“แม่ปิงสะอื้น”มือดีลอบปล่อยของเสียลงแม่น้ำเน่าเหม็นคลุ้งยาว 3 กม.ชาวบ้านโวยตรวจสอบด่วน

22 มิถุนายน 2563 ชาวบ้านตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีบ้านเรือนอาศัยริมฝั่งแม่น้ำปิง ร้องเรียนว่า มีของเสียคล้ายคราบน้ำมัน ลอยอยู่บริเวณผิวน้ำของแม่น้ำปิง ส่งกลิ่นเหม็น สร้างผลกระทบต่อชาวบ้านเป็นอย่างมาก คราบดังคล้ายคราบไขมัน หรือน้ำมันลอยอยู่น้ำปิงเต็มทั้งตลิ่งเป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร ตั้งแต่หมู่ที่6 ลงไป เป็นการทำลายทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ อีกทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นทำให้ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

ชาวบ้านได้เปิดเผยว่าทุกปีจะมีคราบน้ำมันในลักษณะดังกล่าวลอยอยู่ในลำน้ำปิง แต่ปีนี้นั้นพบว่ามีปริมาณมากจนผิดปกติ ซึ่งตอนแรกจนคิดว่าน่าจะเกิดจากการที่มีผักตบชวาและตะไคร้น้ำที่มีเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา แต่ภายหลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่กลับพบว่าคราบน้ำมันดังกล่าวยังคงมีอยู่ และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ทั้งนี้ จากการสังเกตพบว่าลอยมาตั้งแต่ทางเหนือของลำน้ำปิง ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากโรงงานในละแวกดังกล่าวมีการลักลอบปล่อยของเสียลงในน้ำ จนทำให้น้ำตกตะกอนและเกิดคราบดังกล่าว จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรวจสอบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและแก้ปัญหาแม่น้ำปิงเน่าเสียโดยด่วนด้วย

จับสองหนุ่มลอบขนไม้เถื่อนเต็มคันรถ

 

22 มิ.ย.63 พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองขาว ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนภาค 5 เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.12(แม่จั๊ว) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ตชด.32 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพรเคลื่อนที่เร็วชุดที่ 4 กรมป่าไม้ จับกุมตัวนายไพรินทร์ อายุ 29 ปี ชาว อ.นาน้อย จ.น่าน นายอุเทน อายุ 46 ปีชาว อ.สูงเม่น จ.แพร่ ของกลางไม้สักแปรรูป จำนวน 14 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.21 ลูกบาศก์เมตร ไม้สักแปรรูป(เสาะร่องใสซอยรางลิ้น)จำนวน 310 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 2.62 ลูกบาศก์เมตร รถยนต์กระบะบรรทุก ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น รีโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียน บธ 6578 น่าน 1 คัน นำตัวดำเนินดคีตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ฐาน ร่วมกันทำไม้หรือกระทำด้วยประการใดๆซึ่งเป็นอันตรายแก่ไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันซ่อนเร้น นำพาไม้ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้ที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฏหมาย

 

จากการสืบสวนทราบว่าจะมีการขนไม้เถื่อนจากจังหวัดแพร่ ชุดจับกุมจึงนำกำลังตั้งด่านสกัดบริเวณริม ถ.ยันตรกิจโกศลทางเข้าสามแยกเข้า อ.เด่นชัย ต.แม่จั๊ว อ.เด่นชัย จ.แพร่ พบผู้ต้องหาทั้งสองขับรถของกลางบรรทุกไม้มาเต็มคันรถโดยใช้ผ้าใบคลุมปิดบังมิดชิด จากการตรวจสอบไม้ที่ขนม ไม่มีใบอนุญาต จึงจับกุมทั้งสองไว้ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เด่นชัย จ.แพร่ ดำเนินดคีตามกฏหมายต่อไป

 

ชมสองปรากฎการณ์ในวันเดียว สุริยุปราคา-ครีษมายัน

 

