ศาลฎีกาตัดสินยกฟ้องคดีอดีต สส.สุรพพล ฟ้อง กกต.เรียกค่าเสียหาย70ล้านบาทกรณีแจกใบส้ม

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 10 มี.ค.69 ที่ ศาลจังหวัดฮอด จ.เชียงใหม่ ศาลฎีกาได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาคดี นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต สส. จังหวัดเขียงใหม่ หลายสมัยฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจาก กกต. จำนวนเงิน 70 ล้านบาท กรณีแจกใบส้มมิชอบ โดยที่ผ่านมาศาลชั้นต้น และศาลอุธร ตัดสินให้ กกต. แพ้คดีให้จ่ายค่าเสียหายทั้งสองศาล โดยเช้าวันนี้นายสุรพล เดินทางมาพร้อมกับทนายความและครอบครัว รวมถึงบรรดานักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนเข้าห้องไปรับฟังคำตัดสิน

คดีนี้ในอดีตสืบเนื่องมาจากการเลือกตั้ง สส.เมื่อปี 62 นายสุรพล ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยคะแนนเสียง 52,165 คะแนน ทิ้งห่างผู้สมัครอันดับสองกว่า 25,000 คะแนน หลังการเลือกตั้งสส. ทาง กกต. ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ผู้สมัครทำผิด พ.ร.บ..เลือกตั้ง สส. มาตรา 73(2) ให้เงินแก่ชุมชนในช่วงหาเสียง โดยข้อเท็จจริงเป็นการใส่ซอง 2,000 บาท ถวายพระทำบุญวันเกิดแล้วพระยื่นเงินในซองสมทบให้งานผ้าป่าของชุมชนที่จัดเพื่อระดมทุนหาซื้อเครื่องแบบให้ชุดรักษาคุ้มครองหมู่บ้าน (ชรบ.) กกต.จังหวัดเชียงใหม่ สรุปว่า ผิด จึงส่งเรื่อเข้า กกต.กลาง จนมีการออกใบส้ม นับเป็นใบส้มแรกในสมัยนั้นทำให้เขต 8 เชียงใหม่ มีการเลือกตั้งใหม่ โดยนายสุรพล ถูกตัดสิทธิชั่วคราว และได้ นางศรีนวล บุญลือ พรรคอนาคตใหม่ มาเป็น สส.เขตนี้แทน ซึ่งการให้ใบส้ม ทาง กกต. ต้องฟ้องเอาผิดทางอาญาและฟ้องบังคับให้จ่ายค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่หลายล้านบาท แต่ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งกลับเห็นว่า นายสุรพล ไม่ได้ผิด จึงยกคำร้อง นายสุรพล จึงฟ้องกลับ กกต. ในคดีแพ่ง ที่ กกต. ทำให้ได้รับความเสียหายจากการไม่ได้เป็น สส. โดยให้ กกต.ชดใช้ เช่น เงินเดือน สวัสดิการที่ควรจะได้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าเสียเวลา ค่าเสื่อมเกียรติ รวมแล้วประมาณ 70 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิจารณาตัดสินให้ กกต. แพ้ทั้งสองศาล

โดยวันนี้ศาลฎีกาได้มีคำตัดสินในคดีนี้ นายประนูนไชย วิลาศรี ทนายของนายสุรพล กล่าวว่าวันนี้ศาลได้อ่านคำตัดสิน ยกฟ้อง ที่ท่านสุรพล ฟ้อง กกต. โดยศาลท่านยกเหตุผลสำคัญว่า กกต.ทำตามหน้าที่ ไม่มีข้อโกรธแค้นส่วนตัว จึงไม่มีความจำเป็นต้องปรักปรำ จึงยกฟ้อง แต่ในเรื่องเดี่ยวกันนี้กกต.ก็เคยฟ้องคุณสุรพล กระทำความผิดกฏหมายเลือกตั้ง ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งก็ตัดสินยกคำร้อง ชี้ว่าคุณสุรพล ไปร่วมงานไม่ได้กระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง ซึ่งตรงนี้ทั้งสองย้อนแย้งกัน ทางทีมทนายก็จะทำเรื่องคำร้องไปยังที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต่อไป ด้านนายสุรพล เกียรติไชยากร เปิดเผยหลังฟังคำตัดสินว่าตนเป็นสส.มาหลายสมันได้คะแนนเสียงบริสุทธิ์ทุกครั้ง แต่ก็ยอมรับคำตัดสินของศาล เรื่องจากนี้ต้องปล่อยเป็นหน้าที่ทนายดำเนินการต่อไป

แก้ไขปัญหาไฟป่า!!..ทหารกองทัพภาค3 ลาดตระเวนป้องปรามการเผาป่า พร้อมสร้างฝายและป่าเปียกเพื่อความชุ่มชื้นในพื้นที่่เพื่อลดปัญหาไฟป่าหมอกควันเชียงใหม่

พล.ท. ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า พล.ท. วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3(ศปก.ปกป.ภาค 3 สน. )จัดกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการลาดตระเวนของกองพลทหารราบที่ 7 และเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย ลงพื้นที่รอบพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวชเพื่อลาดตระเวนป้องปรามการลักลอบเผาป่าในพื้นที่ล่อแหลม พร้อมสำรวจพื้นที่สร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าต้นน้ำ และชะลอน้ำในลำห้วยแม่สะรวย ลดการกัดเซาะ ดักตะกอน รวมทั้งเตรียมสร้าง “ป่าเปียก” ช่วงฤดูแล้งเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดินและพืช ลดความเสี่ยงไฟป่าในฤดูแล้งอย่างยั่งยืน ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย อ.แม่ริมจ.เชียงใหม่

ด้าน พ.อ.วรา อุตรพงศ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ช.ม.(ท.)ได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนกำลังทหารพราน 1 กองร้อยจากศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป้าหมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 (ส่วนหน้า) เพื่อลาดตระเวน ป้องปรามการลักลอบเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จว.ช.ม. ห้วงวันที่ 16 ก.พ. ถึง 31 พ.ค.69 เนื่งจากพื้นที่ปาดอยสุเทพ เป็นพื้นที่กว้างครอบคลุมเขตรอบต่อ 5 อำเภอ ทั่ง อ.เมืองเชียงใหม่, อ.หางดง, อ.แม่วาง, อ.แม่ริม และ อ.สะเมิง โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณฝั่งหน้าดอยสุเทพที่ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่อ.เมืองเชียงใหม่ และ อ.แม่ริม มักเกิดสถานการณ์ไฟป้าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ทุกปี เนื่องจากเป็นพื้นพื้นที่ใกล้แหล่งชุมชนมีเส้นทางเข้า – ออก พื้นที่หลายเส้นทาง ประกอบกับเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวหลายตำบล เมื่อเกิดไฟป้าขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวไฟป่าจะมีความรุนแรงและเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาพหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้มีค่าเฉลี่ยของฝุ่นละอองในอากาศสูงเกินมาตรฐานอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่

จับยาบ้าล็อตใหญ่!!..นบ.ยส.35 บูรณาการหลายหน่วยงานสกัดจับแก๊งค้ายาบ้า 2 ราย ของกลาง 3.4 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 บก.สกัดกั้นที่ 1 โดย ชป.สกัดกั้นที่ 1 และ ชป.สกัดกั้นที่ 2 ได้จัดกำลังบูรณาการร่วมกั บช.ปส.3, บก.ผาดง ฉก.ไชยยานุภาพ, สภ.เชียงดาว และ ตชด.335 หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังเฝ้าตรวจในพื้นที่ บริเวณสามแยกแม่จา บ้านแม่จา ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ จำนวน 2 ราย พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 17 กระสอบ ภายในบรรจุกระสอบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมของกลางทั้งสิ้นประมาณ 3,400,000 เม็ด การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการปฏิบัติงานเชิงรุกและการบูรณาการกำลังของหลายหน่วยงาน ภายใต้การอำนวยการของ นบ.ยส.35 เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนในอย่างต่อเนื่อง

ครื่องบินทอ.ตก!!..นักบินพลีชีพ2รายพื้นที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

10.50 น. วันที่ 29 ม.ค. 69 เกิดเหตุเครื่องบินทหารอากาศ  รุ่น AT-6TH “Wolverine” สีขาว เครื่องบินโจมตีเบา สังกัดฝูงบิน 411 กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ ตกในพื้นที่พื้นที่ป่าบ้านห้วยม่วงฝั่งซ้าย ม.6 ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ขณปฏิบัติภารกิจฝึกซ้อมการบิน เครื่องบินที่ตกได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง มีเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งลำ นักบินเสียชีวิต 2 ราย

 

cr.ภาพ.ทีมตอบโต้ภัยพิบัติจอมทอง

สกัดว้าแดง!!..ผบ.ทบ.สั่งตั้งฐานปฏิบัติการทหารด้าน อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ สกัดกองทัพสหรัฐว้า (UWSA)คุกคามขยายอิทธิพลเข้ามาในเขตพื้นที่ของไทยในอนาคต


24 ม.ค.2569 ที่กองกำลังผาเมือง จ.เชียงใหม่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) และ กองกำลังผาเมือง โดยมี พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (ผบ.นบ.ยส.35) พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 และผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคงให้การต้อนรับ การลงพื้นที่ครั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ยาเสพติดล่าสุดในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.35 กองกำลังผาเมือง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทย สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 168 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 179 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 85 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 1,522 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.5 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 26 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 14 ราย

พล.อ.พนา ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง เฝ้าระวังสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา โดยให้ความสำคัญกับสถานการณ์การเลือกตั้งของ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา การรับมือการปรับเปลี่ยนเส้นทางยาเสพติดอาชญากรรมข้ามชาติ การกวาดล้างกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และแหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นทางบกและทางน้ำ ปรับปรุงแนวทางและยุทธวิธีในการปฏิบัติงาน ให้มีความคล่องตัวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ โดยให้พิจารณาจัดตั้งฐานปฏิบัติการเพิ่มเติมในพื้นที่ เพื่อป้องกันการขยายอิทธิพลของกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) เข้ามาในเขตพื้นที่ของไทย ซึ่งจะกระทบต่อความมั่นคงชายแดน ที่สำคัญให้หน่วยพิจารณาวางกำลังในจุดที่ได้เปรียบทางยุทธวิธีและเกื้อกูลต่อการปฏิบัติทางทหารในอนาคต

แก้ปัญหาหมอกควันพิษ!!..แม่ทัพภาค 3 มอบนโยบาย 17 จังหวัดภาคเหนือ เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 

ที่กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พล.ท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ให้แก่กำลังพล กองทัพภาคที่ 3 ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการบูรณาการกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และการประสานงานทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและทันต่อสถานการณ์ ที่ประชุมกำหนดแนวทางปฏิบัติ 5 ด้านหลัก ได้แก่ การเตรียมกำลังและทรัพยากร การเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ การบูรณาการอำนวยการระดับพื้นที่ การสนับสนุนพื้นที่เสี่ยง และการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ พร้อมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 ณ กองพลทหารราบที่ 7 ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ถึง 30 เมษายน 2569 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงาน อำนวยการ วางแผน ควบคุม และดับไฟป่า ครอบคลุมพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

รวมถึงพื้นที่รอยต่อจังหวัด โดยผนึกงบประมาณ กำลังพล เจ้าหน้าที่ เครือข่ายอาสาสมัคร ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะ และอากาศยานอย่างเป็นระบบ ควบคู่การเฝ้าระวัง ติดตาม ประเมินสถานการณ์ และรายงานผลต่อคณะกรรมการอำนวยการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โอกาสนี้ได้มีการตรวจความพร้อมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และอากาศยาน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของชาวภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้ กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ 12 ป่าแปลงใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงใน 17 จังหวัด ตั้งเป้าลดจุดความร้อนร้อยละ 25 ไม่เกิน 6,379 จุด ลดพื้นที่เผาไหม้ร้อยละ 25 ไม่เกิน 622,296 ไร่ ลดจำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานร้อยละ 20 หรือไม่เกิน 64 วัน และลดจำนวนผู้ป่วย COPD ลงร้อยละ 20 พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ผลกระทบไฟป่าและหมอกควันในทุกภาคส่วน เพื่อการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

สลด!!..ไฟไหม้บ้านกลางดึกเสียชีวิตยกครัว 5 ศพ

เหเมื่อเวลา 23.50 น.วันที่ 7 ม.ค. 69 เกิดเหตุไฟไหม้ บ้านเลขที่ 135/98 หมู่ 12 บ้านร้องเรือคำ ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการบ้านจัดสรร ลักษณะบ้านแฝด 2 ชั้น พบเพลิงลุกไหม้ภายในบ้าน ขณะเกิดเหตุมีผู้อยู่อาศัยติดอยู่ภายใน 5 ราย เป็นผู้ใหญ่ 3 คน เด็กหญิงแฝด อายุ 5 ปี 2 คน ซึ่งทั้งหมดกำลังนอนหลับ เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าดับเพลิงและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุออกมาได้ครบทั้ง 5 ราย ก่อนนำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ต่อมาผู้ประสบเหตุทั้งหมดได้เสียชีวิตลงทั้ง 5 คน เบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

 

“ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี”10 มกราคม 69 ตรงคืนวันเด็กแห่งชาติ NARIT ชวนน้องๆส่องผ่านกล้องโทรทรรศน์ฟรี

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เผย 10 มกราคม 2569 ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี เริ่มสังเกตได้ทางทิศตะวันออก หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ปรากฏสุกสว่างตลอดคืน สดร. ชวนส่องแถบเมฆ และดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีผ่านกล้องโทรทรรศน์ในงาน NARIT AstroFest 2026 วันเด็กแห่งชาติ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ และหอดูดาวภูมิภาคนครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา สงขลา ตั้งแต่เวลา 18:00 – 22:00 น. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สดร. เปิดเผยว่า วันที่ 10 มกราคม 2569 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Jupiter Opposition) หมายถึง ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวพฤหัสบดี เรียงอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 633 ล้านกิโลเมตร ในวันดังกล่าว เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏสว่างทางทิศตะวันออก สังเกตได้ด้วยตาเปล่า นานตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว ที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 30 เท่าขึ้นไป จะสามารถสังเกตเห็น “ดวงจันทร์กาลิเลียน” ทั้ง 4 ดวง ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด คัลลิสโต รวมถึง “แถบเมฆ” ที่สวยงามของดาวพฤหัสบดี และหากใช้กำลังขยาย 100 เท่าขึ้นไป จะสามารถเห็น “จุดแดงใหญ่” พายุหมุนยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 1.3 เท่า ได้อย่างชัดเจน

สดร. เตรียมตั้งกล้องโทรทรรศน์หลากหลายขนาด จัดกิจกรรมชมดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี ภายในงาน NARIT AstroFest 2026 มหกรรมดาราศาสตร์ครั้งใหญ่แห่งปี ในวันเด็กแห่งชาติ 2569 คืนวันที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 18:00 – 22:00 น. ดูดาวฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ณ จุดสังเกตการณ์หลัก 5 แห่งทั่วประเทศ ดังนี้ เชียงใหม่ : อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ โทร. 084-0882261โคราช : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา โทร. 086-4291489 ขอนแก่น : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่นโทร. 063-8921854 ฉะเชิงเทรา : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทราโทร.084-0882264 และสงขลา : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา โทร. 095-1450411สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ https://www.facebook.com/NARITpage และเพจเฟซบุ๊กของหอดูดาวแต่ละแห่ง

“ไอซ์”รักชนก ขึ้นเชียงใหม่ช่วย”จีน”พุธิตา ชัยอนันต์ ผู้สมัครของพรรคประชาชนเชียงใหม่ เขต 4 หาเสียง

เวลา 8.30 น. วันที่ 31 ธ.ค.68 น.ส.รัชนก ศรีนอก หรือไอซ์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ ผู้สมัครหมายเลข 6 พรรคประชาชน เชียงใหม่ เขต 4 ขึ้นรถแห่หาเสียงในพื้นที่เขตอำเภอสันทราย ก่อนจะลงเดินหาเสียงที่ตลาดสดแม่โจ้ โดยมีแฟนคลับจำนวนมากรอต้อนรับให้กำลังใจ และขอถ่ายรูปตลอดเส้นทางที่เดินหาเสียงและแจกโบว์ชัวร์ให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่เดินมาจับจ่ายซื้อของครั้งที่ตลาดด้วย

น.ส.รักชนก ให้สัมภาษณ์ว่า สามวันนี้อยู่ในภาคเหนือไล่ตั้งแต่ จ.ลำปาง จ.ลำพูน และปิดท้ายที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อช่วย น.ส.พุธิตา ผู้สมัคร สส.เขต 4 หาเสียง จากการลงพื้นที่พี่น้องประชาชนยังให้การตอบรับและสนับสนุนเป็นอย่างดี แต่เราไม่หลงไปกับกระแสและพยายามทำให้ดีที่สุด การที่เราได้เสียงตอบรับดี และกระแสดีไม่ได้ทำให้เราชะล่าใจ การเลือกตั้งครั้งนี้มีสองพรรคที่มีโอกาสจะจัดตั้งรัฐบาล คือพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ตนเองอยากให้ทุกคนจินตนาการอนาคตที่พรรคประชาชนจะได้จัดตั้งรัฐบาล เพราะทุกๆพรรคประชาชนเคยสัมผัสมาหมดแล้ว แต่ครั้งนี้พวกเราขอโอกาสที่จะมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน และบริหารจัดการงบประมาณ ปราบการทุจริตคอรัปชั่นการใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ หรือการทำให้ระบบราชการมีฟังชั่น ใช้เทคโนโยลีในการบริหารราชการให้รวดเร็ว และสะดวกมากขึ้น เพื่อพี่น้องประชาชนการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สำคัญมาก เพราะสองครั้งที่ผ่านมาพรรคได้รับเสียงข้างมากแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เพราะมีเสียงของสว.มาฝ่าฝืนเสียงประชามติของพี่น้องประชาชน ทำให้พรรคที่ได้อันดับหนึ่งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาล และเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่ครั้งนี้สว.ไม่มีอำนาจโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นพี่น้องประชาชนถ้ารักใครชอบใคร ก็ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้ถล่มทลายไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันเพื่อเปลี่ยนประเทศ. ด้าน น.ส.พุธิตา กล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจและมองว่าประชาชนมีความกระตือรือร้นที่จะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันมาก ประกอบการเลือกตั้งครั้งนี้ สว. ไม่มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว จึงขอฝากพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่าการเลือกตั้งรอบนี้คะแนนเสียงบริสุทธิ์สำคัญมากเ ราต้องเปลี่ยนประเทศไปด้วยกันเ รารอไม่ได้แล้วยิ่งนานวันประเทศยิ่งเสียหาย

รับสมัคร สส.เชียงใหม่ 10 เขตเลือกตั้งวันแรก บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก

เมื่อเวลา 06.45 น.วันที่ 27 ธ.ค.68 ที่โรงยิม 2 สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์. หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำผู้สมัครสส.พรรคเพื่อไทย เชียงใหม่ทั้ง 10 เขต มาลงสมัคร โดยนายจุลพันธ์ กล่าวว่าในจังหวัดเชียงใหม่พรรคเรามีอดีตสส. อดีต นายกฯตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย มาจนถึงปัจจุบัน วันนี้ยกทัพกันมา เดินหน้าพร้อมนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้มั่นใจจะชนะการเลือกตั้งยกจังหวัดทั้ง 10 เขต จะเป็นกาาชิงเมืองหลวงของพรรคเพื่อไทยอย่างเชียงใหม่กลับคืนมา

ต่อมาบรรดาผู้สมัครของพรรคประชาชน ได้ปั่นรถจักยาน มาจำนวน 10 คันโดยมีผู้สมัครสส.ทั้ง10 คนมาถึงที่ลงสมัครก่อนจะเข้าไปสมัคร โดยทุกคนกล่าวกับกองเชียร์ว่า ว่าที่แชมป์เก่ามาแล้ว และมั่นใจจะยึดเก้าอี้ สส.เชียงใหม่ได้อย่างถล่มทลายแบบครั้งที่ผ่านมา จากนั้นพล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ภัทรพงษ์สินธุ อดีตผบก.น่าน พร้อม ต๊ะ นารากร ติยายน อดีต พิธีกรชื่อดัง ได้เดินทางมาสมัครในนามพรรคประชาธิปปัตย์ โดย ต๊ะ นารากร กล่าวว่าวันนี้ ตัดสินใจลงเชียงใหม่เขต1 เพราะที่ผ่านมา เห็นปัญหาบ้านเมืองมานานที่ปล่อยให้นักการเมืองทำเสียหายจึงตัดสินใจขออาสาเข้าไปแก้ปัญหาเอง นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม พรรคเศรษฐกิจ และพรรคอื่นๆก็ส่งตัวแทนมาลงสมัคร สส.ทั้ง 10 เขต ของจังหวัดเชียงใหม่ด้วย