พรรคการเมืองใหม่”พลังชาติพันธุ์”พี่น้องชนเผ่ารวมตัวตั้งพรรคผนึกกำลังลงสนามการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นลดความเหลื่อมล้ำพัฒนาท้องถิ่นตั้งเป้าเลือกตั้งสส.ครั้งหน้า10ที่นั่งในสภา

ที่ห้องแกรนต์ราชพฤกษ์ โรงแรมทีค การ์เด้น รีสอร์ท อ.เมือง จ.เชียงราย มีการจัดประชุมเพื่อจัดตั้งพรรคพลังชาติพันธุ์ โดยมีกลุ่มชาติพันธ์ชนเผ่าต่างๆ ในจังหวัดเชียงราย และใกล้เคียง กว่า 700 คน มีนายสุพจน์ หลี่จา นายกสมาคมสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนชาติพันธุ์ นางรุจิรา ใจจักร์ นายกสมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมชาวอ่าข่าเชียงราย นายวุฒิพงษ์ สวรรค์โชติ นายกสมาคมลาหู่ในประเทศไทย และผู้นำชนเผ่าชาตพันธุ์ ต่างๆ เข้าร่วมประชุม โดยมี ตัวแทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.จังหวัดเชียงราย ร่วมสังเกตุการณ์ด้วยโดยการจัดประชุมครั้งนี้เพื่อเป็นการจัดตั้งพรรคการเมืองซึ่งเป็นพรรคที่รวบรวมชาวเขาหรือชาวชาติพันธุ์ ต่างๆ ในประเทศไทย มารวมกัน ของกลุ่มชาติพันธุ์ทุกชนเผ่าเพื่อจะร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา พัฒนาและผลักดันเรื่องต่างๆ และเลือกตั้งหัวหน้าพรรค โดยได้มีการเสนอชื่อ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล เป็นหัวหน้าพรรค พร้อมกับจัดตั้งคณะกรรมการของพรรค โดยมาจากชาติพันธุ์เผ่าต่างๆการจัดตั้งพรรคการเมืองครั้งนี้มีทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท โดยมีผู้ร่วมจัดตั้งและผู้ร่วมบริจาคเพื่อสมทบทุนใช้ในกิจการของพรรคด้วย

นายชาญยุทธ เฮงตระกูล หัวหน้าพรรค กล่าวว่าการรวมตัวกันครั้งนี้เพราะกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 10 ล้านคน และมีผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 7 ล้านคน ต้องการให้มีการพัฒนาด้านต่างๆ เช่น สิทธิที่ดินทำกิน สิทธิประโยนช์ขั้นพื้นฐาน และเรื่องต่างๆที่ชาวชาติพันธุ์ ได้กรับผลกระทบ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการแก้ไขปัญหา จึงต้องมีตัวแทนเพื่อให้เข้าไปผลักดันแนวทางต่างๆ เป็นพรรคการเมืองที่ต้องทำงานให้กับทุกจังหวัดทั่วประเทศดังนั้นหากได้รับเลือกตั้งก็จะผลันดันการพัฒนาด้านอื่นๆ ไปพร้อมๆ กันหลังจัดตั้งพรรคแล้วจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้ง 250 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมไปถึงการลงสมัครชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่พิจารณาบุคคลที่มีความสนใจในนโยบายของพรรคซึ่งก็เปิดกว้างให้เข้ามาร่วมกันได้ ซึ่งหากมีการเลือกตั้ง ส.ส.ก็คาดว่าพรรคจะได้ที่นั่งไม่ต่ำกว่า 10 ที่นั่ง ซึ่งก็เพียงพอที่จะเป็นตัวแทนในการผลักดันการเสนอกฎหมายต่างๆ ได้

