สนธิกำลังบุกตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวกจ.แพร่พบกลุ่มนายทุนบุกรุกกว่า26ไร่เตรียมสืบสวนขยายผลดำเนินคดี

พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ ยอดคำ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.5 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ห้วยไร่ จ.แพร่ นำกำลังตรวจค้นพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถาง จำนวน 26 ไร่ 52 ตารางวาคิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นจำนวนเงิน 1.7 ล้านบาท และพบไม้กระยาเลยแปรรูป (จำปี,แดงน้ำ) จำนวน 30 ชิ้น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.46 ลบ.ม. อุปกรณ์ในการกระทำความผิดถังเก็บน้ำขนาด 1,๐๐๐ ลิตร จำนวน 1 ถัง สายยางสีดำ จำนวน 1 เส้นท่อน้ำพีวีชี จำนวน 10 เส้นจอบ จำนวน 1 เล่ม

การตรวจค้นครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มนายทุนบุกรุกแผ้วถางทำลายพื้นที่ป่าที่บริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวก ม.7 ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบก็พบพื้นที่ป่าสงวนถูกบุกรุกแผ้วถางทำลาย จำนวน 26 ไร่ มีการแปรรูปไม้ทิ้งไว้ด้วย แต่กลุ่มผู้กระทำความผิดไหวตัวทันหลบหนีไปได้เสียก่อน ซึ่งได้ยึดของกลางทั้งหมดไว้ และสืบสวนสอบสวนขยายผลหากลุ่มผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

สิ้นชื่อมือปืนดังซุ้มเมืองแพร่”เบิร์ดน้ำชำ”ถูกสืบสวนภาค5วิสามัญดับกลางป่าประวัติโชกโชนพัวพันคดีฆ่าอดีตนายกอบจ.แพร่หลบหนีคดีซุกสวนมะม่วงกลางป่าหาญสู้ตร.ชักปืนยิงใส่โดนสวนกลางหน้าอกดับ

พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผบก.สส.ภ.5 พร้อมชุดสืบสวน นำหมายศาลจังหวัดแพร่ เลขที่ จ. 166/2563 ลงวันที่ 22 ก.ย.63 เดินทางไปจับกุมนายเอกภูมิ หรือ เบิร์ด เครือแก้ว อายุ 39 ปี หรือ ฉายา “เบิร์ดน้ำชำ” มือปืนชื่อดังซุ้มเมืองแพร่ ชาว อ.สูงเม่น จ.แพร่ในข้อหา”ฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” หลังพบเบาะแสหลบหนีมากบดาลในสวนมะม่วงที่ตั้งอยู่บนดอยสูง ในพื้นที่บ้านใหม่หนองบัว ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่

กำลังตำรวจขับรถยนต์ลัดเลาะมาตามเส้นทางผ่านป่าเขาและดอยสูงเพื่อไปยังสวนมะม่วง เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ระหว่างทางพบนายเบิร์ดกำลังขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 2 กญ 3174 เชียงใหม่ สวนทางลงจากดอยมา เมื่อนายเอกภูมิ เห็นตำรวจจึงรีบวกรถจักรยานยนต์เพื่อจะหลบหนี แต่จักรยานยนต์ล้ม ทางเจ้าหน้าที่จึงจอดรถและเข้าไปหมายจับกุมตัวตามหมายจับ แต่านายเบิร์ด ได้ชักอาวุธปืนยิงใส่ตำรวจ จำนวน 1 นัด ทางเจ้าหน้าที่จึงหลบกันจ้าละหวั่น และเจ้าหน้าที่จึงมีการยิงตอบโต้ไปถูกเข้าที่บริเวณหน้าอก 1 นัด เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่และค้นในตัวพบยาบ้าจำนวน 1 มัด รวมยาบ้า 2,000 เม็ด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเดินทางไปยังกระท่อมที่พักที่ใช้หลบซ่อนตัว ซึ่งตั้งอยู่ในสวนมะม่วง พบนายจะเผอะ จะแย อายุ 33 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายเบิร์ด อยู่ภายในกระท่อม จึงควบคุมตัวไว้ และจากการตรวจค้นภายในกระท่อมพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่อีก 7,000 เม็ด ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ

จาการสอบสวนพบว่า ประวัติของนายเอกภูมิ หรือ ฉายา เบิร์ดน้ำชำ เป็นมือปืนที่อยู่ในซุ้มมือปืนเมืองแพร่ ในอดีตเมื่อปี 2550 มือปืนในซุ้มดังกล่าวเคยพัวพันกับการยิงนพ.ชาญชัย ศิลปะอวยชัย อดีตนายก อบจ. แพร่ เสียชีวิตขณะออกกำลังกายที่ จ.แพร่ จากนั้นเพื่อนร่วมแก๊งถูกจับกุมได้ 4 คน แต่นายเบิร์ด หลบหนีรอดมาได้ ต่อมาหันมารับงานอิสระ โดยเน้นรับงานเป็นเอเย่นต์จัดส่งยาเสพติดในพื้นที่จ.แพร่ และเคยถูกจับกุมตัวมาแล้วจำนวน 8 ครั้งในคดีครอบครองยาเสพติด และเสพยาเสพติด โดยล่าสุดได้พ้นโทษมาเมื่อปี 62 และก็หันมารับจ้างทวงหนี้เงินค่ายาเสพติด และเมื่อปี 63 ได้ไปทวงเงินและยิงนักค้ายารายหนึ่งเสียชีวิตที่ จ.แพร่ และถูกศาลออกหมายจับ ก่อนจะหลบหนีมากบดาลในพื้นที่อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ และระหว่างที่หลบซอนตัวอยู่ ก็ได้สั่งซื้ออาวุธปืนไว้หลายกระบอก เพราะทราบข่าวว่าจะมีการส่งคนมาเก็บตัวเองเพื่แแก้แค้น จนถูกตำรวจติดตามจับกุม และยิงต่อสู้ตำรวจและถูกวิสามัญ

พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 เปิดเผยว่าผู้ต้องหารายนี้หลบหนีหมายจับของ สภ.สูงเม่น เมื่อปี 2563 หลังก่อเหตุยิงผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต่อมาตำรวจสืบสวนจนทราบว่านายเอกภูมิเป็นผู้ก่อเหตุ จึงออกหมายจับ จนกระทั่งทราบว่ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อำเภอไชยปราการ โดยพฤติกรรมของนายเอกภูมิ นอกจากมีอาชีพเป็นมือปืน ยังค้ายาเสพติด เป็นเอเย่นรับยา และส่งยาเสพติดให้เครือข่าย ล่าสุดเมื่อเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสจึงนำหมายศาลมาจับกุม ซึ่งนายเอกภูมิก็กำลังจะเดินทางไปก่อเหตุยิงผู้อื่นอีกหลังรับงานมาจากนายทุนรายหนึ่งไว้ด้วย

รวบแล้วโจรจี้ร้านทองเยาวราชเวียงแหง

 

จากกรณีเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 มิ.ย. ได้มีคนร้ายเป็น ชาย 2 คน ขับขี่รถจยย. มาจอดหน้าร้านห้างทองเยาวราชเวียงแหง เลขที่ 327/1 หมู่ 4 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ โดยคนร้ายจำนวน 1 คน เดินเข้ามาในร้าน โดยทำทีสอบถามราคาทอง หลังจากนั้นได้กระโดดขึ้นมาใช้ค้อนและก้อนหินทุบไปยังตู้กระจกที่เก็บทองรูปพรรณไว้ และคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกชนิดลูกโม่ ยิงไปที่เจ้าของร้านหลายครั้ง แต่กระสุนไม่ลั่น และคนร้ายกวาดทองรูปพรรณ ใส่กระเป๋าเป้ไป จำนวน 32 บาทก่อนหลบหนีไป ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

เช้าวันที่ 23 มิ.ย.64 พ.ต.อ.อัครภณ วริศเจริญ ผกก.สภ.เวียงแหง พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ จับกุมตัวนายอะเลปะ จันจา อายุ 31 ปีอาศัยอยู่ในบ้านไม่มีเลขที่ บ้านเปียงหลวง หมู่ 1 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.379/2564 ในข้อหา”ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ โดยมียานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม และพยายามฆ่า” ก่อนนำตัวมาสอบสวน

