แฉมีขบวนการลักลอบพาคนข้ามชายแดนเข้าไทยด้านอ.แม่สายหัวละ3-5พันบาท

ที่ชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารจากร้อย ม.3 ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล ผบ.ฉก.ม.3 นำโดย ร.อ.พิสิฐ อภิเดช ผบ.ร้อย ม.3 ฉก.ม.3 ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันตรวจพื้นที่ชายแดนตามจุดช่องทางธรรมชาติที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังพบว่ามีการลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ทั้งพื้นที่ตามไร่นาของชาวบ้านที่มีพื้นที่ติดกับลำน้ำสาย และบ้านเรือนของประชาชนที่มีหลังบ้านติดลำน้ำสายที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดน ซึ่งอาจจะเป็นช่องทางที่ผู้ลักลอบเข้าเมืองใช้ในการข้ามพรมแดนได้

พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง กล่าวว่า ในส่วนของกำลังทหารในพื้นที่ชายแดน ได้มีการเพิ่มกำลังในการลาดตระเวณ รวมไปถึงเพิ่มอุปกรณ์ในการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ทั้งการเพิ่มไฟส่องสว่างในจุดต่างๆ การติดกล้อง CCTV ตลอดแนวชายแดน พร้อมทั้งใช้โดรนในการตรวจตรา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏอบัติงานของเจ้าหน้าที่ และการสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด 19 เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งอีกส่วนหนึ่งก็ต้องขอความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องบุคคลภายในหมู่บ้านของตนเองหากพบเห็นคนแปลกหน้าหรือกลุ่มคนที่เผ่านหรือเข้ามาในหมู่บ้านให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง กล่าวในที่สุด

มีรายงานว่าก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ที่ลักลอบข้ามชายแดนแดนด้านนี้บ่อยครั้ง โดยมีการให้การรับสารภาพว่าได้เสียค่าจ้างให้กลุ่มขบวนการ 3,000 -5,000 บาท เพื่อแลกกับการพาข้ามพรมแดน โดยไม่ผ่านการกักตัว 14 วัน จะมีคนมารับอีกทอดหนึ่งในฝั่งประเทศไทย โดยบางคนลักลอบข้ามมาในบริเวณไร่นาของชาวบ้านสวมชุดเหมือนไปทำสวนแล้วนั่งท้ายรถจักรยานยนต์ออกมาจากสวนเสมือนว่าไปทำสวนไร่นามา เป็นการตบตาของเจ้าหน้าที่ จากการสอบถามคนในพื้นที่ทราบว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่ข้ามไปฝั่งประเทศเมียนมาแล้วกลับไม่ได้เนื่องจากว่าได้ลักลอบข้ามพรมแดนไปโดยไม่ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ทำให้เมื่อปิดด่านพรมแดนขึ้นไม่สามรถเดินทางกลับได้เพราะต้องรับโทษในประเทศเมียนมาในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง จึงทำให้ต้องหลบซ่อนตัวและพยายามข้ามพรมแดน จึงทำให้มีกลุ่มขบวนการลักลอบพาคนข้ามแดนเกิดขึ้น

ส่วนการลักลอบข้ามแดนของหญิงสาวที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ที่เชียงใหม่ พบว่าได้ลักลอบเดินทางจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีกลุ่มขบวนการนำไปส่งที่สถานีขนส่งแม่สาย เพื่อนั่งรถตู้โดยสารประจำทางไปยัง สถานีขนส่งจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 2 แล้วนั่งรถโดยสารประจำทางไปยัง จ.เชียงใหม่ ก่อนจะไปยังสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่แล้วตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 โดยก่อนหน้านี้พบว่ามีการโพสในกลุ่มเฟสบุ๊คข้อความว่า “ถ้าใครติดอยู่ฝั่งท่าขี้เหล็กอยู่อยากข้ามกลับไทยช่วยติดต่อมาเบอร์นี้น่ะค่ะ” โดยระบุหมายเลขโทรศัพท์ทั้งไทยและเมียนมาเอาไว้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นขบวนการที่พยายามลักลอบนำคนไทย หรือเมียนมา ข้ามมายังฝั่งประเทศไทยอยู่ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้มีการติดตามจับกุมเครือข่ายขบวนการดังกล่าวอยู่ในขณะนี้

เตรียมฟันสาว29ติดโควิดเมียนมาข้อหาหลบหนีเข้าเมืองพ่วงพรบ.สาธารณะสุขหลังติดเชื้อโควิด19หนีข้ามแดนซุกเชียงใหม่ท่องราตรีหลายแห่งด้านโลกโซเชียลสวดยับเห็นแก่ตัว

จากกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ หลังตรวจพบมีการทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยงที่เกี่ยวข้องได้แก่ ร้านโฮสต์บาร์ ย่านสันติธรรม ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ที่ผู้ติดเชื้อเดินทางไปตามไทม์ไลน์ที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ และทางจังหวัดได้ออกตรวจสถานบันเทิงโดยกำชับให้ปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด โดยขณะนี้หญิงสาว อายุ 29 ปี อยู่ในความดูแลของแพทย์ และมีการประกาศกลุ่มเสี่ยงผู้สัมผัสผู้ป่วยมากถึง 326 คน ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่าในกรณีเครสของหญิงสาววัย 29 ปีที่ป่วยเป็นโควิด รายใหม่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และมีการสอบสวนโรคว่าได้เข้ามาช่องทางที่จังหวัดเชียงราย โดยไม่ผ่านการตรวจโรคและกักตัว 14 วันตามกฏหมาย ตรงนี้ตนเองได้กำชับให้ผบก.เชียงราย และผบก.เชียงใหม่ เข้าไปตรวจสอบหาข้อมูล ว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเข้ามาอย่างไรกันแน่ ผ่านจุดใด ทำไมเข้ามาโดยไม่ผ่านการตรวจโรคและกักตัว ซึ่งหากลักลอบเข้ามมาก็ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และดู พรบ.สาธารณสุข ว่าผิดกฏหมายข้อใดอีกบ้าง ซึ่งตรงนี้ขอเวลาตรวจสอบหาข้อมูล และได้กำชับให้ทุกด่านตรวจตามแนวชายแดนไทย-พม่า ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ห้ามการ์ดตก ให้เข้มงวดตามแนวชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ซึ่งจะเป็นการแพร่เชื้อโรคโควิด 19 ในพื้นที่

ด้าน ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าจากเหตุการณ์ที่ทุกคนทราบดีเรื่องการพบผู้ป่วย COVID-19 คนที่ 42 ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหญิง อายุ 29 ปี ซึ่งประชาชนเมื่อทราบข่าวก็เป็นห่วง ทั้งภาคเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ตนอยากบอกว่าสถานการณ์ไม่รุนแรงอย่างที่ทุกคนคิดเพราะตอนนี้เราพบผู้ติดเชื้อแค่ 1 รายเท่านั้่นในส่วนของผู้ใกล้ชิดผู้สัมผัสผู้ป่วย เราได้มีการติดตามตัวทั้งหมดมาตรวจแล้ว ผลการตรวจเบื้องต้นทุกคนไม่พบเชื้อ รอผลการตรวจครั้งที่สอง เพื่อยืนยันอีกครั้ง นอกจากนี้กลุ่มเสี่ยงสูง เราก็ให้เข้าอยู่ในสถานกักกัน 14 วันตามกฏระเบียบ ส่วนกลุ่มความเสี่ยงต่ำเราก็ให้กลับบ้านและให้ดูแลตัวเอง และเราติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ส่วนทุกสถานที่ที่ผู้ติดเชื้อไป เราก็มีการประสานทุกหน่วยงานเข้าทำความสะอาด หากเราพบการติดเชื้อรายที่สองหรือรายที่สาม เราก็จะมีการยกระบบมาตราการมากขึ้น ซึ่งทุกคนหากมีอาการผิดปกติจะถูกตรวจหาเชื้อซ้ำและแยกกักในโรงพยาบาล ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (SAT) สสจ.เชียงใหม่ ขอประชาชนอย่างตื่นตะหนก จากเหตุการณ์ครั้งนี้เราก็พบว่าประชาชนเชียงใหม่การ์ดตก เพราะเวลาไปไหนมาไหนไม่ยอมสแกนโปรแกรมไทยชนะ ทำให้เราติดตามตัวได้ยากขึ้น จึงอยากวอนประชาชนทุกคนเวลาไปไหนมาไหนให้สแกนทุกครั้งเพราะเวลาเกิดเรื่องเราจะได้ติดตามตัวได้เร็วและรู้ความเคลื่อนไหวว่ามีใครอะไรอย่างไรบ้าง ซึ่งตอนนี้กิจกรรมการท่องเที่ยวกิจกรรมอื่นๆเราก็ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างปรกติ และเน้นย้ำขอความร่วมมือประชาชน ให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง เข้ารับบริการสถานที่ต่างๆ ลงทะเบียนด้วย “ไทยชนะ” ทุกครั้งด้วย

