ป่าไม้บุกยึดไม้แปรรูปในเขตป่าสงวนแม่แจ่ม

นายกลม นวลใย ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการตระเวนชายแดนที่ 33 เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรแม่แจ่ม เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 เข้าตรวจสอบป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่ม ท้องที่หมู่ 6 บ้านอมตูม(โม่งหลวง) ต.กองแขก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ยึดไม้หวงห้าม (รัง) แปรรูป จำนวน 32 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1.243 ลูกบาศก์เมตร คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 43,507 บาท ไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 20 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1.68 ลบ.ม. และไม้เต็งแปรรูป จำนวน 4 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.29 ลบ.ม. ไม้ประดู่แปรรูปจำนวน 63 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 2.802 ลบ.ม. ไม้สักแปรรูปจำนวน 4 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.21 ลบ.ม. และไม้รังแปรรูป จำนวน 32 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1.243 ลบ.ม.

การตรวจยึดครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีขบวนการลักลอบขนไม้แปรรูป ซึ่งได้เข้าไปลักลอบ ตัด โค่น แปรรูปไม้ในป่าสงวนแห่งชาติ และป่าอนุรักษ์ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วนำมาซุกซ่อนไว้บริเวณข้างทางในพื้นที่ป่าบ้านอมตูม ซึ่งจะได้ติดตามจับกุมนายทุนและผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินดคีตามกฏหมายต่อไป

ยังงี้ก็ได้ด้วยเหรอ?.สองหนุ่มถูกจับพร้อมยาบ้า2.8แสนเม็ดอ้างหน้าตาเฉยโควิดระบาดตกงานจึงหันมาค้ายาหาเงินเลี้ยงครอบครัว

พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติด จับกุมนายสุริยนต์ อายุ 45 ปี นายพิจิตรอายุ 44 ทั้งคู่เป็นชาว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 280,000 เม็ด ดำเนิคดีข้อหา”มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

ก่อนหน้านี้ตำรวจ จับกุมกลุ่มผู้ค้ายารายย่อยในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ผู้ต้องหาหลายคดีที่ถูกจับชัดถอดว่าซื้อมาจากเอเย่นต์รายใหญ่คือนายสุริยนต์ และนายพิจิตร จึงส่งสายลับล่อซื้อจำนวน 2,000 เม็ด ผู้ต้องหาทั้งสองหลงกลนัดให้มารับของที่ถนนหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ จึงถูกจับกุม นำตัวไปค้นที่บ้านของนายสุริยนต์ ก็พบยาบ้าซุกซ่อนในบ้านอีก 2.6 แสนเม็ด แนวทางสืบสวนทราบว่าทั้งคู่รับยาบ้ามาจากบอสใหญ่ฝั่งประเทศเมียนมา นำยาบ้ามากระจายจำหน่ายในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยอ้างว่าเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ตกงานไม่มีเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัวจึงหันตั้งตนเป็นเอเยนต์ขายยาบ้าจนถูกจับกุมดังกล่าว

ทหารพรานปิดล้อมจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้อมก๋อย

พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 (ผบ.ฉก.ทพ.36) ค่ายเทพสิงห์ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภออมก๋อย เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ นำกำลังกว่า 100 นาย ปิดล้อมตรวจค้น เป้าหมายสำคัญกลุ่มขบวนการเครือข่ายเชื่อมโยงยาเสพติดและกลุ่มขบวนการลักลอบตัดไม้ประดู่แปรรูป ในพื้นที่ บ้านหลังป่าข่า ม.17 ต.ยางเปียง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่

จับกุมตัว นายวิชัย อายุ 44 ปี นายชูศักดิ์ อายุ 36 ปี ชาว ต.ยางเปียง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 64 เม็ด ไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 41 แผ่นเหลี่ยม ปริมาตร 3.098 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ 216,860 บาทเลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 3 เครื่อง ปืนยาวไทยประดิษฐ์ ( ปืนแก๊ป ) จำนวน 5 กระบอกรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นไทเกอร์ตอนเดียว สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ยก 8724 เชียงใหม่ นำตัวส่งร้อยเวร สภ.อมก๋อยดำเนินดคี ตามกฏหมายต่อไป

ทหารผาเมืองยิงปะทะคาราวานขนยาเสพติดสนั่นป่าแม่อายยึดยาบ้า6แสนเม็ดฝิ่นดิบ8กก.

พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า เมื่อ เวลา 04.00 วันที่ 7 ส.ค. กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 กองกำลังผาเมือง ( บก.ควบคุม ทพ.ศปก.ทภ.3 ) จัดกำลังลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ล่อแหลมตามแนวชายแดน บริเวณ บ้านห้วยปู ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พบกลุ่มบุคคลกองกำลังไม่ทราบฝ่าย จำนวน7 – 8 คน อาวุธปืนสงครามครบมือแบกสัมภาระ เดินข้ามชายแดนลัดเลาะมาตามเส้นทางในป่าทางหน่วยทหารจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กองกำลังดังกล่าวกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จึงมีการยิงตอบโต้เกิดการปะทะกันเสียงปืนดังลั่นสนั่นป่ากินเวลานานร่วม 5 นาที ก่อนก่อนที่กองกำลังดังกล่าวจะอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีเข้าป่าไป จากผลการปะทะฝ่ายเราปลอดภัย ต่อมาเมื่อเวลา 06.00 น. ไจึงเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ และตรวจสอบพบ เป้ดัดแปลงจำนวน 6 เป้ ภายในบรรจุยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด และฝิ่นดิบจำนวน 5 ก้อน น้ำหนัก 8 กิโลกรัม นำของกลางส่งตำรวจ สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผบ.กองกำลังผาเมือง กล่าอีกว่า ผลจาการลาดตระเวนเฝ้าตรวจของกำลังทหารในพื้นที่ชายแดน ทั้งเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและเพื่อการสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่ ทำให้หน่วยสามารถสกัดกั้นการลักลอบค้ายาได้เพิ่มขึ้น จะเห็นได้ว่า จากสถานการณ์โควิด 19 และความไม่สงบในประเทศเมียนมา สถานการณ์ดังกล่าว ไม่ได้ส่งผล ต่อการผลิตยาเสพติดตามแนวชายแดน แหล่งผลิตยังคงสามารถทำการผลิตได้ตามความต้องการของกลุ่มลูกค้า และชนกลุ่มน้อยยังคงมีเสรีในการผลิตและค้ายาเสพติดมากขึ้น ทั้งนี้จากการที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีการล็อกดาวน์ และมีมาตรการเข้มงวดในการเดินทางเข้าประเทศรวมถึงการเดินทางข้ามแขวง เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้กลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดถูกจำกัดพื้นที่ในการลำเลียง กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดจะยังคงมีความพยายามลักลอบนำเข้าทางภาคเหนือเพิ่มขึ้น ดังนั้นหน่วยทหารในพื้นที่ยังคงเพิ่มความเข้มในการวางกำลังสกัดกั้นลาดตระเวน สกัดกั้นตามแนวชายแดนด้านจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อป้องกันการลักลอบนำยาเข้าพื้นที่ตอนในอย่างเข้มข้นต่อไป

คนร้ายบุกเดี่ยวจี้เงียบแบ๊งค์ไทยพาณิชย์ยื่นกระดาษข้อควม”ผมมาปล้นผมมีปืนเงียบๆแล้วส่งเงินมา”ได้เงินสดร่วม2หมื่นหนีลอยนวลล่าสุดจนมุมแล้วหลังหนีกบดานในบ้านพัก

พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุ คนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธจี้ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโชตนา ตรงข้ามสนามกอล์ฟลานนา เลขที่ 88/1 ถนนโชตนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุพร้อมกับพวก

