ได้ข้อสรุปถกในคณะกรรมการTBCปัญหาขนส่งสินค้าชายแดนแม่สาย-เมียนมา

ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง พันเอกชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2.กองกำลังผาเมือง เป็นประธานประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ชายแดนอำเภอแม่สายจังหวัดเชียงรายหลังจากเกิดข้อพิพาทระหว่างไทยและเมียนมา เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าข้ามแดนในช่วงที่มีการระบาดของโรคไวรัส covid-19 ทำให้ทางเมียนมา ไม่ยินยอมให้รถขนสินค้าจากประเทศไทยเข้าไปในประเทศเมียนมาที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก โดยให้ผ่าน ด่านพรมแดนวันละ 6 คันเท่านั้น รถในฝั่งไทยและฝั่งเมียนมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่ง และสินค้าที่ต้อง ไปส่งในประเทศเมียนมาเสียหายมูลค่า 80 – 100 ล้านบาทต่อวัน

โดยล่าสุด พันเอกชาตรี สงวนธรรม ได้เป็นประธานประชุมหารือร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย ตรวจคนเข้าเมืองเขียงราย กรมควบคุมโรคติดต่อ หอการค้า ศุลกากรแม่สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือถึงทางออก ของปัญหาดังกล่าว ซึ่งหลังจากการประชุมได้ข้อสรุปว่า จะให้รถตู้ขนส่งสินค้าของเมียนมา สามารถเข้าออกประเทศไทยได้วันละ 168 คันโดยไม่จำกัดจำนวนรอบและให้เปลี่ยนคนขับ ที่บริเวณด่านพรมแดนโดยให้คนขับจากเมียนมาพักอยู่ที่จุดคัดกรองและเปลี่ยนให้คนขับในฝั่งไทยกับต่อ ไปรับสินค้ายังจุด ขนส่งหรือโกดังเก็บสินค้า ในส่วนคนขับรถของไทย ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน แต่ในส่วนของรถบรรทุกน้ำมันสามารถ บรรทุกน้ำมันข้ามไปยังฝั่งประเทศเมียนมาร์ได้โดยไม่จำกัดจำนวนคัน เพื่อให้การขนส่งเพียงพอต่อความต้องการในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก

โดยข้อสรุปดังกล่าว จะได้ทำเป็นเอกสาร มอบให้กับทางศูนย์ประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมาฝ่ายไทยหรือ tbc เพื่อส่งมอบให้กับ ทางศูนย์ประสานงานชายแดน ส่วนท้องถิ่นเมียนมา-ไทย ฝ่ายเมียนมา เพื่อหาทางออกร่วมกันยังไงก็ตามปัญหาก่อนหน้านี้คาดว่าเกิดจากการสื่อสารที่เข้าใจไม่ชัดเจนทำให้เกิดความไม่เข้าใจจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งการหารือในครั้งนี้เพื่อเป็นการหาทางออก ให้กับผู้ประกอบการทั้งสองประเทศและเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศของไทยและเมียนมา ต่อไป

มท.1ลงพื้นที่เมืองสามหมอกเปิดโครงการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยให้ชุมชน(คทช.)

ที่อาคารสนามกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธาน เปิดโครงการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยให้ชุมชน (คทช.) และมอบสมุดประจำตัวแก่ผู้ได้รับอนุญาตให้ทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมี นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน น.ส.ศันสนีย์ ทาสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวจังหวัดแม่ฮ่อสอน ให้การต้อนรับ

จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ทั้งหมด 7,987,860.50 ไร่ จำแนกเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ จำนวน 6,958,612 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 87.11 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด พื้นที่ไม่มีสภาพป่า จำนวน 1,029,248.5 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.13 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด จำแนกเป็น พื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน 105,319 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 10.23 พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) 25,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 2.43 พื้นที่ ที่ขอใช้ประโยชน์ 45,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 4.37 พื้นที่ที่ราษฎรถือครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 853,929.5 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 82.97 ซึ่งจำแนกออก เป็น 5 กลุ่ม กลุ่ม 1 ป่าสงวนฯ ลุ่มน้ำ 3,4,5 (อยู่ก่อนปี 45) จำนวน 70,257.17 ไร่ อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ตามโครงการ คทช. โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ยื่นคำขอกลุ่ม 2 ป่าสงวนฯ ลุ่มน้ำ 3,4,5 (อยู่ปี 45-57) จำนวน 62,673 ไร่ ให้กลุ่มเกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ที่เป็นนิติบุคคล เป็นผู้ยื่นคำขอ
กลุ่ม 3 ป่าสงวนฯ ลุ่มน้ำ 1,2 จำนวน 226,472 ไร่ และพื้นที่ยังไม่ได้มีการสำรวจ จำนวน 250,329.51 ไร่ เป็นการจัดระเบียบในการใช้ประโยชน์พื้นที่ โดยกรมป่าไม้ กลุ่ม 4 ป่าอนุรักษ์ 1,2,3,4,5 จำนวน 244,197.82 ไร่ ดำเนินการให้สิทธิทำกิน มิให้เอกสารสิทธิ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

สำหรับพื้นที่เป้าหมายจัดที่ดิน (คทช) ทั้งหมด ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ มีจำนวนทั้งสิ้น 9 ป่า 20 พื้นที่ เนื้อที่ประมาณ 70,257.17 ไร่ โดยกรมป่าไม้อนุญาตให้ใช้พื้นที่แล้ว จำนวน 4 พื้นที่ รวมเนื้อที่ประมาณ 9,630 ไร่เศษ ส่วนพื้นที่ที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณาอนุญาตกรมป่าไม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเพื่อจะเสนอเป็นพื้นที่เป้าหมายดำเนินการ คทช. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 6 พื้นที่ เนื้อที่ประมาณ 19,235 ไร่เศษ และมีพื้นที่ตกหล่นอีกจำนวน 4 พื้นที่ เนื้อที่ประมาณ 20,000 ไร่

คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด) ได้มอบให้สำนักงานที่ดินจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานคณะทำงานจัดที่ดิน โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 ถึง พ.ศ.2563 ได้รับแจ้งพื้นที่เป้าหมายจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล (คทช.) จากคณะอนุกรรมการจัดที่ดิน (กรมที่ดิน) แล้ว จำนวนทั้งสิ้น 10 พื้นที่ ได้สำรวจ ตรวจสอบคุณสมบัติ จัดคนลงพื้นที่แล้วทั้งสิ้น 3 พื้นที่ รวมทั้งสิ้น 4,382 แปลง 3,325 ราย เนื้อที่ ประมาณ 7,302 ไร่ โดยแจกสมุดประจำตัวให้แก่ราษฎร ผู้ได้รับการจัดที่ดินไปแล้วบางส่วน จำนวน 1,931 เล่ม ยังคงค้างอีกจำนวน 2,451 เล่ม ซึ่งการจัดโครงการในวันนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แก่ประชาชนผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เกี่ยวกับกระบวนการจัดที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล และมอบสมุดประจำตัวแก่ผู้ได้รับอนุญาตให้ทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 1,300 เล่ม 1,012 ราย รวมเนื้อที่โดยประมาณ 1,388-1-31 ไร่ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าแม่ปายฝั่งซ้าย”ในท้องที่ รวม 3 ตำบล 8 หมู่บ้าน ท้องที่ตำบลห้วยโป่ง ตำบลปางหมู ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการในพื้นที่ที่เหลืออยู่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้ทุกท่านได้มีที่ดินทำกิน อยู่อาศัย และมีหลักฐานอ้างอิงสิทธิการครอบครองที่ดินในเขตที่ดินของรัฐ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถรวมกลุ่มกันเป็นชุมชน สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร บริหารจัดการชุมชนด้วยตนเอง เพื่อสร้างประโยชน์ สร้างรายได้ให้เกิดความมั่นคง ยั่งยืน สมดังเจตนารมณ์ของรัฐบาลต่อไป

