จับอดีตพระลูกวัดฉกพระพุทธรูปล้ำค่า7องค์ไปจำนำ2แสนบาทเช่าเก๋งบีเอ็มซีรีส์7ขับอวดสาวกรุงตำรวจแม่ริมตามลากคอดำเนินคดีข้อหาหนัก

พ.ต.อ.มาโนช สุดสวาสดิ์ ผกก.สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนสภ.แม่ริม จับกุมนายภคพล(หรืออดีตพระภคพล) อายุ 21 ปี ชาวจ.นนทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 388/2564 ลงวันที่ 2 มิ.ย.64 ในข้อหา”ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนา ซึ่งเป็นที่สักการะบูชา ของประชาชน ในวัดในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร”

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.64 ที่ผ่านมาได้มีคนร้ายก่อเหตุโจรกรรมพระพุทธรูปในวัดป่าดาราภิรมย์ พระอารามหลวง ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณหอพระกรรมฐานชาตกาล 100 ปี ภายในวัดพบว่ามีพระพุทธรูปจำนวน 7 องค์ ได้สูญหายไปซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ล้ำค่าของทางวัด จากการสืบสวนพบว่ามีคนนำพระพุทธรูปดังกล่าว ไปจำนำไว้ที่อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ในราคา 2 แสนบาท จึงมีการออกหมายจับนายภคพล และก็พบว่าได้หลบหนีไปอยู่กรุงเทพฯ จึงได้ติดตามไปจับกุมได้พื้นที่ สน.ดอนเมืองนำตัวมาสอบสวนที่สภ.แม่ริม ทราบว่าผู้ต้องหาเดิมได้บวชเป็นพระ ที่อ.พร้าว และไปศึกษาพระธรรมหลายวัดทั่วประเทศ จนมาเรียนภาษาบาลีที่วัดป่าดาราภิรมย์ ได้ประมาณ 2 เดือนพบเห็นพระล้ำค่ำในวัด ก็เกิดความโลภจึงขโมยแล้วนำไปจำนำพอได้เงินมาก็นำไปเช่ารถเก๋งบีเอ็มซีรีส์ 7 ขับใช้ชีวิตหรูหราที่กรุงเทพฯจนถูกจับกุม

กองกำลังผาเมืองจับอีกแรงงานต่างด้าว7คนเตรียมลอบข้ามแดนกลับประเทศเมียนมาผ่านชายแดนอ.ฝางจ.เชียงใหม่หลังหนีเข้าไทยแต่ไม่มีงานทำจำใจกลับบ้านเกิด

พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมืองจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา 7 คน ขณะตั้งจุดตรวจจุดสกัดกั้น บริเวณสามแยกดอยอ่างขาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และได้ตรวจพบรถยนต์กระบะสีขาว หมายเลขทะเบียน ก 2304 เชียงใหม่ ขับผ่านมา โดยมี นายทุนเอ ดอนแก้ว เป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งพบว่าด้านหลังกระบะรถมีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมานั่งมา 7 คน เป็นหญิง 4 คน เป็นชาย 3 คน อายุระหว่าง 20 – 60 ปี ทั้งหมดเดินทางมาจากประเทศเมียนมา และไม่มีเอกสารในการเข้ามาอยู่ในประเทศไทย จากการสอบถามทราบว่า ได้ลักลอบข้ามแนวชายแดนผ่านเส้นทางธรรมชาติเข้ามาในประเทศไทยเพื่อหางานทำ แต่เข้ามาแล้วหางานทำไม่ได้และไม่มีที่อยู่ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ไทยมีการเข้มงวดกวดขันอย่างมาก จึงจะเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาประเทศเมียนมา โดยใช้เส้นทางช่องทางเขาหัวนก ขณะที่นายทุนเอ ดอนแก้ว ผู้นำพาชาวไทย ให้การยอมรับว่าไปรับกลุ่มแรงงานต่างด้าว ที่บริเวณแยกวัดหาดสำราญ อำเภอฝาง เพื่อไปส่งยังพื้นที่บ้านปางม้า ได้รับค่าจ้างคนละ 500 บาท แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน

ผบ.กองกำลังผาเมือง กล่าวต่อว่า ปัจจุบันพบว่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มีเส้นทางการลักลอบหลบหนีจากพื้นที่ชายแดน 2 เส้นทาง ได้แก่เส้นทางจากอำเภอฝาง – อำเภอไชยปราการ และเส้นทาง จากอำเภอเชียงดาว – อำเภอแม่แตง เพื่อเข้าพื้นที่ตอนในของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ใน 6 จังหวัดภาคเหนือที่กองกำลังผาเมืองรับผิดชอบตามแนวชายแดนมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดกว่า 97 จุด โดยเป็นจุดตรวจ 70 จุด จุดตรวจร่วม 16 จุด รวมทั้งด่านตรวจร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จำนวน 11 จุด เพื่อสกัดกั้นแรงงานต่างด้าว ลดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พล.ต.นฤทธิ์ กล่าวในที่สุด

ตลาดยาบ้าภาคเหนือดั๊มป์ราคาลงสุดๆขายส่งเม็ดละ9บาทสองผัวเมียหวังรวยทางลัดเปิดขายทางไลน์สืบภาค5ล่อซื้อรวบยกแก๊งพร้อมของกลาง2หมื่นเม็ด

พ.ต.อ.มานพ คนหลัก ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.5 พ.ต.ท.วิษณุ บุญมา สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.5 พร้อมชุดสืบสวนภาค 5 จับกุมตัวนายวุฒิชัย อายุ 36 ปีชาว อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ น.ส.สุดาพร อายุ 25ชาว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ นายสมยศ อายุ 39 ปี ชาว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 20,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน งฉ 4372 เชียงใหม่ รถจักยานยนต์จีพีเอ็ก สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กล 6743 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน เงินสดจำนวน 51,000 บาท นำตัวดำเนินดคีข้อหา”ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

ชุดสืบสวนภาค 5 ได้รับแจ้งว่ามีสองผัวเมีย ตั้งตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.ลี้ จ.ลำพูน จึงส่งสายลับเข้าไปตรวจสอบพฤติกรรม ก็พบว่าทั้งสองคนมีไลน์ แซทใช้ชื่อบัญชีว่า “sp” ในการลักลอบค้ายาเสพติด จึงทำการสั่งซื้อยาบ้า ซึ่งผู้ต้องหาบอกกับสายลับว่ามียาเหลือล็อตนี้จำนวน 20,000 เม็ดขายเพียง 300,000 บาท ตกราคาเม็ดละ 15 บาท จึงตกลงซื้อขายโดยที่ผู้ต้องหาทั้งสามคนไม่รู้ว่าเป็นสายตำรวจล่อซื้อ จึงนำยาบ้ามาส่งขายที่บริเวณริมถนนแยกเหมืองง่า ถนนสาย 1136 หมู่ 2 ต.เหมืองง่า อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูนจึงจับกุมทั้งหมด จากการสอบสวนทราบว่านายสมยศ เป็นเอเย่นต์ใหญ่รับยาบ้ามาเม็ดละ 9 บาทแล้วนำมาส่งขายให้กับนายวุฒิชัย และนางสาวสุดาพร เม็ดละ 10 บาท ก่อนที่ทั้งสองจะนำขายส่งให้กับเอเย่นต์ต่างๆในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่เม็ดละ 15 บาทเพื่อค้ากำไร โดยทำมานานจนมีฐานะกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

กองปราบบุกทลายบ่อนพนันออนไลน์กลางเมืองเชียงใหม่แอบเปิดซุกย่านถนนนิมมานเหมินท์ตบตาตำรวจเงินหมุนเวียนเดือนละ25ล้านเร่งล่าผู้บงการมาดำเนินคดี

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นชั้น 2 อาคารหรูแห่งหนึ่ง ย่านถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 7 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ภายหลังสืบทราบว่าเปิดเป็นสำนักงานของ 3 เว็บไซต์พนันออนไลน์ “IMIBIG, TMR88 และ TS365”

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ก็พบเป็นอาคารหรู 2 ชั้น ข้างบนแยกเป็นห้องทำงานพบพนักงานชาย-หญิง จำนวน 12 คนทำหน้าที่เป็นแอดมิน กราฟฟิคดีไซน์ และผู้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านโซเซียลมีเดีย พบของกลางคอมพิวเตอร์จำนวน 11 เครื่อง บรรดาพนักงานจำนวน 12 คน กำลังง่วงอยู่กับการอัพเว็บโฆษณาเชิญชวน และจัดโปรโมชั่นให้ลูกค้า รับฝากถอนเงินในเว็บไซต์ ซึ่งเว็บดังกล่าวมีการพนันมากกว่า 50 ชนิดทายผลฟุตบอล บาคาร่า เสือมังกร ไฮโล ป๊อกเด้ง สล็อต และอื่นๆจากการสอบสวนทราบว่า สถานที่นี้ตั้งเป็นสำนักงานเว็บไซด์พนันออนไลน์ โดยดูแลจัดการจำนวน 3 เว็บไซต์ ที่มีการรับพนันหลายรูปแบบในชื่อ “IMIBIG, TMR88 และ TS365” โดยพนักงานทั้งหมดจะทำหน้าที่ดูแลระบบของเว็บ ทำหน้าที่เพิ่มข้อมูลบัญชีลูกค้า ตรวจสอบบัญชีลูกค้าและการโอนเงินเข้าออกระบบ และดูแลระบบต่างๆของเว็บไซต์ อีกส่วนทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยใช้บัญชี Face book และโปรแกรมแซทต่างๆ

โดยบ่อนแห่งนี้มีนาย น.(นามสมมุติ) เป็นเจ้าของขณะบุกจับกุมไหวตัวทันหลบหนีไปได้ นาย น.ได้มาเช่าอาคารหรู ในย่านธุรกิจดังของเชียงใหม่ เพื่อหวังตบตาเจ้าหน้าที่โดยทำมานานกว่า 1 ปีให้เงินเดือนพนักงานคนละ10,000 – 15,000.บาท มีลูกค้ามากกว่า 5,000 คนมีเงินหมุนเวียนเล่นในรอบเดือนมากกว่า 25 ล้านบาท ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 12 คนว่า”ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาต พนันผ่านสื่ออิเล็คทรอนิค พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต” นอกจากนี้ยังทราบว่านาย น. เคยเปิดเว็บไซ์พนันชื่อ”“UFA78” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และถูกตำรวจบุกจับกุมปี 62 ที่ผ่านมาก่อนย้ายฐานปฏิบัตการมาเปิดแห่งใหม่ จนถูกเจ้าหบุกทลายอีกรอบ ซึ่งตำรวจกำลังขยายผลติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

จับนักศึกษาปี3งัดร้านทองเอาเงินที่พ่อแม่ส่งมาให้ใช้เล่นเว็บพนันจนหมดตัวสิ้นคิดงัดร้านทองฉกทรัพย์สินหลายรายการหวังต่อทุนและใช้จ่ายระหว่างเรียนแต่ถูกตำรวจตามรวบหมดอนาคต

พ.ต.ท.นิรันดร์ ถูกแผน รอง ผกก.สส.สภ.แม่ปิง พร้อมชุดสืบสวนสภ.แม่ปิง ทำการจับกุมตัวนายวร (นามสมมุติ) อายุ 19 ปีชาว จ.สุโขทัย นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ในข้อหา”ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ.321/2564 ลงวันที่ 27 พ.ค.64 พร้อมของกลางเงินสด 1,500 บาทพระเครื่องอีกกว่า 100 องค์ ไอแพด 1 เครื่อง

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อค่ำคืนวันที่ 26 พ.ค.64 ได้มีคนร้ายบุกเข้าไปทางช่องทางหลังคาด้านหลังของร้านทองชื่อดัง จำนวน 2 ร้านที่ย่านถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน ต.หนองหอย จ.เชียงใหม่ ก่อนคนร้ายจะงัดแงะเอาพระเครื่องเลี่ยมทอง เงินสดที่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะ 1 หมื่นกว่าบาท แล้วหลบหนีไป หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนก็พบว่าคนร้ายใช้ยานพาหนะเป็นรถจยย.ฮอนด้าดรีมสีแดงขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และพบเส้นทางหลบหนีไปจอดที่หอพักไม่มีชื่อ ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้วจับกุมสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่าระหว่างเรียนก็ติดเล่นการพนันจากเว็บพนันออนไลน์ เอาเงินค่าเล่าเรียน ค่ากินค่าอยู่ที่พ่อแม่ส่งมาให้มาเล่นจนเสียจนหมดตัว ทำให้หน้ามืด จึงหันมางัดแงะร้านทองเพราะหวังนำเงินมาใช้จ่ายระหว่างเรียนจนถูกจับในที่สุด

จับสองสมุนเครือข่ายจะลอโบและวีระหมื่นจะดาพร้อมของกลางยาบ้า6ล้านเม็ดเร่งขนเข้าไทยก่อนฤดูฝนสั่งสกัดทุกช่องทางแนวตะเข็บชายแดน

ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.ชินวิช วิขัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.มานพ เสนากุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด ผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.ถนัด ชุ่มมโน ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ ปลัดจังหวัดเชียงราย นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 5 ทหารกองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายจะซือ ลาหู่นะ อายุ 27 ปี ชาว และนายอาบื่อ ยีมือเจ่อ อายุ 26 ปี ทั้งคู่เป็นชาวบ้าน หมู่ 6 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 6,000,000 เม็ด รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบรยน กม 5848 เชียงราย รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กอ 8612 เชียงราย รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อจีพีเอ๊กซ์ สีดำ หมยเลขทะเบียน 1 กภ 5074 เชียงราย และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำแดง หมายเลขทะเบียน กต-9043 เชียงราย

โดยการจับกุมครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจากตรวจยึดของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด ด่านตรวจปูแกง อ.พาน จ.เชียงราย สามารถจับผู้ต้องหา 2 คนได้เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ขยายผลได้ขอหมายจับนายจะซือ ลาหุนะ นายอาบื่อ ยีมือเจ่อ และนายณัฐวุฒิ ลาหุนะ จนกระทั่งสืบทราบว่าทั้ง 3 คน ได้วางแผนลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากพื้นที่ชายแดน ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง จึงได้ติดตามความเคลื่อนไหว จนกระทั่งกลางดึกวันที่ 25 พ.ค.ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบพบรถยนต์เก๋ง 2 คันที่มีรถจักยานยนต์ 2 คันขับนำหน้าเดินทางมาจากชายแดนไทย-เมียนมา ออกจากบ้านหัวแม่คำ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จึงออกติดตามกลุ่มดังกล่าวไปโดยพบว่าได้มุ่งหน้าไปทาง อ.เชียงแสน ชายแดนไทย-สปป.ลาว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน นำโดย พ.ต.ท.รัชพล สะสม สวป.สภ.เชียงแสน จึงได้นำกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดเอาไว้ตรงถนนวงเวียนช้างงู ต.เวียง อ.เชียงแสน จนสามารถสกัดขบวนรถเอาไว้พบนายจะซือขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรุ่นวีออส สีเทา หมายเลขทะเบียน กม 5848 เชียงราย ส่วนรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กอ 8612 เชียงราย ที่ขับตามกันมาได้ขับรถเลี้ยวกลับแต่เสียหลักลงข้างทาง ส่วนคนขับหลบหนีไปได้ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ขับร่วมขบวนมาด้วยอีก 2 คันก็หลบหนีไปได้เช่นกัน

จากการตรวจสอบในรถยนต์เก๋งทั้ง 2 คัน พบมียาบ้าที่ห่อประทับตรา 999 รวมจำนวน 23 กระสอบ รวมยาบ้า 6,000,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปจับกุมตัวนายจะบื่อ ซึ่งทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์นำทางได้ที่บริเวณบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.เชียงราย และสารภาพว่าได้ร่วมกับพวกอีก 2 คน รับจ้างขนยาเสพติดจากชาวเขาเผ่ามูเซอพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง เพื่อนำไปส่งที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่าช่วงนี้ขบวนการค้ายาเสพติดพยายามลักลอบนำเข้าในทุกจุดทำให้มีการตรวจจับได้หลายรายและมีจำนวนมาก สาเหตุเพราะกลุ่มขบวนการต้องการขนยาเสพติดเข้ามาก่อนที่ฤดูฝนเนื่องจากเส้นทางในประเทศเพื่อนบ้านมีความยากลำบาก เจ้าหน้าที่จึงต้องพยายามสกัดกั้นให้ได้ที่แนวชายแดนยาบ้าจำนวนมากอย่างนี้ถือว่ากลุ่มขบวนการมีการผลิตมาทดแทนได้อย่างรวดเร็วเพราะมีการใช้เทคโนโลยีที่ผลิตได้ครั้งละมากๆ สำหรับเครือข่ายยาเสพติดที่พยายามขนยาบ้าเข้ามาจำนวนมากช่วงนี้มี 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ถูกจับกุมได้ที่ จ.ลำปาง และที่ อ.เชียงแสน ที่ผ่านมาเป็นกลุ่มม้งที่มีเครือข่ายจากบ้านม้งเก้าหลัง ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และ อ.พบพระ จ.ตาก ส่วนเครือข่ายกลุ่มลาหู่หรือมูเซอในเชื่อมโยงกับกลุ่มจะลอโบ่ในประเทศเพื่อนบ้านที่มีกลุ่มนายวีระ หมื่นจะดาร่วมด้วย ผบช.ภาค5กล่าวในที่สุด

ศุลกากรแม่สายจับสองผู้ต้องหาชายหญิงขนอาวุธปืนสงคราม26กระบอกกระสุนร่วม5หมื่นนัดส่งสัยส่งกองกำลังชนกลุ่มน้อยประเทศเพื่อนบ้าน

ที่ด่านศุลกากรแม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์ โรจนโสทร รอง ผวจ.เชียงราย พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเทียะ หัวหน้า กอ.รมน.เชียงราย พ.อ.ภูเบศ มาแก้ว รอง ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง พ.ต.อ.พิพัฒน์ นาระเดช ผกก.สภ.แม่สาย พ.ต.อ.ณัฐวุฒิแสงเดือน ผกก.ตม. เชียงราย นายออน อุ่นทวีทรัพย์ นายด่านศุลกากรแม่สาย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายกวาว พอย ชาวเมียนมา และนางจ๋าม นามวงศ์ เป็นผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรหัว 0 ) ชาวป่ายางใหม่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมด้วยของกลาง ปืนพกสั้นจำนวน 13 กระบอก ปืนยาวจำนวน 13 กระบอกพร้อมกระสุนปืนจำนวน 46,375 นัด

โดยเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 27 พ.ค.64 ขณะที่เจ้าหน้าที่ศุลกากร แม่สาย นำโดย นายธนู อาทรหัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปรามพร้อมเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สายเจ้าหน้าที่ศุลกากรส่วนควบคุมทางศุลกากรสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 นำโดยนายอัศวิน อินทวิวัฒน์ นักวิชาการศุลกากรปฏิบัติการกับพวก ได้ทำการออกลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบพบนายกวาว พอย และนางจ๋าม นามวงศ์ กำลังขนถ่ายสินค้า รถตู้ยี่ห้อโตโยต้าสีขาวหมายเลขทะเบียน ผท 341 เชียงราย และรถกระบะสีบรอนซ์เงินหมายเลขทะเบียน ผก 6903 เชียงราย อยู่บริเวณถนนเทศบาล 13 ตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ท่าทางมีพิรุธ จึงเข้าแสดงตัวและทำการตรวจสอบสินค้าในรถตู้คันดังกล่าวพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนดังกล่าวมูลค่ารวม 4 ล้านบาท จึงได้ทำการควบคุมตัวทั้งคู่พร้อมของกลางมาสอบสวน ที่ด่านศุลกากรแม่สาย

โดยนางจ๋าม ให้การว่าได้ไปรับของกลางทั้งหมดมาจากบริเวณหลังห้างสรรสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.แม่สาย โดยใช้ถกระบะสีบรอนซ์เงินหมายเลขทะเบียน ผก 6903 เชียงราย จากนั้นได้นัดหมาย นายกวาว ให้นำรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าสีขาวหมายเลขทะเบียน ผท 341 เชียงราย มารับของที่จุดนัดหมาย เพื่อจะไปพักไว้เพื่อรอส่งต่อไปอีกทอดหนึ่ง ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาว่า “ ช่วยซ่อนเร้นช่วยจำหน่ายช่วยพาเอาไปเสียซื้อรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนจึงรู้ว่าเป็นของเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 เป็นความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 246 ประกอบมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดดอกไม้ไฟและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490″ จากนั้นได้นำของกลางพร้อมผู้ต้องหาส่งสถานีตำรวจภูธรแม่สายดำเนินการสอบสวนและขยายผลต่อไว่าอาวุธทั้งหมดรับมาจากที่ใดและจะจัดส่งไปที่ใดพร้อมทั้งหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป

จับบิ๊กล็อตยาบ้า5ล้านเม็ดพร้อมผู้ต้องหา5คนรับจ้าง1.8ล้านบาทขนจากเชียงรายส่งอยุธยา

ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ผวจ.ลำปาง พลตรี อโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 พล.ต.ต.นันทวิทย์ เทียมบุญธง ผบก.ภ.จว.ลำปาง พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ภ.จว. ลำปาง และผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวจับกุมขบนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ผู้ต้องหาประกอบด้วย นาย ภานุวัฒน์ อายุ 24 ปี นายใจ อายุ 28 ปี นาย นู้ อายุ 31 ปี นายเฉลิม อายุ 28 ปี และนายเจริญพร ทั้งหมดเป็นชาว อ.พบพระ จ.ตาก พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 5 ล้านเม็ด รถยนต์ปิ๊กอัพ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลข ก 2748 พระนครศรีอยุธยา รถยนต์ปิ๊กอัพยี่ห้อมิตซูบิซิ สีดำ หมาย เลขทะเบียน ยจ 4962 เชียงใหม่ รถยนต์ปิ๊กอัพยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน บน 4431 จ น่าน

โดยการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการขนยาเสพติดยาบ้าล็อตใหญ่จากพื้นที่ จ.เชียงราย โดยปลายทางอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุทธยา จึงสนธิกำลังตั้งด่านบนถนนบ้านแม่ตั๋ง – บ้านพระบาทวังตวง หมู่ 5 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง พบรถยนต์รถยนต์ปิ๊กอัพ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ หมายเลขทะเบียน ยจ 4926 เชียงใหม่ ด้านท้ายกระบะหลังบรรทุกสิ่งของขับมาด้วยความเร็วสูงจึงไล่ติดตามเพื่อตรวจค้นต่อมาพบต่อมาพบรถไปจอดทิ้งไว้ในบริเวณป่าละเมาะ ภายในหมู่บ้านแม่ตั๋ง หมู่ 3 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก ส่วนคนขับคือนายใจ และ นายภานุวัฒน์ ที่นั่งมาด้วยวิ่งหนีเข้าป่าละเมาะไป เจ้าหน้าที่จึงไล่ตามและจับกุมตัวได้ในที่สุด ตรวจสอบกะบะหลังรถพบยาบ้าจำนวน 5 ล้านเม็ด ซุกซ่อนไว้ หลังถูกจับทั้งคู่ให้การว่าทำเป็นขบนการมีรถนำทางและรถปิดท้ายขบวนในการขนยาบ้าครั้งนี้ด้วยเจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและสามารถจับได้ได้ทั้งหมดยกแก๊ง สำหรับแก๊งนี้เป็นแก๊งรับจ้างขนยาเสพติดให้กับนายทุนใหญ่โดยขนมาจาก จ.เชียงราย จะนำไปส่งที่ จ.พระครศรีอยุทธยา ในราคา 1.8 ล้านบาท ทางเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลถึงเพื่อนร่วมแก๊งและนายทุนมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ผบช.ภาค5สั่งตั้งข้อหาหนักแก๊งท่าสองยางขนต่างด้าว81คนหัวโจกเป็นสมุนนายทุนกรุงเทพฯเคยถูกจับอยู่ระหว่างประกันตัวไม่สำนึกก่อเหตุซ้ำอีกเตรียมสาวถึงนายทุนใหญ่โอ่ตำรวจมีข้อมูลหมดแล้วจับเร็วๆนี้

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองอำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่ทำสกัดจับกุมรถยนต์ 6 คันพร้อมแรงงานต่างด้าวจำนวน 81 คน แยกเป็นชาย 46 คนหญิง 35 คน ได้ที่บริเวณเส้นทางหลวงหมายเลข 1099 อ.อมก๋อย – ฮฮด บ.หนองกระทิง ม.4 ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ที่ห้องประชุม สภ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมประชุมวางแผน กวาดล้างเครือข่ายลอบขนแรงงานต่างด้าว เพื่อกวาดล้างผู้บงการทั้งขบวนการ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมนอกจากนั้นยังได้มีการสอบสวนปากคำนายนพดล อายุ 32 ปี นายซอหมี ขุนชนะกล อายุ 35 ปี นายทรงธรรม อายุ 44 ปี นายดิ๊พาล่า อายุ 43 ปี นายชยุต อายุ 40 ปี นายสิทธิโชคอายุ 33 ปี ทั้งหมดเป็นชาว อ.ท่าสองยาง จ.ตาก พร้อมดำเนินคดีในข้อหา”ร่วมกันช่วยเหลือ นำพาคนต่างด้าวที่รู้อยู่แล้วว่าลักลอบเข้ามาในอาณาจักร โดยผิดกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม มั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ตามข้อกำหนดในมาตรา 9 แห่งพรกการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548 ”

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่านายนพดล มีอาชีพรับจ้างทั่วไป และถูกนายทุน ที่กรุงเทพ ดำเนินการว่าจ้างให้ขับรถเป็นขบวนไปรับแรงงานต่างด้าว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกจับกุม ที่ สภ ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมาข้อหาคนต่างด้าว 32 คน อยู่ในระหว่างประกันตัวแต่กลับมาก่อเหตุอีก สำหรับครั้งนี้นายนายนพดล ได้ชักชวนเพื่อนอีก 5 คนมาขนแรงงานต่างด้าว จากชายแดนจังหวัดตาก ก่อนลำเลียงขับผ่านป่าดอย ที่เป็นถนนสายรอง มาจนถึงอ.อมก๋อย แล้วจะออกไปอ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เข้าอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และมีรถมารับอีกทอด หนึ่งเพื่อขับขี่จากอ.ลี้ ไปยังกรุงเทพ และกระจายแรงงานต่างด้าวไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งแต่ละคนจะได้รับค่าจ้างการทำงานครั้งละ 20,000 บาท

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่าคดีนี้ได้มีการประชุมทุกหน่วยงานโดยส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการเตรียมการป้องกัน การลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาตามช่องทางต่างๆในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ได้มีการกำชับให้ทุกหน่วยงาน ประสานงานเข้มงวด จัดตั้งด่านตามถนนสายหลักสายรอง เพื่อสกัดกั้นทุกเส้นทาง อีกทางก็เตรียมขยายผลเพราะขบวนการนี้จากการสืบสวนสอบสวนก็พบว่าทำมาแล้วหลายครั้ง รู้ช่องทางการขับรถ เส้นทาง เป็นอย่างดี ซึ่งตอนนี้เราก็มีข้อมูลเครือข่าย ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และเตรียมขยายผลออกหมายจับกลุ่มที่เกี่ยวข้องต่อไป

แฉรายได้ดีเก็บหัวละสองหมื่นขนต่างด้าวเข้าไทยจับอีกขบวนการค้ามนุษย์ขน81ต่างด้าวเมียนมาปลายทางกรุงเทพฯจ่อชายแดนอีกเพียบทหารตำรวจงานหนักแน่

พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจสภ.อมก๋อย ทำการลาดตระเวนระวังเฝ้าตรวจตั้งจุดตรวจจุดสกัดกั้นชั่วคราว เส้นทางหลวงหมายเลข 1099 อ.อมก๋อย – ฮฮด บ้านหนองกระทิง ม.4 ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อสกัดจับกุมกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และสกัดกั้นยาเสพติดที่ลักลอบลำเลียงจากแนวชายแดนเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน

ขณะกำลังตั้งด่านพบรถกระบะจำนวน 6 คันขับมาตามถนน ด้านหลังรถมีการคลุมผ้าใบไว้ และเมื่อเห็นด่านตรวจรถเหล่านั้นพยายามจะกลับรถหลบหนี แต่ทหารและตำรวจได้สกัดกั้นไว้หมดทุกช่องทางจึงจับได้ทั้งหมด จากการตรวจค้นก็พบชายไทยจำนวน 6 คนเป็นชายเป็นคนขับรถทั้ง 6 คนและหลังรถกะบะก็พบแรงงานต่างด้าว ไม่มีใบผ่านแดนเข้ามาประเทศไทยจำนวน 81 คนแยกเป็นชาย 46 คนหญิง 35 คน และพบวิทยุสื่อสารเปิดข่ายดักฟังส่วนราชการ 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง จึงจับกุมทั้งหมดไว้

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าแก๊งลักลอบขนแรงงานต่างด้าวแก๊งนี้จะรับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา โดยเรียกเก็บเงินจากต่างด้าวคนละ 20,000 บาท เพื่อส่งไปกรุงเทพฯ โดยแก๊งคนไทยจะไปรับต่างด้าวที่ลักลอยเข้ามาที่ชายแดน จ.ตาก และขับเข้ามาตามเส้นทางผ่านอ.อมก๋อย และออกทางอ.ลี้ จ.ลำพูน เพื่อหลบเลี่ยงด่านและการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ตามรายงานของฝ่ายความมั่นคงยังมีแรงงานชาวเมียนมาเดินทางมาที่ชายแดนด้าน จ.ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย อีกจำนวนมากเพื่อรอโอกาศที่จะหลบหนีเข้ามาหางานทำให้ประเทศไทยโดยมีผู้ร่วมขบวนการนำเข้ามาทั้งคนไทยและนายหน้าชาวเมียนมาอยู่เบื้องหลัง จึงนำแรงงานต่างด้าวทั้งหมดตรวจหาเชื้อโควิด 19 และทำการกักตัวเพื่อผลักดันออกนอกประเทศ ส่วนผู้ต้องหาคนไทยจำนวน 6 คนนำส่งพนักงานสอบสวนสภ.อมก๋อย เพื่อทำากรสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมขบวนการนี้ต่อไป