ด่วน.สอบสวนโรคเชียงใหม่เร่งตามหา326รายสัมผัสสาวไทยติดโควิด19จากเมียนมา

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป และ นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมกันแถลงข่าวในรายละเอียดของกรณีพบสาวชาวไทย อายุ 29 ปี ติดเชื้อโควิด19 ว่า ผู้ป่วยรายล่าสุดของประเทศไทย เป็นการติดเชื้อมาจากประเทศเมียนมา จากข้อมูลล่าสุดที่ได้จากการสอบสวนโรค เบื้องต้นพบว่า เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม – 23 พฤศจิกายน อยู่ใน ประเทศเมียนมา

วันที่ 23 พฤศจิกายน ผู้ป่วยเริ่มมีอาการป่วยด้วยอาการไข้ ถ่ายเหลว จมูกไม่ได้กลิ่น

วันที่ 24 พฤศจิกายน ยังมีอาการไข้ ไอ ปวดศีรษะ เวลา 05.00 น. เดินทางจากประเทศเมียนมาเข้าแม่สาย จ.เชียงราย ด้วยรถตู้สาธารณะเวลา 11.00 น. เดินทางจากเชียงราย มาเชียงใหม่ ด้วยรถบัสประจำทางเวลา 14.51 น. เดินทางถึงเชียงใหม่ ใช้บริการ Grab Car 1 คันกลับคอนโด ช่วงกลางคืนใช้บริการรถ Grab Car 2 ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านสันติธรรม กับเพื่อน 2 คน มีการสูบบุรี่ร่วมกันเวลา 02.00 น. เข้าพักค้างคืนที่คอนโดแห่งหนึ่งของเพื่อน ที่มาจากสถานบันเทิงด้วยกัน พร้อมกับเพื่อนคนที่ 1 และมีเพื่อนคนที่ 2 และคนที่ 3 ซึ่งพักอยู่ในห้องใกล้กันตรงข้ามกัน เข้ามาร่วมดื่มสุรา

วันที่ 25 พ.ย.เวลา 12.00 น. ออกจากคอนโดของเพื่อน ใช้บริการ Grab Car 3 เวลา 13.00 น. เดินทางกลับถึงคอนโดที่พักของผู้ป่วย เวลา 15.30-20.30 น. ใช้บริการรถ Grab Car  ไปห้างสรรพสินค้าและอยู่ในห้าง โดยมีกิจกรรม คือ ชมภาพยนตร์ ทานอาหาร และเดินซื้อของ โดยมส่วนใหญ่ของผู้ป่วยสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่ไม่ตลอดเวลส และได้เรียก Grab Car 5 กลับคอนโด

วันที่ 26 พ.ย.เวลา 15.30 น. ใช้บริการ Grab Car 4 เพื่อไปตรวจที่ รพ.เอกชน แห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ มีอาการจมูกไม่กลิ่น และถ่ายเหลว อุณภูมิร่างกาย 36.9 เซสเซียส ตรวจหาเชื้อโควิด-19เวลา 22.00 น. ส่งต่อ เข้ารับการตรวจหาเชื้อที่ รพ.นครพิงค์ ผลตรวจออกมายืนยันพบเชื้อ จึงกักตัวเพื่อทำการรักษา สรุปมีผู้สัมผัส 326 ราย ทั้งที่ห้าง – สถานบันเทิง คนแกร๊บคาร์ และเพื่อร่วมคอนโดมิเนี่ยม ผู้โดยสารร่วมรถบัสและรถตู้

ที่ จ.เชียงใหม่ นายณัฐฐชูเดช วิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และนายดนัย สารพฤกษ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมสาธารณสุข เทศบาลนครเชียงใหม่ นำเจ้าหน้าที่เข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ที่บาร์โฮส แห่งหนึ่งย่านสันติธรรม ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่บันเทิงที่หญิงสาว อายุ 29 ปี ที่ถูกระบุว่า ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เดินทางมาเที่ยวเมื่อคืนวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะมีอาการไม่ได้กลิ่น และป่วยเมื่อยตัว จึงเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง กระทั่งผลตรวจเป็นบวก จึงถูกพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์

โดยสถานบันเทิงดังกล่าวตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหา เป็นระบบห้องปรับอากาศทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้สวมชุดพีพีอี พร้อมนำน้ำยาเข้าไปฉีดพ่นภายในสถานบริการบริเวณชั้น 1 ทั้งในห้องน้ำ ห้องครัว และโซฟาที่นั่ง ขณะเดียวกันพบว่า ทีมสอบสวนโรค จากสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งของพนักงานบาร์โฮสดังกล่าวเพื่อส่งตรวจค้นหาเชื้อโควิด 19 สอบถามชายที่เป็นผู้ดูแลบาร์โฮสแห่งนี้ บอกว่า มีพนักงานทั้งหมด 40 คนวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เดินทางมาเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งส่งตรวจแล้วทั้งหมด รอเพียงผลตรวจเท่านั้น

ช้างนวดข้าวกิจกรรมดีๆของปางช้างแม่สาหลังเจอพิษโควิด19นักท่องเที่ยวหายปลูกข้าวไว้เลี้ยงทั้งคนทั้งช้าง

ที่หมู่บ้านเดอะช้าง วิลเลจ ของปางช้างแม่สา บ้านโต้งหลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ได้นำช้างจำนวน 3 เชือก มาทำการนวดข้าวเหนียว จำนวนกว่า 100 กิโลกรัม หลังจากที่คนชนเผ่าต่างๆอาทิชนเผ่าดาราอั้ง ปะหล่อง และปกาเกอะญอ หรือ กะเหรี่ยง ร่วมใจกันปลูกบนเนื้อที่กว่า 15 ไร่ เพื่อปลูกให้ช้างจำนวน 70 เชือกได้กินกัน

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด เปิดเผยว่าจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ส่งผลกระทบทำให้ปางช้างแม่สา และหมู่บ้านเดอะช้างวิลเลจ หรือเดิมชื่อ หมู่บ้านโต้งหลวง ได้รับผลกระทบ เพราะการท่องเที่ยวหยุดชะงักนักท่องเที่ยวและรายได้ กลายเป็นศูนย์ แต่ช้าง และคนงาน ก็ต้องกินข้าวกันทุกวัน ทางเราจึงคิดวิธี ลดภาระค่าใช้จ่ายโดยการปลูกพืชผัก ไว้เป็นคลังอาหาร สำหรับเลี้ยงคน และส่วนหนึ่งใช้เลี้ยงช้าง ซึ่งอาหารที่ช้าง ชอบก็คือข้าวเหนียวนึ่งคลุกเกลือ ทางปางช้างจึงทำการปลูกข้าวเหนียว และทำการเก็บเกี่ยว และนำช้างมานวดข้าวเพื่อให้ได้เมล็ดข้าว ก่อนนำไปนึ่งคลุกกับเกลือให้ช้างได้กิน ซึ่งกิจกรรมนี้จะทำให้ช้างมีอาหารกินนานกว่า 100 วัน เพื่อรอการฟื้นฟูการกลับมาของนักท่องเที่ยว

แตกตื่น/เชียงใหม่ตรวจเจอผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19ในเขตอ.เมือง1ราย