นายอะเลปะ ให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นหนึ่งในสองคนร้ายที่ควงปืนบุกจี้ร้านทอง โดยเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุ คือ นายอาเบ เป็นคนเร่ร่อนไม่มีงานทำเหมือนกัน จึงคุยกัน นายอาเบ ก็วางแผนว่าจะปล้นร้านทอง แล้วหนีไปต่างจังหวัดนำทองไปขายแล้วนำเงินมาแบ่งกัน โดยนายอาเบ ให้ตนไปยืมรถจยย. ที่ใช้ก่อเหตุจากเพื่อนของตน ตนทำหน้าที่ขับรถมาจอดข้างร้านทอง และนายอาเบ ลงไปใช้อาวุธปืน ก่อเหตุชิงทอง พอได้มาตนเป็นคนขับรถพากันหลบหนีไปที่จอดท้องที่ลำน้ำแตง และทิ้งรถและแยกกันกันหลบหนี โดยจะใช้โทรศัพท์ติดต่อกัน แต่โทรศัพท์ของตนดันตกน้ำ ทำให้ติดต่อนายอาเบ ไม่ได้ตนจึงกลับมากบดาลที่ห้องเช่า ไม่คาดจะถูกตำรวจตามรวบ หลังการจับกุมตัวผู้ต้องหาทางเจ้าหน้าที่ได้รกะจายกันสืบสวน เพื่อตามล่าจับกุมตัวคนร้ายอีกคนให้ได้โดยเร็ว และจะได้นำของกลางทองจำนวน 32 บาท มูลค่ากว่า 9 แสนบาทกลับคืนให้แก่ร้านทองต่อไป โดยคาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้

สองคนร้ายควงปืนบุกจี้ร้านทองเยาวราชเวียงแหงกวาดทองหนัก20บาทหลบหนี

 

บ่ายวันที่ 21 มิ.ย.64 พ.ต.อ.อัครภณ วริศเจริญ ผกก.สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายควงอาวุธปืน บุกจี้ร้านทอง เหตุเกิดที่ร้านทองเยาวราชเวียงแหง บ้านเวียงแหง ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง หลังรับแจ้งเหตุจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหคุพร้อมพวก

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบเจ้าของและพนักงานของร้านอยู่ในอาการตกใจ จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้าน พบว่าก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คนเป็นชายขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าร้านทอง โดยหนึ่งในคนร้าย สวมหมวกกันน็อก เสื้อกันหนาวแขนยาว ได้เดินเข้ามาที่ร้านและทำทีขอดูทอง ก่อนคนร้ายจะชักอาวุธปืนพกสั้นออกขู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ร้านก็พยายามต่อสู้โดยการใช้เก้าอี้ขว้างใส่ แต่คนร้ายก็ไม่หนี กลับใช้อาวุธปืนจ่อแล้วยังตะโกนว่าอยากตายหรือ ก่อนคนร้ายใช้ด้ามปืนทุบกระจก กวดาเอาทองคำรูปพรรณหนักเส้นละ 1 บาทจำนวน 20 เส้นรวมน้ำหนักทองที่ตนร้ายได้ไปจำนวน 20 บาทและวิ่งออกมาขึ้นรถหลบหนีไปได้ โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายวิทยุออกปิดล้อมเส้นทางหลบหนีคนร้ายแล้วแต่ยังไม่พบตัวแต่อย่างไร

กองปราบบุกจับกุมบ่อนพนันออนไลน์บ้านรักไทยเมืองสามหมอกขนคนจีน200คนเข้ามาดำเนินการชาวบ้านสุดทนร้องกองปราบบุกทลายชี้เป็นบ่อนกาสิโนออนไลน์ระดับโลกใช้หมู่บ้านคนจีนเป็นฐานเชื่อมโยงกับบ่อนในเมียนมาลูกค้าพนันทั่วโลก

ตำรวจกองปราบปราม ได้นำกำลังเกือบ 100 นาย เข้าจับกุมกลุ่มชาวจีนที่พัวพันกับการพนันออนไลน์ ที่บ้านรักไทย หมู่ 6 ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จับผู้ต้องหาได้ทั้งหมดจำนวน 57 คน เป็นชาย 54 คน หญิง 3 คน พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุค จำนวนมาก ตู้เซฟ 1 ตู้ และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ

การจับกุมดังกล่าว พบว่า กลุ่มชาวจีนกลุ่มดังกล่าวได้เริ่มเข้ามาเปิดบ่อนกาสิโนออนไลน์มาตั้งแต่ต้นปี 2564 ซึ่งชาวบ้านในหมู่บ้านรักไทย หวั่นจะนำพาโรคโควิดเข้าหมู่บ้าน แหล่งข่าวชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า พื้นที่ตั้งของบ้านหลังดังกล่าว เดิมมีเจ้าของเป็นผู้หญิง อยู่ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ต่อมาได้ขายบ้านและที่ดินให้กับคนจีนที่เข้ามาซื้อไว้ก่อนที่เจ้าของเดิมจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นก็ได้มีการปรับปรุงก่อสร้างเป็นห้องแถวกว่า 15 ห้อง ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนเมษายน 64 จึงแล้วเสร็จ และมีการสร้างเป็นศูนย์คอลเซนเตอร์ มีอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมาก 2-3 ร้อยเครื่อง และทราบว่าจะมีการนำอุปกรณ์อีกจำนวนมาก รวมไปถึงตู้คอนเทนเนอร์ อีก 300 ตู้เข้ามาและนำออกไปเปิดบ่อนกาสิโน ที่บ้านกองมุ่งเมือง ฝั่งประเทศเมียนมาในเขตรับผิดชอบของ กองทัพกู้ชาติแห่งรัฐฉาน SSA และ กลุ่มว้าอิสระ WNA ซึ่งติดชายแดนไทย ตรงข้ามบ้านรักไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยครั้งแรกมีคนจีนจากนอกพื้นที่เข้ามากว่า 200 คน ซึ่งชาวบ้านรักไทยตกใจกันว่าจะมีการนำเชื้อโควิดเข้ามายังหมู่บ้าน

หลังจับกุมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอนได้เข้าไปตรวจคัดกรองสอบสวนโรควัดอุณหภูมิร่างกายผู้ที่ถูกจับกุมทุกคน และในเวลาต่อมาของวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาควบคุมตัวและสอบปากคำที่ สภ.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยไม่ยอมให้ข้อมูลใด ๆ แก่ผู้สื่อข่าว อ้างว่ากำลังอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา ยังไม่แล้วเสร็จ ไม่สามารถให้ข้อมูลได้

ฝากความหวังนโยบาย”ลุงตู่”เปิดประเทศภายใน120วันผู้ประกอบการรถตู้และท่องเที่ยววอนรัฐช่วยเจรจาเจ้าหนี้ยืดเวลาชำระหนี้180วันมั่นใจหลังเปิดประเทศมีนักท่องเที่ยวเข้ามาหาเงินมาใช้ได้แน่นอน

ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีกลุ่มรถเช่า รถบริการนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจ.เชียงใหม่ รวมตัวกันกว่า 50 คน เพื่อยื่นหนังสือถึงศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงใหม่ ให้ช่วยเหลือเรื่องผ่อนผันและยืดการชำระหนี้ จากบริษัทไฟแนนซ์ และสถาบันการเงิน หลังจากขาดสภาพคล่องเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ตัวแทนกลุ่มฯเปิดเผยว่า จากกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้มีการแถลงข่าวการเปิดประเทศ ภายใน 120 วัน เพื่อให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย แม้ว่าอาจจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เพื่อให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้เดินหน้า และได้ต่อลมหายในแก่ผู้ประกอบอาชีพด้านการท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ประกอบอาชีพการท่องเที่ยวและรถเช่า ได้อดทนมาเป็นเวลาปีกว่ากับการขาดรายได้ และรายรับเป็นศูนย์ บางคนล้มหายตายจาก บางคนปลิดชีพตัวเอง อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่ผ่านมาทำให้เราต้องมีการขอชะลอการชำระหนี้ ซึ่บางรายเป็นคดีอยู่ในชั้นศาล มีบางคนโดนยึดรถไป กลายเป็นบุคคลล้มละลาย ดูแล้วไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไร เราลำบากเพราะพิษโควิดอยู่แล้ว ก็ต้องมาเจอความลำบากซ้ำซ้อนอีก ไฟแนนซ์อาจจะชนะคดี แต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบางรายอาจจะฆ่าตัวตายในยามที่ท่านชนะคดี โดยไม่มีช่องทางที่จะต่อสู้ได้ในช่วงวิกฤติพิษโควิด 19 ปิดประเทศนี้ พวกเราขาดสภาพคล่องทางการเงิน โดนยึดบ้านยึดรถ ที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว เพราะประเทศยังปิด แต่ตอนนี้ได้รับข่าวดีเรื่องการเปิดประเทศใน 120 วัน ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติ

ดังนั้นกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว จึงขอความอนุเคราะห์ไฟแนนซ์ สถาบันการเงอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ท่านได้ชะลอการเรียกเก็บหนี้จากพวกเราลูกค้าของท่านที่กำลังประสบความเดือดร้อน พวกเราขอทำการพักชำระหนี้ จากกรอบระยะเวลา 120 วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกไว้ว่าจะเปิดประเทศ จะเริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในไทย ซึ่งผู้ประกอบการจะใช้เวลา 60 วัน หลังจากเปิดประเทศในการหาเงิน เพื่อผ่อนชำระยอดที่ค้างไว้กับทางไฟแนนซ์ได้ และเพื่อให้ได้ผ่อนคลายทั้งสองฝ่าย ทางกลุ่มผู้ประกอบการจึงได้มายื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้ช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน และไฟแนนซ์ ช่วยยืดอายุการชำระออกไป ทางผู้ประกอบการต้องการพักชำระหนี้ และขอความเห็นใจและเข้าใจแก่พวกเราด้วย ถอยอีกสักก้าว เพื่อให้พวกเราลูกค้าของท่านและไฟแนนซ์ท่านเองอยู่ได้ ท่านจะได้ไม่ต้องไปเสียงบนำรถไปประมูลขายทอดตลาด ซึ่งเป็นรถที่ผู้ประกอบการอุตส่าห์หามาด้วยความยากลำบาก และเข้าใจว่าไฟแนนซ์ทำธุรกิจ ไม่ใช่มูลนิธิการกุศล แต่พวกเราลูกค้าของท่านอยากขอความช่วยเหลือจากท่านอีกสักครั้ง พวกเราขอความเห็นใจ กลุ่มผู้ประกอบการท่อเที่ยวกล่าวในที่สุด

คุมตัวผจก.ฝ่ายขายรถยนต์ก่อเหตุบุกเดี่ยวชิงทรัพย์แบงก์กรุงเทพฯสาขาโลตัสเชียงของทำแผนหลังถูกออกหมายจับทนแรงกดดันไม่ไหวมอบตัวกับตำรวจ

 

ที่ห้างโลตัส สาขาเชียงของ จ.เชียงราย พ.ต.อ.ชัยยุทธ ฉิมพลี ผกก.สภ.เชียงของ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ นำตัว นายอุทิศ อายุ 32 ปี ชาว ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพการจี้ชิงเงินสดที่ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาโลตัสเชียงของ หลังจากเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเช้าวันนี้ (17 มิย.64)โดยมีชาวบ้านและประะชาชนพากันมามุงดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเป็นจำนวนมาก

โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.อ.ชัยยุทธ ฉิมพลี ผกก.สภ.เชียงของ ได้รับการประสานจากผู้ใหญ่บ้านเวียงหมอก หมู่ 10 ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อนำนายอุทิศ เข้ามอบตัว ซึ่งนายอุทิศ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเทิง ที่ 84/2564 ในข้อหาชิงทรัพย์ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส อ.เชียงของ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยการลงมือบุกจี้ครั้งนี้ได้เงินสดร่วม 100,000 บาทก่อนหลบหนีไป

 