วันนี้ 21 มิ.ย.63 ได้เกิดปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาบางส่วน” เหนือฟ้าเมืองไทย ช่วงเวลาประมาณ 13.00 – 16.10 น. สังเกตได้ทั่วประเทศ ตามเวลาประเทศไทย ดวงอาทิตย์จะปรากฏเว้าแหว่งมากที่สุด เวลาประมาณ 14:49 น. และวันนี้ยังตรงกับ “วันครีษมายัน” (ครีด-สะ-มา-ยัน) (Summer Solstice) เวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด สำหรับประเทศไทย ในวันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 05.51 น. ตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 18.47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้านานถึง 12 ชั่วโมง 56 นาที ส่งผลให้เป็นวันที่ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี

 

ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้มีการจัดกิจกรรมชม “สุริยุปราคา” ในวัน “ครีษมายัน” ซึ่งถือว่าเป็นวันเดียวที่เกิด 2 ปรากฏขึ้น โดยมีประชาชนเดินทางเข้ามารัรบชมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากพลาดชมสุริยุปราคา ในปีนี้ไป จะต้องรออีก 7 ปี ถึงจะได้ชม แต่หากจะให้ปรากฏการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง อาจจะต้องรออีก 19 ปี ซึ่งบรรยากาศที่ สดร.ได้มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการชมสุริยุปราคา และกล้องดูดาว กล้องโทรทรรศน์ ไว้ให้กับประชาชน พร้อมกับจัดนิทรรศการให้ความรู้กับเด็กนักเรียน เยาวชน และประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย

 

ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่าที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา จันทรุปราคา มาแล้วมากมายหลายครั้ง นักดาราศาสตร์สามารถคำนวณการเกิดสุริยุปราคา จันทรุปราคา ได้ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ข้อมูลแม่นยำเป็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้ และอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าศึกษาติดตาม เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อื่นๆ นับเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาสนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น และปัจจุบันข้อมูลข่าวสารถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางสื่อสังคมออนไลน์ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้องอาศัยวิจารณญาณในการรับรู้ จึงขอให้เปิดรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ ศึกษาข้อมูลและความเป็นไปได้ด้วยเหตุและผล ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิง และเผยแพร่ส่งต่อข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง

 

ขอบคุณภาพ-สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)

1 สิงหาคมอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เปิดให้เข้าเที่ยวชมหลังปิดมานานเพราะพิษโควิด19

นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีนักท่องเที่ยวติดต่อสอบถามเข้ามาว่าอุทยานจะเปิดให้เข้าเที่ยมชมได้เมื่อไร ซึ่งทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีการกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการ 1 สิงหาคม 2563 นี้โดยจะเริ่มให้เข้าเที่ยวชม แบบ New Normal ทุกคนต้องรักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยจะต้องผ่านการคัดกรองตรวจสอบตั้งแต่ด่านแรก ตามขั้นตอนต่างๆ ที่ทางอุทยานกำหนด ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว จะต้องสวมหน้ากากอนามัย ก่อนเข้ามาใช้บริการในเขตอุทยาน ต้องมีการเว้นระยะห่างตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารสุขกำหนด และทำการ Check In – Check Out ผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ นอกจากนี้ยังได้มีการการจำกัดนักท่องเที่ยวไม่ให้มากจนเกินไป

 

อย่างไรก็ตามในห้วงเดือนสิงหาคม ความสวยงามของธรรมชาติที่บ่มเพาะไว้ช่วงที่ปิด ได้รอนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความสวยงามของน้ำตกที่จะมีสายน้ำไหลสวยงาม ป่าหน้าฝนที่ทุกคนจะได้มาสัมผัสกับสายฝน ไอหมอก และความหนาวเย็น นอกจากนี้นาขั้นบันได ของบ้านป่าบงเปียง อำเภอแม่แจ่ม และนาขั้นบันได บ้านกลางหลวง ก่อนถึงที่ทำการอุทยาน ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน ในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบใหม่ ปลอดภัย ขอให้ทุกคนอดใจรอนิดหนึ่ง

ทหาร มทบ. 33 ทำความสะอาดศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เตรียมพร้อมปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

ทหารมณฑลทหารบกที่ 33 และโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ร่วมกับคณะครูและเจ้าหน้าที่ จำนวน 20 คน ได้ร่วมกันทำความสะอาดภายในบริเวณศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนค่ายกาวิละ ซึ่งตั้งอยู่ภายในค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับมาเปิดเรียนอีกครั้งในวันที่ 1 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการช่วยกันทำความสะอาดด้วยการนำน้ำยาฆ่าเชื้อไปทำความสะอาดพื้น เช็ดทำความสะอาดผนัง ประตู หน้าต่าง ราวจับ ราวบันได โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์สำนักงานต่าง รวมไปถึงเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นของโรงเรียน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทุกคนทั้งครูและนักเรียนต้องใช้งานร่วมกัน

 

เพื่อช่วยลดการสะสมเพื่อช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมไปถึงโรคมือเท้าปาก ให้น้องๆ นักเรียนได้เรียนอย่างปลอดโรคและปลอดภัย พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำวิธีการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องแก่ครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน ทั้งการตรวจคัดกรองที่ถูกวิธี การตั้งเจลล้างมือไว้ตามจุดต่างๆ ภายในโรงเรียน การดูแลรักษาความสะอาดของพื้นที่ เพื่อให้มีการจัดการเรียนการสอน ภายใต้มาตรการทางด้านสาธารณสุขและการรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสมด้วยทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการกำหนดให้วันที่ 1 ก.ค. 2563 เป็นวันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ของโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาพร้อมกันทั่วประเทศ

 

“โควิด 19” ผู้ปกครองเหนื่อยหาเงินใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม โรงตึ้งสำรองเงินรองรับหลายร้อยล้านบาท ประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ยันโรงเรียนในสังกัดพร้อมเปิด

 

นายสมชาย ขันอุระ ผู้จัดการสถานธนานุบาล เทศบาลนครเชียงใหม่ 3 เปิดเผยว่า สถานธนานุบาลแห่งนี้ ได้เตรียมงบประมาณไว้ต้อนรับผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่เดือดร้อน ในการเปิดเทอมในช่วงวันที่ 1 ก.ค. 63 นี้ไว้ 100 ล้านบาท คาดว่าสิ่งของที่นำมาจำนำมากที่สุดน่าเป็นทองรูปพรรณ ถึง 97 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก 3 เปอร์เซ็นต์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่นๆ การคาดการณ์ในอนาคต ประกอบกับช่วงไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดที่ผ่านมา ประชาชนไม่มีงานทำ และวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ก็คาดว่าน่าจะมีการนำสิ่งของมาจำนำมากขึ้น เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมาก เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ก็น่าจะสูงขึ้นกว่าเดิม 50 เปอร์เซ็นต์ งบประมาณที่เตรียมไว้าน่าจะเพียงพอหากไม่พอมีการประสานทางกับทางธนาคารออมสิน และ ธอส. ไว้แล้ว และสถานธนานุบาลในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ก็มีทั้งหมด 5 สาขา และในแต่ละสาขาก็มีวงเงินไม่เท่ากัน ก็น่าจะเพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน

 

 

ดร.รตนภูมิ โนสุ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 เปิดเผยว่า ทุกโรงเรียนในสังกัดได้ดำเนินการตามนโยบายจากกระทรวงฯ และอาศัยมาตรการที่กระทรวงฯ และทางสาธารณสุขได้กำหนดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในพื้นที่เชียงใหม่ ในเขตรับผิดชอบของ สพฐ.เชียงใหม่ เขต 1 มีทั้งหมด 86 โรงเรียน ก็ได้แจ้งให้ทุกโรงเรียนจัดทำแผน เพื่อนำแผนดังกล่าวส่งให้กับทางคณะกรรมการเขตพื้นที่การการศึกษา และส่งให้กับศึกษาจังหวัด พร้อมกับคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ทราบถึงแผนการเตรียมความพร้อมในการป้องกันโรคไวรัสโควิด-19 ภายในสถานศึกษา โดยเบื้องต้นจากการจัดทำแผนนั้น มีโรงเรียนที่พร้อมเปิดเต็มรูปแบบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว จำนวน 78 โรงเรียน เหลืออีก 8 โรงเรียน ที่ยังต้องมีการปรับปรุงแผนบางอย่าง แต่คาดว่าจะมีการปรับปรุงให้เสร็จทันภายในวันที่ 1 ก.ค. นี้อย่างแน่นอน ทันกับการเรียนการสอนแบบ New Normal มีความปลอดภัยต่อเด็กนักเรียน ครู อาจารย์ และบุคลากรภายในโรงเรียนอย่างแน่นอน ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 กล่าวในที่สุด

เปิดประตูเมืองเชียงใหม่ เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเยือนหลังโควิด 19 ซาลง

rbt

ที่ข่วงประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเปิดเมืองเชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพรชัย จิตนวเสถียร ประธานโครงการเชียงใหม่เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย ผู้ประกอบการ ร้านค้า โรงแรม แหล่งท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ

โครงการเปิดเมืองเชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวปลอดภัยนี้ เพราะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางของจังหวัดในภาคเหนือ มีทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งธรรมชาติ และศูนย์กลางธุรกิจบริการสุขภาพแห่งเอเชีย และได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เป็นเมืองบริการสุขภาพดีเด่นอันดับ 1 ของโลกศิลปวัฒนธรรม รวมถึงประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของล้านนาและประเทศไทย จึงทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ทางรัฐบาลต้องประกาศ พรก.ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวให้ยุติลง ปัจจุบันผู้ติดเชื้อในจังหวัดเชียงใหม่ไม่มีแล้ว ในวันนี้จึงได้ถือเป็นการเปิดเมืองเชิญชวนนักท่่องเที่ยวกลับมาเยือน”เวียงพิงค์”อีกครั้ง

ตำรวจเชียงใหม่กวดขันจับกุมเด็กแว้นออกซิ่งหลังยกเลิกเคอร์ฟิวตามคำสั่งนายก”ลุงตู่”

วันที่17 มิ.ย.63 พ.ต.อ.กิตติพงษ์  เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก รับแจ้งมีวัยรุ่นใช้รถจักรยานยนต์แต่งท่อเสียงดังรบกวนชาบ้านมารวมกลุ่มกัน ที่หน้าค่ายมวยสันติธรรม ถ.โชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และริมห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ศรีพิงค์ ไหวยะ  สวป.สภ.ช้างเผือก พร้อมพวกไปทำการจับกุมพบกลุ่มวัยรุ่นรวมกลุ่มกันประมาณ 20 คน พร้อมรถจยย.แต่ง เตรียมที่จะออกตระเวนซิ่งและแว้นไปทั่วเมืองจึงนำตัวมา ที่สภ.ช้างเผือก

เพื่อทำประวัติ และปรับเปลี่ยนทัศนะคติถึงการออกแว้นรถจักยานยนต์เสียงเป็นการรบกวนชาวบ้าน และอาจเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิตด้วย จึงว่ากล่าวตักเตือนให้ปรับแต่งรถกลับสู่สภาพเดิมแล้วแจ้งให้ผู้ปกครองมารับตัวกลับบ้านไป สำหรับการออกมาซิ่งแว้นของกลุ่มวับรุ่นหลังยกเลิกเคอร์ฟิวนั้น พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกยกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวตักเตือนว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควรและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกวดขันจับกุมมาแล้ว

4 จังหวัดลุ่มน้ำปิงประชุมแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ที่ศาลากลางจ.เชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำปิง ครั้งที่ 2/2563 โดยมีคณะกรรมการลุ่มน้ำปิงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก และกำแพงเพชร รวม 4 จังหวัด เข้าร่วมในการรับทราบปัญหาเรื่องของสถานการณ์ภัยแล้ง การเตรียมความพร้อมในช่วงของฝนทิ้งช่วง การสรรหาแหล่งน้ำ ปรับปรุง ซ่อมแซม เพื่อรองรับน้ำฝน การบริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ เพื่อที่จะดำเนินการจัดสรรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

โดยแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จำนวน 149 รายการ งบประมาณ 2,480.7926 ล้านบาท ซึ่งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีจำนวน 71 รายการ งบประมาณ 1,309.2875 ล้านบาท จังหวัดลำพูน จำนวน 30 รายการ งบประมาณ 347.0402 ล้านบาท จังหวัดตาก จำนวน 15 รายการ งบประมาณ 135.7420 ล้านบาท จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 28 รายการ งบประมาณ 568.4983 ล้านบาท และจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 5 รายการ งบประมาณ 120.2246 ล้านบาท โดยงบประมาณนี้เพื่อให้ทุกหมู่บ้านและชุมชนเมืองมีน้ำสะอาดเพื่ออุปโภคบริโภค จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่ขาดแคลน จัดการน้ำภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอย่างสมดุล บรรเทาน้ำท่วมและอุทกภัยในพื้นที่ชุมชน การจัดการน้ำเสีย และฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรม การป้องกันการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่ต้นน้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครอบคลุมทุกลุ่มน้ำอย่างสมดุลให้มีประสิทธิภาพพเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

“ย่ำราตรีย่องดู”บรรยากาศสถานบันเทิงเชียงใหม่เริ่มคึกคักบ้างแล้ว หลังรัฐประกาศผ่อนปรนระยะที่ 4 เปิดโอกาสให้ร้านอาหารจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

หลังจากที่รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนปรน การประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน ระยะที่ 4 โดยได้มีการยกเลิกเคอร์ฟิว เพื่อเป็นการผ่อนคลายและการบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน และเพื่อให้คนมีงานทำ ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยอนุญาตให้ร้านอาหาร สามารถจำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในร้านได้ จึงทำให้บรรยากาศตามสถานที่ท่องเที่ยวยามดึกในจังหวัดเชียงใหม่เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะที่บริเวณร้านอาหารท่าช้างคาเฟ่ ถนนรัตนโกสินทร์ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบว่าได้มีการเปิดให้บริการแล้ว โดยภายในร้านได้มีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่า โดยได้มีการตั้งจุดตรวจวัดไข้ รวมไปถึงการลงทะเบียนข้อมูลผู้ที่มาใช้บริการ และต้องใช้แอลกอฮอล์ล้างมือก่อนเข้าร้าน อีกทั้งมีการจัดที่นั่งใหม่ ให้ห่างกันตามข้อกำหนด ตามมาตรการ Social Distancing อย่างเคร่งครัดอีกด้วย

นายวรวิทย์ สิงห์คำ อายุ 27 ปี หนึ่งในลูกค้าที่มาใช้บริการ ได้มีการนัดหมายกับกลุ่มเพื่อน ในการร่วมสังสรรค์เพื่อผ่อนคลาย หลังจากที่ต่างคนต่างกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าตามมาตรการของรัฐบาลเป็นเวลาหลายเดือน แม้ว่าในส่วนของสถานบันเทิงและผับยังไม่เปิดก็ตาม ทั้งนี้พบว่าทางร้านได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรน่าเป็นอย่างดี สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาใช้บริการได้หลังจากนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวจะดีขึ้น

 

เช่นเดียวกันกับร้านดิฟเฟอร์เชียงใหม่ ก็ได้มีการปรับปรุงจากผับ มาเปิดเป็นร้านอาหารเพื่อที่ให้กลุ่มลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นได้มาใช้บริการ โดยได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่า มีการตั้งจุดตรวจวัดไข้ รวมไปถึงการลงทะเบียนข้อมูลผู้ที่มาใช้บริการ และต้องใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือก่อนเข้าร้าน อีกทั้งมีการจัดที่นั่งใหม่ ให้ห่างกันตามข้อกำหนด ตามมาตรการ Social Distancing อย่างเคร่งครัด

สำหรับมาตรการในการผ่อนผันการบังคับใช้ พรก.ฉุกเกฉินในระยะที่ 4นั้น ได้มีการอนุญาตให้ร้านอาหารที่มีการจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร มีใบอนุญาตในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ใช่การจดทะเบียนเป็นสถานบันเทิงสามารถเปิดกิจการและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงสามารถบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในร้านได้ แต่จะต้องมีการรักษามาตรการการป้องกันและควบคุมโรค ตามที่หน่วยงานราชการกำหนดอย่างเคร่งครัดทำให้บรรยากาศเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่เริ่มกลับมาคึกคักบ้างแล้ว