เชียงรายมั่นใจเอาอยู่คุมโควิด-19เป็นไปด้วยดีรักษาหายกลับบ้านได้11รายเหลือ41ยังรักษาอยู่ล้วนเป็นคนที่หนีตายจากท่าขี้เหล็กเข้ามาถูกต้องผ่านการคัดกรองกักตัวย้ำเที่ยวได้ไม่มีการระบาดในจังหวัด

14 ธันวาคม 2563 ที่ศาลากลาง จ.เชียงราย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รอง.ผวจ.เชียงราย ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสกัดกั้นโรคไว้รัสโควิด-19 ประชุมคณะทำงานโดยมีเนื้อส่วนใหญ่ในการดำเนินการกับผู้ที่เดินทางมาจากด่านพรมแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผ่านเข้ามาทางศูนย์กักดูอาการหรือ Local state quarantine ซึ่งปัจจุบันมีกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ที่ได้จัดตั้งเอาไว้จำนวน 10 จุด ปัจจุบันมีผู้เข้าอยู่ใน LSQ จำนวน 262 ราย และมีผู้ครบกำหนดการดูอาการเป็นเวลา 14 วันทยอยกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง พบว่าในวันเดียวกันนี้ได้มีผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน จ.เชียงราย หายป่วยและกลับบ้านได้แล้วอีกจำนวน 4 ราย รวมผู้ที่รักษาจนหายและกลับบ้านได้แล้วจำนวน 11 ราย

นายวรวิทย์ กล่าวว่า วันนี้ได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน LSQ เพิ่มจำนวน 6 ราย ซึ่งไม่น่าเป็นห่วงเพราะเดินทางผ่านเข้ามาทางด่านพรมแดน อ.แม่สาย และเข้าสู่กระบวนการกักตัวในทันทีส่วนภายในจังหวัดไม่พบผู้ติดเชื้ออีกเลยนับตั้งแต่รายล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็พบมีผู้ที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เข้ามาทางด่านพรมแดน อ.แม่สาย อีกจำนวน 19 ราย แต่จะเดินทางเข้ามาจริงจำนวนเท่าใดนั้นจะต้องติดตามกันต่อไป ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ว่าในเชียงรายไม่มีผู้ติดเชื้อ และคนเดินทางเข้าออกเชียงรายก็ไม่ต้องกักตัว คนเชียงรายเองก็สามารถเดินทางไปได้ทั่วประเทศ และคนจังหวัดอื่นก็สามารถไปมากันได้ และขอเชิญชวนให้นักท่อง

ส่วนทางด้านด้านสำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย แจ้งว่าผู้ที่ติดเชื้อ 6 รายล่าสุดเป็นหญิง 4 คนอายุ 33 ปี 34 ปี 36 ปีและ 37 ปีตามลำดับ และชาย 2 คน อายุ 26 และ 27 ปีตามลำดับ ทั้งหมดเดินทางจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เข้ามาทางจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.และตรวจว่าติดเชื้อในวันที่ 12-13 ธ.ค.จึงไม่มีผู้ที่มีความเสี่ยงสัมผัสและถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทำให้ตัวเลขสะสมผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 29-14 ธ.ค.มีจำนวน 52 ราย หายป่วยและกลับบ้านได้แล้วจำนวน 11 ราย จึงคงเหลือยังรักษาอยู่จำนวน 41 รายขณะที่ผู้ติดเชื้อที่มีประวัติลักลอบหลบหนีเข้าเมืองในช่วงๆ แรกจำนวน 6 คน และคาดว่าติดเชื้อจากผู้ที่หลบหนีเข้ามาอีก 1 คน รวมเป็นจำนวน 7 คนนั้น พบว่าทั้งหมดได้รับการรักษาจนหายและออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว โดยรายล่าสุดออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสัมผัสกับคนเหล่านี้ได้เข้าตรวจที่รถชีวนิรภัยพระราชทานและโรงพยาบาลเอกชน ตั้งแต่วันที่ 2-13 ธ.ค.รวมจำนวน 6,904 ราย พบผลเป็นลบทั้งหมดทำให้ในปัจจุบันไม่พบผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงสัมผัสใน จ.เชียงราย อีกเลยโดยผู้ที่พบการติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศและเข้าอยู่ใน state quarantine เท่านั้น

“นิกร แจ้งแสง”ศิลปินซอดังเชียงใหม่ชิงส.อบจ.แม่ริมเขตเลือกตั้งที่2ชูบทบาทพ่อครูภูมิปัญญาท้องถิ่นดึงคะแนน

นายนิกร แจ้งแสง ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ( ส.อบจ. ) เขตเลือกตั้งที่ 2 อ
.แม่ริม เปิดเผยว่า ในการลงสมัครครั้งนี้ ลงแบบอิสระ ซึ่งมั่นใจว่า หากมีโอกาส รับใช้พ่อแม่พี่น้องในพื้นที่จะสามารถ เป็นผู้ประสานงานกับกลุ่มการเมืองของผู้บริหารอบจ.เชียงใหม่ได้ ที่ผ่านๆมาได้ทำหน้าที่ ผู้ใหญ่บ้าน ทำงานจิตอาสาเพื่อชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึง เปิดพื้นที่ทำฟาร์มเกษตรในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง เป็นพื้นที่เรียนรู้ ดูงานของ ผู้สนใจ ที่เดินทางมาศึกษาดูงานจากทั่วประเทศ ทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะ ประสบการณ์ด้านต่างๆจากผู้คนหลากหลายสาขาอาชีพจนได้ข้อแนะ สู่แรงบันดาลใจ ที่จะขออาสา เป็นอีกทางเลือกของพ่อแม่พี่น้องในชุมชน พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.แม่ริมโดยเฉพาะ องค์ความรู้ ด้านวัฒนธรรม ที่มีด้านซอ จนเป็นได้รับการยกย่องเป็นพ่อครูด้านซอล้านนา เลยเกิดความคิดว่า ต้องขยายผล ทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่ไปกับต้นทุนภาคการเกษตร ที่อ.แม่ริม มีมากมาย ให้เกิดการเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า เขตเลือกตั้งที่ 2 แม่ริมนั้น มี ผู้สมัครจาก 2 กลุ่มการเมือง ขับเคี่ยวกัน แต่ในการเลือกตั้ง
ครั้งนี้ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า ชาวบ้านจะตัดสินใจเลือกใครเป็นตัวแทนเท่าที่ลงพื้นที่ พบปะชาวบ้านทำกิจกรรมร่วมกัน แบบจิตอาสา ได้รับข้อเสนอแนะหลากหลาย ทั้งด้านภาคการเกษตร การท่องเที่ยวชุมชนวิถีใหม่ ซึ่งอ.แม่ริม มีเพียบพร้อม แต่ยังกระจุกตัวในบางพื้นที่ ซึ่งถ้าได้รับมอบความไว้วางใจจากชาวบ้่าน ได้มีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ ส.อบจ.จะนำเสนอ ผลักดันให้เกิดการกระจายกลุ่ม แหล่งท่องเที่ยวชุมชน ในเชียงใหม่ สืบสานต่อยอด ขยายผล ทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น งานคุณภาพชีวิต นำรูปแบบฟาร์มความสุข เกษตรพอเพียง เกษตรปลอดสาร ปลอดภัย เข้ามาเป็นองค์ประกอบ เพื่อเสริมสร้างรายได้ชุมชน ผ่านกรรมวิธี จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งผลผลิตจากแปลงเกษตร ที่มีมาตรฐาน การแปรรูปสินค้า ให้กลุ่มนักท่องเที่ยวผู้ที่สนใจมาเยี่ยมชม วิถีถิ่น ซึ่งในเขตเลือกตั้งที่ 2 มีหลากหลาย ไม่ด้อยกว่า พื้นที่อื่นๆในเชียงใหม่ ไม่ว่าจะพระพุทธบาทสี่รอย, สวนเกษตรชาวบ้าน ในแต่ละหมู่บ้าน สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 อ.แม่ริม มีผู้สมัคร 4 คน โดยนายนิกร ผู้สมัครอิสระได้หมายเลข 3

สดร.โชว์ภาพสุดสวยงาม“ฝนดาวตกเจมินิดส์”

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เปิด เผยภาพ “ฝนดาวตกเจมินิดส์” เหนืออ่างเก็บน้ำห้วยลาน ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ คืนวันที่ 13 ถึง รุ่งเช้า 14 ธันวาคม 2563 บันทึกในช่วงเวลาประมาณ 21:00 – 02:30 น. นับเป็นฝนดาวตกส่งท้ายปีนี้ อัตราการตกเฉลี่ยสูงสุดเป็นไปตามคาด มากถึงประมาณ 150 ดวงต่อชั่วโมง สามารถสังเกตเห็นดาวตกที่เป็นลูกไฟ (Fireball) และดาวตกชนิดระเบิด (Bolide) เป็นแนวยาวพาดผ่านท้องฟ้า

 

ฝนดาวตกเจมินิดส์ เกิดจากการที่โลกโคจรเข้าตัดกับสายธารเศษหินและฝุ่นของดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน (3200 Phaethon) ที่ทิ้งไว้ขณะเคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน เมื่อโลกโคจรผ่านเส้นทางดังกล่าว แรงดึงดูดของโลกจะดึงฝุ่นและหินเข้ามาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลกเกิดเป็นลำแสงวาบ หรือบางครั้งเกิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ (Fireball) มีศูนย์กลางการกระจายบริเวณกลุ่มดาวคนคู่ เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 4 – 17 ธันวาคมของทุกปี และจะมีอัตราการตกสูงสุดในช่วงวันที่ 13 – 14 ธันวาคม เฉลี่ยประมาณ 150 ดวงต่อชั่วโมง

ขอบคุณภาพ-ประชาสัมพันธ์ สดร.

หนุ่มใหญ่ตั้งวงก๊งเหล้าแก้หนาวพูดผิดหูถูกฟัน-แทงดับคาที่

10.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2563 ร.ต.อ.สุรศักดิ์ ปัญญา ร้อยเวร สภ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเกิดเหตุฆ่ากันตายที่บ้านเลขที่ 184/1 ม.5 ต.บ้านกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปสอบสวนพร้อมพวก พบศพนายบัญชา อายุ 40 ปี สภาพศพ ถูกมีดฟันเข้าที่บริเวณศีรษะจำนวนหลายแผล และถูกแทงที่บริเวณหน้าอกกับท้องอีกสองแผล

สอบสวนทราบว่ากลางดึกที่ผ่านมผู้เสียชีวิต ได้ตั้งวงกินเหล้ากับกลุ่มคนรู้จักกระทั่งช่วงเช้าพ่อและแม่ของผู้ตายซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันได้ตื่นขึ้นมาพบร่างนอนเสียชีวิตจมกองเลือดจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ก่อเหตุนั้นน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ผู้เสียชีวิตนั่งดื่มสุราด้วย โดยคาดว่าระหว่างที่ดื่มสุรากันนั้น ผู้เสียชีวิตกับคนร้ายน่าจะเกิดทะเลาะกัน จนกระทั่งถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิตดังกล่าวซึ่งจะได้สืบสวนจับกุมมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

พบคนไทยติดโควิด19ในท่าขี้เหล็กอีกเพียบเมียนมาประสานขอรถพยาบาลเข้าไปรับตัวเชียงรายเปิดปฏิบัติการS.C.R.สกัดกั้นเชื้อแนวชายแดนเข้มแห่ลงทะเบียนขอกลับอีก52คน

ที่หน้าที่ว่าการอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีปล่อยชุดหน่วยปฏิบัติการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการยุทธกิจ ภายใต้แผนปฏิบัติการเชียงรายปลอดภัย Save Chiang Rai หรือ S.C.R. ในเส้นทางหรือพื้นที่ ที่อาจมีบุคคลลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยมีกำลังจาก ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย สภ.เกาะช้าง ทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ตชด.327 ชรบ. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้วงร่วมปฏิบัติภารกิจ

โดยการปฏิบัตการดังกล่าวเนื่องจากมีผู้ลักลอบเข้าเมืองจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน เมียนมา และเป็นผู้ติดเชื้อโควิด 19 เดินลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่ ทำให้เกิดความกังวลของประชาชนในพท่นที่ โดยเฉพาะจากแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน และมีรายงานว่า พบเห็นแรงงานต่างด้าวเข้าไปดื่มสุราสังสรรค์กันในร้านอาหารโดยไม่ให้ความร่วมมือในการรักษามาตรฐานทางสาธารณสุข เกรงว่าจะเกิดการระบาดของโรค และอาจเป็นบุคคลหลบหนีเข้าเมืองมาโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือเป็นผู้ติดเชื้อโควิดที่อาจแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ ออกตรวจคัดกรองบุคคลในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ตรวจวัดอุณหภูมิ และตรวจเอกสารการเข้าเมือง ตลอดทั้งใบอนุญาตทำงาน พร้อมทั้งพบปะอธิบายการดำเนินชีวิตประจำวันที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย และการระวังป้องกันรักษาสุขภาพด้วยตนเองด้วยมาตรการทางสาธารณสุข โดยในจุดแรกที่สวนส้ม หมู่ที่ 6 บ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ที่มีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ทำงานภาคการเกษตร 41 คน ซึ่งทุกคนมีหลักฐานประจำตัว ใบอนุญาตทำงาน และเอกสารเข้าเมืองโดยถูกกฎหมายครบทุกคน

ด้าน อ.เชียงแสน พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย เป็นประธานปล่อยชุดออกปฏิบัติภารกิจ พร้อมกับนายปกรณ์ สุริวรรณ นายอำเภอเชียงแสน พร้อมชุดกำลัง มีเป้าหมายออกตรวจสถานประกอบการและสถานที่ทำงานของแรงงานต่างด้าวผลการปฏิบัติได้ประชุมทำความเข้าใจแก่แรงงานต่างด้าวเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา การปฏิบัติตนเพื่อเฝ้าระวังป้องกันโรค และการดำเนินชีวิตที่ดีและไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพและสุขอนามัย ซึ่งแรงงานให้ความร่วมมือดี

ที่ อ.เชียงของ พ.ต.อ. มานพ เสนากุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีปล่อยชุดเจ้าหน้าที่สนธิกำลังกว่า 40 นาย โดยกำหนดจุดเป้าหมายเข้าตรวจที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มีแรงงานต่างด้าวทำงานโดยถูกกฎหมาย 21 คน ผลการปฏิบัติได้ประชุมทำความเข้าใจแก่แรงงานต่างด้าวเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา การปฏิบัติตนเพื่อเฝ้าระวังป้องกันโรค และการดำเนินชีวิตที่ดีและไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพและสุขอนามัย และการรับจ้างแรงงานภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งแรงงานให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญต่อการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกับสถานการณ์การแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังคงประสบปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงในรูปแบบใหม่อยู่เป็นระยะ เช่น ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาสาธารณภัย ปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้ามาทำงานในประเทศ ซึ่งหากภาครัฐทำการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวล่าช้าย่อมจะทำให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมา ดังนั้น หน่วยงานในพื้นที่ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญลำดับแรกที่จะช่วยเหลือประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ จังหวัดเชียงรายจึงมีกำหนดให้ปล่อยชุดปฏิบัติการ S.C.R ในการตรวจสอบแรงงานต่างด้าว เพื่อสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การทำงานโดยผิดกฎหมาย และเพื่อเป็นการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมถึงป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด และการก่ออาชญากรรมควบคู่ขนานไปพร้อมกันด้วย

นอกจากนี้มีรายงานว่ามีคนไทยที่ตกค้างใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เดินทางข้ามมายัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผู้ที่กักตัวดูอาการอยู่ใน Local state quarantine ประมาณ 170 คน และพบมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 37 คนปัจจุบันรักษาหายไปและถูกส่งตัวกลับบ้านเกือบหมดแล้ว โดยล่าสุดทางการท้องถิ่น จ.ท่าขี้เหล็ก ได้ประสานงานผ่านคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่น หรือTBC ฝ่ายไทยว่ามีคนไทยที่ลงทะเบียนขอกลับจำนวน 52 คน พร้อมที่จะเดินทางกลับประเทศไทย แต่พบปัญหาว่าหลังจากทางกระทรวงสาธารณสุขเมียนมาได้ส่งทีมงานพิเศษสาธารณสุขไประจำอยู่ที่่ จ.ท่าขี้เหล็ก ได้ตรวจพบคนไทยในกลุ่มดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 3-4 คน ซึ่งตามขั้นตอนของประเทศเมียนมาเนื่องจากเกือบทั้งหมดเดินทางเข้าเมืองเมียนมาโดยผิดกฎหมาย โดยลักลอบผ่านช่องทางธรรมชาติดังนั้นจะต้องนำตัวไปขึ้นศาลเพื่อทำการเปรียบเทียบปรับก่อน จากนั้นจะนำตัวส่งข้ามแดนมายังฝั่งไทยโดยทันทีทางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 ส่วนผู้ที่พบการติดเชื้อนั้นได้มีการประสานมายัง TBC ฝ่ายไทยเพื่อขอให้จัดรถพยาบาลข้ามไปรับตัวเป็นกรณีพิเศษต่อไป

“เอก วุฒิศักดิ์”นักธุรกิจดังเจ้าของโรงแรมหรูเชียงใหม่ยืนยันเชียงใหม่ปลอดภัยและท่องเที่ยวได้ตามปกติ

นายณกรณ์ กรณ์หิรัญ นักธุรกิจชื่อดังผู้ร่วมก่อตั้ง “วุฒิศักดิ์ คลินิก” และเจ้าของโรงแรมชาลานัมเบอร์ 6 โรงแรมหรูย่านถนนพระปกเกล้า กลางเมืองเชียงใหม่ แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ว่า ในช่วงที่ผ่านมาแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตามลำดับ จากการที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่รัฐช่วยสนับสนุนค่าที่พักให้40% ซึ่งส่งผลดีทำให้มีนักท่องเที่ยวใช้บริการที่โรงแรมเพิ่มมากขึ้น และมีรายได้เพียงพอที่จะจ่ายเป็นค่าจ้างพนักงาน แม้ว่าจะไม่ถึงกับมีกำไร แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว ขณะที่ในช่วงเดือน ธ.ค.63 นั้น ตอนแรกมีการจองห้องพักเข้ามาจำนวนมาก จนถึงขั้นที่ทำให้มีความเป็นไปได้พอจะคิดถึงเรื่องการจ่ายโบนัสตอบแทนพนักงานที่ต้องร่วมกันฝ่าฝนสถานการณ์ยากลำบากในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นคนที่กลับมาจากการไปทำงานที่สถานบันเทิงในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นการติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ ได้ส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความตื่นตะหนกและหวาดกลัว จนมีการยกเลิกการจองห้องพัก ทั้งนี้แม้ว่าจะมีการพยายามทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวแล้วว่า สถานการณ์ยังปลอดภัยและสามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ แต่จำนวนมากยังคงยืนยันที่จะยกเลิก และส่วนหนึ่งขอเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน โดยจากสถานการณ์ดังกล่าวนี้ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมอย่างมากทันที แต่ต้องยอมรับและเดินหน้าต่อไป ซึ่งโดยส่วนตัวยืนยันว่า เชียงใหม่มีความปลอดภัยและสามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องมีการปฏิบัติตัวตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและป้องกันตัวเอง ขณะที่หน่วยงานและสถานที่ต่างๆ มีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและคัดกรองอย่างเข้มงวดเช่นกัน

ส่วนกรณีหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันจนต้องมีการล็อคดาวน์จังหวัดเชียงใหม่นั้น นายณกรณ์ แสดงความเชื่อมั่นว่า ไม่น่าจะเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะเชื่อมั่นการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและเกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเต็มกำลังความสามารถไม่ให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้นขึ้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนด้วย แต่หากเกิดสถานการณ์ขึ้นจริง ต้องยอมรับว่าจะเกิดผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและภาคธุรกิจอย่างหนักและกว้างขวางแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็พร้อมที่จะร่วมฝ่าฝันข้ามผ่านสถานการณ์ไปด้วยกัน อย่างไรก็ตามในเวลานี้ยืนยันได้ว่า เชียงใหม่ยังปลอดภัยดี สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายและไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงอยากเชิญชวนให้ผู้คนมาท่องเที่ยวกัน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่อากาศหนาวเย็นสบาย.

ดอยอินทนนท์หนาวจัดอุณหภูมิ0องศาอุตุชี้9-10ธ.ค.ลดอีก1-2องศา

9 ธ.ค.63ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่อุทยานแห่งชาติที่สูงที่สุดในประเทศไทย สถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวและชมแสงแรกของดวงอาทิทย์เช้านี้ที่บริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปานอุณหภูมิวัดได้ 0 องศาเซลเซียส ยอดดอย 0 องศาเซลเซียล ส่วนที่ทำการอุทยาฯ 7 องศาเซลเซียล ต่ำสุดเป็นรอบปีนี้ และจากอากาศที่หนาวเย็นนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์เหมยขาบ น้ำค้างแข็ง หรือแม่คะนิ้ง ขาวโพลนตามยอดหญ้าริมสองข้างทาง ระหว่างทางจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ ท่ามกลางความตื่นเต้นและดีใจของนักท่องเที่ยวเกือบ 3 พันคน

นายวรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร เวรพยากรณ์อากาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 9 – 10 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมตะวันตกในระดับบนจากประเทศเมียนมาพัดปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 11 – 13 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น

ขอบคุณภาพ-อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ผู้เข้าประกวดนางสาวไทยตกน้ำเจ็บ3รายสะพานรับน้ำหนักไม่ไหวขณะรวมกลุ่มถ่ายทำวีดีอาร์เจ้าของควัก5แสนทำขวัญ30สาวงาม

เช้าวันที่ 7 ธ.ค. 63 ดร.อดิศร สุดดี ผู้อำนวยการกองประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2563 ได้นำคณะนางสาวไทย จำนวน 30 คน เดินทางมาถ่ายทำวีทีอาร์ การเก็บตัวกองประกวดที่ปางเปาบีท คาเฟ่ แอนด์เรสเตอรองท์ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยมี นายวรพจน์ ฉัตรกาญจนะ อายุ 43 ปี เจ้าของปางเปาบีท รีสอร์ทพร้อมคณะให้การต้อนรับคณะ และนำพาไปเยี่ยมชมตามจุดต่างๆ เพื่อเตรียมจะถ่ายทำวีทีอาร์ ซึ่งช่วงที่เดินทางมาก็ได้มีการตรวจคัดกรองตามมาตรฐานการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด หลังจากที่มีการแนะนำสถานที่เรียบร้อยแล้ว คณะกองประกวดได้นำพาสาวงามเดินข้ามสะพาน ซึ่งทำด้วยเหล็ก โดยให้สาวงามถือแก้วน้ำที่และมาบันทึกภาพบนสะพาน ช่วงเวลาดังกล่าวได้เกิดเหตุการณ์สะพานเหล็กคาดว่าจะรับน้ำหนักไม่ไหว ได้ทรุดตัวลง ทำให้สาวงาม 30 คน ที่ยืนอยู่บนสะพานตกลงไปในน้ำ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับผู้สาวงาม และคณะผู้ควบคุมกองประกวด รวมถึงประชาชนที่มาเที่ยวและดูการทำวีทีอาร์ของผู้เข้าประกวด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้รีบให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน พร้อมกับนำรถพยาบาลซึ่งติดตามกองประกวดมาด้วย รับสาวงามจำนวน 3 ราย ในจำนวนนี้มีแผลถลอก 2 ราย และมีบาดแผลบริเวณหน้าผาก 1 ราย โดยในส่วนการเก็บตัวนี้ก็มีบัวขาว นักมวยชื่อดังมาสอนบรรดาสาวงามชกมวย หลังจากเกิดอุบัตเหตุสาวงามทุกคนก็มาร่วมกิจกรรมต่อไปได้

ดร.อดิศร กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นสำหรับสาวงามที่เข้าประกวดในครั้งนี้ เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ทางปางเปาบีท พึ่งเปิดทำการเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมาเป็นวันแรก และวันนี้เป็นวันที่สองที่เปิดให้บริการ และต้อนรับผู้เข้าประกวด ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้คาดว่าสะพานดังกล่าวรองรับน้ำหนักของสาวงามผู้เข้าประกวดไม่ไหว จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น และโชคดีที่สะพานดังกล่าวไม่สูง และน้ำมีความลึกประมาณ 70 เซนติเมตรเท่านั้น สาวงามผู้เข้าประกวดก็มีอาการตกใจ และทางกองประกวดก็ดูแลเป็นอย่างดีหลังเกิดเหตุการณ์ ซึ่งในจำนวนนี้ก็มีผู้เข้าประกวด 3 ราย ที่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สองคนแรกมีแผลถลอกที่แขน และอีกคนมีแผลที่หน้าผาก ทั้งนี้ทางกองประกวดมีรถพยาบาลที่คอยติดตามกองประกวดอยู่ตลอดเวลา หลังเกิดเหตุการณ์ก็มีเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาดูแล และเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าประกวดก็ได้นำสาวงามที่บาดเจ็บ ไปทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลและอาการปลอดภัยแล้ว

ด้านนายวรพจน์ ฉัตรกาญจนะเจ้าของปางเปาบีท กล่าวว่า สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พึ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมาได้เพียง 1 วัน และวันนี้ก็ได้รับเกียรติจากกองประกวดเข้ามาถ่ายทำวีทีอาร์การเก็บตัว สำหรับสะพานที่เกิดเหตุดังกล่าวนั้นปกติจะรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 25 คน แต่วันนี้สาวงามขึ้นไปจำนวนมาก ทำให้สะพานไม่สามารถที่จะรองรับน้ำหนักได้ ประกอบกับมีนักท่องเที่ยวปิดอีกฝากหนึ่งของสะพาน เพื่อยืนดูและถ่ายภาพของสาวงามที่กำลังถ่ายทำวีทีอาร์ ทำให้บนสะพานแน่นไปด้วยจำนวนผู้เข้าประกวดและเจ้าหน้าที่ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ทางตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และพร้อมดูแลสาวงามผู้เข้าประกวดอย่างเต็มที่ สำหรับสะพานที่เกิดเหตุดังกล่าว ในอนาคตก็จะมีการปรับปรุงให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น และหากมีคณะสำคัญเดินทางมา ก็คงจะมีการกันพื้นที่ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าบริเวณในจุดดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก ทั้งนี้ในฐานะเจ้าของสถานที่ ก็ได้มอบเงินจำนวน 5 แสนบาท เพื่อเป็นการดูแลและทำขวัญผู้เข้าประกวดนางสาวไทยทั้งหมดด้วย

สวยงามตระการตาเหมยขาบโผล่ขาวโพลนบนดอยอินทนนท์อีกอุณหภูมิต่ำสุด2องศา

เช้าวันนี้ 7 ธ.ค.63 ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ นักท่องเที่ยว 4,985 คน พากันขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวและชมบรรยากาศทะเลหมอกและแสงอาทิตย์ยามเช้าที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปานวันนี้อุณหภูมิวัดได้ 2 องศาเซลเซียส ส่วนที่ยอดดอยวัดได้ 7 องศาเซลเซียส ต่างประทับใจกับอากาศที่หนาวเย็นและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่าน้ำค้างแข็ง เหมยขาบ หรือแม่คะนิ้ง บนยอดหญ้า ขาวโพลนสวยงามตระการตาและประทับใจยิ่ง

ขอบคุณภาพจาก-อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

 

ไฟไหม้ร้านเช่ารถเอทีวีเสียหายกว่า8ล้านบาท

ร.ต.อ. พงษ์พิพัฒน์ นันทพิสุทธิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุไฟไหม้ภายในร้าน ATV ADVENTURE ตั้งอยู่บริเวณลานเนินนุ่ม ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม หลังได้รับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา แล้วไปสอบสวนยังที่เกิเหตุ

พบรถดับเพลิงจากเทศบาลต่างๆในพื้นที่จำนวน 4 คันมาช่วยกันระดมดับเพลิงเพราะเกรงว่าจะลุกลามไปยังพื้นที่ใกลเคียงใช้เวลาร่วมชั่วโมงเพลิงจึงสงบลงพบรถ เอทีวี และรถ ยูทีวี จำนวน 8 คันซึ่งเป็นรถที่ทางร้านนำมาเปิดให้ผู้เช่าบริการถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด ประมาณค่าเสียหายเบื้องต้นกว่า 8 ล้านบาท จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าร้านดังกล่าวนี้เปิดมาร่วม2ปีโดยให้นักท่องเที่ยวเช่ารถขี่ผจญภัยในป่า ขณะเกิดเหตุได้มีกลุ่มควันเกิดขึ้นจากโชว์รูมด้านซ้ายของร้าน ก่อนเพลิงโหมลุกไหมแบบต่อเนื่องจนวอดทั้งหมด เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่าาสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ให้กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป