ขึงเพิ่มรั้วลวดหนามลาดตระเวณเข้มชายแดนคนไทย-เมียนมาคนไทยแห่ลงทะเบียนหนีโควิด19ท่าขี้เหล็กเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่มีการประสานงานระหว่างศูนย์ประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่น ไทย – เมียนมา หรือ ทีบีซี ได้มีการประสานให้มีการนำคนไทยที่ลักลอบข้ามแดนไปทำงานในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และได้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้้่นที่ ทำให้คนไทยที่ได้เดินทางออกนอกประเทศตามพิธีการตรวจคนเข้าเมืองได้ติดต่อขอกลับประเทศ แต่ก็มีคนไทยอีกส่วนที่ไม่สามารถกลับมาได้ทำเกิดการลักลอบข้ามแดน เพื่อหนีการแพร่กระจายของโรค ทางศูนย์ประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่นจึงได้มีการประสานงานกันเพื่อให้กลุ่มคนไทยดังกล่าวกลับเข้ามาตามช่องทางที่ถูกต้องและนำมาตรวจและกักกันโรคเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย

โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำคนไทยข้ามพรมแดนกลับมาพร้อมกับนำเข้ามาสู่ระบบ local quarantine หรือการกักกันโรค ก่อนที่จะให้กลับสู่ภูมิลำเนาโดยพบว่าขณะนี้ได้มีคนไทยใน จ.ท่าขี้เหล็กติดต่อเข้ามาเพื่อของกลับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ทาง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ได้มีการนำรั้วลวดหนามไปติดตั้งเพิ่มตามช่องทางธรรมชาติ และลาดตระเวณตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบข้ามแดน และมีการลาดตระเวณอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 3

สำหรับยอดคนไทยที่ได้ลงทะเบียนกับทางศูนย์ประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย – เมียนมา หรือ ทีบีซี มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการเดินทากลับประเทศ โดยได้ลงทะเบียนกับทาง ทีบีซีเมียนมาแล้วจำนวน 121 คน ซึ่งได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยแล้ว จำนวน 84 คน ซึ่งคาดว่าจะมีการมาลงทะเบียนเพิ่มอีก และจะทะยอยเดินทางมาที่ด่นพรมแดนแม่สาย – ท่าขี้เหล็กแห่งที่ 2 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้นำเข้าส่ระบบการคัดกรองโรคต่อไป

ไม่ทิ้งประชาชนนักรบสีน้ำเงินนพค.36นำเสื้อผ้าห่มกันหนาวและอุปกรณ์การกีฬาหน้ากากอนามัยมอบให้เด็กนักเรียนโรงเรียนตชด.บนดอยสูง

กองบัญชาการกองทัพไทย ไม่ทิ้งประชาชน ส่งกำลังพลนักรบสีน้ำเงิน หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 ( นพค.36 สนภ.3 นทพ./ศบภ.นพค.36 สนภ.3 นทพ.) นำเสื้อผ้า- ผ้าห่มกันหนาวและอุปกรณ์กีฬา ในโครงการ “กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมใจต้านภัยหนาว” ไปมอบให้เด็กนักเรียนศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยโป่งเลา ต.แม่กิ๊ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนบนพื้นที่สูง บรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังได้นำหน้ากากอนามัยไปแจกให้เด็ก ๆ นำประชาชน นักเรียนบนพื้นที่ห่างไกลกันดาร กินร้อน ช้อน กลาง รักษาระยะห่าง หมั่นล้างมือด้วยเจลที่ถูกหลักอนามัย เพื่อป้องกันเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

สำหรับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยโป่งเลา ต.แม่กิ๊ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ห่างจาก อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 104 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางถึงโรงเรียน 2.30 ชั่วโมง เป็นถนนลาดยาง 95 กิโลเมตร ถนนลูกรังเข้าไปโรงเรีน 8 กิโลเมตร เปิดการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.57 ระดับชั้น ป.1-ป 6 มี ส.ต.อ.ณัฐคมน์ สิริแจ่มพงศ์ เป็นครูใหญ่ มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 26 คน การเรียนการสอนโดยบูรณาการทุกวิชาให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นชุมชน และวัฒนธรรมประเพณี พร้อมจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริมสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนค่อนข้างอ่อน ดำเนินโครงการตามพระราชดำริในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 8 โครงการ ให้เป็นรูปธรรมตามโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เพื่อให้นักเรียนมีอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการบริโภคตลอดปีการศึกษา โดยใช้ผลผลิตการเกษตรที่ผลิตขึ้นภายในโรงเรียนมาประกอบอาหาร และโรงเรียนตั้งอยู่บนดอยสูงในถิ่นกันดาร ในช่วงหน้าหนาวจะมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น ช่วงกลางคืน อุณหภูมิต่ำสุด 8 องศา

 

 

ตำรวจภาค5รวบขบวนการค้ายาบิ๊กล็อตยาบ้า1ล้านเม็ดยาไอซ์150กิโลกรัมยาเค10กิโลกรัมเงินสด5ล้านบาท

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พล.ท.บุญยืน อินกว่าง มทน.3/ผบ.ศป.บส.ชน. นายรัฐพล นราดิศร รอง ผวจ.เชียงใหม่ นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ทหาร ปปส. ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญจำนวน 3 คดีผู้ต้องหาจำนวน 10 คนรวมของกลางยาบ้า 1,000,000 เม็ด ยาไอซ์ 150 กิโลกรัม ยาเคตามีน 10 กิโลกรัม และ เงินสด 5,494,500 บาท

โดยคดีแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชียงราย เจ้าหน้าที่ศุลกากรเชียงแสน ได้จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมเงินสด 5,494,500 บาท จับกุมได้ขณะผู้ต้องหาพยายามจะนำเงินดังกล่าวข้ามเรือบริเวณท่าเรือผ่อนปรนหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าจะนำของกลางส่งไปยังประเทศลาว คดีที่สองเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราจับผู้ต้องหาเป็นชาย 8 คนพร้อมของกลางยาไอซ์ 150 กิโลกรัม เคตามีน ประมาณ 10 กิโลกรัมรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ 4 ประตู สีบรอนเงิน ทะเบียน กท 5017 เชียงรายรถจักรยานยนต์ จำนวน 6 คันโทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง โดยจับกุมตัวได้ขณะทั้งหมดกำลังลำเลียงยาเสพติดจากช่องทางบ้านเอดิเมียนมา อข้ามาทางบ้านปูนะ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ส่วนคดีที่สาม เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจห้วยไร่ สภ.ห้วยไร่ จ.แพร่ จับกุมตัวผู้ต้องหา1 คน พร้อมของกลางยาบ้า 1,000,000 เม็ดรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีน้ำตาล ทะเบียน ณต 3853 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องเงินสด 20,000 บาท รับสาภาพว่ารับจ้างจากพ่อค้ายาที่ภาคกลาง นำรถบรรทุกยาไปส่งที่จังหวัดอุตรดิษถ์ พอขับมาเจอด่านตรวจ ด้วยความตกใจคนร้ายได้หยิบเงินให้ตำรวจ 2 หมื่นบอกให้ค่าผ่านทางเพราะแอบต้มเหล้าเถื่อนขนมา แต่ตำรวจที่ด่านดังกล่าวไม่รับส่วย จึงขอตรวจค้นก็พบยาบ้าและจับกุมตัวไว้

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่ากลุ่มยาชุดนี้ที่เราจับกุมได้เป็นยาที่ข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านจะนำส่งเข้าพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเรากำลังสอบสวนขยายผลเพื่อกำจัดวงจรกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง และยึดทรัพย์ทั้งหมด โดยเงินที่เรายึดได้กว่า 5 ล้านเชื่อว่าจะเป็นท่อน้ำเลี้ยงที่จะนำส่งกลุ่มขบวนการค้ายา ตอนนี้เราก็พอมีข้อมูลและกำลังเร่งสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง

ใกล้โค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายกอบจ.กลุ่มประชารัฐเชียงใหม่ดาวกระจายหาเสียงชูเชียงใหม่เป็นมหานคร

นายบดินทร์ กินาวงศ์ ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่เบอร์4หัวหน้ากลุ่มประชารัฐเชียงใหม่ กล่าวถึงบรรยากาศของการหาเสียงช่วงเข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งอาทิตย์ที่20ธ.ค.ศกนี้ว่า เท่าที่ออกพบปะและแจกจ่ายนโยบายของตนเองและหาเสียงให้กับลูกกลุ่มไปด้วยวิธีการหาเสียงแบบดาวกระจายไปยังจุดชุมชนสำคัญในแต่ละอำเภอ ผลเป็นที่น่าพอใจเนื่องจากได้บอกกล่าวอธิบายกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ไปแล้ว ทั้งนโยบายที่ชัดเจนไม่เพ้อฝันแน่นอนและจะนำโครงการใหญ่ที่อนาคตเชียงใหม่ต้องมีแน่นอนและทำทันที

ผมเสนอตัวเองพร้อมสมาชิกกลุ่มจะผลักดันโครงการใหญ่ๆ เช่นระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่มีการเชื่อมต่อจากรอบนอกถึงภายในตัวเมืองอย่างมีระบบที่ผ่านมามีแต่พูดอย่างเดียวแต่ในความเป็นจริงคือหลอกประชาชน ผมพร้อมทำทันทีหากพี่น้องประชาชนให้การสนับสนุน ในส่วนของการท่องเที่ยวเชียงใหม่ปัจจุบันภาคเอกชนเข้มแข็งมากเอกชนช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอดเพราะสภาพแวดล้อมและภูมิประเทศตลอดจนวัฒนธรรมหลากหลายเรายังขายทุนเดิม ไม่มีการต่อเติมแต่งแต้มสิ่งแปลกใหม่ผุดขึ้นมาเลย วันใดวันหนึ่งหากนักท่องเที่ยวเบื่อแล้วและเราไม่คิดจะทำสิ่งแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น เราตามจังหวัดหรือภูมิภาคอื่นๆไม่ทันแน่ การท่องเที่ยวผมให้ความสำคัญจะผุดไอเดียสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆที่อลังการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะการท่องเที่ยวทำเงินมหาศาลให้กับเชียงใหม่และผู้คนอยู่ดีกินดีกับเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวมาเป็นอันดับต้นๆ ด้านเศรษฐกิจสังคมตอดจนการพัฒนาอาชีพส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมกลุ่มจัดเป็นนโยบายเร่งด่วนเพื่อโอบอุ้มภาคเกษตรให้มีแหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายสินค้าที่ชัดเจนไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบด้านราคาและผลักดันทันทีให้เชียงใหม่เป็นมหานคร

ขณะนี้ทั้งหมด23คนของสมาชิกกลุ่มประชารัฐเชียงใหม่ที่สมัครส.อบจ.ในแต่ละเขตพร้อมทุกคนพร้อมเดินหน้าบอกกล่าวเล่าขานให้พี่น้องชาวเชียงใหม่ได้ตื่นจากฝันอยู่กับปัจจุบันที่เป็นจริง ทั้งหมด23คนประกอบด้วยผม”นายบดินทร์ กินาวงศ์”ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่เบอร์4(หัวหน้ากลุ่ม) นายกันตภณ พัฒนเพธานน ผู้สมัครส.อบจ. เบอร์3 อ.สันทรายเขต1, ร.ต.ปวิช พงษ์มณี ผู้สมัครส.อบจ.เบอร์3 อ.สันทรายเขต2, นายยุทธพงษ์ แสนพรหม ผู้สมัครส.อบจ.เบอร์3อ.สันทรายเขต2,นายมงคล สุนทรแก้ว ผู้สมัครส.อบจ.ดอยสะเก็ดเบอร์3 เขต1,นายสรพงศ์ บุญธรรม ผู้สมัครส.อบจ.ดอยสะเก็ดเบอร์3เขต2,นายวัลลภ มูลก้อนแก้ว ผู้สมัครส.อบจ.สันกำแพงเบอร์3 เขต2, นายฉลวย ยาวิลาศ ผู้สมัครส.อบจ.สันป่าตอง เบอร์3 เขต1,นายศิลป์ไทย ติยานุพันธุ์ ผู้สมัครส.อบจ.แม่อายเบอร์3 เขต2, นางวิรินทร์พิมล สุพรรณกุล ผู้สมัครส.อบจ.สารภีเขต2เบอร์3,นายสอาด ดอนแก้ว ผู้สมัครส.อบจ.แม่แตงเขต1เบอร์3, นายอาณาจักร อู่ทอง ผู้สมัครส.อบจ.แม่ริมเขต1 เบอร์4, นายมงคล บุญล้ำ ผู้สมัครส.อบจ.แม่ริมเบอร์4 เขต2, นายพิสิษฐ์ โรจนะบริบูรณ์ ผู้สมัครส.อบจ.พร้าว เบอร์3, นายประสิทธิ์ มางเมาะ ผู้สมัครส.อบจ.แม่ออน เบอร์3, พ.ต.ท.นาวิน วงศ์รัตนมัจฉา ผู้สมัครส.อบจ.เวียงแหง เบอร์3, นายภูวนัตถ์ วนาไพร ผู้สมัครส.อบจ.อมก๋อย เบอร์3, นายธรรมนูญ วุฒิลักษณ์ ผู้สมัครส.อบจ.เชียงดาวเขต1 เบอร์3, นางจารุพร การะหงษ์ ผู้สมัครส.อบจ.เชียงดาวเขต2เบอร์3,นายอดิศร อยู่ศิริ ผู้สมัครส.อบจ.ไชยปราการ เบอร์4, นายสุคำ ฐาปนาวิทยากุล ผู้สมัครส.อบจ.ฝางเขต1 เบอร์4, นายมฤคินทร์ ตาไฝ ผู้สมัครส.อบจ.ฝางเขต2 เบอร์4, นายวัชรากรณ์ ภูวรินทร์ยศกุล ผู้สมัครส.อบจ.ฝางเขต3 เบอร์4,นางณัฐพศิน ปินธง ผู้สมัครส.อบจ.แม่อายเขต2เบอร์4
หัวหน้ากลุ่มประชารัฐเชียงใหม่กล่าวสรุปล่าสุดว่า ในการเดินทางไปเยี่ยมชาวตลาดแม่โจ้สันทรายหลวง 1 ธค.63มีเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม ท้องถิ่นต้องมีนโยบายของตนเองเชื่อมต่อกับทุกรัฐบาลได้ ย้ำชัดถึงนโยบายให้เชียงใหม่เป็นมหานคร สร้างระบบขนส่งมวลชนปราศรัยตลาดดอยสะเก็ด ย้ำเตือนประชาชนให้ตื่นจากความฝันที่พรรการเมืองพูดลอยๆๆว่าจะพัฒนาโดยไม่มีข้อเสนอทีชัดเจนว่าจะทำอะไรและอย่างไรนอกจากนี้แล้วพรรคการเมืองยังอาศัย อบจ.เป็นเครื่องมือใยการต่อรองการเมืองระดับประเทศทำให้การบริหารงานท้องถิ่นเสียหาย เหมือนที่เกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งหมดเป็นผู้สมัครของกลุ่มประชารัฐ ที่มีความรู้ความสามารถและมีอุดมการณ์เดียวกันพร้อมทำงานให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ในการเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงใหม่และส.อบจ.เชียงใหม่ในวันที่20ธ.ค.2563จึงขอโอกาสในการเลือกตั้งขอพี่น้องชาวเชียงใหม่ไปใช้สิทธิ์เลือกส.อบจ.ของกลุุ่มประชารัฐเชียงใหม่และเลือกตนเองเป็นนายกอบจ.เชียงใหม่คนต่อไป.

ผบช.ภาค5ยันโดนดำเนินคดีแน่สาวไทยหนีโควิดข้ามแดนผิดกฏหมายรอรักษาให้หายค่อยแจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและพรบ.สาธารณสุขด้านคนไทยติดฝั่งท่าขี้เหล็กแห่ลงทะเบียนขอกลับบ้านเกิด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัวโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ทำให้มีคนไทยลักลอบเดินทางกลับประเทศตามช่องทางธรรมชาติ และมีการติดเชื้อในประเทศไทย ทางจังหวัดเชียงรายได้ประสานกับทางเมียนมา เพื่อขอให้คนไทยทั้งที่เดินทางไปในประเทศเมียนมาอย่างถูกต้อง และทั้งที่ลักลอบเข้าไปตามช่องทางธรรมชาติ ให้กลับเข้ามาตามช่องทางด่านพรมแดน โดยไม่ต้องรับโทษการหลบหนีเข้าเมืองของทางเมียนมา เพื่อจะได้สามารถควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดในประเทศเทศไทยได้

ข้อมูลล่าสุดพบว่ามีชาวไทยที่อยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็กได้มาลงทะเบียนเพื่อกลับเข้าสู่ประเทศไทยกับศูนย์ประสานงานท้องถิ่นไทย-เมียนมา หรือ TBC จำนวน 67 คน กลับมาแล้วเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา จำนวน 17 คน พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน ผกก.ตม.จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ได้มีชาวไทยที่อยู่ในเมืองต่างๆ ในประเทศเมียนมาได้ลงทะเบียนกับกระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 42 คน เพื่อขอเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยทางด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 2 ด้วย ซึ่งในส่วนการเดินทางเข้ามาของผู้ติดต่อเข้ามาผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศนั้น จะมีวงรอบในการเดินทางกลับประเทศไทยในวัน จันทร์ พุธ และศุกร์ ซึ่งทุกคนที่ผ่านเข้ามาจากประเทศเมียนมาตามช่องทางพรมแดนแม่สายแห่งที่ 2 นี้ จะได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด -19 ทุกคน และจะมีการกักตัวในสถานที่ซึ่งทางจังหวัดเชียงรายจัดไว้ให้ และหากพบว่าติดเชื้อก็จะนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ทันที

ส่วนการป้องกันการลักลอบเข้ามาทางแนวชายแดน พล.ต.พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง ได้ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ตามเส้นทางแนวชายแดน โดยได้ลาดตระเวณตามจุดเสี่ยง และช่องทางธรรมชาติ พร้อมทั้งได้ตรวจเยี่ยมกำลังเจ้าหน้าที่ ตามจุดตรวจจุดสกัดต่างๆ ในพื้นที่ตั้งแต่พื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่สาย อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนอย่างผิดกฎหมายและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่กำลังระบาดในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ด้านตำรวจภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใน สภ.ต่างๆ ที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนประเทศเมียนมา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราและตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางต่างๆ ร่วมกับ ทหาร ฝ่ายปกครอง และผู้นำท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยเช่นกัน

ด้านพล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่าตอนนี้ตนได้สั่งการให้ทุกจังหวัดที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดน เน้นย้ำการตรวจจับป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง แลัะหากประชาชนคนไทยที่อยู่ต่างประเทศแล้วอยากกลับเข้าประเทศ ขอให้มาพบเจ้าหน้าที่ตรงด่านชายแดนแบบถูกกฏหมายเพื่อเข้าสู่กระขวนการคัดกรองเพื่อป้องกันการแรพ่ระบาดของโรค ไม่ใช่หลบหนีเข้ามาแล้วนำเชื้อมาแพร่ระบาด สร้างความเดือดร้อนต่อสังคมของคนหมู่มาก สำหรับกลุ่มสาวที่หลบหนีเข้าเมืองมาแล้วนำเชื้อโรคมาแพร่จนระบาดอยู่ในขณะนี้ ทางตำรวจก็รอให้รักษาหายตัวดีแล้วก็จะมีการดำเนินคดีข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และพรบ.สาธารณสุข ให้เป็นคดีตัวอย่าง

ด่วนๆกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขแถลงยืนยัน 6 สาวไทย ลักลอบหนีโควิด19จากสถานบันเทิงในเมียนมา เข้ามาทาง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดเชื้อ “COVID19” รวมเป็น 10 คน กระจายไป 6 จังหวัดในประเทศไทย.

กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขแถลงยืนยัน 6 สาวไทย ลักลอบหนีโควิด19จากสถานบันเทิงในเมียนมา เข้ามาทาง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดเชื้อ “COVID19” รวมเป็น 10 คน กระจายไป 6 จังหวัดในประเทศไทย.

จับ8หนุ่มขนยาไอซ์160กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่ทหารร้อยม.1 บก.ควบคุมที่ 1 ฉก.ม.3 ร่วมกับ บก.ควบคุม ปส.ชป.พิเศษ ศป.พมพ.บ้านห้วยส้าน ฝ่ายปกครอง อ.แม่ฟ้าหลวง จนท.ตร.ตู้เทอดไทย ได้รับแจ้งจากสายรับว่ามีการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณ สำนักสงฆ์อาไฮ่ หมู่ 3 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย จึงได้จัดกำลังพลทำการลาดตระเวนเมื่อถึงที่เกิดเหตุ จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบชาย 3 คนไม่ทราบชื่อและนามสกุล ท่าที มีพิรุจ และ พบยาเสพติดประเภทที่ 1 ( ไอซ์ ) จำนวนประมาณ 7 กระสอบประมาน 160 กิโลกรัม ต่อมาอีกประมาณ 10 นาที นาย จะแช และ นาย ป่าสอ เข้ามายังที่เกิดเหตุคาดว่าจะมารับยาเสพติดและภายหลังได้ตามจับผู้ต้องสงสัยได้อีก 3 นาย รวมผู้ต้องหา 8 นาย จึงได้ทำการควบคุมตัวและส่งดำเนินคดีเพื่อขยายผลต่อไป

พิษสาวโควิดเชียงใหม่หวั่นท่องเที่ยวทรุดยังไม่ล็อคดาวน์และกักตัว14วันส่วนภาคธุรกิจท่องเที่ยวมอบ1แสนบาทหากมาแล้วติดและมอบ1ล้านบาทหากถึงแก่ชีวิตเพราะโควิดที่เวียงพิงค์

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 จ.เชียงใหม่ หน้า สภ.ดอยสะเก็ด ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าจากที่จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นรายที่ 42 ของจังหวัด ในทางการแพทย์ได้มีการสืบสวนสอบสวนโรคผู้ที่สัมผัสในระดับต่างๆ ได้ตัวผู้สัมผัสเกือบครบถ้วนแล้ว ในทางป้องกันให้เป็นไปตามมาตการการตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เองได้เคยใช้มาตรการนี้ไปแล้วในช่วงเริ่มต้นที่โควิด-19 ระบาด โดยการตรวจผู้ที่จะเข้าจังหวัดเชียงใหม่ทุกคนในทุกเส้นทางที่เชื่อมมาจากจังหวัดอื่น ในทุกเส้นทางสำคัญก็จะมีด่านตรวจคัดกรองสำหรับการให้มีจุดตรวจคัดกรองฯ เพื่อตรวจผู้เข้าสู่เชียงใหม่ครั้งนี้มีเพียง 2 แห่งคือ ที่นี่อำเภอดอยสะเก็ดและที่อำเภอแม่อาย พี่น้องประชาชนที่มาจากต่างจังหวัดซึ่งต้องผ่านจุดตรวจคัดกรองทั้ง 2 จุด อาจจะไม่ได้รับความสะดวกบ้าง ก็อยากให้เข้าใจในความจำเป็นที่จังหวัดเชียงใหม่ต้องดำเนินการเช่นนี้

ถึงขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังไม่มีประกาศใดๆ เพิ่มเติมออกมาทั้งสิ้น ยังคงใช้มาตรการควบคุมโรคซึ่งดำเนินอยู่เป็นปกติต้องขอความร่วมมือในการที่ต้องป้องกันตัวเอง ใส่หน้ากากอนามัยเสมอเมื่อไปยังพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ที่ต้องพบผู้คนมากๆ เข้าสถานที่ต่างๆ มีการเช็คอินผ่าน “ไทยชนะ” ซึ่งเป็นมาตรการประจำที่ทุกคนคุ้นชินและปฏิบัติมาโดยตลอดเชียงใหม่วันนี้ยังดำเนินไปตามปกติที่เคยเป็นมา มีบางอย่างที่ต้องเพิ่มความเข้มข้นในสิ่งเดิมๆ ที่ทุกคนควรปฏิบัติเป็นปกติประจำอยู่แล้ว มาเชียงใหม่แล้วก็ยังไม่มีการต้องกักตัว 14 วัน มาเชียงใหม่แล้วเกรงจะมีการล็อคดาวน์ เรื่องเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ด้านนายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าทางภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ได้มีมติร่วมกันที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนเชียงใหม่ในห้วงเดือนธันวาคม 2563 นี้ ซึ่งถือว่าเป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ หากมาเที่ยวแล้วติดโควิด19 ภาคเอกชนเรายินดีมอบเงินเป็นค่าทำขวัญให้ 1 แสนบาท และหากผิดพลาดหนักยิ่งกว่านั้นถึงขึ้นเสียชีวิต ทางภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวเชียงใหม่จะมอบเงินให้ 1ล้านบาทเพื่อเป็นค่าทำขวัญและเรียกความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งที่ผ่านมาหลังเกิดการพบหญิงติดเชื้อ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ทำงานด้วยความรวดเร็วทันทีที่พบผู้ป่วย มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน แม้ว่าภายนอกอาจจะมองว่าข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณชนจะล่าช้า แต่ทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มที่กระทั่งได้ข้อมูลที่ชัดเจนจึงเปิดเผย ตรงนี้สร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชนมาก ซึ่งเชียงใหม่มีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว ทางเราจึงมีมติร่วมกันเพื่อเรียกความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวให้ฟื้นกลับคืนมาใหม่ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวช่วงเดือน ธันวาคม นี้โดยได้มีการปฏิบัติในการป้องกันตัวเองตามมาตรการควบคุมโรค อย่างเช่น สวมหน้ากาก เช็ดอิน “ไทยชนะ” หากติดจริง ภาคเอกชนเรายินดีมอบเงินเป็นค่าทำขวัญให้

ท่าขี้เหล็กเมียนมาระส่ำโควิดระบาดหนักปิดโรงแรมสถานบันเทิงสาวไทยตกงานหนีข้ามแดนเที่ยวเชียงใหม่ด้านผวจ.เชียงรายสั่งล่าขบวนการลักลอบขนคนเข้าไทย

นพ.ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย ได้เปิดเผยข้อมูลของหญิงสาวที่ติดเชื้อที่ จ.เชียงใหม่ ได้ทำงานที่สถานบันเทิงเดียวกันกับหญิงสาวอายุ 20 ปีผู้ติดเชื้อนอกศูนย์กักดูอาการใน จ.ท่าขี้เหล็ก หลังจากนั้นก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อในสถานที่เดียวกันนี้อีก 4 ราย จนกระทั่งพบว่าหญิงสาวที่ จ.เชียงใหม่ เดินทางกลับประเทศไทยมีการติดเชื้อ มีผู้สัมผัสใน จ.เชียงราย จำนวน 51 ราย เป็นผู้มีความเสี่ยงสูง 49 ราย คือคนที่พาข้ามแดน คนขับรถจากชายแดนไปส่งที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.แม่สาย พนักงานขับรถและผู้โดยสารรถตู้ ผู้โดยสารรถบัสปรับอากาศและพนักงานจากสถานีเชียงราย ไปยัง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันได้หาตัวบุคคลต่างๆ ดังกล่าวเจอแล้วเป็นส่วนใหญ่และเข้าสู่กระบวนการควบคุมการระบาดของโรคแล้วแต่ก็มีบางคนที่อยู่ระหว่างตามหาตัวอยู่ ได้กำหนดให้ผู้ที่เคยมีประวัติลักลอบมาจากประเทศเมียนมาให้ไปรายงานตัวที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยมอบหมายให้ทางฝ่ายสาธารณสุขและฝ่ายปกครองแต่ละอำเภอรับไปดำเนินการ โดยนจะเร่งรัดจัดตั้ง Local Quarantine ที่ชายแดน อ.แม่สาย เพื่อไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเข้ามาลึกจากชายแดนและสนับสนุน Local Quarantine ใน อ.เมืองเชียงราย ที่เริ่มแออัดจากผู้ที่เข้าไปกักตัวมากขึ้นในขณะนี้

นายประจญ ปรัชญ์สกุล.ผวจ.เชียงราย เปิดเผยว่าการลักลอบข้ามแดนของผู้ติดเชื้อที่ จ.เชียงใหม่ นั้นยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เฝ้าสกัดกั้นอย่างหนักแล้ว แต่มีกลุ่มคนที่เป็นขบวนการนำพาเข้ามาเพื่อแลกกับเงินค่าจ้าง โดยหากพบว่าเจ้าหน้าที่ว่างสิ่งกีดขวาง ไฟส่องสว่าง หรือลาดตระเวณไปจุดใดก็จะเลี่ยงไปยังจุดอื่น โดยเฉพาะทางดอยกุเต็งนาโย่ง ผาฮี้ ผาหมี ที่เป็นป่าเขา ซึ่งล่าสุดได้ให้ฝ่ายตำรวจนำไปปฏิบัติแล้ว อย่างไรก็ตามชายแดนไทย-เมียนมา มีระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร และบางช่วงเป็นลำน้ำที่คับแคบ ดังนั้นจึงได้ประสานไปยังทาง จ.ท่าขี้เหล็ก เพื่อให้ช่วยนำพาคนไทยที่ตกค้างกลับมาตามช่องปกติโดยจะมีการตรวจหาเชื้อให้ฟรีด้วยซึ่งจะลดความเสี่ยงแทนที่จะปล่อยให้หลบหนีเข้ามาอีก ทั้งนี้ยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายในการปิดด่านพรมแดนที่เหลือเพียงจุดเดียวดังกล่าว เพราะจะส่งผลกระทบอย่างมากโดยจะดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้ให้ดีที่สุดก่อนแต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง

ผวจ.เชียงราย กล่าวอีกว่าปัจจุบันได้รับแจ้งมีขบวนการขนคนข้ามมาจากฝั่งประเทศเมียนมา มีบริการไปรับ-ส่งที่พัก โดยพบว่าหัวหน้าเป็นชาวต่างด้าวที่อาศัยอยู่ที่ชายแดนฝั่งไทย ตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย นำทีมสืบสวนสอบสวนเพื่อจัดการกับขบวนการดังกล่าว เพราะเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการลักลอบเข้ามาของหญิงสาวที่พบเชื้อที่ จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้จะประสานไปยัง ผู้ว่าการ จ.ท่าขี้เหล็ก และคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) ขอให้ตรวจหาคนไทย และรับส่งออกมาทางด่านพรมแดนตามช่องทางปกติ เพราะเชื่อว่ายังมีหญิงสาวที่ข้ามไปทำงานที่สถานบันเทิงใน จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นแห่งเดียวกับหญิงสาวที่ติดเชื้อที่ จ.เชียงใหม่ ทำงานอยู่อีกหลายคน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าการพบเชื้อครั้งแรกใน จ.ท่าขี้เหล็ก เกิดขึ้นหลังจากมีชายสูงวัยเดินทางจากกรุงย่างกุ้ง ไปพบปะกับหญิงสาวอายุ 20 ปี จากนั้นได้เดินทางกลับไปที่กรุงย่างกุ้ง แล้วหญิงสาว ก็ได้แพร่เชื้อไปยังกลุ่มคนใกล้ตัวก่อนจะมีอาการป่วย ส่วนหญิงสาวชาวไทยอายุ 29 ปีผู้ติดเชื้อที่ จ.เชียงใหม่ นั้นมีประวัติว่าช่วงที่ทำงานอยู่ที่โรงแรม 1G1 ได้พักอยู่กับหญิงสาวชาวไทยอีก 2 คน และทำงานอยู่ในห้องเดียวกับหญิงสาวอายุ 20 ปีชาวเมียนมาด้วย สำหรับโรงแรม 1G1 ตั้งอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ปัจจุบันได้ถูกสั่งปิดแล้วหลังพบมีผู้ติดเชื้อจากสถานที่ดังกล่าวหลายคน ส่วนทั้ง จ.ท่าขี้เหล็กขณะที่มีผู้พบเชื้อแล้วจำนวน 15 รายด้วยกัน