นายวุฒิพงศ์ สวรรค์โชติ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่าในอดีตนั้นนักการเมืองที่ไปหาเสียงกับชาวบ้านโดยเฉพาะบนพื้นที่สูงที่เป็นที่อยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์อ้างว่าจะรับใช้ประชาชนแต่เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้วก็หายไป ดังนั้นเมื่อมองย้อนไปที่กลุ่มชาติพันธุ์ในปัจจุบันก็พบว่ามีศักยภาพมากขึ้นและการศึกษาของแต่ละคนก็ดี ดังนั้นจึงถึงเวลาที่จะจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองเพื่อผลักดันการพัฒนาด้านต่างๆ โดยลำดับต้นๆ คือการแก้ไขปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำโดยขณะที่พื้นที่ราบมีการพัฒนาสาธารณูปโภค แต่บนภูเขากลับมีปัญหา เช่น ถนน ประปา ไฟฟ้า สิทธิที่ดินทำกิน การประกาศเขตป่าต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่มีตัวแทนที่เข้าใจปัญหาพื้นที่มาก่อน ดังนั้นเมื่อมีพรรคการเมืองจะทำให้มีตัวกลางที่ทำให้โครงการพัฒนาต่างๆ คล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะ จ.เชียงราย ที่มีประชากร 1.2 ล้านคน พบว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ 30-40% หากว่าไม่ได้รับเลือกตั้งก็ยังสามารถทำกิจกรรมนอกสภาได้ด้วย ส่วนกรณีที่จะมีพรรคการเมืองอื่นๆ เข้าแทรกแซงนั้นตนมีความกังวลอยู่บ้างแต่เนื่องจากเราเน้นการสร้างสรรค์ ไม่พยายามขัดแย้ง ไม่พยายามบอกว่าใครไม่ดี จึงเชื่อว่าจะสามารถก้าวหน้าและดำเนินนโยบายการเมืองเพื่อพี่น้องชนเผาได้

“ลดาวัลลิ์”หนุน อ.เฉลิมชัย พัฒนาวัดกลางน้ำกว๊านพะเยาให้ยิ่งใหญ่ระดับโลก

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน และอดีต ส.ส. พะเยาหลายสมัย ออกมาสนับสนุน อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ที่ต้องการพัฒนาวัดติโลกอาราม หรือวัดกลางน้ำกว๊านพะเยาให้เป็นประติมากรรมอันยิ่งใหญ่ระดับโลก

นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่าโดยส่วนตัวแล้วตนรู้สึกชื่นชมและเชื่อมั่นในฝีไม้ลายมือของ อ. เฉลิมชัย ว่าจะสามารถออกแบบพัฒนาวัดกลางน้ำกว๊านพะเยา ให้เป็นแลนด์มาร์คระดับโลกได้ โดยที่ยังคงไว้ซึ่งวิถีวัฒนธรรม ขนบประเพณี และบรรยากาศของกว๊านพะเยาให้มีความสวยสดงดงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าตรงนี้ต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจังหวัดพะเยา

ตนอยากเสนอเพิ่มเติมให้มีการพัฒนากว๊านพะเยาในส่วนอื่นๆ ให้มีศักยภาพควบคู่กันไปกับพัฒนาวัดกลางน้ำกว๊านพะเยาด้วย ทั้งในส่วนของการเพิ่มการเก็บน้ำให้ได้มากพอต่อการประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นแหล่งอาหารโปรตีนของประชาชนชาวพะเยา และการเก็บน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาน้ำในกว๊านพะเยาแทบไม่พอใช้ในหน้าแล้ง ทั้งนี้การพัฒนาวัดกลางน้ำกว๊านพะเยาตามแนวคิดของ อ. เฉลิมชัย ดังกล่าว หากมีการทำอย่างเป็นระบบและมีการบริหารจัดการที่ดีจนสามารถทำสำเร็จได้จริง ก็จะเป็นการประกาศให้ทั่วโลกได้รับรู้ถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา ความสวยสดงดงามของศิลปะและวัฒนธรรมไทยอันวิจิตรงดงามตระการตาที่จะสะท้อนภาพจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน เชื่อมโยงไปถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติศิลปะวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ที่น่าสนใจ เช่น ชาวไทยลื้อ ชาวไทยม้ง ชาวไทยเมี้ยน ซึ่งจะทำให้ผู้คนทั่วโลกได้จดจำได้มาเที่ยวชม จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลก ก็จะเป็นการสร้างรายได้สร้างอาชีพให้คนพะเยา ส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมของคนพะเยาดีขึ้นแบบยั่งยืน นางลดาวัลลิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ว่าเชียงใหม่ลุยตรวจเข้มอำเภอติดชายแดนเมียนมากำชับทุกหน่วยงานป้องกันแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองหวั่นนำเชื้อโควิด19เข้ามาแพร่ระบาด

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมแนวชายแดนในเขตพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อรับทราบปัญหาการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายโดยอาศัยช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนเขตพื้นที่ อ.แม่อาย และการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสโคโรน่า (โควิด19) ตามแนวชายแดน อ.แม่อาย โดยมีนายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสุทธิ์ นายอำเภอแม่อาย พ.ต.อ.ชลเทพ ใหม่ไชย ผกก.สภ.แม่อาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย ตชด.334 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.แม่อาย ร่วมตรวจเส้นทางตามแนวชายแดน ดอยผ้าห่มปก ซึ่งทางฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ตชด. ได้วางกำลังเข้มคุมแนวชายแดนในพื้นที่อำเภอแม่อาย อย่างเข้มแข็งเนื่องจากติดกับประเทศเมียนมาที่กำลังมีการระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 อย่างหนักในขณะนี้

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าทางจังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการและประสานทางฝ่ายทหาร ความมั่นคงและฝ่ายปกครองให้เข้มงวด ตรวจ สกัดเพื่อป้องกันการลักลอบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยเฉพาะ 5 อำเภอในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นยังได้กำชับแนวทางปฏิบัติ ให้มีการบูรณาการของเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสถานบริการ สถานบันเทิงต่างๆ โดยให้ยึดหลักการเดียวกับจังหวัดในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 โดยให้รายงานผลการปฏิบัติมาให้ทางจังหวัดทราบด้วยเพื่อจะได้ประชาสัมพันธ์และสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวว่าทางจังหวัดได้ดำเนินมาตรการในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือประชาชนว่าเราจะต้องตั้งการ์ดต้องป้องกันตัวเองโดยสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า หมั่นล้างมืออยู่เสมอ หากการ์ดไม่ตก โอกาสที่จะเกิดการแพร่ระบาดก็จะมีน้อยลง ผวจ.เชียงใหม่กล่าวในที่สุด

น่าเป็นห่วงไข้เลือดออกระบาดเมืองสามหมอกยอดผู้ป่วย1,396รายอันดับ1ของประเทศ

นพ.ศุภชัย บุญอำพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หลังจากช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาแม่ฮ่องสอนมีผู้ป่วยไข้เลือดออกอยู่อันดับ 3 ของประเทศ แต่ในขณะนี้กลับมาเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -5 ตุลาคม 63 จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้ป่วยสูงถึง 1,396 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 499.09 ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย เมื่อวันที่ 20 ก.ค.63 โดยกลุ่มอาชีพที่พบอัตราป่วยมากที่สุดคือกลุ่มอายุ 10-14 ปี รองลงมาคือกลุ่มที่มีอายุ 15-24 ปี ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเรียน และคนอาชีพรับจ้างและเกษตรกร พื้นที่อำเภอแม่สะเรียงมีผู้ป่วยมากสุด 863 ราย รองลงมาได้แก่อำเภอสบเมย สถิติการป่วยไข้เลือดออกในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเทียบกับปี 63 มีผู้ป่วยมากกว่าปี 62 ถึง 4.28 เท่า

สาเหตุมาจากฝนที่หยุดตกในช่วงสัปดาห์ก่อนและกลับมาตกใหม่ทำอากาศชื้นและมีน้ำขังเป็นที่เพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย จึ่งสั่งให้มีการทบทวนมาตรการ 3-3-1 คือ 3 ชั่วโมงแรกให้รายงาน ส่วน 3 ชั่งโมงที่ 2 ให้กำจัดตัวแก่ที่อยู่รอบบ้านที่มีวัชพืช และแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำตัวอ่อนที่อยู่รอบบ้านโดยพ่นหมอกควันรอบ ๆ บ้านในรัศมี 100 เมตร และใน 1 วันให้ทีมสอบสวนโรคลงควบคุมโรค รายงานอุปสรรค์ปัญหาทั้งในเรื่องโลชั่นกันยุงสเปรย์กระป๋อง และทรายกำจัดตัวอ่อน ซึ่งได้สนับสนุนในพื้นที่อย่างเพียงพอ ให้เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือกับประชาชนในการพ่นยาทั้งในและรอบบ้านในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยประชาชนให้ความร่วมมือดีให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน อสม.ลงไปให้ถึงทุกชุมชนทุกครอบครัว และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง จัดหาวัสดุอปกรณ์ให้จัดกิจกรรมณรงค์ทำความสะอาดบ้านเรือน สถานทีสาธารณะ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุกครัวเรือนทั้งนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและช่วยกันอย่างเต็มที่เพื่อหยุดยั้งการระบาดและตัดวงจรของยุงลายซึ่งเป็นต้นเหตุของการระบาดของไข้เลือดออกในขณะนี้

ลุยรื้อรีสอร์ทหรูบนดอยอ่างขางอีก

นายกมล นวลใย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) ร่วมกับนายชัชวาลย์ ปัญญา นายอำเภอฝาง ชุดพยัคฆ์ไพร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันปฏิบัติการรื้อถอนรีสอร์ทชื่อดังแห่งหนึ่งในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ในพื้นที่ดอยอ่างขาง ที่ถูกดำเนินคดีตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดฝาง คดีหมายเลขดำที่ สว 3/2561 คดีหมายเลขแดง สว 10/2563 ตามหมายบังคับคดี เลขที่ 1437/2562 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง เนื้อที่ 1-1-36 ไร่

การบุกรื้อรีสอรท์หรูดอยอ่างขาง ในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากทางกรมป่าไม้ให้ออกปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าดำเนินคดีกับโรงแรม รีสอร์ท อาคารบ้านพักตากอากาศเพื่อบริการนักท่องเที่ยวโดยผิดกฎหมาย บริเวณดอยอ่างขาง ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง ต.ม่อนปิ่น และ ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางซึ่งจากการตรวจสอบก็พบมีการบุกรุกจำนวนทั้งสิ้น 24 ราย เนื้อที่ 20 ไร่เศษบางรายถูกดำเนินคดีรื้อถอนไปก่อนหน้านี้และยังมีบางรายกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งปฏิบัติการเพื่อคืนผืนป่าให้กับธรรมชาติดอยอ่างขางต่อไป

พุทสาสนิกชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะเนื่องในวันออกพรรษา

ที่บริเวณหน้าองค์พระธาตุดอยกองมู วัดพระธาตุดอยกองมู ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน นายเฉลิมพล มั่งคั่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย , นายปกรณ์ จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยข้าราชการ ประชาชนชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนและนักท่องเที่ยวกว่า กว่า 1,000 คน ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์สามเณร โดยมี พระสุมณฑ์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำพระภิกษุสงฆ์สามเณรจากวัดในเขต เทศบาลเมืองฮ่องสอน จำนวน 104 รูป 11วัด มารับบิณฑบาตรจากพุทธศาสนิกชน เนื่องในวันออกพรรษา

ประชาชนข้าราชการ นักท่องเที่ยว นำข้าวสารอาหารแห้ง มายืนรอทำบุญตักบาตรตลอดสองข้างทาง จากลานวัดพระธาตุดอยกองมู ลงบันไดนาคยาวเหยียดไปจนถึงถนนด้านล่างของตัวเมือง เป็นระยะทางยาวเกือบ 2 กม. การตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งจัดขึ้นโดย เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มาทำบุญสร้างกุศลในวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และให้ตนเองครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข และการตักบาตรดังกล่าว เป็นพระเพณีของชาวไทใหญ่ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีการตักบาตรสืบทอดยาวนานมากว่าร้อยปีแล้ว

เมียนมายอมเปิดด่านแม่สายขนส่งสินค้าข้ามชายแดนได้เแล้วหลังสองฝ่ายจับมือหาข้อสรุปป้องกันโควิด19ระบาดข้ามแดน

วันที่30 กันยายน 2563 ที่สะพานมิตรภาพไทย- เมียนมาแห่งที่ 2 ชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา พบว่าในช่วงเช้าวันนี้รถขนถ่ายสินค้าจำนวนมากได้เดินทาง ข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เข้ามายังด่านพรมแดนอำเภอแม่สาย เพื่อรับสินค้าจากฝั่งประเทศไทยขนส่งสินค้าเข้าไปยังประเทศเมียนมา เหมือนปรกติที่เคยเป็น

หลังจากที่ได้มีการประชุมและยื่นข้อเสนอที่โรงแรมวันจีวัน จังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 28 ก.ย.63 ที่ผ่านมา โดยเสนอข้อเรียกร้องให้ทางเมียนมา เปิดให้รถบรรทุกสินค้า ที่ตกค้างและรออยู่บริเวณด่านพรมแดนอำเภอแม่สายจำนวนมากทำให้มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 80 ถึง 100 ล้านบาทต่อวัน โดยทางการเมียนมานำโดย นายอูมิ้น ไหน่ ผู้ว่าการจังหวัดท่าขี้เหล็ก พ.อ.ต่อสินอู ผบ.ยุทธศาสตร์ท่าขี้เหล็ก เข้าร่วมการประชุมและได้นำข้อหารือดังกล่าวส่งต่อให้ยัง รัฐบาลเมียนมาเพื่อพิจารณา จนกระทั่งได้มีหนังสือชี้แจง มายังศูนย์ประสานงานชายแดนไทยเมียนมาฝ่ายไทยหรือ TBC โดยมีเนื้อหาว่าให้รถขนส่งสินค้า กลับมาดำเนินการได้ตามปกติโดยมีข้อแม้ว่าคนขับรถทั้งสองประเทศจะต้องเปลี่ยนคนขับที่บริเวณด่านพรมแดนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัส covid-19

ทำให้ในช่วงเช้าวันนี้มีรถตู้สำหรับขนส่งสินค้าจากเมียนมาจำนวนมาก ได้เดินทางมาเพื่อรอรับสินค้าและตรวจร่างกายของคนขับรถเพื่อเข้ามารับสินค้าในประเทศไทยตามโกดังต่างๆนอกจากนี้เป็นการผ่อนคลาย ทำให้รถบรรทุกสินค้าที่จอดอยู่บริเวณหน้าด่านพรมแดนอำเภอแม่สายสามารถไปส่งสินค้าในพื้นที่ จังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมาได้อย่างเป็นปกติ ในส่วนข้อเรียกร้องต่างๆที่ฝ่ายเมียนมาได้ยื่นข้อเสนอมายังฝ่ายไทยนั้น ได้มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประชุมหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว

เมียนมาเล่นแง่ยื่น8ข้อเสนอหลังไทยเจรจาเปิดชายแดนแม่สายให้รถบรรทุกสินค้าผ่านเข้าออกหลังกำหนดให้เข้าออกได้วันละ6คันเท่านั้น

29 ก.ย.63 ที่ด่านพรมแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย บริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ยังคงมีการขนส่งสินค้าทั้งจาก อ.แม่สาย ประเทศไทย และจาก จ.ท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา แต่ยังคงมีการจำกัดประมาณรถขนส่งสินค้า จำนวน 6 คันต่อวัน และยังคงมีการผ่อนปรนให้รถบรรทุกน้ำมันข้ามไปส่งให้ทางสถานีน้ำมันในจังหวัดท่าขี้เหล็ก เพื่อบรรทเทาความตึงดเครียดบริเวณดชายแดน และมีการปลี่ยนคนขับรถที่บริเวณด่านพรมแดน และมีการตรวจวัดไข้เบื้องต้นด้วย

ที่ผ่านมา พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผก.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ในฐานะ ประธานศูนย์ประสานงานชายแดนฝ่ายไทยมาหรือ TBC ฝ่ายไทย ได้เดินทางไปยังห้องประชุุมโรงแรมวันจีวัน จ.ท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา เพื่อพบกับพ.ท.เปี้ยโส่งอ่อง ผบ.กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 293 ในฐานะประธานศูนย์ประสานงานชายแนส่วนท้องถิ่นฝ่านเมียนมา TBC ฝ่ายเมียนมา พร้อมทั้งมี นายอูมิ้น ไหน่ ผู้ว่าการจังหวัดท่าขี้เหล็ก พ.อ.ต่อสินอู ผบ.ยุทธศาสตร์ท่าขี้เหล็ก เข้าร่วมการประชุมโดยฝ่ายไทยให้มีข้อเสนอขอให้มีการเพิ่มจำนวนรถที่ใช้ขนส่งสินค้า หลังจากเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมาคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย ที่มีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ได้มีคำสั่งที่ 22 ให้กำหนดรถที่จะขนส่งสินค้าผ่านพรมแดนไทย-เมียนมา ได้จำนวน 168 คันโดยไม่ได้มีการจำกัดจำนวนว่าจะเป็นรถของสัญชาติใด และให้มีการเปลี่ยนคนขับบริเวณด่านพรมแดนโดยให้คนไทยหรือชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ที่ อ.แม่สาย เป็นคนขับ เข้ามารับสินค้าตามโกดังต่างๆ ใน อ.แม่สาย โดยทางท้องถิ่น จ.ท่าขี้เหล็ก แจ้งว่าจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปแจ้งต่อรัฐบาลรัฐฉานเพื่อให้พิจารณาโดยยังไม่รับปากจะดำเนินการตามข้อเสนอหรือไม่

 

ทางเมียนมาได้มีข้อเสนอต่อทาง จ.เชียงราย จำนวน 8 ข้อคือ 1.การใช้รถขนสินค้าผ่านแดนทั้งที่เป็นป้ายทะเบียนของฝ่ายไทยและเมียนมาต้องอยู่ในจำนวนที่เท่าเทียมกัน 2.ขอให้มีการตรวจสอบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถบรรทุกสินค้าคันละ 40,000 บาท ว่ามีระเบียบกฎหมายใดรองรับ 3.กรณีมีรถบรรทุกสินค้าป้ายทะเบียนไทยที่ตกค้างในฝั่งเมียนมาแล้วไม่สามารถมาต่อทะเบียนได้ทันขอให้มีการงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมทะเบียนรถชั่วคราว 4.ขอให้รถป้ายทะเบียนไทยที่จะข้ามไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก ได้ตรวจสภาพทุกคัน 5.คนขับรถจากฝั่งไทยที่จะนอนค้างใน จ.ท่าขี้เหล็ก ต้องเสียค่าปรับรายคืน 6.ขอให้ลดภาษีหรือค่าธรรมเนียมสินค้าประเภทผัก เนื้อ หมู ปลา จากเดิมที่เคยขนผ่านสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ก่อนวิกฤติไวรัสโควิด-19 วันละเพียง 2,000 บาทต่อตัน แต่เมื่อไปข้ามสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 เพิ่มเป็น 4,000 บาทลงเหลือเท่าเดิม 7.ให้คนขับทั้ง 2 ฝ่ายเปลี่ยนคนขับตรงด่านพรมแดนเหมือนเดิม และ 8.หากจะมีมาตรการใดๆ เพิ่มเติมขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการเจรจาหารือกันก่อนดำเนินการต่อไปในครั้งหน้า

ลดาวัลลิ์นั่งหัวหน้าพรรคเสมอภาค

ที่ห้องประชุม อัลตร้า อารีน่า ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้า โชว์ ดีซี (Show DC) พรรค “เสมอภาค” ได้จัดประชุมผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรค เพื่อพิจารณาเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค รวมถึงพิจารณาคำประกาศอุดมการณ์ นโยบาย และข้อบังคับพรรค โดยมีผู้ร่วมประชุมกว่า 400 คน เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค โดยก่อนเข้าประชุมได้มีการตรวจอุณหภูมิ วัดไข้ แจกหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ และมีการเว้นระยะห่างทางสังคมทั้งในและนอกห้องประชุม เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐบาล

หลังจากนั้น ได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค สรุปรายชื่อได้ 19 คน ดังนี้ 1. นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรค 2. ดร. นิติธร สีเชียว เลขาธิการพรรค 3. นางสาวชริตา พลพานิชย์ เหรัญญิกพรรค 4.นายณัฐพล ปัญญากอง ทะเบียนสมาชิกพรรค 5. กรรมการบริหารอื่นของพรรค จำนวน 15 คน อาทิเช่น นายสถิตย์พันธ์ ธรรมสถิตย์ อดีตรอง ผอ. การยางแห่งประเทศไทย พลตรี ถิรเดช ทรัพย์เขื่อนขันธ์ ตัวแทนสภาแพทย์แผนไทย พลตรี รัชพล สุทนต์ อดีต ผอ สารวัตรทหารบก นางรัตนจันทร์ ศีลสัมฤทธิ์

นอกจากนี้ ได้ประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค คือ “มุ่งเน้นการสร้างความเสมอภาคด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม” โดยต้องการพัฒนาด้านการเมืองไทยให้ก้าวไปสู่การเมืองภาคประชาชน โดยประชาชนร่วมเป็นเจ้าของพรรค ร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ เพื่อสร้างสังคมให้มีความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นสังคมแห่งความดีงามและถูกต้อง อันจะนำความสงบสุขให้กลับคืนมาสู่ประเทศชาติ และจะเป็นผลให้ประชาชนทั่วไป มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นและมีความสุข โดยยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

นางลดาวัลลิ์ กล่าวต่อที่ประชุม หลังได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสมอภาค ว่า ขอขอบคุณผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคเสมอภาคทุกๆ ท่านที่สละเวลามาช่วยกันสร้างพรรค ทุกคนมาด้วยความตั้งใจที่จะสร้างพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองของประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง ทุกคนมาด้วยเจตนามุ่งมั่นที่จะทำงานการเมืออย่างสร้างสรรค์ มุ่งสร้างการเมืองมิติใหม่

นางลดาวัลลิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ทุกคนถามมาเป็นจำนวนมาก เมื่อเราได้ประกาศจะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ คือ พรรคที่จะจัดตั้งนี้ จะอยู่ฝ่ายไหน เหมือนจะบอกให้เราเป็นพวกกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่มีความขัดแย้งกันอยู่ ตนจึงขอใช้เวทีนี้ประกาศว่า พรรคเสมอภาค จะไม่ใช่พรรคของฝ่ายใดเป็นอันขาด เราเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ไม่ขอไปร่วมอยู่ในความขัดแย้งใดๆ เราตั้งใจจัดตั้งพรรคเสมอภาค เพื่อเป็นพรรคมิติใหม่ที่จะเปลี่ยนการเมืองไทยให้เป็นการเมืองที่ขาวสะอาด ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นพรรคที่เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

ขณะนี้บ้านเมืองเรากำลังประสบปัญหา มหาวิกฤตในหลายด้าน สังคมแตกแยก เศรษฐกิจตกต่ำ คนตกงาน ขาดรายได้ การทำมาหากินเต็มไปด้วยความยากลำบาก กฎหมายหลายอย่างยังล้าสมัยไม่สอดคล้องกับสภาวะการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ภาคการเกษตรมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนการศึกษาของเยาวชนที่ไม่สอดคล้องกับอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้ต่างหาก คือภารกิจของพรรคเสมอภาค ที่จะเร่งดำเนินการและเข้ามาแก้ไขปัญหา

ด้านดร. นิติธร เลขาธิการพรรค ได้กล่าวอธิบายถึงสัญลักษณ์พรรค “เสมอภาค” ว่า พรรคเสมอภาค ใช้เครื่องหมายมีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ “เท่ากับ” ที่มี “วงกลม”ล้อมรอบและมีตัวอักษรคำว่า “เสมอภาค” ปรากฏอยู่ด้านของล่างของวงกลมดังกล่าว โดยสัญลักษณ์ “เท่ากับ” ที่เป็นแถบสีน้ำเงินอยู่ตรงกลางวงกลม เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเสมอภาคของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แถบสีชมพูและแถบสีฟ้า ที่เป็นสีแถบของวงกลมที่แบ่งครึ่งกันอย่างสมดุล แสดงถึงความเท่าเทียมกันของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยแถบสีชมพูเสมือนเป็นตัวแทนของผู้หญิงและแอลจีบีที(LGBT) ที่เป็นผู้หญิง ส่วนแถบสีฟ้าเสมือนเป็นตัวแทนของผู้ชายและแอลจีบีที(LGBT) ที่เป็นผู้ชาย ที่มีสิทธิ ความเสมอภาค เท่าเทียมกัน ส่วนสัญลักษณ์ “วงกลม” ที่เป็นแถบสีชมพูและแถบสีฟ้า เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสามัคคี ความร่วมมือ ความกลมเกลียว เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ รวมกันเป็นพลังอันยิ่งใหญ่เข้มแข็ง ที่พร้อมจะช่วยกันผลักดันขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ามั่นคงและยั่งยืน ดั่งกงล้อที่พร้อมจะหมุนไปอย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง

รับรางวัลบุคคลต้นแบบประจำปี2563

 

ขอแสดงความยินดีกับ ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. ในโอกาสได้รับการคัดเลือกเป็นบุคคลต้นแบบ ประจำปี พ.ศ. 2563 จากการคัดเลือกของสโมสรโรตารีเชียงใหม่ใต้ โดยความเห็นชอบจาก ฯพณฯท่าน รองนายกรัฐมนตรี คุณวิษณุ เครืองาม ซึ่งได้รับมอบเกียรติบัตร และโล่รางวัลบุคคลต้นแบบ ประจำปี พ.ศ 2563 จาก คุณกรวิภา วรานิชสกุล นายกสโมสรโรตารีเชียงใหม่ใต้ โดยการคัดเลือกนี้ ทางสโมสรโรตารี่เขียงใหม่ไต้ ร่วมกับโรตารีภาค 3360 ได้คัดเลือกบุคคลต้นแบบ ประจำปี พ.ศ. 2563 โดยพิจารณาจาก คุณลักษณะของบุคคลที่ได้รับการคัดเลือก ดังนี้1.เป็นบุคคลที่มีคุณธรรมและจริยธรรม2.เป็นบุคคลที่มีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของสังคม3.เป็นบุคคลที่มีจิตอาสา มีน้ำใจ ทำคุณประโยชน์ต่อสาธารณชน4.เป็นบุคคลที่เผยแพร่ศิลปะ ประเพณี ส่งเสริมวัฒนธรรรไทย 5.เป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม6.เป็นบุคคลที่มีคุณงามความดี และทำชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติซึ่งในปี พ.ศ.2563 มีบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นบุคคลต้นแบบ จำนวน 10 ท่าน ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลตันแบบประจำปี พ.ศ. 2563 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2563 ณ ห้องเชียงแสน โรงแรมดวงตะวัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่