บช.ปส.ล่อซื้อยาบ้า5ล้านเม็ดยิงปะทะส่งแก๊งค้ายาไปเกิดใหม่อีก1ราย

 

เจ้าหน้าที่บช.ปส. ตำรวจ สภ.แม่อาย และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกันวางแผนล่อซื้อยาบ้าจำนวน 5 ล้านเม็ด จากกลุ่มพ่อค้ายาชาวเขาโดยนัดมอบส่งของกันที่ถนนสายฝาง-แม่จัน บ้านสันต้นดู่ หมู่ 6 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ต่อมาได้มีรถรถยนต์ปิ๊กอัพยี่ห้อโตโยต้า สีบอร์น ทะเบียน ผก 5352 เชียงใหม่ ขับมาจอดยังที่นัดหมายจึงแสดงตัวเพื่อตรวจค้นและจับกุมคนร้าย 2 คนที่นั่งมาในรถ ใช้อาวุธปืนยิงเปิดทางหนีและพยามขับรถชนเจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะกันเสียงปืนดังลั่นหลายนัดนานกว่า 5 นาที

รถคนร้ายเสียหลักพุงตกข้างทางจ้าหน้าที่จึงเข้าเคลียร์พื้นที่ จับกุมคนขับคือนายปะแอ จะเยอ อายุ 35 ปี ชาว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ได้รับบาดเจ็บยิงอาการสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่อาย ส่วนอีกคนซึ่งนั่งมาในรถคือ นายยาสี หมื่อจ่า อายุ 45 ปีชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าตามร่างกายหลายแห่งเสียชีวิต ตรวจค้นหลังรถพบยาบ้าจำนวน 5 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบปุ๋ย จึงยึดไว้เป็นของกลาง ขบวนการนี้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมมาหลายเดือนแล้วเป็นขบวนการใหญ่กระทั่งสามารถติดต่อล่อซื้อได้แก๊งคนร้ายเสียรู้นำยาบ้ามาขายให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งจะได้ติดตามจับกุมตัวอพื่อนร่วมขบวนการและผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ค้นหาทั้งคืนเจอแล้วเด็กชายหญิง4คนหายเล่นเพลินกลับบ้านกลัวโดนดุชวนกันนอนในสวนพ่อแม่ดีใจทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะจ๊ะ

จากกรณีเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมาเด็กจำนวน 4 คนเป็นชาย 2 คนและหญิง 2 คนโดยทั้งหมดอายุระหว่าง 7-10 ปี หายออกจากบ้านไปอย่างไร้ร่องรอยและไม่มีใครทราบเบาะแสพ่อแม่และผู้ปกครองเป็นห่วงความปลอดภัยจึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฝาง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยออกค้นหา หตุเกิดพื้นที่บ้านม่วงชุม ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ รวมทั้งกู้ภัยในพื้นที่ ตำรวจ และชาวบ้าน ได้ออกค้นหากันตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา กระทั่งเช้าของวันที่ 13 ก.ย.พบเด็กทั้งหมด อยู่ภายในสวนจึงได้ช่วยกันพาออกมาซึ่งเด็กทั้งหมดปลอดภัย โดยจากการสอบถามในเบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดได้ชวนไปเล่นอยู่บริเวณภายในสวน จนเกินเวลาจะกลับบ้านก็กลัวทางบ้านดุด่า จึงได้พากันพักอยู่ภายในสวนจนกระทั่งช่วงเช้าได้เดินมาตามทางและพบเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือจนปลอดภัยในที่สุด

คลางแคลงใจคดีน้อง”จีน่า”หายเหมือนจัดฉากนำตัวมาส่งคืนสั่งรื้อคดีสอบปากคำคนอุ้มไปซ่อนใหม่หลังพบพิรุธหลายอย่างสาวถึงใครจอมบงการเจอดีแน่

จากกรณีน้อง” จีน่า” หรือด.ญ.พรศิริ วงศิลารุ่ง อายุ 1 ขวบ 8 เดือน หายตัวออกจากบ้านพัก บ้านห้วยฝักดาบ หมู่ที่ 16 ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เวลาประมาณ 19 นาฬิกาของวันที่ 5 ที่ผ่านมาซึ่งมีการระดมกำลังทั้งชาวบ้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ตำรวจ และท้องถิ่น ร่วมกันค้นหาก็ยังไม่พบร่องรอยของน้องจีน่า จนเวลาล่วงเลยมาแล้วหลายวันก็ยังไม่พบน้องจีน่า ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนนำตัวนายเสี่ยว หรือนายอาผ่า อายุ 44 ปี เพื่อนของพ่อน้องจีน่า และเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาเมืองมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน มีความสนิทสนมกับน้องจีน่า สามารถอุ้มน้องจีน่าได้โดยพี่ชายน้องจีน่าบอกกับตำรวจว่านายเสี่ยว เป็นคนอุ้มน้องจีน่า ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปจากบ้านโดยเค้นสอบปากคำนายเสี่ยว ข้ามคืนจนสุดท้าย นายเสี่ยว ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนอุ้มน้องจีน่า ไปเองโดยอาศัยจังหวะที่พ่อน้องจีน่า นำขยะไปทิ้งส่วนแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ในบ้าน โดยสาเหตุที่ต้องทำเพราะถูกผีเข้าสิง แล้วบอกให้นำเด็กไปส่งให้ผีเจ้าป่าเจ้าเขาที่บนดอย ตนจึงนำน้องจีน่า ไปทิ้งไว้บนดอยบริเวณปากถ้ำโดยไม่ได้ทำร้ายหลังจากนำตัวเด็กไปให้ผีเจ้าป่าแล้วก็กลับลงมา

ต่อมาเช้าวันที่ 8 ก.ย.64 พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.พิเชษฐ์ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม นายอำเภอแม่แตง พ.ต.อ.ณฐภณ แก้วกำเนิด ผกก.สภ.แม่แตง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปกครอง ทหาร ตชด. กู้ภัย และอื่นๆกว่า 200 นายไปปูพรมเพื่อตามหาน้องจีน่า ตามคำให้การและนำตัวนายเสี่ยว เดินขึ้นเขาห่างจากหมู่บ้านราวๆ 3 กิโลเมตร ไปจุดหุบเหว ที่นายเสี่ยว ให้การว่านำน้องจีน่ามาปล่อยทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่ได้โรยตัวลงไปในถ้ำลึกกว่า 30 เมตร และปูพรมค้นหานานกว่า 1 ชั่วโมงแต่ก็ไม่พบตัว

ขณะกำลังค้นหาน้องจีน่า อยู่นั้นมีชาวบ้านซึ่งเป็นญาติของมารดาน้องจีน่า ที่ได้เดินป่าค้นหาน้อง แจ้งมาว่าพบน้องจีน่า อยู่ในกระท่อมชาวป่าข้าวโพด ห่างจากหมู่บ้าน 2 กิโลเมตร ทางเจ้าหน้าที่จึงรุดไปยังจุดที่ได้รับแจ้งพบน้องจีน่า นอนเล่นสภาพอ่อนเพลียอยู่ในกระท่อมดังกล่าว จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้น้ำและนมรวมทั้งน้ำเกลือ ก่อนจะอุ้มน้องเดินลงจากดอยขึ้นรถตู้กู้ชีพนำตัวส่ง ส่งรพ.นครพิงค์ เพื่อตรวจเช็คร่างกายและให้พักผ่อนอย่างเต็มที่ต่อไป ส่วนทางด้านคดีหลังจากพบตัวน้องจีน่า ทางตำรวจ ปกครอง ได้ร่วมประชุมกันที่สภ.แม่แตง โดยในที่ประชุม ผบช.ภ.5 ได้สั่งการให้การสอบสวนปากคำนายเสี่ยว ใหม่ทั้งหมดเพราะเชื่อว่าจะมีผู้ร่วมขบวนการ โดยเรื่องนี้อาจจะเป็นการลักพาตัว เรียกค่าไถ่ หรือแค้นส่วนตัว ต้องคลี่ปมให้ละเอียด เพราะแผนตอนแรกของตำรวจจะดำเนินการในวันนี้คือ ปูพรมค้นทุกบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะเชื่อว่าน้องยังอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ แต่ก็มีคนไปเดินป่าแล้วไปเจอน้อง แล้วน้องก็ปลอดภัยสุขภาพแข็งแรง ใส่เสื้อผ้าชุดเดิมในวันที่หาตัวไป ไม่มีอาการหิว เหมือนมีคนดูแลตลอด แม้ร่างกายน้องจะมีร่อยรอยขีดข่วนของการเดินป่าก็เป็นแค่แผลเล็กน้อย ทุกอย่างเหมือนมีการจัดฉากนำเด็กมาคืน ซึ่งประเด็นการสงสัยทั้งหมดตั้งถูกคลี่คายและตอบสังคมได้ ว่าเกิดอะรไรขึ้นการหายตัวไปของน้องจีน่าครั้งนี้มีเบื้อหน้าเบื้อหลังหรือไม่

ทางด้านพล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า คดีนี้นายเสี่ยว ให้การรับสารภาพว่าว่าถูกผีเข้าสิงให้นำเด็กไปสังเวยเจ้าป่าเจ้าเขา ตรงนี้ก็เป็นคำให้การของผู้ต้องหาที่ให้การไว้ เราได้นำกำลังไปตรวจค้นจุดที่นายเสี่ยว บอกก็ไม่พบน้องจีน่า แต่ไปพบเจอน้องอีกจุดหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีก 2 กิโลเมตร ซึ่งในฐานะเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันทำงานทุกคนก็ดีใจและมีความสุขที่เด็กปลอดภัยส่วนการหายตัวไปของน้องจีน่า ยังต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่อเพราะเชื่อว่าคดีนี้ยังมีเงือนงำอยู่ ผบช.ภ.5 กล่าวในที่สุด

ตำรวจจ่อแจ้งหลายข้อหาหนักเน็ตไอดอลเซ็กซี่เปิดนมให้FCดูดข้างถนน

บุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีกระแสเกี่ยวกับคลิ๊ปที่มีหญิงสาวผมสั้นหน้าตาดี สวมหน้ากากอนามัย สวมเสื้อชั้นในสีดำตัวเดียว ได้จอดรถริมทางแล้วเปิดหน้าอกให้เอฟซีได้ดูดนมริมถนน โดยมีชายคนที่ขับรถมาให้เป็นผู้ถ่ายคลิป ซึ่งคลิปดังกล่าว ได้มีเสียงพูดคุยสนทนากันว่าชายคนดังกล่าวมาจากที่ ไหนโดยชายคนที่ยืนอยู่บอกว่ามาจาก รพ.แห่งหนึ่งในอำเภอสันทราย แล้วชายคนดังกล่าวถามชายหญิงที่อยู่ในรถว่า มาจากที่ไหนกัน ก่อนที่คนในรถจะบอกว่า มาจากอำเภอฝาง โดยจะไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าและมาอยู่จังหวัดเชียงใหม่ได้สองเดือนแล้วหนีโควิดมา ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะให้ชายคนที่ยืนอยู่ดูดนม โดยหญิงที่อยู่ในคลิปบอกว่าทำตามสัญญาคืนความสุขให้เอฟซี ซึ่งคลิป๊ดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม

ดังนั้นทางอำเภอสันทรายได้มอบหมาย ให้ตนในฐานะปลัดอำเภอสันทราย ทำการรวบรวมหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับหญิงสาวคนดังกล่าวและชายสองคนที่อยู่ในคลิป เนื่องจาการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเด็กและเยาวชนนอกจากนี้ยังทำให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองวัฒนธรรมล้านนาที่ดีงามเสียหาย ตนจะแจ้งความในข้อหาพรบ. คอมพิวเตอร์ เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร และข้อหา พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ ไม่สวมหน้ากากอนามัย และข้อหา สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของอำเภอสันทรายและ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันพรุ่งนี้ ที่ สภ. สันทรายเพื่อให้ออกหมายเรียกหญิงคนดังกล่าวและชายอีกสองคนในคลิปมารับทราบข้อกล่าวหาและจะขยายผลว่า มีบุคคลใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฏหมายทุกคนด้วย

ต่อมา พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากกรณีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้กระทำผิดแล้ว และได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยให้พนักงานสอบสวนสภ.แม่โจ้เ อ.สันทราย เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 287 (1) “ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้า ส่งออก หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเพื่อการค้า เพื่อจ่ายแจก หรือเพื่อแสดงอวดแก่ประชาชน” มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (4) “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวในที่สุด

ล่านายทุนเหิมจ้างชาวบ้านบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติแม่ท่าช้าง-แม่คะนินสร้างบ้านพักตากอากาศขายชาวต่างชาติ

พ.ต.อ.ศุภฤษ์ ยอดคำ ผกก.ปพ.สส.ภ.5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 5 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.) เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรหางดง เข้าตรวจสอบผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท่าช้างและป่าแม่ขนิน ข้างห้วยช้างตาย บ้านท่าไม้ลุง ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ระหว่างกำลังเดินทางเข้าตรวจสอบพบมีการจุดพลุขึ้นบนฟ้าเพื่อให้พรรคพวกที่กำลังบุกรุกป่าหลบหนีด้วย

จากการตรวจสอบพบผืนป่าบริเวณมีการล้อมรั้วลวดหนาม ลักษณะจับจองพื้นที่และมีการก่อสร้างตัวบ้านไว้ด้วย พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกรวม 4 ไร่ 0 งาน 01 ตารางวา จึงติดป้ายและตรวจยึดพื้นที่ดังกล่าวคืนและควบคุมตัวนายชาติ ชาว อ.หางดง ไว้ดำเนินคดี ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดได้ตรวจสอบผืนป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท่าช้างและป่าแม่ขนิน ใกล้กับจุดแรกพบมีการบุกรุกพื้นที่ป่าด้วยการแผ้วถางรวมทั้งหมด 3 ไร่ 3 งาน 14 ตารางวา และพบไม้สักและไม้ประดู่ ที่ถูกตัดจากบริเวณดังกล่าวกว่า 20 ท่อนและมีการกานโคนต้นไม้ให้ยืนต้นตายด้วย จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ามีกลุ่มนายทุนเข้าไปว่าจ้างชาวบ้านในพื้นที่ให้ทำการแผ้วถางบุกรุกป่าสงวนดังกล่าวหวังจะก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ ขายให้กับชาวต่างชาติ ซึ่งจะได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ทหารม้าผาเมืองยิงปะทะคาราวานขนยาเสพติดชายแดนเชียงดาวส่งไปลงนรก1ศพยึดยาบ้า4.3แสนเม็ดฝิ่นดิบอีก8กก.

พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง สืบทราบว่าจะมีกองคาราวานขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากประเทศเพื่อนบ้านลำเลียงเข้ามายังพื้นที่ชั้นในของประเทศไทยโดยใช้ช่องทาง หนองกะลาง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นเส้นทางลำเลียง จึงสั่งการให้กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 จัดกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนในพื้นที่ 2 ชุดปฏิบัติการ จำนวน 10 นาย เข้าสกัดกั้นเพื่อทำการจับกุม

ขณะกำลังลาดตระเวณพบกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ประมาณ 10 – 15 คน พร้อมอาวุธสงครามครบมือสพายเป้สนามข้างในบรรจุยาเสพติดด้านหลังทุกคน จึงสั่งให้หยุดเพื่อตรวจค้น แต่กองกำลังดังกล่าวใช้อาวุธสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อนจึงเกิดการปะทะกันเสียงปืนดังลั่นสนั่นป่าราว 10 นาที สิ้นสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่พบศพฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิต1คน พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 1กระบอก ห่างออกไปพบเป้สนามถูกทิ้งไว้จำนวน 5 เป้ ตรวจสอบพบมียาบ้าจำนวน 4.3 แสนเม็ด บรรจุอยู่พร้อมฝิ่นดิบอีก 8 กิโลกรัม ส่วนกองกำลังที่เหลืออาศัยความชำนาญของพื้นที่วิ่งหนีเข้าป่าคาดว่าจะถอยร่นข้ามไปยังฝั่งประเทศเมียนมาแล้ว

พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองกำลังผาเมือง ได้จัดกำลังตรึงพื้นที่ตามแนวชายแดน เพื่อภารกิจในการป้องกันประเทศ การสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และการสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมการควบคุมเส้นทางการเคลื่อนย้ายยาเสพติดและแรงงานต่างด้าวจากแนวชายแดน เข้าสู่พื้นที่ตอนใน จำนวน 108 ชุดปฏิบัติการ โดยร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน ฝ่ายปกครองตั้งด่านตรวจ/จุดตรวจ 40 จุด ทั้งนี้แม้นว่าอีก 1 เดือนจะมีการสับเปลี่ยนกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ตามวงรอบของกองกำลังป้องกันชายแดนปีงบประมาณ 2565 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 แต่ได้วางกำลังในการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมาย ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชน ตามแนวชายแดนไว้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพต่อไป

ไฟฟ้าซ็อตหนุ่มไทยใหญ่ช่างติดตั้งป้ายโฆษณาสาหัส

 

ร.ต.อ.วรบุตร ภิญโญ ร้อยเวร สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุ คนงานถูกไฟฟ้าช็อตติดอยู่บนป้ายโฆษณาเหตุเกิดที่บริเวณ ซ.4 ชุมสหกรณ์นิคม 1 ม.5 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบกับผู้บาดเจ็บนายวัน อายุ 35 ปี ชาวไทใหญ่ เป็นช่างรับจ้างติดป้ายโฆษณาถูกไฟฟ้าช็อต เสื้อผ้าไหม้เกรียม สภาพตัวค้างอยู่บนป้ายสูงเกือบ 10 เมตรห้อยหัวลงมา ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบนำรถกระเช้าเข้ามาทำการเคลื่อยย้ายตัวลงมาอาการบาดเจ็บสาหัส นำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อให้แพทย์ทำการรักษา

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายวัน เป็นคนงานรับจ้างติดป้าย ก่อนเกิดเหตุมาพร้อมกับเพื่อน เพื่อเปลี่ยนป้าย ซึ่งป้ายดังกล่าวอยู่ใกล้กับสายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งระหว่างที่กำลังที่จะนำป้ายขึ้นไปติดตั้ง เกิดเสียหลัก ไปโดนเข้ากับสายไฟฟ้าจนทำให้เกิดช็อตร่างจนไหม้เกรียมจากนั้นพลเมืองดีที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

ทหารผาเมือง-บช.ปส.ไล่ล่าระทึกรวบขบวนการลอบขนยาบ้ากลางดึกพร้อมของกลาง4.9แสนเม็ด

พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง สั่งการให้กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 ( ร้อย.ม.4 ฉก.ม.5) จัดกำลัง 3 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการ 2 กองบังคับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่ 3 กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ( กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส. )บูรณาการตั้งจุดตรวจจุดสกัดกั้น บริเวณบ้านหัวนา ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พบรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่รถยนต์ทั้ง 2 คัน ได้หลบหนีการตรวจค้น โดยคันที่ 1 ใช้เส้นทางชนบท 3059 บ.ม่วงชุม – บ.หัวนา เมื่อถึงบริเวณป้อมตำรวจ บ.หัวนา ทางหน่วยสามารถสกัดจับและได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 1 คน ส่วนคันที่ 2 หลบหนีโดยใช้เส้นทาง บ.ม่วงชุม – บ.หนองเต่า เมื่อมาถึงบริเวณ บ้านม่วงชุม ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง คนร้ายได้ทำการทิ้งสัมภาระ และอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพบกระเป๋าเป้สีเขียว จำนวน 2 ใบ และถุงกระสอบ จำนวน 3 ใบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 498,000 เม็ด จึงได้นำตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมของกลาง นำส่งที่ กองกำกับการ 2 กองบังคับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่ 3 กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลติดตามจับกุมขบวนการนี้ต่อไป

พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง กล่าวว่า กองกำลังผาเมืองได้จัดกำลังเพิ่มความเข้มในการตรวจติดตามกลุ่มขบวนการลักลอบค้ายาเสพติด และการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนของจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ฝาง แม่อาย ที่ปรากฏข่าวสารว่าจะมีการลักลอบค้ายาในพื้นที่ จึงได้วางกำลังบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสกัดกั้น อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 และความไม่สงบในประเทศเมียนมา ไม่ได้ส่งผล ต่อการผลิตยาเสพติดตามแนวชายแดน ซึ่ง แหล่งผลิตยังคงทำการผลิตตามความต้องการของกลุ่มลูกค้า ที่สำคัญชนกลุ่มน้อย ยังคงมีเสรีในการผลิต และค้ายาเสพติดมากขึ้น โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าทางชายแดนภาคเหนือ

