ตำรวจ-ปปส.ไล่ล่า “ป๋อลี” หัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดจนมุม พร้อมยึดทรัพย์สินในบ้านจำนวนมาก

เช้ามืดวันที่ 7 เม.ย.64 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส. ภ.5 พร้อมชุดสืบสวนภาค 5 เจ้าหน้าที่ปปส.ภาค 5 กว่า 100 นายกระจายกันบุกเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดตาก และจังหวัดตราด โดยเป้าหมายใหญ่อยู่ที่คฤหาสถ์หรู เลขที่ 29 หมู่ 9 ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เนื้อที่ 1 ไร่ ใน ต.หยวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนหนึ่งของนายบุญชัย แซ่มัว อายุ 55ปี “ป๋อลี “หรือ เสี่ยอ้วน วัวชน ภายในบ้านพักไม่พบคนอาศัย ปิดล็อกกุญแจประตูหน้าบ้านไว้ พบรถเก๋งฮอนด้าซิตตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กท 2025 แพร่ จอดไว้ในโรงจอดรถ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ได้ยึดทรัพย์สินภายในบ้านจำนวนมาก

หลังจากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ฟาร์มเลี้ยงวัวชน หมู่ที่ 9 ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา ยึดวัวชนอีก 2 ตัว ส่วนที่ อ.เทิง จ.เชียงราย ยึดวัวชน 14 ตัว ทองคำ อาวุธปืน สมุดธนาคาร กำลังอีกส่วนหนึ่งเข้าที่รีสอร์ทหรู ที่กำลังสร้าง พื้นที่ ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา และรีสอร์ทอีกที่จังหวัดตากอีก 4 แห่ง โดยอายัดไว้เป็นของกลางตามพรบ.ยึดทรัพย์ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการจับกุมตัวนางธิติรัตน์ อายุ 27ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ หลังสืบสวนพบเป็นคนโอนเงินซื้อรถบรรทุก 10ล้อ ที่ใช้ขนยาบ้า 8 ล้านเม็ด ซุกซ่อนในกระสอบถ่าน จาก อ.ภูซาง จ.พะเยา เมื่อ2เดือนก่อน และจับกุมตัวนายจือเน้ง อายุ 33 ปี ชาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ลูกเขยของ”ป๋อลี ” ตามหมายจับศาลคนบงการการลอบขนเฮโรอีนจำนวน 1,400 แท่งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.64 ที่ผ่านมา ส่วนตัวนายบุญชัย แซ่มัว “ป๋อลี ” หรือเสี่ย อ้วน วัวชน ถูกศาลออกหมายจับจากศาลจังหวัดแพร่เลขที่ 71 /2564 ลงวันที่ 5 เม.ย.64 ในข้อหา”สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน” ไหวตัวทันหลบหนีออกจากพื้นที่ จ.พะเยาไปเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 เม.ย.แล้ว

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่าเราสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องคดียาเสพติดทางภาคเหนือทั้งเฮโรอีน 1,400 แท่ง ยาบ้า 8 ล้าน และ 11 ล้านเม็ด และก่อนหน้านี้อีกหลายคดีโดยทั้งหมดเป็นกลุ่มขบวนการของชาวเขาเผ่าม้งอยู่ในพื้นที่เวียงแก่น จ.เชียงราย และพื้นที่ อ.ภูซาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยพื้นที่ อ.ภูซางนั้นเป็นจุดศูนย์กลางของการกระจายยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ นายบุญชัย แซ่มัว หรือป๋อลี หรืออ้วนวัวชน และเครือญาติ ก็เกี่ยวข้องในเรื่องของคดียาเสพติดนี้ด้วย โดยมีนายบุญชัย เป็นผู้บงการทั้งหมด และมีเครือข่ายที่ใหญ่ สุดในพื้นที่ภาคเหนือ เราเข้าค้นและยึดทรัพย์ทั้งหมด 4 จังหวัด มูลค่าที่ยึดทรัพย์วันนี้มากกว่า 200 ล้านบาท ส่วนนายบุญชัย หัวหน้าขบวนการนี้ ได้จัดกำลังไล่ล่าเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

พุทโธธัมโมสังโฆเชียงใหม่เอาไม่อยู่ยอดผู้ติดโควิด-19วันเดียวทะลุ148คนยอดรวม195คนเปิดรพ.สนามรองรับผู้ป่วยแล้ว

9 เมษายน 2564 วันนี้จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อ covid19 ในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มขึ้นอีก 148 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกำลังรักษาตัวในจังวัดเชียงใหม่ทั้งสิ้น 195 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้เสียงสัมผัสสูงอีกกว่า 1,000 ราย กำลังรอดูอาการแล้วตรวจหาผู้ติดเชื้ออีก ได้มีการเปิดโรงพยาบาลสนาม ขึ้นภายในบริเวณห้องโถงนิทรรศการที่ 1 ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อำเภอเมือง เชียงใหม่ เพื่อรองรับในการกักตัวของผู้ป่วย covid-19

โรงพยาบาลสนามนี้ สามารถรองรับผู้ป่วยได้จำนวน 280 เตียง โดยแบ่งออกเป็น 2 โซนคือห้องสำหรับผู้ป่วยชาย 140 เตียงและห้องสำหรับผู้ป่วยหญิง 140 เตียง โดยจะใช้รองรับผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก สามารถช่วยเหลือตนเองได้เป็นปกติ และผู้ป่วยที่อยู่ในระยะพักฟื้น ซึ่งหากมีผู้ติดเชื้อมากกว่านี้ ก็สามารถขยายได้อีก 3 เท่าตัว มีระบบดูดอากาศ เหมือนเป็นห้องความดันลบปลอดเชื้อ ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ ได้มีการระดมคนจากโรงพยาบาล ต่างๆ ทั้งเชียงใหม่มาเข้าเวรเป็นพลัดพลัดละ 12 ชั่วโมง พยาบาลประมาณ 4 คนต่อจำนวนผู้ป่วยประมาณ 50 คน แต่อาจจะเพิ่มจำนวนได้ถ้าจำนวนผู้ป่วยมากกว่านี้

ส่วนสาธารณะสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการประกาศมาตรการให้ ผู้ที่เดินทางมาจาก 5 จังหวัดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ควบคุมได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และสมุทรปราการ เข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ ต้องลงทะเบียนในแอพพลิเคชั่น CM Chana และต้องกักตัว (Home Quarantine) เป็นเวลา 14 วัน นอกจากนั้นจังหวัดเชียงใหม่โดยคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อยังสั่งปิดผับ บาร์ ต้นตอของการระบาดในครั้งนี้เป็นเวลา 7วัน ด้วย

ตร.ภาค5เร่งตรวจหาเชื้อให้กำลังพลที่ใกล้ชิดหลังตำรวจในสังกัด4รายติดเชื้อโควิด-19

8 เม.ย.2564 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นำรถตรวจโควิดพระราชทาน ตั้งจุดตรวจเชื้อโควิด19 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 หลังจากมีการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ติดเชื้อโควิด 19 หลายนายด้วยกัน พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช ภาค 5 เปิดเผยว่า เนื่องจากมีตำรวจของภาค 5 ติดเชื้อโควิด-19 ตนจึงได้ประสานกับทางจังหวัดเชียงใหม่และทางสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ มาทำการตรวจโดยเน้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใกล้ชิดและอยู่ในโซนที่ทำงานกับผู้ติดเชื้อ ในส่วนของตำรวจสังกัด ภาค 5 ที่ติดเชื้อในขณะนี้มีทั้งหมด 4 นาย ของสำนักงานตำรวจภาค 5 1 คน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ 1 นาย สภ.ช้างเผือก 1 นาย และที่ จ ลำปาง 1 นาย ทั้งนี้การที่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจติดเชื้อนั้น จะไม่มีผลกระทบกับการทำงานแต่อย่างใด แต่เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด จึงต้องมีการตรวจสอบผู้ใกล้ชิดทั้งหมด สำหรับตำรวจที่ติดโควิด ก็ต้องให้ทีมแพทย์สาธารณสุข ทำการตรวจสอบไทม์ไลน์และทำการรักษาให้หายต่อไป

สงกรานต์เที่ยวแม่ฮ่องสอนไม่ต้องกักตัวลงมือฉีดวักซีนSINOVACเข็มแรกแล้ววันนี้่

8 เม.ย.64 ที่ห้องประชาชุมโรงพยาบาลศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอน นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์ ในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 76 คน เข้ารับการฉีดวัคซีน COVID-19 ยี่ห้อ SINOVAC โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้จัดทีมงาน 5 ทีม ในการดำเนินงานด้านการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย ลงทะเบียน นัดหมาย , ทีมจัดส่งและจัดเก็บวัคซีนในระบบลูกโซ่ความเย็น , ทีมให้บริการฉีดวัคซีน , ทีมเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีน , และทีมบริหารจัดการติดตามผล ส่วนการฉีดวัคซีนได้แบ่งเป็น 8 ขั้นตอน ได้แก่ การลงทะเบียน ทำบัตร , ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน , คัดกรองประวัติ ประเมินความเสี่ยง , พัก รอฉีดวัคซีน , ฉีดวัคซีน , พักสังเกตอาการ , ตรวจสอบอาการ รับคำแนะนำ , และ รับการประเมินความครอบคลุม

นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่าโดย ล็อตแรกจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับการจัดสรรวัคซีน จำนวน 5,040 โดส สามารถฉีดแก่กลุ่มเสี่ยงในการสัมผัส จำนวน 2520 คน คนละ 2 โดส โดยกลุ่มเป้าหมายแรก ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 700 คน ,อสม. 500 คน กลุ่มที่ 2 จะเป็นทหาร จำนวน 900 คน ที่เหลืออีก 420 คน จัดสรรให้ ตชด. ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง ด่านกักกันสัตว์ อส. และเจ้าหน้าที่คัดกรอง และฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องสัมผัสกับประชาชน  สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2564 จังหวัดได้กำหนดมาตรการโดยบูรณาการร่วมยกระดับจุดตรวจช่วง 7 วันอันตราย ผนวกกับ 3 จุดคัดกรองหลัก และท่าอากาศยาน ในการคัดกรองบุคคลเข้าจังหวัด ซึ่งผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง ทางจังหวัดไม่ต้องกักตัว แต่ขอความร่วมมือให้เฝ้าระวังตนเอง โดยยึดมาตราการD-M-H-T คือ D : Distancing เว้นระยะห่างระหว่าง , M : Mask Wearing สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยตลอดเวลา , H : Hand washing ล้างมือบ่อย ๆ และ T : Testing ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายช่วยคัดกรอง COVID-19 สถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันยังไม่พบผู้ติดเชื่อรายใหม่ โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกจัดอยู่ใน 53 จังหวัด เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ทั้งนี้ ภายในจังหวัดมีกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้หนีภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา , ประชากรต่างด้าว , ผู้ประกอบการร้านค้า , และการจัดกิจกรรมงานรื่นเริงงานประเพณีต่างๆ ซึ่งต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ประชาชนสามารถจัดพิธีสรงน้ำพระ ทำพิธีทางศาสนา รดน้ำขอพรตามประเพณี , การจัดงานต่างๆให้จัดจัดงานที่โล่ง หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่แออัด , งดสาดน้ำ ปะแป้ง , งดการจัดคอนเสิร์ต และการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก

จนมุมอีกแก๊งขนยาเสพติดทหารผาเมือง-ปปส.-ตำรวจซุ่มจับ4คนพร้อมของกลางยาย้า5แสนเม็ดสารภาพรับจ้างนายทุน5หมื่นบาทขนจากชายแดนเข้าพื้นที่ชั้นใน

3 เม.ย.64 พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่กองบัญชาการปราบปรามบยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ได้ทำการจับกุมตัวนายสมคิด อายุ 30 ปี ชาว อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นายสงกรานต์ อายุ 19 ปี ชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นายดนัย อายุ 21 ปีอยู่บ้านชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และนายยูแซะ อายุ 26 ปี ชาว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่พร้อมของกลางยาบ้า 500,000 เม็ด รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีเทาเข้ม ทะเบียน ยฉ-1735 เชียงใหม่ รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน ยค-6372 เชียงใหม่ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนโทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง นำตัวทั้งหมดดำเนินดคีข้อหา”ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเหตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย”

ทางเจ้าหน้าที่สนธิกำลังวซุ่มจับกุมที่บริเวณถนนทางหลวงชนบท ชม.3059 ห ม.9 ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ต่อมาก็มีรถจยย.ขับมาดู และรถยนต์ขับขับตามกันมาสองคัน ลักษณะตรงตามที่สายรายงาน ทางเจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมพื้นที่และควบคุมให้รถทั้งหมดจอด ก่อนทำการตรวจค้นก็พบยาบ้าซุกซ่อนในรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีเทาเข้ม ทะเบียน ยฉ-1735 เชียงใหม่ จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่ามีนายทุนใหญ่ ว่าจ้างพวกตนโดยนายสมคิด รับงานมาได้รับค่าจ้าง 5 หมื่นส่วนคนอื่นๆได้รับคนละ 7,000 บาทให้ขนยาบ้าจุดพักยาจากชายแดน มาในตัวเมืองอ.ฝาง แล้วจะมีคนมารับของต่อเพื่อขนเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ อีกทอดหนึ่งแต่ถูกจับกุมเสียก่อนซึ่งจะได้ขยายผลถึงเพื่อนร่วมแก๊งยาเสพติดรายนี้ต่อไป

รวบยกแก๊งค้าอาวุธสงครามส่งขายเมียนมา

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เดินทางมาโดยเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาที่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย เพื่อนำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำร่วมกับผู้ต้องหาคนอื่นๆ ที่ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ในคดีการตรวจยึดกระสุนปืน 5.56 มิลเมตร และระเบิดบุคคล K75 จำนวนมาก จนสามารถขยายผลจับกุม ผู้ต้องหาในดคีนี้ได้ทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วยนายมโนกรณ์ อายุ 29 ปี ชาว ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายทรงศักดิ์ อายุ 31 ปี ชาว ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เอาไว้ก่อนหน้านี้ และได้ขยายผลประสานกับตำรวจ บก.สส.ภ.8 และ บก.สส.ภ.7 จับกุมตัวนายชิติพัทธ์ อายุ 36 ปี ชาว ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม นายภัคเมศร์ อายุ 28 ปี ชาว ต.กระตืบ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม นายธีระพล อายุ 28 ปี ชาว ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช และ น.ส.พิชญาภัค อายุ 32 ปี ชาว ต.หนองปลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รวมผู้ต้องหา 6 คน ของกลางกระสุนปืนขนาด 5.56 ม.ม.จำนวน 6,000 นัด ลูกระเบิดขว้างสังหารแบบ K 75 จำนวน 115 ลูก

โดยการจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อนที่ 28 มี.ค.64 เจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่สาย ได้รับแจ้งว่ามีกล่องพัสดุต้องสงสัย ส่งที่ร้านรับส่งพัสดุเอกชนใน อ.แม่สาย จึงได้ตรวจสอบกล่องพัสดุ พบของกลางทั้งหมดบรรจุอยู่ภายใน โดยเบื้องต้นสืบทราบว่าเป็นกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ และเชื่อมโยงกับขบวนการค้าอาวุธสงครามในภาคใต้ จึงได้ทำการขยายผลจนสามารถจับกุมตัวนายมโนกรณ์ ขณะเดินทางไปติดต่อรับ ส่วนนายทรงศักดิ์ กำลังรอจะขับรถตู้เพื่อจะรับจ้างขนไปส่งยังประเทศเพื่อนบ้าน

จึงขยายผลการจับกุมไปยัง บก.สส.ภ.8 และ บก.สส.ภ.7 ยายผลไปจับกุมผู้ต้องหาอีก 4 คน และตั้งข้อหา ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตตีให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย โดยนายชิติพัทธ์ ที่มีชื่อเป็นผู้จัดส่งพัสดุดังกล่าวไปถึงผู้รับที่ อ.แม่สาย สามารถจับกุมได้ที่ จ.นครปฐม และนายภัคเมศร์ จับกุมได้ที่โรงเรียนการบิน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ส่วนนายธีระพลได้ที่ จ.นครศรีธรรมราช และ น.ส.พิชญาภัค ตามจับได้ที่ จ.นครราชสีมา

พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย ตรวจสอบก็ได้ขยายผลจากการส่งกล่องพัสดุ 3 จุดคือ อ.บางละมุง อ.กำแพงแสน และ อ.สิชล จนพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าใครเป็นคนส่งพัสดุดังกล่าว จึงได้ติดตามไปจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด โดทุกคนต่างให้การรับสารภาพว่าได้ส่งอาวุธดังกล่าวจริง แต่เชื่อว่าน่าจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีก โดยต้นทางกำลังขยายผลเพราะยังมีบางส่วนที่ได้ไม่ครบส่วนปลายทางอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโดยอยู่ระหว่างประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนตัวอาวุธของกลางอยู่ระหว่างตรวจสอบ อย่างไรก็ตามเชื่อว่ากรณีลูกระเบิดน่าจะเป็นของทางราชการ แต่จากการตรวจสอบเลขล็อตนับเบอร์ก็ยังไม่พบเลขล็อตที่ตรงกันกับลูกระเบิด เพราะของทางราชการจะเป็นอินทรีย์ 82 แต่ล็อตที่พบเป็นอินทรีย์ 84 ซึ่งการจัดเก็บมีมาตั้งแต่ปี 2531 ทำให้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ สำหรับของกลางถือเป็นของเก่า แต่ที่มีสภาพยังคงเหมือนหม่อยู่นั้นเพราะมีการจัดเก็บที่ดี ซึ่งจะต้องขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการนี้ต่อไป

หนุ่มใหญ่หึงโหดกระหน่ำแทงแฟนสาวนับสิบแผลดับคาเก๋งหลังลงมือจุดเตาถ่านรมควันฆ่าตัวตายตาม

31 มี.ค.64  ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เขื่อนแก้ว ร้อยเวร สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุมีเหจุฆ่ากันตายในรถเก๋ง เหตุเกิดริมถนนโพธาราม ซ.12 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุพร้อมพวก ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง มิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ริมถนน สภาพรถล็อกประตูทั้งสี่บาน ตามช่องประตู มีการใช้สก็อตเทปติดตามช่องเพื่อปิดไม่ให้อากาศเข้า เจ้าหน้าที่พยามงัดประตูรถที่ถูกล็อคไว้อยู่ประมาณ 20 นาที แต่ไม่สามารถเปิดได้ จึงตัดสินใจทำการทุบกระจกรถด้านหลังเพื่อเข้าไปเปิดล็อคประตูรถได้ในที่สุด

ภายในที่นั่งคนขับพบศพนายวศุภัทรอายุ 35 ปี ชาว ต.ท่าผา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สภาพศพขาดอากาศหายใจเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว บริเวณที่นั่งคู่ด้านหน้าคู่คนขับ พบศพ น.ส.เบญจพร อายุ 24 ปี ชาว ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ถูกผ้าห่มและเครื่องนอนคลุมไว้ จากการตรวจสอบพบร่องรอยบาดแผลถูกแทงอาวุธมีด แทงเข้าที่บริเวณ คอ,อก,ท้อง,สีข้างซ้าย และใต้ราวนม รวมประมาณ 10 แผล ในรถพบบกระป๋องทินเนอร์ วางอยู่ใกล้กับศพของฝ่ายชาย รวมทั้งหม้อหุงข้าวมีการใส่ถ่านไฟจุดวางอยู่ใต้พักเท้าที่นั่งคนขับ นอกจากนี้พบอาวุธมีดคัดเตอร์ และมีดพกเดินป่า เปื้อนเลือดตกอยู่ในรถด้วย

จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายทั้งสองคนอาศัยอยู่หอพักใกล้ที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุมีคนพบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวอยู่อยู่เป็นเวลานานหลายวันและมีกลิ่นคล้ายซากศพโชยออกมาจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพบว่าทั้งคู่กลายเป็นศพเสียแล้ว สอบสวนญาติฝ่ายชายทราบว่าผู้ตายทำงานอยู่บริษัทน้ำดื่มชื่อดังแห่งหนึ่งคบหาอยู่กินกับ น.ส.เบญจพร มาหลายเดือนแล้วโดยฝ่ายหญิงไม่ได้ทำงานอะไรในช่วงนี้ เป็นคนหน้าตาดี ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยเนื่องจากฝ่ายชายหึงห่วงเพราะเป็นคนสวยหน้าตาดีพอทะเลาะกันทีไรฝ่ายหญิ่งมักหนีกลับบ้านฝ่ายชายจะตามไปง้อและกลับมาคืนดีกันหลายครั้ง ส่วนการลงมือในครั้งนี้ทั้งคู่ทะเลาะและต่อสู้กันภายในรถกันภายในรถ นายวศุภัทร ใช้มีดกระหน่ำแทง น.ส.เบญจพร จนเสียชีวิตแล้วนำผ่าห่มมาคลุมศพไว้ หลังจากนั้นจึงลงไปเอาเตาถ่านมาจุดรมควันจนตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว

ศิลปากรตรวจสอบองค์พระเจดีย์วัดสวนดอกพบเสียหายหลังถูกพายุถล่มเร่งซ่อมแซมใช้งบสูงถึง30ล้านบาท

วันที่30 มี.ค.นายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบยังวัดสวนดอกพระอารามหลวง ถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อสำรวจความเสียหายของตัวองค์พระเจดีย์โดยรอบซึ่งในเบื้องต้นพบว่ามีแผ่นทองจังโก้หลุดจากแรงพายุพัดอีกทั้งยังพบความเสียหายหลายจุดที่ต้องเร่งซ่อมแซมโดยเร็ว

นายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในส่วนของวันนี้ที่เข้ามาตรวจสอบพบร่องรอยความเสียหายของแผ่นทองจังโก้ที่หุ้มบริเวณปากระฆังด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพระมาหาฐานโดยในส่วนของความเสียหายนั้นพบว่ากระแสลมที่พัดผ่านองค์ระฆังลักษณะทรงกลมปรากฎว่าแผ่นทองจังโก้มีรอยเผยอออกมารอยต่อของแผ่นทองจังโก้ทั้งในทางดิ่งและทางราบซึ่งทำให้กระแสลมที่พัดมาด้วยความแรงสูงเข้ามาแทรกตามรอยนั้นทำให้เกิดแรงอัดระหว่างผิวขององค์เจดีย์ระหว่างพระธาตุกับทองจังโก้ที่หุ้มอยู่เกิดความโปร่งทำให้แรงดันฉีกขาดได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีความเสียหายอื่นด้วยยังพบว่าบริเวณยอดฉัตรมีการทรุดเอียงไปทางทิศตะวันตกและบริเวณส่วนฉัตรคอน้ำบริเวณบัวมีรอยฉีกขาดจากแรงลมเหลือเพียงไม่กี่แผ่น อีกทั้งผิวทองที่หุ้มเริ่มเสื่อมจากอายุตามกาลเวลาและทางวัดเป็นผู้ดำเนินการเองนั้นในช่วงปี 2549 เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมาแล้วและยังพบองค์เจดีย์บริวารมีการแตกร้าวด้วย ส่วนขั้นตอนการซ่อมแซมนั้นจะต้องมีการหารือกับทางวัดก่อนในเรื่องของงบประมาณ ส่วนในเรื่องเทคนิคการซ่อมแซมการบูรณะและการอนุรักษ์นั้นไม่มีความเป็นห่วงซึ่งก็เหมือนการบูรณะฟื้นฟูองค์พระฐานเจดีย์ทั่วไป อย่างไรก็ตามเรื่องงบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมในเบื้องต้นต้องมีการเปลี่ยนทองจังโก้ทั้งหมดรวมทั้งฉัตรและตัวพระธาตุเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

สะหรับเหตุการณ์พายุฤดูร้อนซึ่งทำให้องค์พระเจดีย์วัดสวนดอกได้รับความเสียหายเกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 26 มีนาคม 64 ที่ผ่านมาได้เกิดพายุฤดูร้อนลมพัดกรรโชกแรงในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะตัวเมืองเชียงใหม่ส่งผลให้แผ่นทองจังโก้ที่ห่อหุ้มองค์พระเจดีย์หลุดร่วงลงมาจนทำให้เห็นด้านในองค์พระเจดีย์ซึ่งหลังจากที่พายุสงบทางพระสงฆ์และสามเณรได้ช่วยกันนำแผ่นทองจังโกที่หลุดร่วงลงมาไปเก็บรักษาไว้เพื่อให้ทางสำนักศิลปกรที่7เชียงใหม่เข้าตรวจสอบ

ผู้อพยพหนีภัยสงครามทหารเมียนมา-กองกำลังกระเหรี่ยงKNUหนีตายทะลักอ.แม่สะเรียงจ.แม่ฮ่องสอนอย่างต่อเนื่องหลายฝ่ายชี้ไทยต้องให้ที่พักพิงตามหลักมนุษยธรรมหลังมีภาพทางการไทยผลักดันกลับประเทศ

จากกรณีมีการสู้รบกันระหว่างทหารกองพลน้อยที่ 5 กองกำลังกะเหรี่ยง KNU กันทหารเมียนมาสังกัดกองพันทหารราบที่ 73 (ฐานเซหมื่อท่า) ตรงข้ามชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2564 ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ ทหารกะเหรี่ยงอิสระสามารถยึดอาวุธ ยุโธปกรณ์ และอุปกรณ์สื่อสารของทหารพม่าได้เป็นจำนวนมาก และทหารกะเหรี่ยงอิสระ KNU ได้ปฏิบัติการทางทหาร ต่อทหารพม่า สังกัดกองพันเคลื่อนที่เร็ว ที่ 341 ฐานตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยทางกลุ่ม KNU ได้ทำการซุ่มโจมตีทหารพม่ากองพันดังกล่าว เสียชีวิตไป 3 นาย และบาดเจ็บอีก 2 นาย ทำให้ทหารเมียนมานำกำลังบุกเข้าโจมตีทหารกะเหรี่ยงทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ จนเป็นเหตุให้มีผู้อพยพในพื้นที่สู้รบในเขตประเทศเมียนมาอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำสาละวินชายแดนไทยในพื้นที่ อ.สบเมย และ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวนหลายพันคน

ต่อมามีภาพทางการไทยได้ผลักดันผู้ที่หนีการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังกะเหรี่ยงเข้ามาฝั่งไทยพื้นที่สบแงะ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีการผลักดันกลับไปฝั่งประเทศเมียนมา เมื่อเย็นวันที่ 29 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา หลายฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยชี้เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ต่อมาหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน อำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ชี้แจงว่าจากการประเมินสถานการณ์ชายแดน เห็นว่าเบาบางไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง จึงได้มีการผลักดันกลับ หากสถานการณ์สู้รบกลับมารุนแรงอีกทางฝ่ายไทยก็พร้อมให้ที่พักกับผู้ที่อพยพหนีภัยสงครามเข้ามาฝั่งไทย

นายสิธิชัย จินดาหลวง ผวจ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าได้เตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้านรองรับสถานการณ์ หลังจากที่มีประชาชนชาวกะเหรี่ยงตามพื้นที่ชายแดนในประเทศเมียนมาบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ข้ามฝั่งมายังแนวตะเข็บชายแดนของประเทศไทยแล้ว โดยเข้ามาอยู่ในจุดแรกรับซึ่งกองกำลังนเรศวรควบคุมดูแลเป็นการรับเบื้องต้นโดยทางทหารก็มีกระบวนการและมาตรการดูแล หากสอบสวนแล้วอาจจะแค่ตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวก็จะให้กลับเข้าไปในเขตประเทศเมียนมาที่อยู่อาศัยเดิม แต่ถ้าหากผู้อพยพเหล่านี้ได้รับผลกระทบถึงขั้นอาจจะเสี่ยงต่อชีวิตทางเราก็จะดูแลไว้ในห้วงระยะเวลาหนึ่งตามหลักมนุษยธรรมตามสมควร และผู้อพยพเหล่านี้ยังอยู่ในการดูแลของทหาร ยังไม่ได้ส่งต่อให้ฝ่ายปกครองจังหวัดแต่เราก็ต้องเตรียมความพร้อมทุกด้านไว้ ส่วนความชัดเจนจากกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงามเพิ่มเติมว่าการสู้รบระหว่างชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง KNU กับทหารเมียนมา ยังไม่มีรายงานกระสุนปืนเข้ามาตกในเขตไทยแต่อย่างใด โดยทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สั่งการให้นายอำเภอแต่ละอำเภอประสานงานกับฝ่ายทหารอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนไทยตามแนวชายแดน โดยล่าสุด มีชาวเมียนมาเชื้อสายกะเหรี่ยงอพยพเข้ามาในพื้นที่ อ.แม่สะเรียงจำนวนสองพันกว่าคนด้วยกัน

รองแม่ทัพภาคที่3ส่งชุดรณรงค์สร้างจิตสำนึกและประชาชนจิตอาสาภัยพิบัติลงพื้นที่สร้างการรับรู้แก้ปัญหาหมอกควันเข้มข้นช่วงเดือนเม.ยเนื่องจากสภาพอากาศร้อนส่งผลต่อการเกิดไฟป่า

พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ใกล้เข้าสู่เดือนเมษายน ซึ่งจะมีอากาศที่ร้อนทำให้พื้นที่เกิดความแห้งแล้ง ส่งผลกระทบกับการเกิดปัญหาไฟป่า ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพอากาศของวันนี้พบว่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือเริ่มมีค่าฝุ่นละอองที่มีผลกระทบกับประชาชนในหลายจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ และจังหวัดพะเยา โดยมีค่า PM 2.5 ระหว่าง 37 – 140 ไมโครกรัม / ลูกบาศก์เมตร, ค่า PM 10 ระหว่าง 62 – 157 ไมโครกรัม / ลูกบาศก์เมตร และค่า AQI ระหว่าง 50 – 250 ไมโครกรัม / ลูกบาศก์เมตร โดยมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ในพื้นที่ ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สำหรับสถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อน 17 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า จำนวน Hotspot (ดาวเทียมระบบ VIIRS) ในช่วงเช้านี้จำนวน 320 จุด เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 174 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 112 จุด ,พื้นที่เกษตร จำนวน 14 จุด ,เขต สปก. จำนวน 10 จุดโดยจังหวัดที่มีจุดความร้อนมากที่สุด คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 135 จุดปัจจุบันกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้ายังคงส่งชุดรณรงค์สร้างจิตสำนึก ชุดดับไฟของหน่วยทหารในแต่ละพื้นที่ รวมไปถึงประชาชนจิตอาสาภัยพิบัติ ลงพื้นที่จุดเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนลดการเผาแก้ปัญหาหมอกควัน