วันมหิดล ประจำปี 256

 

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีพวงมาลาถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต หรือวันมหิดล ประจำปี 2563 โดยมี นายคมสัน สุวรรณอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.อาวุธ ศรีศุกรี อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศาสตราจารย์ นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ กล่าวถวายราชสดุดี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ในด้านการแพทย์ การสาธารณสุข ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา และทรัพย์สินส่วนพระองค์เข้าช่วยเหลือ ค้นคว้าหาแนวทางพัฒนางานด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการพยาบาล ให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงเท่าเทียมนานาอารยประเทศ เสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับประชาราษฎร์ โดยเฉพาะผู้เจ็บป่วยและผู้ด้อยโอกาส ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ผู้แทนจากหน่วยงาน องค์กร และสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ นักศึกษาและประชาชน ร่วมพิธี ณ พระราชานุสาวรีย์ฯ อาคารสุจิณโณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2563

ออกหว่าแม่สะเรียง

นายพัลลภ หว่าละ นายกเทศมนตรีตำบลแม่สะเรียง ร่วมกับทาง นายประพันธ์ วิริยะภาพ ปราชญ์วัฒนธรรมแม่สะเรียง นายอรรถพล ทวีสุนทร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน นายคำปัน คำประวัน ตัวแทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.วงศพัทธ์ สิทธิวัฒนภัสร์ ผกก.สภ.แม่สะเรียง ร่วมแถลงข่าวการจัดงานประเพณีออกหว่า เทศกาลออกพรรษา ประจำปี 2563 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 – 3 ตุลาคม 2563 นี้ งานประเพณีออกหว่าเทศกาลออกพรรษา เน้นการอนุรักษ์วิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่หลากหลาย ชูความเป็นเลิศทางประเพณีและวัฒนธรรมแห่งเดียวในประเทศไทย ความงดงามของราชวัตรประทีปโคมไฟ มหัศจรรย์ของสีสันแห่งโคมไฟหลากหลายรูปแบบที่ชาวบ้านพร้อมใจกันประดับประดาตามท้องถนน 6 สาย ตามอาคารสถานที่ บ้านเรือนที่อยู่อาศัย พร้อมชมความมหัศจรรย์ขบวนแห่เทียนเหงพันเล่มยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา ซึ่งเป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมคนแม่สะเรียงที่สืบทอดกันมานับร้อยๆ ปี

สำหรับประเพณีออกหว่าเทศกาลออกพรรษา เป็นภาษาของชาวไทยใหญ่และเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมากว่า 600 ปี ซึ่งก่อนถึงวันออกพรรษาชาวบ้านในอำเภอแม่สะเรียง พร้อมใจกันออกมาตกแต่งประดับประดาราชวัติซุ้มประตูหน้าบ้าน ด้วยการนำไม้ไผ่มาสานเป็นรั้วตกแต่งด้วยประทีปโคมไฟ ต้นกล้วย ต้นอ้อย และตุง ตามความเชื่อของชาวบ้าน เพื่อเป็นการสักการะและรอรับเสด็จพระพุทธเจ้า ที่เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากทรงธรรมเทศนาโปรดพระมารดาทุกเช้า ระหว่างวันที่ 1 – 3 ต.ค. 63 ตั้งแต่เวลา 04.00 น.เป็นต้นไป ประชาชนชาวอำเภอแม่สะเรียง จะพร้อมใจกันแต่งชุดพื้นเมืองออกมารอตักบาตร

ไม่รอดขนยาบ้า7ล้านเม็ดเคตามีน100กิโล

ที่ จ.เชียงราย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ทหารกองกำลังผาเมือง ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมยาเสพติด ยาบ้าจำนวน 6.7 ล้านเม็ด และเคตามีน จำนวน 100 กิโลกรัม พร้อม ผู้ต้องหาได้จำนวน 2 คนคือ นายไซ อายุ 27 ปี และ นายหวังอินทร์ อายุ 26 ปี

โดยการติดตามจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันติดตามขยายผลจากการจับกุม นายใหม่ อายุ 43 ปี ชาว อ.แม่จริม จ.น่าน พร้อมของกลางยาบ้า 6 ล้านเม็ด รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ จำนวน 1 คัน เมื่อวันที่ 31 ก.ค.63 ที่ผ่านมา จึงทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลพบว่ากลุ่มขบวนการนี้นี้เป็นแก๊งใหญ่ลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนด้าน จ.เชียงราย ส่งให้กับกลุ่มนายทุน จึงได้เฝ้าติดตามจนกระทั่ง เมื่อวันที่ 21 ก.ย.63 พบรถยนต์กลุ่มลำเลียง จำนวน 4 คัน ขับตามกันมาด้วยความเร็วสูง จากเขต อ.เชียงแสน มุ่งหน้าไปยัง อ.เชียงของ จ.เชียงราย จึงได้สะกดรอยติดตาม แต่รถยนต์กลุ่มดังกล่าว ไหวตัวหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่สามารถสกัดรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว เลขทะเบียน ผญ 409 เชียงราย เอาไว้ได้ที่ บริเวณในหมู่บ้านร่องห้า ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จว.เชียงราย จากการตรวจสอบภายในรถพบว่า ได้บรรทุกยาบ้า จำนวน 6.7 เม็ดและเคตามีน จำนวน 100 กิโลกรัม ส่วนผู้ต้องหาและผู้โดยสาร รวมจำนวน 2 คน ได้วิ่งหลบหนีไป ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ก.ย.63 ได้ขยายผลออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย คือ นายไซ และนายหวังอินทร์ ทั้งสองคนมีภูมิลำเนาอยู่บ้านห้วยหาน ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ กล่าวว่า กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในช่วงหลังนี้ได้มีการเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมที่นำเข้ามาจากทางด้าน อ.แม่สาย อ.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่จัน จ.เชียงราย และชายแดน ด้าน จ.เชียงใหม่ ได้มาใช้เส้นทางด้านติดกับประเทศ สปป.ลาว เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้การติดตามอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถสกัดกั้นและจับกุมได้ในที่สุด พร้อมทั้งจะมีการขยายผลกลุ่มผู้ร่วมขบวนการเพื่อทำการยึดทรัพย์ต่อไป

กิจกรรมดีๆสู่สังคมลำปางปลูกต้นไม้ริมฝั่งน้ำวัง

เนื่องในวันอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน้ำคูคลองแห่งชาติ และวันเยาวชนแห่งชาติ ที่บริเวณถนนเลียบน้ำวัง จากหัวสะพานบ้านดงม่อนกระทิง – เขื่อนยาง ระยะทางประมาณ 2 กม. ได้มีกลุ่มคนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในจังหวัดลำปาง ซึ่งประกอบไปด้วย สมาคมเครือข่ายคนรักษ์สิ่งแวดล้อม จังหวัดลำปาง นำโดยนายฉลอง ของเดิม นายกสมาคมเครือข่ายคนรักษ์สิ่งแวดล้อม นักเรียนจากโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยโดยการนำของ นางผ่องพรรณ เดชมี และนางกัญณภัทร ชัยกานต์กุล ครูผู้ควบคุมดูแล เด็กนักเรียนจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการเขลางค์นคร โดยการนำนายประเสริฐ ณ จันตา ครูผู้ควบคุมดูแล กลุ่มจิตอาสาของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ลำปาง นำโดยนายจาตุรงค์ แก้วสามดวง อาจารย์ผู้ควบคุมดูแล นอกจากนั้นยังมีตัวแทนชุมชนบ้านดง นำโดย สท.สมหมาย พงษ์ไพบูลย์ ของเทศบาลนครลำปาง รวมทั้งหมดประมาณ 200 คน ได้ร่วมกันน้ำต้นไม้มาปลูกตลอดระยะทาง