จากการสอบสวนทราบว่าช่วงเวลาเกิดเหตุ ธนาคารใกล้จะปิด จู่ๆก็ได้มีคนร้ายเป็นชาย สวมหมวกแก๊ปสีน้ำตาล สวมเสื้อแจ็คเก็ดดำ กางเกงยีนส์ และมีการสวมหน้ากากอนามัยปิดยบังใบหน้าอีกชั้นหนึ่ง เดินมายังเค้าน์เตอร์แล้วเขียนข้อความลงในกระดาษว่า “ผมมาปล้นผมมีปืนเงียบๆแล้วส่งเงินมา”หลังจากนั้นได้เดินนำมาส่งให้พนักงานอ่านและทำทีชักอาวุธปืนขู่ โดยขณะนั้นพนักงานซึ่งอยู่ในอาการตกใจ และได้หยิบเงินสดจากเค้าน์เตอร์ไปให้คนร้ายไป ประมาณ2หมื่นบาท คนร้ายก็ได้นำใส่กระเป๋าเป้สีดำ ก่อนจะวิ่งหลบหนีออกจากธนาคารและขับขี่รถจักรยานยนต์เวฟสีแดง ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีทมุ่งหน้าไปทางถนนโชตนา-แม่ริม ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยและหายไป ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก นำกำลังเข้าจับกุม นายกสิกร  อายุ 24 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ คนร้ายที่ก่อเหตุ ได้ที่บ้านพัก ใน ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พร้อมยึดของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน ยรจ 627 กรุงเทพมหานคร ชุดที่สวมใส่ตอนก่อเหตุ และเงินสดของกลางจำนวนหนึ่ง ก่อนคุมตัวมาสอบสวน เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง สาเหตุเกิดจากต้องการใช้เงินจำนวนมากโดยเขียนข้อความใส่ในใบเบิกเงินของธนาคาร “ผมมาปล้น ผมมีปืน เงียบๆแล้วส่งเงินมา” นำเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งเอาไปใช้จ่าย ก่อนจะหนีไปกบดานที่บ้านหลังดังกล่าว จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในที่สุด

เศร้าสลดสองพ่อลูกจูงมือผูกคอตายหนีปัญหาหนี้สิน

พ.ต.ต.สยาม อินทร์น้อย สารวัตรสอบสวน สภ.จอมทอง จ.ได้รับแจ้งมีเหตุคนแขวนคอตายที่ป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน หมู่ 2 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้วเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบศพนายศักดิ์ อายุ 64 ปี ชาว จ.ลำพูน สภาพศพ สวมกางเกงขายาว สีดำ สวมเสื้อแขนสั้น สีน้ำตาล สวมรองเท้าแตะ สภาพลิ้นจุกปาก ใช้เชือกไนล่อนผูกกับต้นกะฐิน ห่างออกกันประมาณ 1 เมตร พบศพ น.ส.วนิดา อายุ 25 ปี ลูกสาว สภาพสวมกางเกงยีนส์ สีน้ำเงิน สวมเสื้อยืดแขนสัน สีดำ สวมทับด้วยเสื้อยีนส์ สีน้ำเงิน สภาพลิ้นจุกปาก ใช้เชือกไนล่อนผูกกับต้นกะฐินเช่นเดียวกัน สภาพศพทั้งสองไม่ม่ร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างไร จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายทั้งสองคนเป็นพ่อลูกกัน แต่มาเช่าทำสวนอยู่ใกล้กับบริเวณที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุลูกสาวที่พึ่งจบปริญญาตรี มาไม่นาน มาทำธุรกิจเช่าที่นา เพื่อเตรียมปลูกพืชผักเลี้ยงสัตว์ขาย แต่ปัญหาไวรัสโควิด ทำให้เงินลงทุนขาดสภาพคล่อง จนต้องหยิบยืมและกู้เงิน หลายแห่งจนเป็นหนี้สินจำนวนมาก ก่อนเกิดเหตุก็มีคนมาทวงหนี้เป็นประจำ จนอยู่แทบไม่ได้ พ่อพยายามช่วยหาทางออกไปยืมเงินคนอื่นแต่ก็ไม่ได้ ช่วงกลางดึก.ทั้งสองคนตัดสินใจไปกระโดดน้ำปิงฆ่าตัวตาย แต่น้ำในแม่น้ำปิงตื้นและมีคนมาห้ามไว้ทัน จึงตัดสินใจชวนกันแขวนคอตายหนีปัญหาหนี้สินดังกล่าว

พ่อบ้านเมียทิ้งสติหลุดจุดไฟเผาบ้านก่อนปลิดชีพตัวเองด้วยปืนแก๊ปดับในกองเพลิง

ร.ต.อ. กิติศักดิ์ คำมานะ ร้อยเวร สภ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 89 หมู่ 9 บ้านไม้สะเป่ ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน มีผู้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตคากองเพลิง 1 ศพ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปสอบสวนที่เกิด พร้อมด้วย พ.ต.อ. ภาสวินท์ แก้วต่าย ผกก.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน แพทย์เวร รพ.ศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอน ตำรวจวิทยาการกองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัย จ.แม่ฮ่องสอน

บ้านที่เกิดเหตุตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน รถดับเพลิงเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน และอบต.ปางหมู จำนวน 2 คัน ได้ช่วยกันดับไฟแต่ทำได้ยากเพราะถนนเข้าไปในที่เกิดเหตุค่อนข้างแคบ และพยายามฉีดสกัดไม่ให้ไฟลุกลามไปยังบ้านข้างเคียงที่อยู่ติดกันหลายหลัง ส่วนบ้านต้นเพลิงซึ่งเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ถูกไฟเผาไหม้พร้อมสิ่งของวอดทั้งหลัง ในบ้านพบศพนาย จำรูญ อายุ 49 ปี เจ้าของบ้านถูกไฟคลอกดเสียชีวิตร่างเป็นตอตะโก ข้างศพมีอาวุธปืนแก๊ปยาววางอยู่ 1 กระบอกโดยมือขวาของผู้ตายยังกำอยู่ปลายกระบอกปืน ที่บริเวณใต้คางผู้ตายมีบาดแผลจากการถูกอาวุธปืนเป็นรูหลายแห่ง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายจำรูญ ผู้ตายน่าจะก่อเหตุขึ้นเอง เนื่องจากปกติผู้ตายมักจะดื่มสุราเป็นประจำ ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน หลังมีอาการมึนเมาสุราก็ขู่จะฆ่าลูกเมียยกครัว จนผู้เป็นเมียกับลูกต้องย้ายออกจากบ้านไปอาศัยอยู่บ้านญาติที่อยู่ต่างหมู่บ้าน คาดว่าครั้งนี้ผู้ตายหลังจากนั่งดื่มสุราตลอดทั้งคืนคงน้อยใจที่ไม่มีใครเหลียวแล ประกอบกับเมื่อดื่มเหล้ามาก จึงขาดสติก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านของตนเองขึ้นในช่วงใกล้ฟ้าสาง จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนแก็ปของตนเองแนบลำตัวปลายปืนจ่อใต้คาง ใช้เท้าเหนี่ยวไกลปลิดชีพตนเองดังกล่าว

ลูกจ้างป่าไม้ปืนดุบุกยิงโฟว์แมนดับซัลโวเต็มอก4นัดซ้อนสาเหตุทะเลาะกันในวงเหล้า

พ.ต.อ.สุคนธ์ แสงอรุณ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.อรุณศักดิ์​ บัวประเสริฐยิ่ง ผกก.สภ.กัลยาณิวัฒนา​ พร้อมด้วยชุดสืบสวนสภ.กัลยาณิวัฒนา จับกุมตัวนายพงษ์ศักดิ์​ อายุ 47 ปีชาว อ..กัลยาณิวัฒนา​ จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก ดำเนินดคีข้อหา”ฆ่าคนตายโดยเจตนา​, พาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร, ยิงอาวุธปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหรือหมู่บ้าน”

สืบเนื่องเมื่อคืนวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่าน เกิดเหตุคนบุกยิง โฟร์แมนก่อสร้างที่รับเหมาสร้างถนนสาย สะเมิง​ -​ วัดจันทร์​ ช่วงระหว่าง​ กม.ที่​ 79-80 บ้านแจ่มน้อย​ ม.5​ ต.บ้านจันทร์​ อ.กัลนาณิวัฒนา​ จ.เชียงใหม่​ พบศพนายพีรยุทธ​ อายุ​ 25​ ปี​ ชาว อ.ขามทะเลสอ​ จ.นครราชสีมา​ ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. เข้าที่แผงหน้าอกจำนวน 4 นัดเสียชีวิตคาที่ ระหว่างเกิดเหตุมีเหล่าคนงานก่อสร้างอยู่กว่า 10 คนสร้างความแตกตื่นตกใจเหลายคนวิ่งหนี จากการสอบสวนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือนายพงษ์ศักดิ์ เป็นลูกจ้างชั่วคราว จนท.ป่าไม้​ ชม.12​ (วัดจันทร์)​พื้นที่สะเมิง กัลยาณิวัฒนา โดยก่อนเกิดเหตุนายพงษ์ศักดิ์ ได้ขับรถกปิ๊กอัพมาจอดแล้วถามหาผู้ตายซึ่งกำลังคุมงานก่อสร้าง พอเจอถามผู้ตายถามว่าวันนั้น”มึงมีเรื่องกับกูใช่ไหม” พอผู้ตายบอกว่าใช่และขอโทษเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนั้น แต่นายพงษ์ศักดิ์ โมโหชักปืนออกมายิงใส่ 4 นัดซ้อนแล้วหลบหนีไปจนถูกำจับกุมตัวได้สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายพงษ์ศักดิ์ มือปืนกับนายพีรยุทธ ผู้ตายเคยนั่งกินเหล้าด้วยกันแต่มีเรื่องทะลาะกันในวงเหล้าเพราะพูดจาผิดหูกันจึงตามมาล้างแค้นบุกยิงด้วยอาวุธปืนจนนายพีรยุทธ เสียชีวิตดังกล่าว

นายทุนหัวใสรุกป่าสงวนปลูกข้าวโพดบังหน้าด้านในยกแปลงปลูกกัญชาหลายร้อยต้นเจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกยึดทำลายขยายผลผู้อยู่เบื้องหลังดำเนินคดี

 

พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 เข้าตรวจสอบกนณีกลุ่มนายทุยบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่หาดและป่าแม่ก้อ หมู่ที่ 5 บ้านโปงทุ่ง ตำบลโปงทุ่ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ พบพื้นที่ป่าสงวนถูกแผ้วถางทำลาย ทำเป็นแปลงข้าวโพดบังหน้า ด้านในปลูกกัญชาไว้หลายร้อยต้นโดยมีร่องรอยการนำเครื่องจักรกลขนาดใหญ่เข้าไปดำเนินการแผ้วถางกินพื้นที่กว่า 6 ไร่ 3 งาน 84 ตารางวา คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐจำนวนเกือบ 5 แสนบาท ทางเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตัดทำลายต้นกัญชาเผาทั้งหมดทิ้ง และจะได้สืบสวนขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

รวบหนุ่มพม่าโหดมีดฟันคอนายจ้างดับ

พ.ต.อ.ชลเทพ ใหม่ไชย ผกก.สภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.พร้าว จับนายทูน ไม่มีนามสกุล อายุ 32 ปีชาวเมียนมา พร้อมของกลาง เคียวเกี่ยวข้าว จอบ และมีด เปื้อนเลือด ควบคุมตัวดำเนินดคีข้อหา”ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” โดยก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.วาลพ สมาธิ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ได้รับแจ้ง ว่า มีเหตุฆ่ากันตาย เหตุเกิดข้างถนนริมทุ่งนาก่อนถึง บ้านป่าหญ้าไทร- บ้านเหล่า หมู่3 ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ หลังจากได้รับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม เจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้าววังหิน และแพทย์เวรจาก รพ.พร้าว พบศพนางนะอายุ 50 ชาวบ้าน ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ นอนเสียชีวิตสภาพศพนอนหงาย ถูกของมีคมฟันที่บริเวณแก้มซ้าย และท้ายทอย ในมือขวาผู้ตายกำเส้นผมของคนร้ายไว้จำนวนหนึ่ง กระเป๋าสะพายของผู้ตายมีร่องรอยการถูกรื้อค้นเปาทรัพย์สินไป ห่างจุดเกิดเหตุ 20 เมตรมีเพิงพักไม้ชั้นเดียวภายในพบตัวนายทูน ผู้ต้องหาหลบซ่อนอยู่ เมื่อเห็นตำรวจพยามจะหลบหนีจึงจับกุมตัวไว้ ค้นในเพิงพักก็พบเคียวเกี่ยวหญ้า จอบ และ มีด เปื้อนเลือด รวมทั้งเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง สอบสวน เบื้องต้นนายทูน ให้การรับสารภาพว่าเป็นลูกจ้างทำนา ของผู้ตาย มาทำงานได้หลายเดือนแล้และอ้างว่าถูกดุด่าเป็นประจำ ล่าสุดเมื่อราว 3 ทุ่มคืนที่ผ่านมา ผู้ตายเดินมาหาแล้วดุด่าอีกว่า ว่าทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง ด้วยความโมโห จึงคว้ามีดฟันที่ท้ายทอย และฟันหน้า พอเห็นผู้ตายล้มลงตาย ก็ขโมยทรัพย์สินแล้วกลับมาเก็บของที่เพิงพักเพื่อหลบหนีแต่ถูกจับกุมเสียก่อน