ขอความเป็นธรรม!!..ปวีณาพาแม่เหยื่อเนอร์สเซอรี่โหดร้องผู้ว่าฯเชียงใหม่เร่งรัดคดี

14 ธ.ค. 66 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี พร้อมแม่ของเหยื่อเนอร์สเซอรี่ที่ถูกพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกาย เดินทางมายังอาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เข้าพบนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ เพื่อร้องทุกข์และขอให้ติดตามเร่งรัดคดีและให้ความช่วยเหลือเด็กให้ถึงที่สุด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผู้ปกครองเด็กได้เข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกชายวัย 2 ขวบของตนถูกพี่เลี้ยงเนอร์สเซอรี่แห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ทำร้ายร่างกายด้วยการตบหัวอย่างแรงบ่อยครั้ง ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาโดยพฤติกรรมทารุณในเนอร์สเซอรี่ มีพี่เลี้ยงคนหนึ่งมักจะทำร้ายและกระทำรุนแรงต่อเด็กทุกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งกระชาก หยิก ตบหน้า ด่าทอ จึงมีการเก็บหลักฐานทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอเด็กชายวัย 2 ขวบ และเด็กหญิงอายุเพียง 9 เดือน ที่ถูกพี่เลี้ยงทำร้ายด้วยการมัดมือแนบลำตัวและเอาแพมเพิร์สคลุมหัวไว้เป็นหลักฐาน ก่อนขอความช่วยเหลือไปยังมูลนิธิปวีณาฯ

ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับเรื่องจากนางปวีณาไว้ และได้แจ้งว่าขณะนี้สถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าวได้ปิดทำการ และทางตำรวจได้ทำการสอบสวนและตั้งข้อหากับผู้กระทำผิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ ประสานโรงพยาบาลพาเด็กทั้งหมด 15 คน ที่เคยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กนี้เข้าประเมินสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจจากโรงพยาบาลนครพิงค์ หากพบความผิดปกติจะได้แจ้งไปยังพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้กระทำผิด ส่วนผู้ประกอบการและสถานเลี้ยงเด็กดังกล่าวจะได้มีการขึ้นบัญชีไว้ เพื่อไม่ให้กลับมาเปิดกิจการในลักษณะเดียวกันนี้อีก ในส่วนของการดำเนินคดีนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้มีการแจ้งข้อหากับผู้กระทำผิดทั้งหมด 2 ข้อหา คือ กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ และทารุณกรรมเด็ก ทั้งนี้การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจะต้องรอผลการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง

ฉก.ไชยานุภาพกองกำลังผาเมืองปะทะกลุ่มลำเลียงยาเสพติดชายแดนฝางยึดยาบ้า4แสนเม็ด

หน่วยบัญชาการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ 35 (ชายแดนภาคเหนือ) เร่งเสริมกำลังสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน 2 จังหวัด 11 อำเภอชายแดน 2 ธ.ค. 66 พล.ท.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 3 / ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ 35 (ชายแดนภาคเหนือ) เปิดเผยว่า จากนโยบาย Quick win แก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล จึงได้มีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ 35 (ชายแดนภาคเหนือ) เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ในพื้นที่เร่งด่วน 2 จังหวัด 11 อำเภอได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ 5 อำเภอ และจังหวัด เชียงราย 6 อำเภอ มุ่งเน้นให้ปัญหายาเสพติด ลดลงภายใน 1 ปี โดยจัดกำลังจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการ สกัดกั้น ปราบปราม สร้างชุมชนเข้มแข็ง และประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไม่ให้ยาเสพติดถูกลักลอบลำเลียงเข้ามาในประเทศได้

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 01.30 น. ฉก.ไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มลำเลียงยาเสพติดประมาณ 4 – 6 คน บริเวณช่องทางปางตอง ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ผลการปะทะเจ้าหน้าที่ฝ่ายเราปลอดภัย และจากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุตรวจพบกระเป๋าเป้สีเขียว จำนวน 4 เป้ ภายในพบยาบ้า เป้ละประมาณ 100,000 เม็ด รวมทั้งสิ้นประมาณ 400,000 เม็ดไม่พบกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ โดยได้เน้นย้ำให้หน่วยในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

ยี่เป็งลอยกระทงระทึก!!..เพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ตลาดวโรรสเชียงใหม่วอด9คูหา

03.00 น. วันที่ 28 พ.ย.66 เกิดเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ตลาดวโรรส หลังศาลเจ้าปุงเถากง ถ.ไปรษณีย์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้จัดทีมดับเพลิงเข้าทำการตรวจสอบ เมื่อเดินทางมาถึงพบว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคารปูน 2 ชั้น โดยเพลิงได้ลุกไหม้อาคารเสียหาย และมีการลุกลามอย่างรวดเร็ว ทางเจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คันเข้ามาทำการระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง โดยใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมงถึงจะสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

โดยในเบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าอาคารหลังดังกล่าวเป็นอาคารเก่า ซึ่งส่วนใหญ่เปิดเป็นร้านขายของภายในตลาด โดยเพลิงได้ลุกไหม้อาคารเสียหายจำนวน 9 คูหา ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัด ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุอีกครั้ง ส่วนค่าเสียหายในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะสูงหลายสิบล้านบาท โดยหลังจากเกิดเหตุนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ ได้ลงตรวจสอบพื้นที่ไฟไหม้ด้วย ต่อมานายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ย่านตลาดวโรรส เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากการเข้าตรวจสอบพบว่า อาคารที่ถูกไฟไหม้ไดัรับความเสียหายอย่างหนักมีทั้งหมด 6 คู หา ส่วนคูหาอื่นที่เหลือเสียหายเล็กน้อย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ยังสรุปไม่ได้อยู่ระหว่างตรวจสอบอยู่

จับแก๊งขนยาบ้ารายใหญ่!!..ศอ.ปส.ชน.ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดสกัดแก๊งขนยาบ้ารวบผู้ต้องหาได้7คนของกลางยาบ้า6แสนเม็ดในพื้นที่อ.วังเหนือจ.ลำปาง

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 พล.ท.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 3 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ( ศอ.ปส.ชน. ) เปิดเผยว่า เมื่อ 0200 ของวันนี้ ส่วนปฏิบัติการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ร่วมกับ ปป.2 สปป.,กอง12สปข.ศรภ.,ศปก.ทบ.,จนท.ตร.สภ.เวียงป่าเป้า ,สภ.วังเหนือ สนธิกำลังร่วมกันสกัดกั้นและตรวจค้นรถเป้าหมาย จำนวน 3 คัน ที่เดินทางมาจากจังหวัดเชียงราย พร้อมประสานหน่วยงานในพื้นที่จัดกำลัง/ตรวจสอบรถในการสกัดกลุ่มขบวนการดังกล่าว โดยสามารถสกัดรถได้ที่ อ วังเหนือ จังหวัดลำปาง โดยขบวนการดังกล่าวประกอบด้วย รถทะเบียน ขธ 3592 ชร.คาดว่าเป็นรถที่ใช้ในการนำขบวน ,รถทะเบียน ขข 8315 ชร.เป็นรถที่ใช้บรรทุกยาเสพติดและรถทะเบียน ขธ 3592 ชร. คาดว่าเป็นรถที่ใช้ในการปิดท้ายขบวนที่บริเวณหน้าวัดทุ่งเป้า ต.วังเหนือ

โดยการปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดได้จำนวน 7 คน หลบหนีได้ 1 คน จากการตรวจสอบพบยาบ้า จำนวน 3 กระสอบ อยู่บริเวณท้ายเบาะหลังคนขับของรถโตโยต้ารีโว่ 4 ประตูสีขาวทะเบียน ขข 8315 ชร. จากการตรวจนับขั้นต้น มีจำนวน 600,000 เม็ด กระสอบละ 200,000 เม็ด เป็นชนิดแล็คซัส กับเล็คซัส 999 ผสมกัน จากการตรวจอบเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าได้นำยาเสพติดลักลอบจากบ้านแก่งหลวงใน ต.ห้วยชมพู อ.เมือง จังหวัดเชียงราย ขับหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ด่านเข้าสู้ถนน อ.พาน ขึ้นดอยผาวีออกมาตามเส้นทาง ต.วังแก้วอ.วังเหนือ จ.ลำปาง ปลายทางยังไม่ทราบแน่ชัด ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างสอบปากคำ ผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าว

1พย.66เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ”กิ๋วแม่ปาน”ดอยอินทนนท์ชมกุหลาบพันปีบานสะพรั่ง!!.หลังปิดมานานหลายเดือน

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองเชียงใหม่ มาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ประมาณ 56 กม.ผ่านอำเภอหางดง อำเภอสันปาตอง ไปยังอำเภอจอมทอง และก่อนถึงอำเภอจอมทอง 2 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009 (จอมทอง-ดอยอินทนนท์) เพื่อเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 (น้ำตกแม่กลาง) และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์อีก 48 กิโลเมตร โดยที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31 บนถนนสายดังกล่าว…. สภาพภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อนเพราะเป็นส่วนหนึ่งของแนวเขตเทือกเขาถนนธงชัยที่ทอดตัวตามแนวเหนือ-ใต้ มีระดับความสูงสุด 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และเป็นจุดที่สูงสุดในประเทศไทย !!..สภาพภูมิอากาศ ฤดูร้อนอยู่ช่วงระหว่าง เดือนมีนาคม-พฤษภาคม ฤดูฝนเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน ส่วนฤดูหนาวอยู่ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ “ยอดดอย”อากาศชุ่มชื้นและหนาวเย็นตลอดปี ช่วงที่หนาวที่สุดอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม อุณหภูมิจะลดต่ำลงถึง 0-4 องศา และเกิดปรากฏการณ์”เหมยขาย”หรือน้ำค้างแข็ง ขึ้น….อุทยานแห่งชาติดอยอินทนน์ เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ยกเว้นบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ”กิ่วแม่ปาน” สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอุทยานฯจะปิดเป็นบางช่วง??…เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว ขณะนี้ยังปิดอยู่!!..และจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 2567 นี้!!…แน่นอน

“กิ่วแม่ปาน” อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นประมาณ 3.2 กิโลเมตร ผ่านป่าดิบชื้น ทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ มีต้นกุหลาบพันปีดอกสีแดง ออกดอกผลิดอกเบ่งบานระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม “กิ่วแม่ปาน” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้ามาเที่ยวชมในช่วงฤดูหนาว เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม ท่ามกลางสายลมและสายหมอกที่ปกคลุม อากาศที่หนาวเย็นอุณหภูมิลดลงต่ำไม่เกิน 10 องศา หรือถ้าโชคดีวันไหนอากาศเป็นใจอุณหภูมิลดลงต่ำเหลือเพียงเลขตัวเดียว เคยลดลงต่ำสุดแตะจุดเย็นเยือก 0 อาศา ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว….อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แจ้งข้อมูลสำหรับนักท่อเที่ยวที่จะขึ้นมาเที่ยวชมกิ่วแม่ปาน ว่าการเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับร่างกายของนักท่องเที่ยว และการแวะพักระหว่างทางเพื่อหยุดชมวิวที่สวยงามตามจุดต่างๆ เส้นทางเดินจะเป็นลักษณะเส้นทางลาดชันที่จะวกกลับมายังจุดเริ่มต้นได้ เดินได้ภายในวันเดียว ไม่ต้องพักค้างคืน เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติจะผ่านป่าดงดิบริมธารน้ำ ป่าที่ห้อยระย้าด้วยมอส ฝอยลม ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกขาวและอากาศที่หนาวเย็น และทุ่งหญ้าบนเนินที่ที่ประดับด้วยดอกไม้ตามพื้น เช่น หนาดเขาสีขาว ส้มแปะ และดอกไม้ป่าสีเหลือง ม่วง ขาว บัวทองอินทนนท์ ไวโอเล็ต รวมทั้งพันธุ์พืชและดอกไม้ป่าอีกนาๆชนิด….นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรเข้าอุทยานฯบริการผ่านทางออนไลน์ที่แอพพลิเคชั่น QueQ และนำQRCODE สแกนผ่านด่านเข้าท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติได้เลยเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น!!.. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้-โทรศัพท์ : 0 5328 6729 (บริการข้อมูลท่องเที่ยว,จองที่พัก), 0 5328 6728 (ศูนย์กู้ภัย) โทรสาร : 0 5328 6727 อีเมล : inthanon98dnp@hotmail.com และ Facebook : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park

รวบแล้ว!!..ตำรวจภาค5จับแก๊งตุ๋นสาวใหญ่สูญเงิน5ล้านจนต้องฆ่าตัวตาย

24 ต.ค.66 พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รรท.ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการเสียชีวิตของสาวใหญ่อดีตข้าราชการเกษียณอายุราชการ ฆ่าตัวตายในบ้านพัก พื้นที่สถานีตำรวจภูธรแม่ริม ภายหลังการสืบสวนสอบสวนพบร่องรอยและพยานหลักฐานปรากฏในโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย พบได้ถูกหลอกลวงจากกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ให้โอนเงินเพื่อร่วมลงทุนและทำธุรกิจโดยหลอกลวงว่าจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินจำนวนมาก ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ “MJINTONG” จนสูญเงินกว่า 5.2 ล้านบาท ทำให้ต้องฆ่าตัวตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ต.ค.66 ที่ผ่านมา

ในเรื่องที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่า คดีดังกล่าวเป็นการหลอกลวงให้ผู้เสียชีวิต โอนเงินร่วมลงทุน โอนเงินทำภารกิจเพื่อรับผลตอบแทนและโอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษจากแพลตฟอร์มออนไลน์”MIJINTONG” อาทิเช่น เติมเงินครั้งแรก 30,000 บาท รับรางวัล 899 บาท ผู้เสียชีวิตจึงโอนเงินเติมไปเรื่อยๆ เพื่อหวังเพิ่มรายได้ให้ตัวเองจะได้มีเงินใช้ ซึ่งการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวนี้เป็นการหลอกลวงในรูปแบบผสมผสานไม่ว่าจะทั้งการหลอกให้ร่วมลงทุน หลอกให้ทำภารกิจ หลอกให้หารายได้พิเศษ และจากการสืบสวนพบว่าผู้เสียชีวิตได้ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีคนร้ายในชั้นที่ 1 และเงินถูกโอนต่อไปยังบัญชีชั้นที่ 2 จำนวนทั้งสิ้น 21 บัญชี ทางเจ้าหน้าที่จึงขยายผลและพบว่ามีผู้ต้องหาเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด21 ราย โดยแบ่งเป็นบัญชีชั้นที่ 1 จำนวน 10 บัญชี และเงินถูกโอนต่อไปยังบัญชีชั้นที่ 2 จำนวน 11 บัญชี อีกทั้งยังมีเงินของผู้เสียหายบางส่วนถูกโอนไปยังบัญชีชั้นที่ 3 ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม

พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้กระทำความผิดที่ปรากฎทั้งหมด จำนวน 20 ราย ผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย 1 รายต่อมาวันนี้ ศาลจังหวัดเขียงใหม่ได้อนุมัติหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีทั้งหมด ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนร่วมกันฟอกเงินและความผิดตามพระราชกำหนด มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” โดยผู้ต้องหาแบ่งเป็นกลุ่มบัญชีชั้นที่ 1 ประกอบไปด้วยคนไทย จำนวน 10 ราย, กลุ่มบัญชีชั้นที่ 2 ประกอบไปด้วยคนไทย จำนวน 7 ราย และคนต่างชาติ จำนวน 3 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 20 ราย เจ้าหน้าที่้ชุดสืบสวนภาค 5 สืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหามาได้ในวันนี้จำนวน 6 คน แบ่งเป็น กลุ่มบัญชีชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นคนไทย จำนวน 3 ราย และกลุ่มบัญชีชั้นที่ 2 จำนวน 3 ราย (แบ่งเป็นคนไทย 2 ราย, คนต่างชาติ 1 ราย) ทั้งนี้ในส่วนของผู้ต้องหาตามหมายจับที่อยู่ระหว่างหลบหนีอีก 14 รายนั้น จะได้ดำเนินการระดมกำลังและติดตามจับกุมผู้ต้องหามาสืบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รรท.ผบช.ภ.5 เปิดเผยเพิ่มเติมว่าสำหรับในส่วนตำรวจภูธรภาค 5 มีประชาชนมาแจ้งความโดนหลอกลวงมีการโอนเงินเข้าบัญชีม้ากว่า 13,000 คดี ตอนนี้เราได้ทำการอายัดบัญชีม้ากว่า 5000 บัญชีแล้ว ส่วนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ มีการรับแจ้งความคดีหลอกลวงทางเทคโนโลยีจำนวน 15000 คดี ตอนนี้ทำการอายัดบัญชีม้าไปแล้วกว่า 3600 บัญชี และเรากำลังดำเนินการในจังหวัดอื่นๆเพิ่มต่อไป

บิ๊กล็อต!!…ฉก.ไชยานุภาพกองกำลังผาเมืองจับยาบ้า12ล้านเม็ดชายแดนเวียงแหง

05.45 น.วันที่ 17 ต.ค. 66 เจ้าหน้าที่ ร้อย.ม.1 บก.ผาดง ฉก.ไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ จากฐานฯ หลักแต่ง ทำการตรวจลาดตระเวนเฝ้าตรวจ ตามแผนการสกัดกั้นยาเสพติดและการกระทำผิดกฏหมาย บริเวณเส้นทางบ้านใหม่เมืองจ้อด ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ภายหลังจากสืบทราบว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงนำยาเสพติดจากชายแดนผ่านเส้นทางดังกล่าวเพื่อขนเข้าพื้นที่ชั้นใน ต่อมาได้ตรวจพบรถกระบะต้องสงสัย จำนวน 2 คัน จอดอยู่บริเวณสวนท้ายหมู่บ้านและมีกลุ่มคนซึ่งเป็นแก๊งขนยาเสพติด ประมาณ 15-20 คน ทำการลำเลียงสิ่งของขึ้นบนรถ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ไหวตัวทัน อาศัยความมืดวิ่งหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามไปและสามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยไว้ได้ 1 คน ส่วนที่เหลือหลบหนีไปได้ จากนั้นจึงได้ตรวจสอบพบยาบ้า บรรจุในเป้จำนวน 61 เป้ๆ รวมประมาณ 12,200,000 เม็ด บริเวณหลังรถกระบะ จึงยึดไว้เป็นหลักฐานและจัดกำลังไล่ล่าติดตามจับกุมแก๊งขนยาบ้าที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป

ชวนเที่ยว”ปางอุ๋ง”ดินแดนเมืองสามหมอก!!!…สัมผัสบรรยากาศสุดฟินท่ามกลางไอหมอกและอากาศหนาวเย็นสบาย

นายเกียรติศักดิ์ วังวล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ปางอุ๋ง เปิดรับนักท่องเที่ยวแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นมา โดยได้มีการจัดระเบียบลานจอดรถ ลดจำนวนเต๊นท์ให้น้อยลง เพื่อลดความแออัดของนักท่องเที่ยว รวมถึงเปิดให้จองผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต และระบบออนไลน์ของหน่วยงานอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ สำหรับการจองเต็นท์ นักท่องเที่ยวสามารถจองเต็นท์ได้โดยตรง ที่อุทยาน ผ่านทางอินเตอร์เน็ตหรือทางออนไลน์ โดยทางอุทยานจะเป็นผู้กำหนดจุดกางเต็นท์ ให้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้านความปลอดภัยในปีนี้ จะได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

สำหรับแหล่งท่องเที่ยว “ปางอุ๋ง” มีสภาพภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน มีอ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบที่ล้อมรอบไปด้วยป่าสนสองใบ สนสามใบและดอกไม้เมืองหนาว ช่วงเช้าๆ จะเห็นหมอกหนาลอยอยู่บนผืนน้ำ มีหงส์ขาวและหงส์ดำเป็นฉากหลัง อากาศเย็นสบาย และบรรยากาศโรแมนติก สวยงามจนถูกขนานนามว่าสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยม คือการล่องแพชมวิวและบรรยากาศโดยรอบของปางอุ๋ง นอกจากปางอุ๋งแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สวยงามน่าสนใจ เช่น ถ้ำปลา น้ำตกผาเสื่อ พระตำหนักปางตอง และบ้านรักไทย พิกัดปางอุ๋ง : https://shorturl.asia/c2PBW จองเต็นท์อุทยานฯและพื้นที่ลานกางเต็นท์ ได้ที่เว็บไซต์ : https://nps.dnp.go.th//index.php ติดต่อสอบถามโทร 082-1911746

ทหารพรานผาเมืองสนธิกำลังรวบ4ผู้ต้องหาแก๊งขนยาเสพติดพร้อมยึดไอซ์591กิโลกรัมในพื้นที่อ.เทิงจ.เชียงราย

1 ตุลาคม 2566 เวลา 22.00 น. ชุดปฏิบัติการข่าวพิเศษ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ นปส.เชียงราย กก.2 บก.ปส.3 ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด บริเวณ บ้านม่วงไพรวัลย์ ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย พบรถยนต์ ปิ๊กอัพยี่ห้อ นิสสันนาวาร่า สีส้ม ทะเบียน ผต 6426 เชียงราย รถยนต์ ปิ๊กอัพ ยี่ห้อฟอร์ดเรนเจอร์ สีขาว ทะเบียน 2 ฒบ 9325 กรุงเทพมหานคร และรถ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1 กฬ 9426 เชียงราย ขับขี่ตามกันมา จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ทราบชื่อ นายสุทธิศักดิ์ อายุ 22 ปี นายฉัตรชัย อายุ 19 ปี นายไพรัฐ อายุ 24 ปี และ นายทินภัทร อายุ 27 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 30 กระสอบ รวมน้ำหนัก 591 กิโลกรัม บรรทุกอยู่บริเวณท้ายกระบะรถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ทำการขยายผลเข้าตรวจค้น ณ บ้านเลขที่ 82/1 บ้านห้วยหาน หมู่ที่ 9 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านของ นายอุดมศักดิ์ ซึ่งถูกซักทอดว่าเป็นผู้สั่งการ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย โดยในขณะตรวจค้นไม่พบเจ้าของบ้าน ซึ่งจะได้ขยายผลติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

จับแก๊งขนยาบ้าล็อตใหญ่2ล้านเม็ดไอซ์30กก.กลางเมืองเชียงใหม่

เมื่อเวลา 00.10 น.วันที่ 1 ต.ค.66 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก พร้อมชุดสืบสวน ได้รับแจ้งว่าจะมีเครือข่ายค้ายารายใหญ่ลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนนำส่งลูกค้าตอนกลางของประเทศ จึงทำการติดตามสืบสวนหาข่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ก็พบรถอีซูซุดีแม็ก ติดป้ายทะเบียนเชียงใหม่ ขับเข้ามาตามถนนโชตนา มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ ลักษณะตรงตามที่สายรายงาน โดยรถดังกล่าวบรรทุกกะหล่ำปลีมาเต็มคันรถ ทางเจ้าหน้าที่จึงขับรถตามประกกและส่งสัญญาณให้รถดังกล่าวจอดข้างทาง แต่คนขับก็พยายามขับหลบหนี แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับไว้ได้ จากการตรวจสอบพบว่ารถดังกล่าวมีหนุ่มชาว อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เป็นคนขับ ด้านหลังรถมีการคลุมผ้าใบไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดออกดูก็พบยาบ้าจำนวน 6 ล้านเม็ด และยาไอซ์อีก 30 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ซุกซ่อนไว้ในกองกระหล่ำปลี จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมตัวคนขับเพื่อสอบสวนขยายผลการจับกุมเครือข่ายนี้ต่อไป