ตร.สืบสวนภาค5สกัดจับขบวนการลักลอบขนไม้เถื่อน

พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ ยอดคำ ผกก.ปพ.สส.ภ.5 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดแพร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองแพร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ตชด.32 ได้ทำการตรวจยึดไม้มะค่าโมงแปรรูป จำนวน 57 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 2.32 ลบ.ม. คิดเป็นค่าเสียกายของรัฐเป็นเงิน 162,400 บาทรถยนต์บรรทุก ยี่ห้อโตโยต้าไฮลักวีโก้แชมป์ ตอนเดียวสีบอร์น หมายเลขทะเบียน บท 3839 อุตรดิตถ์ จำนวน 1 คัน

การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีขบวนการลักลอบค้าไม้เถื่อนจะทำการขนส่งไม้เถื่อนจากพื้นที่ไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง ทางเจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกันสกัดจับโดยตั้งด่านบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 129 บ้านปทุม หมู่ที่ 2 ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ต่อมาได้มีรถของกลางขับมาตรงตามที่สายรายงานเจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจค้น รถดังกล่าวก็จอดข้างทางคนขับก็เปิดประตูวิ่งหนีเข้าพื้นที่ป่าข้างทางไป ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก็พบไม้ของกลางจำนวนมากจึงยึดไว้ และจะได้ติดตามตัวเจ้าของรถมาดำเนินดคีตามกฏหมายต่อไป

ไล่ล่าจับได้ยกแก๊งแหกห้องขังเรือนจำเชียงราย

จากกรณีผู้ต้องขังหลบหนีจากสถานที่กักโรคเรือนจำชั่วคราวดอยฮาง เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย 3 คน เมื่อคืนวันที่ 18 ส.ค.64 ที่ผ่านมา และสามารถจับกุมผู้หลบหนีได้ 1 คนก่อน โดยล่าสุดทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องขังที่หลบหนีอีก 2 คนได้แล้ว โดยชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงราย สภ.เมืองเชียงราย สภ.แม่จัน สภ.แม่ยาว หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.เชียงราย และเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย และนายสมคิด ปริมิตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงราย ได้สืบทราบว่านายนพรัตน์ อายุ 28 ปีชาว ต.แม่คำ อ.แม่จัน และนายคำปัน  อายุ 33 ปี ชาว ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่หลบหนีจากเรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย มากบดานในบ้านร้าง หลังโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้กับนามกีฬากลางเทศบาบนครเชียงราย เขตเทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย จึงได้นำกำลังเข้าไปทำการจับกุม โดยพบผู้หลบหนีทั้ง 2 คนหลบซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว สอบสวนทราบว่าทั้ง 3 คนหลังจากหลบหนีออกมาจากที่คุมขังในเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 18 ส.ค.64 โดยนายนายนพดลได้เดินไปตามถนน และถูกจับกุมเป็นคนแรก ส่วนอีก 2 คนได้ลอยคอล่องตามแม่น้ำกกมาขึ้นฝั่งเขตตัวเมืองเชียงราย แล้วเข้าไปซ่อนตัวในบ้านหลังดังกล่าวจนถูกจับกุมในที่สุด

เหตุผู้ต้องขังหลบหนีออกจากพื้นที่กักกันโรค แดนแรกรับเรือนจำชั่วคราวดอยฮาง ของเรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย เกิดเมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้ต้องขังหลบหนีออกไปจำนวน 3 ราย คือ นายนพดล อายุ 24 ปี ชาว ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย คดียาเสพติดพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง เข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา นายนพรัตน์  อายุ 28 ปีชาว ต.แม่คำ อ.แม่จัน คดียาบ้าจำนวน 21 เม็ด ท้องที่ อ.แม่จัน ต้องโทษเป็นครั้งที่ 3 เข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2564 และนายคำปัน  อายุ 33 ปี ชาว ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย คดียาบ้า 150 เม็ด ต้องโทษเป็นครั้งที่ 3 เข้าเรือนจำ เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา