ล่านายทุนมาดำเนินคดีหลังส่งสมุนลักลอบตัดไม้ในป่าสงวนพื้นที่จ.ลำพูน

พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงค์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.5 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ตชด.33เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ ศูนย์ป่าไม้ลำพูน ร่วมกันจับ น.ส.แก้ว(นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ชาว จ.ลำพูน พร้อมของกลางไม้หวงห้าม (ประดู่) แปรรูป จำนวน 63 แผ่นปริมาตร 3.484 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นค่าเสียหายขอรัฐเป็นเงิน 243,880 บาท อาวุธปืนยาวแบบไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตัล ยี่ห้อ Accurate จำนวน 1 เครื่องเครื่องตรวจจับโลหะ/เครื่องตรวจอาวุธ/เครื่องสแกนโลหะ จำนวน 1 เครื่อง ดำเนินดคีข้อหา”ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ร่วมกันมีไม้หวงห้ามแปรรูปชนิดอื่นมีปริมาตรเกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ร่วมกันรับไว้ด้วยประการใด ซ่อนเร้น จำหน่ายหรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้น ซึ่งไม้หรือของป่าที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้หรือของป่าที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำความผิดกฎหมาย ร่วมกันมีซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่”

การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มนายทุนว่าจ้างคนเข้าทำการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ป่าสงวน และนำไม้มาซุกซ่อนไว้ที่บ้าไม่มีเลขที่ พื้นที่ ต.นครเจดีย์ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน จึงสนธิกำลังกันบุกเข้าตรวจค้นก็พบไม้หวงห้ามของกลาง อยู่ภายในบ้านดังกล่าวจากการสอบสวน น.ส.แก้ว ให้การว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไม้ของกลางเพียงแต่เป็นคนเฝ้าบ้านเท่านั้น และมีนายอ้วน พร้อมพวกนำคนมาเช่าพักอาศัยอยู่แล้วเข้าไปในป่าตัดไม้นำมาแปรรูปก่อนส่งให้กลุ่มนายทุนอีกที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนขยายผลการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายกลุ่มนี้ต่อไป สำหรับเครื่องสะแกนตรวจวัตถุโลหะที่ยึดได้กลุ่มตัดไม้เถื่อนมีไว้สำหรับตรวจหาวัตถุและ GPS ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำมาฝังไว้ในต้นไม้ สำหรับติดตามตรวจสอบและค้นหาต้นไม้ที่ถูกลักลอบตัด ซึ่งกลุ่มนายทุนเหล่านี้ก็รู้เท่าทันวิธีการของเจ้าหน้าที่ หลังโค่นต้นไม่ในป่าและแปรรูปแล้วก็จะนำเครื่องสะแกนหาวัตถุที่เจ้าหน้าที่ฝังทำตำหนิไว้ เมื่อพบก็จะแกะออกเพื่อให้ยากแก่การติดตามของเจ้าหน้าที่

 

จับสองหนุ่มสาวขนยาไอซ์398โลคาด่านตรวจแม่พริก

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ศุภฤกษ์ สถาพรผล ผบ.กกล.ผาเมือง นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายชเนรินทร์ อายุ 31 ปี ชาวกรุงเทพฯ น.ส.พิจิตรา อายุ 32 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 398 กิโลกรัม รถยนต์ปิ๊กอัพยี่ห้ออีซูสุ สีขาว 1 คัน นำตัวดำเนินดคีข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ ไว้ในความครอบครองเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน

สืบเนื่องจากตำรวจสภ.แม่พริก จ.ลำปาง ทำการตั้งด่านตรวจที่จุดจตรวจหน้าสภ. ต่อมาได้มีรถยนต์ของกลางที่มีผู้ต้องหาทั้งสองนั่งมา ด้านหลังบรรทุกลังใส่ มะม่วง มาเต็มคันรถ ทางเจ้าหน้าที่สอบถามก็พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนมีอาการพิรุจ จึงนำรถเข้าเครื่องเอ็กเรย์ ก็พบว่าด้านในของลังมะม่วงมีสิ่งของลักษณะคล้ายยาเสพติพซุกซ่อนไว้จึงทำการรื้อตรวจค้นพบยาไอซ์ของกลางถูกห่อด้วยกระดาษซ่อนอยู่จากการข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่ายาไอซ์บิ๊กล็อตนี้ ถูกนำเข้าจากโรงงานผลิตยาประเทศเพื่อนบ้าน นำเข้ามาพักที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาพร้อมผู้ร่วมขบวนการอีก 4 คนที่กำลังหลบหนีมารับของกลางเพื่อขนส่งไปขายยังพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนขยายผลการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องนี้ต่อไป

หนุ่มคุ้มคลั่งควงปืนยิงชาวบ้านกลางหมู่บ้านดับ3ศพเจ็บ2ราย

บ่ายวันที่ 14 กรกฎาคม 2565 พ.ต.ท.วิศิษฐ์ ตามจิตต์ พนักงานสอบสวน สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย รับแจ้งมีเหตุชายคุ้มคลั่งกราดยิงชาวบ้านเสียชีวิตจำนวน 3 ศพ และได้รับบาดเจ็บหลายคน เหตุเกิดศาลาประจำหมู่บ้านป่าเกี๊ยะ หมู่18 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าลีซอ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นแล้วรุดไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ล้อมจับคนร้ายคือนายอนุชา จะโบ อายุ 26 ปี พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด ไว้ได้ พบผู้เสียชีวิจจำนวน 3ราย เป็นผู้ใหญ่ 2 คน เด็ก 1คน ตือนายจะละ อายุ 38 ปี เสียชีวิตทันที นางนาโบ อายุ 45 ปี เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล และ ด.ญ.ดาว (นามสมมุติ)อายุ 4 ปี เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือนางเลอ่า อายุ 61 ปี บาดเจ็บสาหัสนำส่งต่อโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และจิรดา อายุ 21 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย

จากการสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายอนุชา ได้ถืออาวุธปืนที่ขโมยมาเดินถือไปนั่งศาลากลางหมู่บ้านลักษณะคล้ายคนเมาขาดสติ ซึ่งขณะนั้นมีชาวบ้านกำลังนั่งเล่นกันอยู่หลายคน หลังจากนั้นได้ใช้ปืนยิงใส่กลุ่มคนจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บและเดินถือปืนยิงใส่คนที่พบเห็นอีกหลายนัดจนชาวบ้านแตกกระเจิงวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น จนเจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุควบคุมตัวไว้ได้ หลังถูกจับกุมนายอนุชา ยังอยู่ในอาการมึนเมาพูดจาวกวนไปมา อ้างว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นประสงค์ของพระเจ้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้สอบสวนและตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาต่อไป

สกัดจับสาวรุ่นซิ่งเก๋งขนยาบ้า1ล้านเม็ด

12 ก.ค.2565 พล.ท.บุญยืน อินกว่าง ผบ.ศูนย์ปฏิบัติการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ เปิดเผยว่ากลางดึกที่ผ่านมาได้รับแจ้งข่าวว่าจะมีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงจัดกำลังเฝ้าติดตามจับกุมพบรถยนต์ต้องสงสัย มาสด้า CX-5 ทะเบียน ขก – 3320 เชียงราย ขับมุ่งหน้าจาก อ.เมืองเชียงราย ไปยัง อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย จึงได้จัดกำลังติดตาม และสามารถจับกุมได้ที่ บ้านทุ่งก่อ ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง พบ น.ส.ลักษณ์ อายุ 25 ปี ชาว จ.เชียงราย เป็นผู้ขับขี่ และมีผู้โดยสาร 1 คน โดยจากการตรวจอบอย่างละเอียดภายในรถ พบยาบ้า บรรจุหีบห่อประทับตรา T1 สีน้ำเงิน เม็ดยาประทับตรา WY จำนวน 1,000,000 เม็ด บรรจุในกระเป๋าสีดำ จำนวน 6 กระเป๋า ซุกซ่อนภายในรถ

ผบ.ศูนย์ปฏิบัติการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในห้วงที่ผ่านมา ในพื้นที่ตามแนวชายแดนด้านสหภาพเมียนมาพบมีการลำเลียงยาเสพติด ครั้งละจำนวนมากหลักล้านเม็ด โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยการลำเลียงมีการใช้กองกำลังติดอาวุธคุ้มกัน จึงเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการลักลอบค้ายาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงเข้าสู่เขตไทยตามแนวชายแดนด้าน สปป.ลาว ในพื้นที่ อ.เชียงแสน, อ.เชียงของ จ.เชียงราย ยังคงมีอยู่ทั้งการข้ามแม่น้ำโขงและเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติ ทั้งนี้คาดการณ์ว่า จากการเปิดพรมแดนของ สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย และ จ.พะเยา อาจเป็นปัจจัยส่งผลทำให้การลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้าสู่พื้นที่ภาคเหนือเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ชายแดนด้านสหภาพเมียนมา เนื่องจากมีการปะทะและตรวจยึดยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก อาจมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาทดแทน ที่สูญเสียไปทำให้สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่มีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามพื้นที่ตอนในฝ่ายความมั่นคงยังคงเฝ้าระวังการลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นต่อไป

นายทุนเหิมลอบตัดไม่ในป่าสงวนขนซุกข้างห้วยเตรียมขยายผลจับกุมดำเนินคดี

พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงค์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.5 พร้อมกำลังชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ตชด.33 เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ ได้สนธิกำลังกันออกตรวจพื้นที่ป่าห้วยแม่แวน บ้านกลาง หมู่ 10 ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน หลังได้รับแจ้งว่าที่ป่้าดังกล่าว มีการลักลอบนำไม้หวงห้ามมาซุกซ่อนไว้

เมื่อเจ้าหน้าไปถึงไม่พบตัวกลุ่มมอดไม้คาดไหวตัวทันหลบหนีไปแล้ว ตรวจสอบก็พบไม้หวงห้าม (ตะเคียนทอง ) จำนวน 15 ท่อน ปริมาตร 16.31 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 285,425 บาท ไม้หวงห้ามแปรรูป (ตะเคียนทอง) จำนวน 147 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 3.03 ลบ.ม. คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 106,050 บาท จึงยึดของกลางทั้งหมดและจะได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาเเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

บสย.ช่วยSMEsเติมเงินหมื่นล้านบาทหนุนค้ำประกันส่งบสย.F.A.Center-สำนักงานสาขาให้คำปรึกษาตัวต่อตัว

นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองปลัดกระทรวงการคลัง และ ประธานกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นำทีมผู้บริหาร นำโดย นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. ทีมที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs บสย. F.A. Center และ ทีมสำนักงานเขตนครหลวง ลงพื้นที่ตลาดนัด หลังกระทรวงการคลัง พบปะผู้ประกอบการร้านค้า พ่อค้าแม่ขาย และกลุ่มผู้ค้ารายย่อย กว่า 80 ร้านค้า พร้อมแนะนำ ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย.F.A. Center) หนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เติมเต็มศักยภาพทางการเงิน และเตรียมความพร้อมการพลิกฟื้นกิจการ หลังเปิดประเทศ ตามนโยบายกระทรวงการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มอบหมายให้ บสย. ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

นายสิทธิกร กล่าวว่าวัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อรับทราบข้อมูลในมิติต่างๆ ของผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มผู้ค้ารายย่อย ได้แก่เพื่อรับทราบสภาพปัญหาการค้าขายของกลุ่มผู้ค้ารายย่อยรับทราบความต้องการเข้าถึงสินเชื่อ หลังการเปิดประเทศ ให้ข้อแนะนำเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการที่ต้องการขอสินเชื่อ และแนะนำศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย.F.A. Center)สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไป การเข้าถึงสินเชื่อ สภาพคล่องทางการเงิน ปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุน และสินเชื่อยากขึ้น บสย.จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในช่วงเศรษฐกิจกำลังกลับมาฟื้นต้ว ภายใต้แนวคิด TCG Fast & First รวดเร็ว รอบคอบ ที่ 1 ในใจ SMEs บสย. ตอกย้ำความมั่นใจพร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม และพร้อมเป็นหลักประกันทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการทุกราย โดยเฉพาะรายย่อย ที่ขอสินเชื่อจากสถานบันการเงิน และขอค้ำประกันสินเชื่อโดยเมื่อเร็วๆนี้ บสย. ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ บสย. จัดสรรวงเงินอีกจำนวน 10,000 ล้านบาท ทำให้ บสย. มีวงเงินรองรับการค้ำประกันสินเชื่อ ในโครงการ บสย. SMEs สร้างชาติ (PGS 9) รวม 23,000 ล้านบาท จนถึง 30 พฤศจิกายน 2565 ปรึกษาการเข้าถึงสินเชื่อ และขอรับคำปรึกษาด้านการเงิน ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย.F.A.Center) บสย. Call Center 02-890-9999

บสย.ผนึกส.อ.ท.ลงนามความร่วมมือ“การสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการดำเนินธุรกิจ”ผสานกำลังขับเคลื่อนประเทศไทยติดปีกธุรกิจไทยสู่ความอย่างยั่งยืน

ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมต.กระทรวงการคลัง ให้เกียรติร่วมงาน FTI EXPO 2022 และร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือ “การสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการดำเนินธุรกิจ” ระหว่าง บสย. และ ส.อ.ท. โดยขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ “การกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทยด้วยมาตรการการเงินและการคลัง” โดยส่วนหนึ่งของการบรรยายได้กล่าวถึง ในช่วงที่ผ่านมา ได้ออกมาตรการการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์ขัดแย้ง ยูเครน-รัสเซีย แล้วรวม 8 มาตรการ คือ 1.มาตรการตรึงราคาขายปลีกก๊าซ NGV 2.มาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซล 3.มาตรการบริหารราคาน้ำมันดีเซล 4.มาตรการขอความร่วมมือกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน 5. มาตรการช่วยเหลือด้านราคาก๊าซ LPG 6.มาตรการประหยัดพลังงานทั้งภาครัฐและเอกชน 7.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมภายในประเทศ 8.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดนิทรรศการและงานแสดงสินค้าในประเทศไทย โดยหลังจากการกล่าวปาฐกถา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนามความร่วมมือ “การสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการดำเนินธุรกิจ” ระหว่าง นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขานรับนโยบายเปิดประเทศร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย สนับสนุนผู้ประกอบการทั้งระบบ

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ สอดรับกับนโยบายการเปิดประเทศ และการส่งเสริมการค้าการลงทุน โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งทุน ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นศูนย์กลาง การเชื่อมโยงเงินทุน และโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ SMEs” ใน 2 บทบาท บทบาทแรก การเป็น Credit Enhancer ออกหนังสือค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ SMEs ใช้แทนหลักประกันในการยื่นกู้กับสถาบันการเงิน เป็นการลดต้นทุนด้าน Credit หรือ Credit Cost บทบาทที่สอง คือ การเป็นศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน F.A. Center และหมอหนี้ เพื่อให้คำปรึกษาทางการเงิน Financial Literacy ไม่ว่าจะเป็นด้านการขอสินเชื่อ ด้านการพัฒนาธุรกิจ ด้านการปรับโครงสร้างหนี้ และการแก้ไขหนี้ ตามนโยบายของกระทรวงการคลัง ซึ่งที่ผ่านมา F.A. Center ได้ให้คำปรึกษาและการช่วยเหลือ SMEs ไปแล้วมากกว่า 8,000 ราย นับเป็นความต้องการวงเงินสินเชื่อกว่า 10,000 ล้านบาท การลงนามความร่วมมือ “การสนับสนุนผู้ประกอบการ ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อการดำเนินธุรกิจ” ระหว่าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ บสย. ในวันนี้ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตอบรับการเปิดประเทศ เพื่อผลักดันการเสริมสร้างให้ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเป็นผู้ผลักดันให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมสามารถรักษาเสถียรภาพของธุรกิจและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ จึงเป็นที่มาของโครงการความร่วมมือกับ บสย. โดย บสย. จะสนับสนุนด้านความรู้ทางการเงินและธุรกิจ ดำเนินกิจกรรมให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิก ส.อ.ท. ให้เข้าถึงแห่งทุนเพื่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพยกระดับศักยภาพด้านต่างๆ ได้แก่ การให้คำปรึกษาด้านการเงิน ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs หรือ บสย. F.A. Center ทั้งด้านการเตรียมความพร้อมก่อนขอสินเชื่อ การบริหารจัดการเงินทุน การปรับโครงสร้างหนี้ และการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา มีสมาชิกของ ส.อ.ท. ให้ความสนใจรับคำปรึกษาด้านการเงินภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวกว่า 200 บริษัท การอบรมให้ความรู้ “รู้ข้อดีบัญชีเดียว พร้อมตัวช่วย” และ “การวิเคราะห์งบการเงินสำหรับ CEO “ ซึ่งหลังจากนี้จะให้ความร่วมมือในกิจกรรมอื่นๆ ทั้งการช่วยเหลือด้านการค้ำประกันสินเชื่อแก่สมาชิก ส.อ.ท. การพัฒนาธุรกิจด้านต่างๆ อาทิ ด้านการตลาดและเทคโนโลยี การเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในกระบวนการผลิต การส่งเสริมและผลักดันสมาชิกสู่ BCG ECONOMY MODEL

จนมุมตำรวจ!!!.จับโจรย่องเบาบ้านจัดสรรเดือนเดียวลงมืองัดฉกทรัพย์นับสิบครั้ง

พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่จับ นายวุธ อายุ 48 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.500/2565 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2565 พร้อมของกลางแหวน พระเครื่อง และทรัพย์สินอื่นๆกว่า 100 รายการ นำตัวดำเนินคดีข้อหา”ลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืน โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า” สืบเนื่องมาจากในห้วง 1 เดือนที่ผ่านมาตำรวจ สภ.แม่โจ้ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในหมู่บ้านจัดสรร 4 หมู่บ้านในพื้นที่ อ.สันทราย โดยมีผู้เสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน ว่าถูกคนร้าย ย่องเข้ามาตอนกลางคืนแล้วงัดหน้าต่างบ้านแล้วเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้านไปเป็นจำนวนมากสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว โจรย่องเบาลงมือถี่ยิบชุดสืบสวนจึงแกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนรู้ตัวคนร้ายแล้วขอศาลออกหมายจับและจับกุมตัวได้ขณะกบดานในห้องเช่าพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้ในที่สุด

แม่บ้านขี้เหงา!!.ผัวออกไปทำงานชวนกันตั้งวงเล่น”ไฮโล”ตำรวจบุกรวบครบทีม12คน

พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.ท.ศรีพิงศ์ ไหวยะ รองผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ สืบทราบว่าว่าที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ มีการลักลอบเปิดบ้านเป็นแหล่งมั่วสุ่มของบรรดากลุ่มแม่บ้าน ที่สามีออกไปทำงานนอกบ้าน เล่นการพนันไฮโลเอาทรัพย์สินกัน จึงบุกเข้าตรวจค้นก็พบบรรดาแม่บ้านอายุระหว่าง 40-65 ปี จำนวน 12 คนกำลังมั่วสุ่มเล่นไฮโลกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทุกคนแตกตื่นจะวิ่งหนีแต่ถูกจับกุมตัวได้ทั้งหมดเพราะวิ่งหนีไม่ไหวเนื่องจากอายุมากแล้ว จึงจับกุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางแผงไฮโล 1 แผง ลูกเต๋า 3 ลูก ฝาครอบพร้อมจานรอง 1 ชุด เงินสด 540 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม ดำเนินดคีข้อหา”ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน(ไฮโล) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฏหมาย ต่อไป

ตร.เชียงใหม่บุกจับบ่อนพนันออนไลน์

พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จับนายวิน อายุ 26 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจำนวน 1 เครื่อง กระดานจดรายชื่อลูกค้าและจำนวนเงินได้เสีย จำนวน 1 ชุด เอกสารสำหรับจดบัญชีรายชื่อลูกค้าจำนวน 16 แผ่น ไพ่ จำนวน 1 สำรับ นำตัวดำเนินคดีข้อหา”จัดให้มีการเล่นการพนัน(ไพ่เก๊าเก) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต (เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้) และทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับอนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง”

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้มีผู้เปิดบ่อนพนันออนไลน์ขึ้นโดยโฆษณาเชิญชวนนักพนันมาร่วมเล่นผ่านการไลฟ์สด ลูกค้าอยากจะเล่นก็โอนเงินเข้าบัญชีแล้วให้เล่นครั้งละ 100 บาทขึ้นไป สะสมยอดใครอยากถอนเงินก็ถอนได้ทันทีหากเล่นได้ หากเสียก็เติมเงินเข้ามาใหม่ มีการไลฟ์สดเล่ยพนันวันละ 1 รอบรอบละ 20-30 ครั้ง สามารถสร้างรายได้เดือนละเป็นแสนบาททางเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบว่าสถานที่ตั้งการจัดให้มีการพนันอยู่ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงนำหมายค้นของศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ บุกเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป