จำใจฆ่าพ่อสุดทนลูกไม่ทำงานดีแต่ไถเงินไม่ให้ก็โดนซ้อมคว้าลูกซองซัดเปรี้ยงเข้าหน้าอกยืนถือปืนน้ำตาคลอรอมอบตัว

พ.ต.อ.ธงชัย กรรณิกา ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิตเหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 40/5 หมู่ 4 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่เกิดเหตุพบนายอุดม อายุ 56 ปีเจ้าของบ้านยืนถืออาวุธปืนลูกซองยาว รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ห่างออกไปพบร่างของนายวีระยุทธ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นลูกชายอาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่ง รพ.ดอยสะเก็ด แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา นายอุดม ให้การทั้งน้ำตาว่าเหตุที่ต้องจำใจยิงลูกชายจนตายสืบเนื่องมาจากอยู่กับลูกชายสองคน ลูกไม่ทำงานอะไรวันๆได้ขอแต่เงินจากตน และเมื่อไม่นานมานี้ก็มาขอเงินตนไม่มีให้ก็ถูกซ้อมจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนเกิดเหตุขณะะนั่งกินข้าวกันอยู่ นายวีรยุทธ ก็เอ่ยขอเงิน 1 หมื่นโดยอ้างว่าจะนำไปเปลี่ยนยางรถใหม่ ตนก็ได้สั่งสอนว่ายุคโควิดระบาด เงินทองหายาก ให้หางานทำเก็บเงินเอง สร้างความไม่พอใจให้ลูกชายปรี่เข้ามาจะทำร้ายตนเหมือนครั้งก่อนอีก ตนจึงคว้าปืนลูกซองยิงใส่จนเสียชีวิต

ฉก.ม.5 .ผาเมืองปะทะคาราวานขนยาบ้าสนั่นป่าบริเวณช่องร้อยล้านตะเข็บชายแดนอ.เชียงดาวยึดยาบ้า6.5แสนเม็ด

พล.ต. นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า กองร้อยทหารม้าที่ 2 กองบังคับการควบคุมที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง จัดได้จัดกำลัง 2 ชุด โดยมี ร.อ.พัชรพันธุ์ พงศ์พันธ์งาม ผู้บังคับกองร้อยทหารม้าที่ 2 กองบังคับการควบคุมที่ 1 และ ร.ต.ดำริ มีเงิน เป็น หน.ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนตรวจในพื้นที่เพ็งเล็งเฝ้าระวังลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามชายแดนเข้ามายังประเทศไทย บริเวณ ช่องทางร้อยล้าน ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งห่างจากช่องทางหลักช่องทางหนองเขียว ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 2 กิโลเมตร

จากการตรวจการณ์ลาดตระเวนตรวจพบกลุ่มคนต้องสงสัย ประมาณ 7 – 8 คนแต่งกายคล้ายชาวสวนสะพายกระสอบดัดแปลงเป็นเป้หลัง ในมือถืออาวาวุธครบทุกคนทางทหารจึงทำการยิงแจ้งเตือนเพื่อให้หยุด แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวขัดขืน จึงเกิดการยิงปะทะกันสนั่นป่าประมาณ 15 นาที หลังสิ้นเสียงปืนจากทั้งสองฝ่ายกองกำลังดังกล่าวได้ล่าถอยข้ามเขตชายแดนหลนีไปได้ทั้งหมด ส่วนกำลังทหารฝ่ายเราปลอดภัย จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุกระสอบบรรจุ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า จำนวน 5 เป้ เป้ละ 130,000 เม็ดรวมของกลางยาบ้าที่ถูกทิ้งไว้ จำนวน 650,000 เม็ดด้วยกัน

จับแก๊งค้ามนุษย์ขน42เมียนมาลักลอบเข้าไทยชายแดนแม่สายทำเป็นขบวนการมีนายทุนทั้งไทยและเมียนมาสุมหัวกันพาเข้ามาส่งต่อกรุงเทพฯผวจ.เชียงรายชี้กระทบความมั่นคงสั่งฟันไม่เลี้ยง

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย พ.ต.อ.มานพ เสนากุล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทหาร จับกุมผู้นำพาและแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พื้นที่ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบมีขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวจากชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อจะนำไปส่งที่ภาคกลาง จึงได้ติดตามพฤติกรรมกลุ่ทขบวนการมาโดยตลอด จนกระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ตู้ 2 คันเข้ามาจอดที่ บ้านเลขที่ 143 ที่หมู่ 1 ต.สันทราย อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านของ นายปรีชา อายุ 56 ปี

จากนั้นเวลาประมาณ 13.30 น. ได้มีรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าสีขาว ผต 7194 เชียงราย ของนายปรีชา ขับนำรถตู้ทั้ง 2 คันออกจากบ้านหลังดังกล่าว ได้ประมาณ 3 กิโลเมตร ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าสกัดรถเอาไว้ จากการตรวจสอบภายในรถยนต์ตู้พบมีแรงงานชาวเมียนมาอยู่ภายในอยู่คันละ 21 คน รวมทั้งหมด 42 คน เป็นชาย 16 คน หญิง 26 คน จึงได้จับกุมตัวทั้งหมดพร้อมคนขับรถคันหน้า คือ นายหล้า อายุ 47 ปี ชาว ส่วนคนขับรถตู้คันที่ 2 คือ นายวิชัย อายุ 49 ปี ทั้งคู่เป็นชาว ต.โป่งผา อ.แม่สาย หลังจากทกการกสัดจับกุมแล้ว ได้นำทั้งหมดมาที่ สภ.แม่จัน เพื่อสอบปากคำเบื้องต้นคนขับสารภาพว่าเป็นเพียงคนรับจ้างโดยได้รับค่าจ้างให้ขับไปส่งระยะสั้น คนละ 5,000 บาท เพื่อนำไปส่งพื้นที่ จ.พะเยา โดยเลี่ยงด่านตรวจ แม่จัน

นายประจญ ปรัชญ์สกุล กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้จะมีการขยายผลและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในกฎหมายทุกฉบับ ทั้งเรื่องการหลบหนีเข้าเมือง การฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ การนำพาคนหลบหนีเข้าเมือง เรื่องการค้ามนุษย์ซึ่งทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะมาดูในเรื่องนี้ด้วย สำหรับการสกัดกั้นได้ครั้งนี้เกิดจากการประสานงานร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหารภายใต้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จ.เชียงราย

ด้าน พ.ต.อ.มานพ เสนากูล กล่าวว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่าคนกลุ่มนี้ได้ลักลอบเข้าสู่ประเทศไทยทางช่องทางที่ผิดกฎหมายและไปพักที่บ้านน้ำจำ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จากนั้นได้ย้ายไปพักต่อที่บ้าน ต.สันทราย ก่อนจะไปพักที่ จ.พะเยา แล้วจะมีการขนกันเป็นทอดๆ ไปสู่ภาคกลางต่อไป สำหรับการดำเนินการนั้นจะมีการนำทั้งหมดไปควบคุมที่ร้อย ตชด.327อ.แม่จัน เพื่อทำการตรวจโรคเบื้องต้นว่าติดเชื้อไวรัส โควิด – 19 หรือไม่ และจะกักตัว 14 วันก่อนจะทำการสอบสวนเพื่อขยายผลต่อไป

จากการสอบปากคำหนึ่งในชาวต่างด้าวที่หลบหนี้เข้ามาให้การว่าได้เดินข้ามลำน้ำสายที่มีความลึกประมาณอก ก่อนจะเดินเท้าอีกประมาณ 30 นาที จึงมีรถยนต์ตู้สภาพเก่า ไปรับเพื่อไปพักที่บ้านน้ำจำ ก่อนจะมีรถมารับแล้วมาพักต่อที่ อ.แม่จัน และถูกจับกุมในที่สุด โดยมีชายเมียนมาคนหนึ่งในกลุ่มเป็นคนนำพาทั้งหมดมาโดยชายคนดังกล่าวเคยพาชาวเมียนลุ่มหนึ่งไปส่งที่กรุงเทพฯ มาแล้ว 1 ครั้ง ได้เงินค่าจ้าง 10,000 บาท ครั้งนี้ได้กลับมารับทั้งหมดไปอีกครั้งแต่ถูกจับกุมเสียก่อน

ตม.บุกจับบ่อนพนันออนไลน์ใช้ไทยเป็นฐานเช่าบ้านจ้างคนไทยทำงานชวนพนันเข้ามาเล่นหัวโจกเป็นชาวต่างชาติตำรวจเร่งไล่ล่าลากคอมาดำเนินคดีแล้ว

พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ตม. 5 พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รองผบก.ตม. 5 พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผบก.สส.บก.ตม. 5 สนธิกำบุกทลายแห่งพนันออนไลน์ จับกุมตัวนายวัฒนพล อายุ 25 ปี น.ส.ชนัฏฏา อายุ 24 ปี นายอนุรักษ์ อายุ 27 ปี และนายกัณณพันต์ อายุ 28 ปี พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง นำตัวดำเนินดคีข้อหา จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 370/25 หมู่ 4 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และที่บ้านเลขที่ 411/148 หมู่ 5 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ มีแก๊งชาวต่างชาติมาเช่า และจ้างพนักงานซึ่งเป็นคนไทย มาคอยควบคุมเว็บไซต์รับแทงพนันผิดกฏหมาย จึงตรวจสอบที่บ้านทั้งพบผู้ต้องหา ทั้งหมดกำลังนั่งหน้าจอคอมคอมพิวเอตร์ ส่งใบโฆษณาเชิญชวนให้นักพนันเข้ามาเล่นการพนันกับเว็บไซต์ www.santa168.com ซึ่งทั้งบาคาร่า ไฮโล ป๊อกเด้ง ฟุตบอล และอื่นๆอีกกว่า 50 ชนิดการพนัน โดยมีลูกค้ากว่า 1,000 คนมีเงินหมุนเวียนวันละหลายแสนบาท ทั้งหมดรับว่าเป็นเพียงลูกจ้างมาทำงานหาเงินเท่านั้นซึ่งจะได้ติดตามจับกุมขบวนการแก๊งนี้ต่อไป

ทลายแก๊งค้ายาบ้ารายใหญ่ภาคเหนือขนข้ามชายแดนส่งลูกค้าทั่วประเทศ

พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองขาว ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5 พ.อ.สมรรถชัย แปงสาย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 สนธิกำลัง จับกุมตัวน.ส.ประกายดาว อายุ 29 ปี ชาว ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นายวิชัย อายุ 32 ปี ชาว ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 126,400 เม็ด

สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ทหารพราน จับกุมตัวนายธีรยุทธ์ อายุ 35 ปี และนายสุรัตน์ อายุ 48 ปี พร้อมยาบ้า 40,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ หลังการจับกุมทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่นายทุนคือ น.ส.ประกายดาว ว่าจ้างให้นำยาบ้าดังกล่าวมาส่งให้กับลูกค้า จึงสวมรอยติดต่อล่อซื้อนัดส่งของกันที่บริเวณบ้านหมู่บ้านของ น.ส.ประกายดาว จับกุมพร้อมของกลางยาบ้าล่อซื้อ 400 เม็ด

จากการสอบสวน น.ส.ประกายดาว ให้การว่าพึ่งใช้ให้นายวิชัย นำยาบ้าจำนวน 126,000 เม็ดไปส่งให้ลูกค้าที่ตัวเมืองจ.ลำปาง ทางเจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจับกุมตัวนายวิชัย พร้อมของกลางได้ที่บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เกาะคา แก๊งค้ายานี้ เป็นเครือข่าวชาวเขา ที่รับยาตรงจากโรงงานผลิตยาเสพติดในประเทศเมียนมา นำมากระจายขายทั่วประเทศไทยมียาบ้ายาเสพติดจำนวนมากกำลังรอลำเลียงเข้ามาตามแนวชายแดน ซึ่งจะได้ขยายผลติดตามจับกุมเพื่อร่วมแก๊งต่อไป

ปปส.ทหารตำรวจสนธิกำลังสกัดจับยาบ้าเกือบ5ล้านเม็ด

พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง ผบก.ปส.3 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมืองหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 และเจ้าหน้าที่ปปส.ภาค 5 ได้ทำการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 4,990,000 เม็ด รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน ยข-3453 เชียงใหม่ 1 คัน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีขบวนการลำเลียงยาเสพติดเครือข่ายมูเซอ จะลำเลียงยาเสติดจำนวนมาก จากแหล่งพักยาบ้าเสพติดตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา พื้นที่ ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อขนเข้าสู่ตอนในของเทศ จึงสนธิกำลังตั้งด่าน สกัดจับเส้นทางบ้านแม่ฮ่าง-แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จนกระทั่งรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ยข-3453 เชียงใหม่ คนร้ายจำนวนสองคนขับผ่านมาด้วยความเร็วเมื่อเจอด่านได้ขับแหกด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ขับรถยนต์เข้าสกัดจนรถคนร้ายเสียหลักพุ่งลงข้างทาง และอาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีเข้าป่าไป ตรวจสอบพบของกลางยาบ้าจำนวนดังกล่าว ซึ่งจะได้ขยายผลติดตามจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดรายนี้ต่อไป

เปิดใจ”เบิร์ด”พิทยา ณ ระนอง อดีตพระเอกดังขับแกร็บส่งอาหารให้กำลังใจคนตกงานสู้ๆอย่าอายทำกินส่วนงานแสดงก็อยากทำอยู่หลังห่างเหินมา25ปีแล้ว

พิทยา ณ ระนอง หรือเบิร์ด อายุ 50 ปี เปิดเผยว่าในอดีตเคยเป็นนายแบบ เล่นหนัง เล่นละคร จนกระทั่งเมื่อ 25 ปีก่อน ก็หันหลังออกจากวงการ มาประกอบอาชีพธุรกิจทัวร์ โดยมีหน้าที่คุยและประสานงานกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ต่อมาปี 2562 บริษัททัวร์ก็ประสบปัญหาเนื่องจากเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ไม่มีนักท่องเที่ยวจึงต้องออกจากงานมา แล้วก็หันมาทำธุรกิจออนไลน์ ขายกาแฟ โกโก้ สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับบำรุงผิว และอาหารเสริม ส่วนสาเหตุที่มาขับแกร็บฟู้ดส่งอาหารเพราะอยากมีเงินใช้วันต่อวัน จึงสมัครเข้ามา ทำงานวันนี้เป็นวันที่ 5 แล้วได้ต่อวันก็ราวๆ 250-300 บาท ตอนทำงานก็ไม่มีใครจำตนเองได้ เพราะใส่หน้ากาก และป้องกันตัวเองโดยการฉีดพ่นฆ่าเชื้อตลอดเวลาที่รับส่งอาหารให้ลูกค้า ตนก็ตั้งใจทำไปเรื่อยๆเป็นอาชีพหลักและอาชีพสุจริต และตอนนี้โรคโควิด-19 ระบาดทำให้คนตกงานจำนวนมาก

ตอนนี้ตนอายุมากแล้วจะไปทำงานอื่นก็ไม่มีใครรับ อีกอย่างตนก็ออกจากวงการบันเทิงมานานกว่า 25 ปีแล้วก็คิดถึงอยู่นะ ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปเป็นนักแสดง แต่ตอนนี้ต้องโฟกัสกับงานขับรถส่งอาหารก่อน ทำให้ดี ยึดเป็นอาชีพหลักเลี้ยงชีพ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขี่ส่งอาหาร ตนได้นำเงินก้อนสุดท้ายไปซื้อรถด้วยเงินสดตอนนี้ตนอยู่คนเดียวเป็นโสด เห็นใจคนตกงานด้วยกันมาก อยากจะให้กำลังใจทุกๆคน อย่าอายทำกิน ทุกคนมีภาระเหมือนกันหมดไม่ว่าการเลี้ยงดูพ่อแม่ ครอบครัว และตัวเรา รวมถึงคนที่เรารัก ให้สู้ๆ อย่าท้อ เชื่อว่าไม่นานทุกอย่างจะดีขึ้น อดีตพระเอกดังผู้ไม่ย่อท้อต่อชีวิตกล่าวในที่สุด

สลดสองพี่น้องวัยรุ่นใต้หวันผูกคอตัวเองดับคาประตูบ้าน

12 พ.ค.64 ร.ต.อ.นันทวัตร ปานเนาว์ ร้อยเวร สภ.สันป่าตอง จ. เชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนผูกคอเสียชีวิตกับรั้วบ้านพักไม่มีเลขที่ ต.น้ำบ่อหลวง อ.สันป่าตองจ.เชียงใหม่ จึงไปตรวจสอบพร้อมพวกและเจ้าหน้าที่กู้ภัย เทศบาลตำบลน้ำบ่อหลวง พบว่าร่างผู้เสียชีวิต 2 ศพ ชาย-หญิง ใช้เชือกไนลอน ผูกคอติดกับประตูทางเข้าบ้าน ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายลิน (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และ ด.ญ.รวง(นามสมมุติ)อายุ 14 ปี ทั้งคู่สัญชาติไต้หวัน และเป็นพี่น้องกัน จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

จากการสอบสวนเบื้องต้นถามทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายได้พักอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าวกับพ่อและแม่เลี้ยงซึ่งเป็นชาวไต้หวัน ตอนกลางคืนที่ผ่านมาชาวบ้านได้ยินเสียงว่าครอบครัวดังกล่าวได้มีการทะเลาะกัน จากนั้นในช่วงเช้าก็พบมีคนมาพบว่า ทั้งสองคนได้ก่อเหตุผูกคอเสียชีวิตบริเวณประตูบ้าน ซึ่งในเบื้องต้นสาเหตุของการคิดสั้นในครั้งนี้เกิดจากผู้เสียชีวิตทั้งสองราย มักทะเลาะกันในครอบครัวเป็นประจำ เพราะอยากกลับบ้านที่ประเทศไต้หวัน แต่ยังคงติดเรื่องสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จึงไม่สามารถเดินทางได้ทั้งคู่อาจน้อยใจจึงลงมือผูกคอเสียชีวิตดังกล่าวซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

บ่อนคาสิโนท่าขี้เหล็กเปิดแล้วกองกำลังผาเมืองบล็อคชายแดนแม่สายอีกครั้งหวั่นเชื้อโควิดทะลักแพร่ระบาดอีกรอบ

พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง พร้อมคณะฝ่ายอำนวยการลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองบังคับการกองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง พร้อมมอบสิ่งอุปกรณ์เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 ให้แก่กำลังพล โดยเน้นย้ำการปฏิบัติ พร้อมทั้งมอบแนวทางในการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอย่างจริงจังให้กับเจ้าหน้าที่ ร่วมทั้งมาตรการในการป้องกันตนเอง ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชายแดนจังหวัดเชียงราย ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทย

พล.ต.นฤทธิ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์และสถิติการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในห้วงตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 จนถึงปัจจุบัน กองกำลังผาเมืองสามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองจากประเทศเมียนมา รวมทั้งสิ้น 13 ครั้ง ผู้ต้องหา จำนวน 59 ราย ทั้งนี้พบว่าปัจจุบันมีผู้ลักลอบเข้าเมืองบางส่วนเดินทางมาจากทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศอินเดีย ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย ประกอบกับขณะนี้บ่อนการพนันในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมา เปิดบริการ ส่งผลให้อาจจะมีชาวไทยที่ประสงค์จะลักลอบเข้าไปทำงานและเล่นการพนันดังกล่าว ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอาจมีการนำเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทยได้ทั้งนี้ปัจจุบันกองกำลังผาเมือง ได้จัดให้มีการฝึกอบรมแก่กำลังพลพร้อมนำเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ มาใช้ในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ 4 อำเภอ ทั้งด้านจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วย

ซุ่มยิงนายกอบต.เจ็บสาหัสออกมายืนรับลมคนร้ายซัลโวด้วยปืนแก๊ปเคราะห์ดีไม่เข้าจุดสำคัญตร.เร่งสางคดีแล้ว

ช่วงค่ำวันที่ 6 พ.ค.64 ร.ต.อ.พิทักษ์ แก้วสุดใจ ร้อยเวร สภ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุยิงกันได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดบริเวณเพิงพักสวนลำใยไม่มีเลขที่ ต.บงตัน อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.อ.เอกพงศ์ ไชยวงศ์สาย ผกก.สภ.ดอยเต่า และพวก

ที่เกิดเหตุพื้นที่สวนลำใย ภายในเพิงพักที่ทำยืนออกไปรับลมและชมวิว พบรอยเลือกตกอยู่ส่วนคนเจ็บคือนายคมเดช อัยย์ตระกูล อายุ 48 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบงตัน อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่บริเวณไหล่ด้านซ้ายจำนวน 2 แผล ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลดอยเต่า และนำตัวส่งรพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ให้แพทย์ทำการรักษาซึ่งอาการปลอดภัยแล้ว

จากการสอบสวนทราบเบื้องต้น ทราบว่าในอดีตนายคมเดช เป็นนักมวยดัง ใช้ชื่อในการชกว่า”กำไลหยก”ชกชนะหลายเวทีในกรุงเทพฯ ก่อนกลับมาพัฒนาบ้านเกิดที่อ.ดอยเต่า และเปิดค่ายมวยชื่อ ศิษย์นายกดำ สร้างนักมวยมีชื่อในพื้นที่หลายคน และลงสมัครชิงชัยนายก อบต.ในพื้นที่ จนได้รับเลือกเป็นนายกอบต. มาแล้วสองสมัย ก่อนเกิดเหตุได้มานั่งทานข้าวกับครอบครัวจำนวน 6 คน พอกินเสร็จคนทุกกลับเข้าในตัวบ้าน นายคมเดช ก็ออกมายืนรับลมบริเวณชานบ้าน ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน อาศัยความมืดดักซุ่มอยู่บริเวณสวนแล้วใช้อาวุธปืนแก๊ป ยิงเข้ามาใส่นายคมเดช ที่ยืนอยู่จำนวน 1 นัดกระสุนเจาะเข้าร่างกายจำนวน 2 แผลจนล้มลงแล้วเรียกให้คนช่วย คนในบ้านก็เปิดไฟแล้วก็ออกมาดูก่อนโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะมีความแค้นกับนายคมเดช เพราะคนเจ็บนิสัยนักเลง ใจดี ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน จนได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ถึงสองสมัย อาจจะไปขัดใจกลุ่มผู้มีอิทธิพล ขัดแย้งกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น หรือขัดแย้งเรื่องส่วนตัวกับมือปืน ซึ่งตำรวจกำลังเร่งสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินดคีตามกฏหมายต่อไป