาก-เท้าเปื่อยสัตว์เลี้ยงเกษตรกร 7,876 ตัว

นายรังสิทธิ์ ศิริคำ ปศุสัตว์อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์แม่สะเรียงได้ออกรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปาก และ เท้าเปื่อย ในสัตว์เลี้ยงเกษตรกร รวม 7,876 ตัว เป็น โค 4,833 ตัว กระบือ 2,563 ตัว และ แพะ 480 ตัว ทั้งนี้ในช่วงนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนฤดูกาลเข้าสู่ฤดูฝน อากาศที่หนาวเย็นลงทำให้เชื้อไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อยอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้ยาวนานขึ้น

เมื่อสัตว์ป่วยจะแสดงอาการซึม เบื่ออาหาร มีแผลบริเวณลิ้น ช่องปาก ริมฝีปาก เต้านมรวมทั้งกีบ โดยเน้นย้ำให้เกษตรให้ความสำคัญกับการจัดการโรงเรือนหรือคอกเลี้ยงสัตว์ที่ดี มีหลังคา ป้องกันฝน ลม และ ละอองฝนเป็นอย่างดี และจัดเตรียมสถานที่ที่ให้สัตว์สามารถหลบฝนได้ มีการจัดเตรียมน้ำ อาหาร และทำวัคซีน ตามโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างให้สุขภาพสัตว์แข็งแรง และ ในกรณีที่พบสัตว์ป่วยให้รีบแจ้งสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแม่สะเรียงโดยด่วนด้วย

 

 

“นอภ.ภูซาง” ลุยวางแผนต่อยอดสร้างรายได้ “ผ้าภูซาง” เล็งผุดโชว์รูมเสื้อผ้าครบวงจรที่ “หนองแป๋น”

นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ นายอำเภอภูซาง จ.พะเยา เปิดเผยว่า ขณะนี้สตรีภูซางที่ได้เข้าร่วมโครงการออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าบุรุษและเสื้อผ้าสตรี โดยทางศูนย์การศึกษาตามนอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) อ.ภูซาง เป็นหน่วยงานหลักก ร่วมกับปกครอง อ.ภูซาง และกลุ่มสตรีใน อ.ภูซาง ที่มีผลผลิตทางภูมิปัญญาด้านผ้าทอ ผ้าปัก ผ้าเขียนเทียน ร่วมโครงการตั้งแต่การเขียนเทียน การปัก การทอ จนมาสู่การออกแบบและตัดเย็บผ้าจากภูมิปัญญาดังกล่าวเป็นผลสำเร็จ ซึ่งถือว่ามีความคิดสร้างสรรค์ที่เริ่มต้นจากสตรีออกแบบและตัดเย็บไม่เป็น จนสามารถออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าบุรุษ เสื้อผ้าสตรี ได้สำเร็จรูปเป็นครั้งแรก ซึ่งอนาคตจะมีการพัฒนาฝีมือต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง

ดังนั้นเพื่อเป็นการกระตุ้นและต่อยอดผ้าภูซาง โดยกลุ่มสตรีภูซางเป็นผู้ออกแบบและตัดเย็บ ให้มีความก้าวหน้าและเป็นการสร้างอาชีพให้มีรายได้ตั้งแต่ระดับชุมชนอย่างเข้มแข็ง ทางอำเภอมีแผนที่จะต่อยอดผ้าภูซาง โดยทำเป็นโชว์รูม หรือ ห้องเสื้อภูซางครบวงจร ณ หนองแป๋น ต.สบบง อ.ภูซาง โดยจะมีกลุ่มสตรีที่ทำการออกแบบ ตัดเย็บ ผ้าจากภูมิปัญญาชาติพันธุ์ ให้เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งจำหน่ายผ้าภูซางอย่างมั่นคงต่อไป นอภ.ภูซาง กล่าว

ด้านนายก่อศักดิ์ ใสสุทธิสะอาด เจ้าของห้องเสื้อเวิร์ดสูทพลัส ซึ่งเป็นวิทยากรสอนออกแบบและตัดเย็บเสื้อให้กับสตรีภูซาง เปิดเผยว่า จากการที่ได้มาเป็นวิทยากรสอนด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าบุรุษและเสื้อผ้าสตรี ให้กับสตรีภูซางในระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา จะพบว่าจากสตรีที่ไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบและตัดเย็บเลย เพียงเวลา 10 วัน สามารถออกแบบและตัดเย็บเสื้อได้ทั้งของบุรุษและสตรี เนื่องจากผู้เข้าอบรมมีความมุ่งมันตั้งใจจริง ดังนั้นในอนาคตผ้าภูซางหากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจะไปได้ไกลทั้งตลาดระดับประเทศและกว้างไกลยิ่งขึ้นท่านใดผ่านไปมาทางนี้เชิญแวะชมและอุดหนุนกลุ่มสตรีภูซางได้

สังคมแวดวงตำรวจ

พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 พร้อมคณะ ได้ออกตรวจเยี่ยม สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่โดยมีพ.ต.อ.นฤบาล จิตทยานันท์ ผกก.สภ.แม่ปิง และเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ปฏิบัติหน้าที่ จึงได้กำชับการปฏิบัติให้ดำเนินการตาม นโยบาย ของ ตร. และภ.5 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิบัติการควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การปราบปรามอาชญกรรม เพื่อการดูแลประชาชนในพื้นที่้ ณ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วชิระ กาญจนวิภาดา รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้ตรวจเยี่ยม “โครงการสวัสดิการอาหารกลางวันตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่” โดย ภ.จว.เชียงใหม่ ได้จัดให้มีโครงการสวัสดิการอาหารกลางวันฟรีเป็นประจำทุกวัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และบำรุงขวัญแก่ข้าราชการตำรวจสังกัด ภ.จว.เชียงใหม่ ตามโครงการ “ขอบคุณตำรวจ” ที่ทำหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ดูแลประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ณ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

ประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง จ.พะเยา ปีนี้ชาวเชียงคำ ขอตำแหน่งอันดับที่1

นายกมล เชียงวงศ์ ผู้ว่าราชการ จ.พะเยา ได้มอบหมายให้ นางอาภัสรา ธงพิทักษ์ พัฒนาการ จ.พะเยา เป็นตัวแทนเดินทางมาที่บ้านฝั่งแวน ม.11 ต.เชียงบาน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อรับการตรวจของการประกวดหมู่ บ้านเศรษฐกิจพอเพียงในระดับจังหวัดซึ่งได้มีคณะกรรมการจากหลายอำเภอร่วมการให้คะแนนในวันนี้ โดยมี นายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอเชียงคำ และ พ.ต.อ.เฉลิมชาติ ยาวิชัย ผกก.สภ.เชียงคำ พร้อมด้วยนายนพดล เข็มเพชร กำนัน ต.เชียงบาน รวมทั้งชาวบ้านฝั่งแวนให้การต้อนรับคณะกรรมการที่มีให้คะแนนการประกวดหมู่บ้านในครั้งนี้

โดยนายนภดล กำนัน ต.เชียงบาน กล่าวว่า การประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่ส่งเข้าประกวดในปี 63 ซึ่งเมื่อปีที่แล้วบ้านฝั่งแวนแห่งนี้ได้เพียงอันดับที่ 2 เท่านั้น ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความฮึกเหิมที่จะร่วมกันส่งหมู่บ้านเข้าประกวดอีกครั้งในปีนี้ เพื่อที่จะได้ทำให้หมู่บ้านฝั่งแวนแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของ จ.พะเยา ในเรื่องของการใช้ชีวิตความเป็นอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งตนเองได้น้อมนำหลักการเหล่านี้มาจากพระราชดำริของในหลวง ร.9 ทั้งหมด และชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ส่วนใหญ่เวลาจะทำอะไรก็จะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จนทำให้หมู่บ้านฝั่งแวนนี้ เคยได้รับรางวัลมาแล้วหลายรางวัล

ด้านนายกนก นอภ.เชียงคำ กล่าวว่า หลังจากที่ตนเองได้มารับตำแหน่งนายอำเภอคนใหม่ของ อ.เชียงคำ จ.พะเยาแห่งนี้ก็ทราบมาว่า เมื่อปีที่แล้วหมู่บ้านฝั่งแวนนี้ได้รับอันดับ 2 ของการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งตนเองได้หลักการของหมู่บ้านแบบนี้อยู่แล้ว จึงขอผลักดันชาวบ้านและหมู่บ้านแห่งนี้ให้ได้อันดับ 1 เพื่อที่จะได้เป็นเกียรติแก่ อ.เชียงคำและ จ.พะเยาต่อไป เพื่อที่จะได้ชูความเป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของชาวบ้านแห่งนี้ให้เป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศต่อไปในภายภาคหน้าและอาจจะดันให้เป็นหมู่บ้านแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ในอนาคตด้วยเช่นกัน

มทบ.33 ผุดกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชนประสบภัยพิบัติช่วงหน้าฝน

วันที่ 24 มิถุนายน 2563 ที่มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ พลตรี สืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานเปิดศูนย์บรรเทาสาธารณภัย พร้อมตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์และกำลังพล ตามนโยบายของกองทัพบกและรัฐบาล ในการเตรียมพร้อมบรรเทาสาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ

พลตรี สืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันตามที่เคยปรากฏในภาพข่าวตามสื่อต่างๆ จะเห็นได้ว่ามีความรุนแรงสูงขึ้น เป็นมหันต์ภัยที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน นำมาซึ่งความเสียหายและ สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ดังนั้นทางรัฐบาลและกองทัพบกมีความตระหนักและให้ความสนใจในมาตรการป้องกัน และแก้ไขเหตุการณ์ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ดังนั้นมทบ.33 จึงได้มีการจัดกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยในวันนี้ได้มีการจัดพิธีตรวจสภาพความพร้อม ของกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเป็นการเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ทบทวนการแบ่งมอบหมายหน้าที่และพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดความพร้อมในการปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงทีและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น

สะเมิงบวชป่า ดึงพลังมวลชนร่วมอนุรักษ์ ลดการเผาแก้ปัญหาป่าเสื่อมโทรม

24 มิ.ย. 63 ที่บ้านหัวดง หมู่ที่ 10 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ นายชัยณรงค์ นันตาสาย นายอำเภอสะเมิง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอสะเมิง ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมตามโครงการ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกิดจากพลังและความร่วมมือของ คณะสงฆ์ตำบลสะเมิง หน่วยงานสังกัดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษาในพื้นที่ตำบลสะเมิงเหนือ ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ ตำบลสะเมิงใต้ นักเรียนโรงเรียนสะเมิง จิตอาสาพระราชทานและประชาชนจิตอาสา ต.สะเมิงเหนือ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ กิจกรรมประกอบด้วย การปลูกต้นไม้ “ประชาอาสาฟื้นฟูพื้นที่ถูกไฟไหม้” และกิจกรรมการบวชป่า

กิจกรรมนี้เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่ โดยทางด้านหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สะเมิง สังกัดกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นโครงการปลูกครั้งที่ 5 แล้ว โดยสถานที่ปลูกแห่งนี้ ได้ยึดเอาต้นโพธิ์ ที่ขึ้นในป่า เป็นจุดที่ทำพิธี และมีต้นตองตึงยักษ์ขนาดสองคนโอบขึ้นอยู่ใกล้เคียงจึงนำมาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน

สืบเนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ ในห้วงที่ผ่านมานั้น เกิดการบุกรุกแผ้วถาง เพื่อปลูกต้นกล้วย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้กฎหมาย เพื่อยึดคืนพื้นที่ป่ากลับคืนมาแล้ว รวมกว่า 40 ไร่ ป้องกันไม่ให้เกิดการบุกรุกแผ้วถางอีก เพราะเกรงว่าหากปล่อยไว้ ก็จะมีการบุกรุกเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้พื้นที่ป่าแห่งนี้ได้รับผลกระทบ กลายเป็นป่าเกิดการเสื่อมโทรมเสียหาย

 

และจุดที่ทำพิธีบวชป่าในวันนี้ อยู่ด้านบนของสถานที่สำคัญของอำเภอสะเมิง เรียกว่า “น้ำออกรู” เป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ เพราะน้ำที่ออกมาจากรูพื้นดินนั้น ไม่เคยเหือดแห้ง ก็เชื่อว่าน้ำที่ไม่เคยแห้งหายไปเลยนั้น เพราะป่าไม้อุดมสมบูรณ์ แต่หากปล่อยไว้ อาจจะเกิดเกิดผลกระทบได้ ซึ่งน้ำออกรู ของอำเภอสะเมิง กลายเป็นแหล่งความเชื่อเหมือนบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกด้วยโดยตั้งเป้าว่าจะมีการปลูกให้ครบ 20,000 ต้น ซึ่งปัจจุบัน 5 โครงการรวมถึงในวันนี้ด้วย ก็ได้ดำเนินการปลูกไปแล้ว 9,000 ต้น

 

พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดงาน “ กาดชุมชนแม่ฮ่องสอน สู้ภัยโควิด-19 กระตุ้นการค้า สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ครั้งที่ 2

นางสาวจุไรรัตน์ ศรีตระกูล พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับงานภาคีทีมเศรษฐกิจจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงาน “กาดชุมชนแม่ฮ่องสอน ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19” เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด และการจำหน่ายสินค้าชุมชน ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ฯ และเพื่อเยียวยา บรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ Covid -19

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวน ร่วมอุดหนุนสินค้าชุมชน เช่น อาหาร สินค้าเกษตร สินค้าอาหารสด อาหารปรุงสำเร็จ สินค้าราคาประหยัด อาทิ ไข่ไก่ กระเทียม น้ำมันพืช น้ำตาลทราย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และปลากระป๋อง และการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนสินค้าผลไม้จากจังหวัดระยองและสินค้าอาหารแปรรูปจากจังหวัดระนอง ในงาน “กาดชุมชนแม่ฮ่องสอน ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันที่ 26 มิถุนายน 2563 นี้ ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

รื้อถอนแล้วรีสอร์ทหรูบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติดอยอ่างขาง

23 มิ.ย.63 เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1(เชียงใหม่) นำโดยนายกมล นวลใย ผอ.สจป.ที่1(เชียงใหม่) นายชัชวาลย์ ปัญญา นายอำเภอฝาง นายสัมพันธ์ พุฒด้วง ผอ.ศูนย์ป่าไม้เชียงใหม่ หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ(พยัคฆ์ไพร​)ภาคเหนือ และหน่วยงานภาคสนามในพื้นที่สนธิกำลังรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ท ตามกฏหมายมาตร 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 บริเวณสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จำนวน 5 รายพื่อให้กลับฟื้นคืนสภาพเป็นป่าสงวนแห่งชาติอย่างยั่งยืน

สำหรับการรื้อถอนรีสอร์ทดอยอ่างขาง ครั้งนี้ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่ารีสอร์ทและที่พัก หลายสิบแห่งได้ผุดขึ้นในพื้นที่โครงการหลวง บนดอยอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยผิดกฎหมายซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง ต.ม่อนปิ่น และ ต.แม่งอน อ.ฝาง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบก็พบว่ามีการบุกรุก จำนวน 24 ราย จึงออกคำสั่ง ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 เพื่อทำการรื้อถอนในวันนี้ 5 รายก่อนส่วนที่เหลือจะดำเนินการรื้อถอนต่อไปหากตรวจสอบว่าผิดและบุกรุกจริงต่อไป

แวดวงสังคมตำรวจ

แวดวงสังคมตำรวจ
****************

 

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 เดินทางมาตรวจเยี่ยมมอบของขอบคุณ และตรวจยกระดับการให้บริการประชาชนในสถานีตำรวจ ของ สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง โดยมีพล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จว.ลำปาง พ.ต.อ.ฤกษ์ชัย แสงสว่าง ผกก.สภ.ห้างฉัตร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้การต้อนรัพร้อมนี้ ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ถุงยังชีพขอบคุณตำรวจ ประกอบด้วย ข้าวสาร 5 กก.ไข่ไก่, น้ำมันพืช, อุปกรณ์ป้องกันโรคให้กับข้าราชการตำรวจ สภ.เสริมงาม เพื่อขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่การเป็น”ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์”รับใช้ประเทศชาติและประชาชน ณ สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. (สส 5) พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ร่วมกิจกรรม บรรเทาความเดือดร้อนแก่ข้าราชการตำรวจและขอบคุณการปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือดูแลประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 (COVID-19) โดยมีการมอบถุงยังชีพ จำนวน 30 ชุด และทุนการศึกษาช่วยเหลือบุตรธิดา ทุนละ 1,500 บาท จำนวน 10 ทุน แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ณ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โรงเรียนจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 จูงมือผู้ปกครองฝ่าวิกฤตโควิด-19 ลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมเปิดเรียนไปด้วยกัน

โรงเรียนจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 แจ้งงดการซื้อชุดประจำโรงเรียนเสื้อพื้นเมืองและชุดพละ หลังพบผู้ปกครองส่วนใหญ่ประสบสภาวะวิกฤตช่วงโควิด ไม่มีงาน ไม่มีรายได้ ทางโรงเรียนพร้อมเปิดเรียน และ มีมาตรการป้องกันสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองเมื่อลูกมาเรียนหนังสือ โดย ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบ้านจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 ได้เดินทางทยอยมาประชุมเพื่อรับฟังความพร้อมของโรงเรียน มาตรการการป้องกัน และ มาตรการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง โดยก่อนเข้าประชุมได้มีมาตรการป้องกันตรวจวัดไข้ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สวมใส่หน้ากากเข้าที่ประชุมที่มีสภาพอากาศปลอดโปร่งโล่ง

นายดำรง ปันทวัง ผู้อำนวยการโรงเรียนจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 ได้จัดประชุมผู้ปกครองนักเรียน เพื่อแจ้งการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 พ.ค. นี้ โดยมีการแบ่งการประชุมออกเป็นช่วงชั้น รวม 4 วัน ประกอบไปด้วย การประชุมผู้ปกครองระดับชั้นอนุบาล1-3 / ระดับประถมศึกษา 1 – 3 / ระดับชั้นประถม 4-6 และ ระดับชั้นมัธยม 1 -3 เพื่อลดความแออัดของจำนวนผู้ปกครองที่จะเดินทางมาประชุมกับทางโรงเรียน ทั้งนี้โรงเรียนได้แจ้งเรื่อง การแต่งกายของนักเรียนปีการศึกษา 2563 เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทางโรงเรียนบ้านจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 มีการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะครู ให้มีการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายซึ่งเป็นชุดพละและชุดพื้นเมืองประจำวันศุกร์ของโรงเรียนดังนี้

โดย ชุดพละ แต่งกายด้วยชุดพละเดิม หรือ หากเป็นนักเรียนเข้าใหม่ ให้สวมกางเกงวอร์ม เสื้อกีฬาที่นักเรียนมีอยู่แล้ว(ไม่กำหนดสีและลวดลายให้สุภาพและเรียบร้อย) และ ชุดพื้นเมืองประจำวันศุกร์ ซึ่งแต่เดิมโรงเรียนมีการตัดชุดพื้นเมืองประจำโรงเรียน เปิดภาคเรียนนี้ ให้นักเรียนที่เข้าใหม่ หรือ นักเรียนเก่า แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองประจำโรงเรียน หรือ เป็นชุดประจำชนเผ่า หรือ ชุดพื้นเมืองที่มีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องซื้อใหม่เพราะแต่ละชุดมีราคาที่สูงพอสมควร ถือเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับทางผู้ปกครองเนื่องจาก ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง ช่วงวิกฤตโควิดประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนรายได้ ไม่มีงานทำ ทางโรงเรียนจึงเห็นว่าการลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในชุดพละ และ ชุดพื้นเมือง ก็สามารถแบ่งเบาช่วยผู้ปกครองนักเรียนได้ในระดับหนึ่ง โรงเรียนจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 476 คน ด้าน ผู้ปกครองนักเรียน ต่างพึ่งพอใจกับมาตรการลดภาระและมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในโรงเรียนเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ทางโรงเรียนจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 ยังเปิดห้องเรียนให้ผู้ปกครองได้เยี่ยมชม และ พบปะครูที่ปรึกษาเพื่อสอบถามปัญหาของเด็กแต่ละคนอย่างใกล้ชิด โดยภายในห้องเรียนได้มีการจัดโต๊ะเรียนเว้นระยะห่าง มีเจลล้างมือ นักเรียนทุกคนสวมใส่หน้ากากเฟสชิวเรียน ส่วนการรับประทานอาหารกลางวันแยกเป็น 4 จุด ตามอาคารสถานที่ เพื่อลดการแออัดของเด็กนักเรียนในช่วงพักเที่ยง แต่ละอาคารเรียนจะมีจุดล้างมือและเจลไว้ให้นักเรียน การเดินทางเข้าออกโรงเรียนใช้เส้นทางเดียว มีระบบคัดกรองตามมาตราการการป้องกันโรคโควิด19 จึงขอให้ผู้ปกครองไว้วางใจที่จะให้ลูกหลานมาเรียนหนังสือได้ตามปกติได้ในช่วงเปิดภาคเรียน นี้