27พ.ย.63 จ.เชียงใหม่ มีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19จำนวน1ราย เป็นหญิงอายุ29ปี ในเขต อ.เมือง ผู้ติดเชื้อรายนี้พักอยู่ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งใน ต.ฟ้าฮ่าม ก่อนหน้านี้ ได้ไปเที่ยวบาร์โฮสต์แห่งหนึ่งย่านสันติธรรม เริ่มมีอาการวันที่23พ.ย.63 จมูกไม่ได้กลิ่นและปวดเมื่อยตามร่างกาย จึงเข้า รพ.ตรวจต่อมาวันที่26พ.ย.63 ผลการตรวจเชื้อโควิด-19ออกมาเป็นบวก และถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์แล้ว อย่างไรก็ตามพบว่าผู้ป่วยยังมีการให้ข้อมูลค่อนข้างสับสนคลาดเคลื่อน โดยรายละเอียดที่ชัดเจนวันที่ 28 พ.ย.63 กระทรวงสาธารณสุขจะแถลงอย่างเป็นทางการต่อไป

“บดินทร์”ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่เดินหน้าหาเสียงฝากถึงคนเชียงใหม่ขอให้ตื่นจากฝันอยู่กับปัจจุบันที่เป็นจริงฝากกลุ่มพลังประชารัฐเชียงใหม่ให้ช่วยกันพิจารณาเลือกเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องชาวเชียงใหม่ด้วย

นายบดินทร์ กินาวงศ์ หรือ”ลุงติ่ง”ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (นายกอบจ.เชียงใหม่)เบอร์4 หัวหน้ากลุ่มประชารัฐเชียงใหม่ ที่ได้ส่งผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่(ส.อบจ.)หรือสจ.ในกลุ่มทั้งหมด23คนในเขตเลือกตั้งต่างๆซึ่งเป็นคนแนวร่วมอุดมการณ์เดียวกัน คือต้องการพี่น้องชาวเชียงใหม่ได้ตื่นจากฝันอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบัน ไม่อยากให้ภาพเดิมคือการหลงกระแสมาเป็นตัวชี้วัดในการเลือกตั้ง อยากให้ทุกๆคนมีแนวคิดเป็นตัวของตัวเองตัดสินใจเลือกตั้งเลือกตัวแทนเลือกคนที่ต้องการเข้าไปทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนเพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน

พลังประชารัฐเชียงใหม่ก่อเกิดจากกลุ่มคนที่มีแนวคิดและอุดมการณ์เดียวกัน คือต้องการอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบันด้าน
การเมืองปการปกครองส่วนท้องถิ่น นโยบายต่างๆเป็นไปได้เพราะจะมีการต่อยอดถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันได้อย่างรวดเร็วและไม่มีปัญหาอุปสรรคต่อโครงการใหญ่ คนเชียงใหม่จะไม่เสียโอกาสในโครงการใหญ่ที่หลายโครงการต้องมาสะดุดกับการจัดสรรงบประมาณก้อนโตที่ถูกจังหวัดภูมิภาคอื่นๆสอยไปอย่างน่าเสียดาย ผมอยากให้พี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่มีดุลยพินิจในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่าละเอียดถี่ถ้วนว่า หากเราไปเลือกคนเดิมแบบเดิมเราก็ได้อย่างเดิมอย่างที่รู้เห็นและเป็นไป ไม่มีสิ่งแปลกใหม่เกิดขึ้นผมนายบดินทร์ เสนอตัวเองพร้อมสมาชิกกลุ่มจะผลักดันโครงการใหญ่ๆ เช่นระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่มีการเชื่อมต่อจากรอบนอกถึงภายในตัวเมืองอย่างมีระบบที่ผ่านมามีแต่พูดอย่างเดียวแต่ในความเป็นจริงคือหลอกประชาชน ผมพร้อมทำทันทีหากพี่น้องประชาชนให้การสนับสนุน ในส่วนของการท่องเที่ยวเชียงใหม่ปัจจุบันภาคเอกชนเข้มแข็งมากเอกชนช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอดเพราะสภาพแวดล้อมและภูมิประเทศตลอดจนวัฒนธรรมหลากหลายเรายังขายทุนเดิม ไม่มีการต่อเติมแต่งแต้มสิ่งแปลกใหม่ผุดขึ้นมาเลย วันใดวันหนึ่งหากนักท่องเที่ยวเบื่อแล้วและเราไม่คิดจะทำสิ่งแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น เราตามจังหวัดหรือภูมิภาคอื่นๆไม่ทันแน่ การท่องเที่ยวผมให้ความสำคัญจะผุดไอเดียสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆที่อลังการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะการท่องเที่ยวทำเงินมหาศาลให้กับเชียงใหม่และผู้คนอยู่ดีกินดีกับเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวมาเป็นอันดับต้นๆ ด้านเศรษฐกิจสังคมตอดจนการพัฒนาอาชีพส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมกลุ่มจัดเป็นนโยบายเร่งด่วนเพื่อโอบอุ้มภาคเกษตรให้มีแหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายสินค้าที่ชัดเจนไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบด้านราคา

ขณะนี้ทั้งหมด23คนของสมาชิกกลุ่มประชารัฐเชียงใหม่ที่สมัครส.อบจ.ในแต่ละเขตพร้อมทุกคนพร้อมเดินหน้าบอกกล่าวเล่า
ขานให้พี่น้องชาวเชียงใหม่ได้ตื่นจากฝันอยู่กับปัจจุบันที่เป็นจริง ทั้งหมด23คนประกอบด้วยผม”นายบดินทร์ กินาวงศ์”ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่เบอร์4(หัวหน้ากลุ่ม) นายกันตภณ พัฒนเพธานน ผู้สมัครส.อบจ. เบอร์3 อ.สันทรายเขต1, ร.ต.ปวิช พงษ์มณี ผู้สมัครส.อบจ.เบอร์3 อ.สันทรายเขต2, นายยุทธพงษ์ แสนพรหม ผู้สมัครส.อบจ.เบอร์3อ.สันทรายเขต2,นายมงคล สุนทรแก้ว ผู้สมัครส.อบจ.ดอยสะเก็ดเบอร์3 เขต1,นายสรพงศ์ บุญธรรม ผู้สมัครส.อบจ.ดอยสะเก็ดเบอร์3เขต2,นายวัลลภ มูลก้อนแก้ว ผู้สมัครส.อบจ.สันกำแพงเบอร์3 เขต2, นายฉลวย ยาวิลาศ ผู้สมัครส.อบจ.สันป่าตอง เบอร์3 เขต1,นายศิลป์ไทย ติยานุพันธุ์ ผู้สมัครส.อบจ.แม่อายเบอร์3 เขต2, นางวิรินทร์พิมล สุพรรณกุล ผู้สมัครส.อบจ.สารภีเขต2เบอร์3,นายสอาด ดอนแก้ว ผู้สมัครส.อบจ.แม่แตงเขต1เบอร์3, นายอาณาจักร อู่ทอง ผู้สมัครส.อบจ.แม่ริมเขต1 เบอร์4, นายมงคล บุญล้ำ ผู้สมัครส.อบจ.แม่ริมเบอร์4 เขต2, นายพิสิษฐ์ โรจนะบริบูรณ์ ผู้สมัครส.อบจ.พร้าว เบอร์3, นายประสิทธิ์ มางเมาะ ผู้สมัครส.อบจ.แม่ออน เบอร์3, พ.ต.ท.นาวิน วงศ์รัตนมัจฉา ผู้สมัครส.อบจ.เวียงแหง เบอร์3, นายภูวนัตถ์ วนาไพร ผู้สมัครส.อบจ.อมก๋อย เบอร์3, นายธรรมนูญ วุฒิลักษณ์ ผู้สมัครส.อบจ.เชียงดาวเขต1 เบอร์3, นางจารุพร การะหงษ์ ผู้สมัครส.อบจ.เชียงดาวเขต2เบอร์3,นายอดิศร อยู่ศิริ ผู้สมัครส.อบจ.ไชยปราการ เบอร์4, นายสุคำ ฐาปนาวิทยากุล ผู้สมัครส.อบจ.ฝางเขต1 เบอร์4, นายมฤคินทร์ ตาไฝ ผู้สมัครส.อบจ.ฝางเขต2 เบอร์4, นายวัชรากรณ์ ภูวรินทร์ยศกุล ผู้สมัครส.อบจ.ฝางเขต3 เบอร์4,นางณัฐพศิน ปินธง ผู้สมัครส.อบจ.แม่อายเขต2เบอร์4

หัวหน้ากลุ่มประชารัฐเชียงใหม่กล่าวในตอนท้ายว่า ทั้งหมดเป็นผู้สมัครของกลุ่มประชารัฐ ที่มีความรู้ความสามารถและมี
อุดมการณ์เดียวกันพร้อมทำงานให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ในการเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงใหม่และส.อบจ.เชียงใหม่ในวันที่20ธ.ค.2563จึงขอโอกาสในการเลือกตั้งขอพี่น้องชาวเชียงใหม่ไปใช้สิทธิ์กันให้มากที่สุด.

ทหารลงพื้นที่ศูนย์อพยพเมืองสามหมอกป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองสกัดเชื้อโควิด19ข้ามแดน

พ.อ.ชายแดน กฤษณสุวรรณ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 กองกำลังนเรศวร ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบบ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจติดตามและสั่งกำชับฝ่ายปกครองและกำลังทหารที่ประจำดูแลศูนย์พักพิงเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้มีการหลบหนีข้ามแดนเข้ามาภายในศูนย์ฯของประชาชนจากนอกประเทศ พร้อมกันนี้ก็ได้มีการพบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ UN ของแต่ละองค์กรที่ดูแลผู้อพยพห้ามมิให้ผู้อพยพภายในศูนย์พักพิงหลบหนีหรือเดินทางออกนอกศูนย์ฯเข้ามาในหมู่บ้านตัวเมืองแม่ฮ่องสอน และหากมีการหลบหนีข้ามแดนของประชาชนชาวเมียนมาเข้ามาภายในศูนย์ก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ไทยพร้อมกักตัวทันที ซึ่งก็ได้รับความมือจากเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์เป็นอย่างดี

ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีศูนย์พักพิงผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนใหญ่จะอยู่ติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ตั้งแต่รัฐฉาน รัฐคะยา และรัฐกะเหรี่ยง รวม 4 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์พักพิงบ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง , ศูนย์พักพิงบ้านแม่สุริน ต.ขุนยวม , ศูนย์พักพิงบ้านแม่ลามาหลวง และศูนย์พักพิงบ้านแม่ละอูน อ.สบเมย มีผู้อพยพรวมประมาณ 30,000 คน ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในประเทศพม่า จนถึงปัจจุบันยังไม่พบมีประชาชนชาวเมียนมาหลบหนีข้ามแดนเข้ามาภายในศูนย์แต่อย่างใด

พ.อ. มงคล ปาคำมา รองผู้อำนวยการรักษาความมันคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่รัฐฉาน รัฐคะยา และรัฐกะเหรี่ยงของสหภาพเมียนมา การแพร่ระบาดของไวรัฐโควิด19 โดยการควบคุมดูแลของนายสิธิชัย จินดาหลวง ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้มีการประชุมกำหนดมาตรการวิธีปฏิบัติที่เข้มข้นมาตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดใหม่ๆ ทำให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ไม่มีการแพร่ระบาดเข้ามาในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งขณะนี้ก็ได้ประชุมติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด นอกจากนี้ตามแนวชายแดนยังมีกำลังทหาร ตำรวจ ตชด.ออกลาดตระเวนตามพื้นที่ธรรมชาติและจุดตรวจต่าง ๆ เพื่อเฝ้าระวังการหลบหนีข้ามแดน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ชุมชนที่มีบ้านเรือนอยู่ตามแนวชายแดนก็ช่วยสอดส่องดูแลไม่ให้มีผู้ลักลอบเข้ามาในหมู่บ้านได้

ตร.ภาค5รวบหนุ่มใหญ่ขนไอซ์20กิโลกรัม

00.30 น.วันที่ 26 พ.ย.63 พ.ต.อ.วรพงษ์ คำลือ รองผบก.สส.ภ.5 พร้อมชุดสืบสวนภาค 5 และชุดสกัดกั้นยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมนายแจ้ง โตกำแพง อายุ 58 ปีอยู่บ้านเลขที่ 10/10 หมู่ 8 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมของกลางรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเทาหมายเลขทะเบียน บว-9333 ระยอง ยาไอซ์ จำนวน 20 กิโลกรัม โดยจับกุมได้ที่ด่านตรวจยาเสพติดปูแกง ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงรายเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมคดียาเสพติดออกจากคุกมาเมื่อปี 2558 จำคุกทั้งหมด 16 ปี พอออกมาค้าขายรับจ้างขนผักไปส่งยัง จ.พิษณุโลก พักหลังกิจการไม่ดีหันมารับจ้างขนยาเสพติดครั้งนี้รับจ้างราคา 1 แสนบาท จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมของกลางซึ่งจะได้ขยายผลถึงขบวนการค้ายาเสพติดนี้ต่อไป

ผาเมืองปะทะคาราวานขนยาเสพติดยึดยาบ้า3แสนเม็ด

พล.ต. นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ทำการสืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเมียนมา เข้ามายังประเทศไทยในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อลำเลียงไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศต่อไป จึงสั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง หมวดทหารม้าที่ 2 กองร้อยทหารม้าที่ 2 กองบังคับการควบคุมที่ 1 จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการซุ่มโจมตี บริเวณพื้นที่ ต.เมืองนะ อำเภอเชียงดาว ห่างจากแนวชายแดน ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ต่อมาเมื่อเวลา 00.00 น. ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายประมาณ 10 – 20 คน แบกสัมภาระ เดินเข้ามาตามเส้นทางในภูมิประเทศ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิด ยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะกันนานประมาณ 10 นาที หน่วยจึงได้จัดกำลังควบคุมพื้นที่เกิดเหตุเพิ่มเติม ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08.30 น. ได้จัดกำลังเข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจพบเป้สะพายหลัง จำนวน 3 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวน 300,000 เม็ด, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง และของใช้ส่วนตัวจำนวนหนึ่งส่วนกลุ่มคาราวานขนยาเสพติดอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

ชมทุ่งดอกเก๊กฮวยเหลืองอร่ามสวยงามที่ดอยสะโง้

ดอยสะโง้ ตั้งอยู่ที่ ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อยู่ใกล้กับจุดชมวิวสามเหลี่ยมทองคำ อ.ชียงแสน โดยเดินทางจากสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 15 นาที ก็จะถึงจุดชมวิว และห่างจาก ตัวเมืองเชียงราย เพียง 63 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็สามารถมาสัมผัสกับบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติสวยงามและชมทะเลหมอกในยามเช้าได้

นอกจุดชมวิวดอยสะโง้แล้วนักท่องเที่ยวจะได้ถ่ายภาพวิว 3 แผ่นดิน ไทย-ลาว-เมียนมา ที่สวยงามแล้วยังมีทุ่งดอกเก๊กฮวยที่กำลังเบ่งบานเป็นสีเหลืองทั้งแปลงสวยสดงดงาม กับบรรยากาศหนาวในช่วงนี้ของจ.เชียงราย ทำให้นักท่องเที่ยวไม่พลาดที่จะแวะมาชมความสวยงาม ทุ่งดอกเก๊กฮวยแปลงใหญ่ที่ออกดอกเบ่งจนกลายเป็นพื้นที่สีเหลืองกว้างๆ อยู่ในหมู่บ้านชาวอาข่าดอยสะโง้ ชาวบ้านได้รวมตัวกันปลูกเป็นแปลงใหญ่ เพื่อสร้างรายได้จนกลายเป็นรายได้หลักให้กับหลายๆ ครอบครัว รวมทั้งในหมู่บ้านยังมีผลิตภัณฑ์ดอกเก๊กฮวยอบแห้ง ไว้จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเอากลับบ้านได้อีกด้วย ขึ้นมาเมืองพ่อขุนอย่าลืมแวะเที่ยวชมด้วยนะครับ