โดยนายฉลอง นายกสมาคมเครือข่ายคนรักษ์สิ่งแวดล้อม กล่าวว่าในฐานะตนเองเป็นนายกสมาคมนี้และเป็นคนจังหวัดลำปาง มองว่าน่าจะมีกิจกรรมอะไรบ้างในด้านการอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะแม่น้ำวัง ซึ่งถือว่าเป็นเส้นเลือดของคนลำปาง จึงได้เชิญชวนหลายภาคส่วนได้มาร่วมกันทำโครงการนี้ขึ้นมาเป็นการจุดประกาย ให้คนลำปางได้มองเห็นความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านนายสมหมาย กล่าวว่า ตนเองได้เข้าร่วมทำกิจกรรมครั้งนี้เนื่องจากเห็นว่า ถนนเลียบน้ำวังช่วงนี้ เป็นจุดที่สวยงามมาก ระยะทางก็ยาวพอสมควรเหมาะสำหรับการพัฒนาต่อยอดเป็นที่พักผ่อนริมน้ำต่อไปในอนาคต จึงประสานผู้บริหารเทศบาลนครลำปาง ช่วยนำเครื่องจักรมาปรับพื้นที่ รองรับการทำกิจกรรมปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ ซึ่งต่อไปเส้นทางนี้คงจะเป็นเส้นทางหลักอีกแห่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมาได้สำหรับต้นไม้ที่นำมาปลูกประกอบไปด้วยต้นยางนา ต้นแคนา ต้นสะเดา ต้นขี้เหล็ก ต้นมะขามป้อม และกล้วยน้ำหว้า ทั้งหมดรวมกัน 500 ต้น

จับหนุ่มลักลอบข้ามชายแดนด้านอ.แม่สายตรวจร่างกายพบมีไข้37.5

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองภายใต้การอำนวยการของ นายประจญ ปรัชญสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้ นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย ให้นำเจ้าหน้าที่สนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 มอบหมายให้ ร.อ.ศุภรัตน์ มีรอด ผบ.ร้อย. ฉก.ม.2 ฉก.ม.2 ร่วมกับ นาย มาติน ไทยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผาแตก จัดกำลังออกลาดตระเวนในเขตรับผิดชอบ จนกระทั่งมาถึงบริเวณศูนย์ไฟป่า บ้านห้วยน้ำริน ม.7 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

พบชายคนหนึ่งเดินออกมาจากป่าข้างทาง ทราบชื่อว่านายเอกชัย ชาว อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยสารภาพว่าได้ข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านบริเวณตรงข้ามด่านป่าสัก พร้อมสารภาพว่าก่อนจะเดินข้ามมาได้เสพยาบ้า และเสพเฮโลอีนมาก่อน จากนั้นได้ว่าจ้างวินมอเตอร์ไซร์ 3,000 บาทเพื่อมาส่งตรงจุดใกล้ชายแดนตรงข้ามบ้านผาหมี และได้เดินมาพักอยู่บ้านลุงดู่ ซึ่งเป็นบ้านของคนที่จะพาข้ามโดยจะเรียกเก็บเงินค่าพาข้ามคย 5000 บาท ก่อนจะพาข้ามชายแดนมา และมาโผล่ที่ศูนย์ไฟป่าบ้านห้วยน้ำริน จนกระทั่งมาพบเจ้าหน้าที่ที่กำลังลาดตระเวณอยู่ดังกล่าว จากการตรวจวัดร่างกายและวัดไข้พบว่ามี 37.5 องศา นายเอกชัย สารภาพว่าตนทำอาชีพขายเสื้อผ้าชนเผ่าที่ฝั่งท่าขี้เหล็ก แต่พ่อเสียเลยจะข้ามมางานศพพ่อ จึงได้ตัดสินใจข้ามพรมแดนมาจนถูกจับกุมดังลกล่าว

ประชารัฐพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของดีวิถีแม่ฮ่องสอน

ที่บริเวณสามแยกตลาดนัด อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน นายปฐมพงษ์ จันทร์สว่าง พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยส่วนราชการ พ่อค้า ผู้ประกอบการ จัดกิจกรรม “ประชารัฐ พัฒนาเกษตรอินทรีย์ ของดี วิถีแม่ฮ่องสอน”ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ผลักดันและส่งเสริมช่องทางการตลาดแก่เกษตรอินทรีย์ ให้ได้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการจับจ่ายใช้สอยและรับรู้ถึงสินค้าของผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ฟื้นกลับมาสู่ภาวะที่ดีขึ้น หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นการผลักดันเศรษฐกิจจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้กลับมาคึกคักมากขึ้นและเข้าสู่สภาวะปกติ พร้อมยกระดับฐานะการผลิตเกษตรอินทรีย์และสร้างเครือข่ายช่องทางการตลาดแก่เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นและสามารถพัฒนา ต่อยอดธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้าเกษตรคุณภาพสูง

นายปฐมพงษ์ กล่าวว่ากิจกรรมภายในงาน การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ และ ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่คัดสรรคุณภาพ นำมาจำหน่ายภายในงาน จำนวนกว่า 50 คูหา การจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจเพิ่มพันธมิตรทางการค้า 15 บริษัท การส่งเสริมศักยภาพ ขีดความสามารถและเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์ นิทรรศการแสดงผ้าชาติพันธุ์ การแข่งขันทำอาหารพื้นบ้าน การแสดงดนตรี โดยได้รับการสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้จาก เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน, สถานีตำรวจภูธรเมืองแม่ฮ่องสอน, สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน, เครือข่ายกลุ่มเกษตรอินทรีย์แม่ฮ่องสอน, เครือข่ายผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดแม่ฮ่องสอน และคุณวิชัย กิตติศิริพันธ์ เจ้าของตลาดนัดแม่ฮ่องสอน

นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU ระหว่าง สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน บริษัทประชารัฐรักสามัคคีแม่ฮ่องสอน ( วิสาหกิจเพื่อสังคม ) จำกัด สำนักงาน สภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เครือข่ายเกษตรอินทรีย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์และส่งเสริมช่องทางการตลาดแก่เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย 3 กลุ่มงาน ได้แก่ เกษตร แปรรูป และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ผ่านกระบวนการขับเคลื่อน 5 กระบวนการ ประกอบด้วย การเข้าถึงปัจจัยการผลิต การสร้างองค์ความรู้ การตลาด การสื่อสารสร้างรับรู้ และการบริหารจัดการ

ชาวบ้านแม่พริกลำปางไม่เอาเหมืองแร่ปิดถนนพหลโยธินเรียกร้องทบทวนยกเลิกโครงการเหมืองแร่ในพื้นที่

10.00 น.วันที่18 ก.ย.63 กลุ่มชาวบ้าน อ.แม่พริก จ.ลำปาง ที่ไม่เอาเหมืองแร่แมงกานิส จำนวนกว่า 1,000 คน ได้รวมตัวกันบริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอแม่พริก เพื่อที่จะรอพบกับนายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ,อุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง รวมถึงหน่วยงานทางราชการที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ที่จะยกเลิกให้มีการทำประชาคม ในการขอสัมปทานเหมืองแร่แมงกานีส ในพื้นที่บ้าน หมู่ 7 บ้านห้วยขี้นก และหมู่ 11 บ้านแพะดอกเข็ม ต.แม่พริก อ.แม่พริก รวมพื้นที่ที่จะขอสัมปทานบัตร จำนวน 200 ไร่ โดยมีนายนพรัตน์ รักษ์ไพรสาณฑ์ นายอำเภอแม่พริก และเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นตัวแทนอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง เพื่อที่จะชี้แจงให้ชาวบ้านได้รับทราบข้อมูล

แกนนำได้ใช้เครื่องขยายเสียง ยืนยันจะขอพบผู้ว่าฯราชการจังหวัดลำปาง และอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง เท่านั้น และเวลาต่อมาได้มีการกางเต้นปิดถนนขาขึ้น เพื่อที่จะรอเวลา พบผู้ว่าราชการ จนเวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง จนถึงเวลา12.00น. ได้มีการปิดถนนทั้งสองฝั่ง ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ติดยาวหลายกิโลเมตร

ที่ผ่านมาการเรียกร้องของกลุ่มชาวบ้าน อำเภอแม่พริกที่ไม่เอาเหมืองแร่แมงกานิส ได้มีการร่วมลงชื่อยืนต่อหน่วยงานราชการทั้งในพื้นที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง ไม่มีคำตอบ รวมทั้งได้มีการติดประกาศที่ทำการ อบต. ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่เพื่อที่จะมีการดำเนินการในการทำประชาคมอีกด้วย จึงทำให้ชาวบ้านต่างรวมตัวกันปิดถนน เพื่อขอคำยืนยันจากผู้ว่าราชการลำปางในวันนี้

ต่อมาเวลา 15.00 น กลุ่มชาวบ้านได้เลิกปิดถนน ด้วยเงื่อนไขว่าทางอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง จะนำข้อร้องเรียนที่ชาวบ้านไม่เอาเหมือง ส่งต่อให้ทางผู้บังคับบัญชาพิจารณาขอเสนอของชาวบ้านต่อไป ส่วนพล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จว. รับปากข้อเรียกร้องชาวบ้านว่าไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม จึงมีการสลายตัวยกเลิกปิดถนนให้สัญจรผ่านไปมาได้ตามปรกติ

ตร.ภาค5ฝึกอบรมและแข่งขันSWAT Challenge

ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 5 อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เป็นประธานการพัฒนาศักยภาพการฝึกอบรมทบทวนและทดสอบหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจ SWAT Challenge ระดับ บก. โดยมีการจัดการแข่งขันขึ้นระดับ บก. ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนโดยมีทีมหน่วยสวาทจำนวน 8 ทีมอาทิทีมเชียงใหม่ ทีมเชียงราย ทีมลำปาง ทีมแพร่ ทีมน่าน ทีมลำพูน ทีมแม่ฮ่องสอน และทีมพะเยา เข้าร่วมการฝึกอบอรมและแข่งขัน

 

การแข่งขันในครั้งนี้จัดให้มีการทดสอบทักษะของหน่วย SWAT ระดับ บก. ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เช่น การจำลองสถาณการณ์จับตัวประกัน การบุกค้นอาคาร การถวายความปลอดภัย รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆด้านงานยุทธวิธี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะทางยุทธวิธี ยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เป็นการสร้างมาตราฐานการฝึก การจัดหน่วย การสร้างเครือข่าย การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยปฏิบัติการ ซึ่งผลการฝึกอบรมและแข่งขันปรากฏว่ารางวัลชนะเลิศประเภทสถานีเรียกระดมพลและการตรวจความพร้อม ได้แก่ทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษภูธรจังหวัดเชียงราย รางวัลชนะเลิศประเภทการวางแผนได้แก่ทีมจังหวัดเชียงราย รางวัลชนะเลิศประเภทยุทธวิธีการโจมตี ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ รางวัลชนะเลิศประเภทพลซุ่มยิง ได้แก่จังหวัดลำปาง รางวัลประเภทสถานีการเคลื่อนกำลังเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการได้แก่ทีมเชียงใหม่ รางวัลสถานีการปฏิบัติการช่วยหลือตัวประกันได้แก่จังหวัดแม่ฮ่องสอน รางวัลประเภทผู้บังคับหมวด ได้แก่จังหวัดลำพูน และรางวัลประเภทผู้บังคับหน่วยระดับกองร้อยได้แก่เชียงใหม่ และรางวัลประเภทSWAT Challenge 2020 ได้แก่ทีมเชียงใหม่

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่าขอให้กำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษทุกนาย ขอให้มีความมุ่งมั่นในการกลับไปปฏิบัติหนาที่ยังหน่วยของตนเอง เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยขอเน้ยย้ำให้ตั้งอยู่ความไม่ประมาทและคิดไว้เสอมว่าความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยอาจนำมาซึ่งความเสียหายทั้งต่อตนเองและผู้อื่น