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายอุทิศ เป็นผู้จัดการขายรถยนต์อยู่ใน จ.เชียงใหม่ แต่ประสบปัญหาทางการเงินจึงได้ลงมือก่อเหตุ หลังก่อเหตุได้ได้หลบหนีไปอยู่ที่บ้านญาติภายในชุมชนห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย และทราบว่ามีการออกหมายจับ จึงได้เดินทางมาที่บ้านเวียงหมอกตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาเพื่อไปหาภรรยา และประสานผู้ใหญ่บ้านให้พามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ไฟไหม้กุฏิวัดดังแม่แจ่มสลดไฟคลอกพระดับอนาจ1รูป

ร.ต.อ.สำเริง มนฑนม ร้อยเวร สภ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้กุฏิวัดดอยสะกาน หมู่ 3 ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้วเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย และรถดับเพลิงจากเทศบาล

ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นกุฏิชั้นเดียวภายในวัดพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนัก ทางเจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงกว่า 5 คันฉีดน้ำเพื่อดับไฟที่กำลังลุกไหม้ เพราะทราบว่ามีพระ ติดอยู่ในกุฏิ 1 รูปทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเข้าไปในกุฏิ แต่เพลิงก็ลุกไหม้อย่างหนักไม่สามารถเข้าไปได้ จนกระทั้งเพลิงได้ไหม้กุฏิวอดหมดทั้งหลัง จึงเข้าไปตรวจสอบพบร่างของพระยงยุทธ สุวฑ.ฒโน อายุ 59 ซึ่งพระยงยุทธ มีโรคประจำตัว เบาหวาน และโรคความดัน สภาพร่างกายอ่อนแอ เดินเหินไม่ค่อยสะดวกหนีไม่ทัน ถูกไฟคลอกเสียชีวิตอย่างน่าสลด

จากการตรวจสอบก็พบว่ากุฏิหลังดังกล่าวอายุกว่า 30 ปีสภาพสายไฟฟ้าภายในเก่าชำรุดหลายจุด ซึ่งพระยงยุทธ จำวัดที่กุฏิหลังนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งสาเหตุการเกิดไฟไหม้ครั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจร และเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นซึ่งค่าเสียหายทั้งหมดเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ประเมินไว้หลายแสนบาท ซึ่งจะได้ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดไฟไหม้ครั้งนี้ต่อไป

จับหนุ่มไทยใหญ่ก่อเหตุใช้ถุงผ้าคลุมหัวบีบคอทุบคุณตาวัย82ปีชิงเงินหลบหนีไม่พ้นมือตำรวจประวัติโชกโชนติดคุกมาก่อนหลายคดี

พ.ต.อ.มาโนช สุดสวาสดิ์ ผกก.สภ.แม่ริม พ.ต.ท.ธนัตถ์ นันศิริ สว.สส.สภ.แม่ริม พร้อมชุดสืบสวน จับกุมนายหล้า ไม่มีนามสกุล อายุ 35 ปีชาวไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ.357/2564 ลงวันที่ 10 มิ.ย.64 พร้อมของกลางเงินสด 2,000 บาท นำตัวดำเนินคดีข้อหา”ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมและเป็นเหตุให้ผู็อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ”

สืบเนื่องมาจกาช่วงเที่ยงวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีนายมานพ ศิริพันธ์ อายุ 82 ปีบ้านอยู่ ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งความกับร้อยเวร สภ.แม่ริม ว่าได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนทราบชื่อนายแดง และนายหล้า ขับขี่รจักรยานยนต์ มาจอดที่บริเวณหอพัก ต.แม่สา อ.แม่ริม คนร้ายทั้งสองคนจะเดินเข้ามาใช้ถุงผ้า มาคลุมหัวนายมานพ แล้วใช้กำลังล็อกแขนล็อกขา บีบคอ ก่อนล้วงเอาเงินสดในกระเป๋ากางเกงจำนวน 13,440 บาท แล้วหลบหนีไป หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและตรวจสอบภาพวงจรปิดก็พบว่าคนร้ายทั้งสองเคยพักอาศัยที่หอพักใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จึงเสนอศาลออกหมายจับและติดตามล่าตัวก็พบนายหล้า ได้หลบหนีไปที่พื้นที่บ้านเมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ส่วนนายแดง กำลังติดตามจับกุมตัวอยู่

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเดิมเข้ามาเมืองไทยเพื่อทำงานรับจ้างทั่วไป ก่อสร้าง แต่ก็เคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์ และคดียาเสพติด พอออกมาหวังกลับตัวเป็นคนดี หางานสุจริตทำ แต่เพราะจากปัญหาโควิดรุมเร้าทำให้ตกงาน ไม่มีเงินใช้ จึงตัดสินใจก่อเหตุร้ายนี้ขึ้นเพราะรู้ว่าผู้เสียหายเป็นคนมีเงินพอได้เงินมาก็แบ่งกันและก็หลบหนีจนถูกจับกุมในที่สุด

เตรีมเปิด”ดอยจิกจ้อง”แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของอำเภอปางมะผ้าสัมผัสความสวยงามสูงจากระดับน้ำทะเล1,933เมตรอากาศเย็นสบายชมพระอาทิตย์อัสดงเดินป่าศึกษาธรรมชาติชมวิว360องศาแลนด์มาร์คแห่งใหม่การท่องเที่ยวเมืองสามหมอก

นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายนิกรน แก้วโมรา หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย นายสันติพงษ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแม่ฮ่องสอน นายชีวิน ศรัทธา ประชาสัมพันธ์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกันสำรวจพื้นที่ ดอยจิกจ้อง ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า ตามโครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว การเรียนรู้ด้านสัตว์ป่า เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสัตว์ป่าในพื้นที่ ให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ

ดอยจิกจ้อง ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ แยกจากจุดชมวิวกิ่วลมอำเภอปางมะผ้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,933 เมตร สามารถชมวิวโดยรอบ 360 องค์ศา และมีลมพัดอากาศเย็นตลอดทั้งปี
นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวว่า ดอยจิกจ้อง อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปายอยู่ในพื้นที่ของอำเภอปางมะผ้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่สำคัญเป็นทางผ่านซึ่งแยกขึ้นมาจากจุดชมวิวกิ่วลมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะแวะเยี่ยมชมอยู่แล้ว และ ถ้าหากว่า ทาง เขตอนุรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็จะสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพิ่มขึ้นและจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากจะเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สวยงามและระหว่างทางขึ้นไปที่ดอยจิกจ้องที่มีความสูง 1,933 เมตร จะมีจุดชมวิวหลายจุดด้วยกัน เช่น เนินสวรรค์ชั้น 2 จะสามารถมองเห็นตัวอำเภอปาย และ ปางมะผ้า ที่ห่างออกไปถึง 26 กิโลเมตร จุดชมวิวหินเดียวดาย จุดชมวิวต้นสารภีเคียงกัน ซึ่งจะมีดอกที่มีกลิ่นหอม และพอถึงที่ทำการของเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ซึ่งได้จัดให้มีลานกางเต้นท์สำหรับนักท่องเที่ยว ได้สัมผัสกับธรรมชาติภูเขาและวิว 360 องศา และนอกจากนั้นยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติสัตว์ป่า และ แหล่งต้นน้ำที่มีน้ำพุ่งออกมาจากบนยอดเขาที่สูงกว่า 1,933 เมตร อยู่ตลอดเวลา บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าไม้ที่สามารถอุ้มและซับน้ำไว้ได้ตลอดทั้งปี เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งซึ่งถ้าจะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมและได้พักค้างคืนสัมผัสธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ ก็จะเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทางด้านนายนิกร แก้วโมรา หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย กล่าวว่า จะเปิดพื้นที่ของ ดอยจิกจ้อง ซึ่งมีความสูงถึง 1,933 เมตร ธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์และสวยงาน วิว 360 องศา และอากาศเย็นตลอดทั้งปี เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งทาง เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปายได้มีพื้นที่ที่สวยงามและ ต้องการที่จะเป็นให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเพื่อที่จะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นให้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอนอีกแห่งหนึ่งทาง สำนัก ฯ รอความพร้อมและจะพยายามเร่งดำเนินการเปิดให้ทันในปี 2564 นี้