ตำรวจภาค5!!..แถลงโชว์ผลงานสกัดจับยาบ้า 8 ล้านเม็ด ไอซ์ 450 กก.

1 ก.ย..68 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท. กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 พร้อมฝ่ายปกครอง ทหาร ปปส. ร่วมกันแถลงการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี รวมของกลางยาบ้า จำนวน 8,600,000 เม็ด และ ไอซ์ จำนวน 450 กก. โดยคดีแรกด่านตรจยาเสพติดแม่กา สภ.แม่กา ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา จับกุมตัวนายก้องกังวาล อายุ 60 ปี และนายนาถจักษ์ อายุ 47 ปี ชาว อ.สอง จ.แพร่ นายเหรียญทอง อายุ 40 ปี ขาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 4 ล้านเม็ด การจับกุมทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านตรวจ โดยพบกลุ่มผู้ต้องหาใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิดซูบิชิ รุ่นไททัน สิ่งทา ทะเบียน กฉ 1142 โดยมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า สีขาว ทะเบียน กน 616 แพร่ ขับสำรวจเส้นทาง ซึ่งก่อนถึงด่านตรวจรถทั้งสองได้หยุดจอดรถห่างจากด่านตรวจประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ทางเจ้าหน้าที่รู้ทันจึงส่งกำลังไปตรวจค้นในรถพบยาบ้าจำนวน 4 ล้านเม็ด จากการสอบสวนทั้งหมดรับจ้างขนจะไปส่งพื้นที่กทม.

คดีที่สองเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่สาย จ.เชียงราย จับกุมตัวนายลีซัง อายุ 33 ปี ชาว อ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด การจับกุมครั้งนี้ขุดสืบสวนได้ตรวจพบรถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน สีเทา ทะเบียน บษ – 9680 เชียงราย ขับมาตามถนพหลโยธินสายแม่จัน-แม่สาย ลักษณะจอดหลบข้างทางก่อนถึงด่านตรวจเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาบ้าชุกซ่อนในรถจำนวน 1.6 ล้านสารภาพรับจ้างมารับยาชายแดนไปส่งพื้นท่ภาตกลางของประเทศ

คดีที่สามเจ้าหน้าที่สภ.สบปราบ จ.ลำปาง จับกุมตัวนายธราตล อายุ 34 ปี ชาว อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นายตนัย อายุ 24 ปี ชาวเขตราษฎรบูรณะ กรุงทหมหานคร นายถนอมศักดิ์ อายุ 26 ปี ชาว อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นายอติศร อายุ 30 ปี ชาวอ.นายูง จ.อุตรธานี นางสาวดุษณี อายุ 31 ปี ชาวเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางยาบ้า 3 ล้านเม็ด คดีนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลการจับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมรถยนต์ 2 คัน ยาบ้า 4 ล้านเม็ด ที่ จ.พะเยา ก็พบว่ามีอีกสายที่ลอบลำเลียงยาล็อตใหญ่ จึงตามสืบพบรถบรรทก 6 ล้อ ตู้ที่บ ย์ห้อฮีโม่ สีขาว ทะเบียน 700-8484 กหม. ออกจากพื้นที่ จ.เชียงรายมาถึงด่านตรวจสบปราบ จ.ลำปาง จึงสกัดตรวจค้นพบห้องล้บในรถดังกล่าวพบยาจำนวน3 ล้านเม็ดและได้ขยายจับกลุ่มที่ลักลอบขนที่แยกย้ายกันหนัได้ครบทุกคน

ส่วนคดีที่สี่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่พริก ตั้งด่านตรวจพบรถยนต์ ทะเบียน กต 103 เพชรบูรณ์ ได้พบผู้ต้องหานายสิทธิพล อายุ 25 ปี ชาว อ.พบพระ จ.ตาก ข้างในรถพบยาไอซ์ จำนวน 450 กก.

เสียชีวิต4ราย เร่งค้นหาอีก5ผู้สูญหาย จากดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

10.00 วันที่28 ส.ค. 68 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มคลี่คลายลง และเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว จากการสำรวจ พบว่า ระดับน้ำในน้ำแม่แจ่มได้เริ่มลดระดับลงตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จนขณะนี้เริ่มลดระดับลงต่ำกว่าตลิ่งแล้ว และไม่มีน้ำท่วมตามถนนหนทาง จนทำให้ชาวบ้านสามารถเดินทางสัญจรไปมาและใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว ส่วนที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม ที่เมื่อวานนี้ถูกน้ำท่วมขังจนต้องปิดการจราจรชั่วคราว เพราะรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ล่าสุด ยังเหลือเพียงน้ำท่วมขังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่รถขนาดเล็กก็สามารถขับขี่ผ่านได้ตามปกติแล้ว โดยชาวบ้านในพื้นที่รวมถึงเจ้าหน้าที่ กำลังเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนของประชาชนและสถานที่ต่างๆ ที่มีความสกปรกและได้รับความเสียหาย ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว

ส่วนการช่วยเหลือชาวบ้านหลังเกิดเหตุดินโคลนถล่ม บ้านปางอุ๋ง ตำบลบ้านสึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยพบมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย สูญหาย 5ราย และได้รับบากเจ็บนับสิบราย นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายดุสิต พงษ์ศาพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยรวมกำลังจากทุกหน่วยงาน ทั้งรถผลิตไฟฟ้าจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รถโมบายจาก กสทช. รถผลิตน้ำดื่ม และกำลังพลจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเข้าพื้นที่ช่วยเหลือในภารกิจตามหาผู้สูญหายจากเหตุดินโคลนถล่ม

นายศิวกร กล่าวว่า ภารกิจหลักสำคัญวันนี้จะต้องนำความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่บ้านปางอุ๋งให้ได้โดยเฉพาะสาธารณูปโภคที่สำคัญ ทั้งไฟฟ้า อาหาร เครื่องนุ่งห่มต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด ในการนี้ก็ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งดำเนินการ ทำซ่อมระบบไฟฟ้าให้มีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่ปางอุ๋งภายในวันนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยภารกิจสำคัญวันนี้มี 4 ประเด็นหลัก คือ การตามหาผู้สูญหายจากเหตุดินดคลนถล่ม ทั้ง 5 ราย โดยระดมกำลังพลเข้าพื้นที่เพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก ,การนำระบบสาธารณูปโภคเข้าบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั้งไฟฟ้า น้ำดื่ม และอาหาร ,การตรวจสอบความมั่นคงและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงในพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้งถนนและสะพานต่าง ๆ โดยหลังจากนี้จะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาสับเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ทั้งหมดต่อไป

ฤทธื์”พายุคาจิกิ”เชียงใหม่ฝนตกหนัก ดินสไลด์หมู่บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม ชาวบ้านเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีกหลายรายบ้านเรือนพังนับสิบหลัง

จังหวัดเชียงใหม่ รายงานสถานการณ์ดินสไลด์ และผลการให้ความช่วยเหลือ เพิ่มเติม ดังนี้ 1.สถานการณ์ เวลา 02.50 น.วันที่ 27 ส.ค.68 เกิดเหตุ ดินสไลด์หมู่บ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ บ้านเรือนได้รับความเสียหายหนัก อย่างน้อย 7 หลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 10 ราย (อยู่ ระหว่างนำส่ง รพ.ขุนยวม รพ.แม่แจ่ม) เสียชีวิต 2 ราย สูญหาย 1 ราย (เด็กหญิง 12 ปี) กำลังเจ้าหน้าที่อำเภอแม่แจ่ม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.แม่ศึก มูลนิธิ อาสาสมัคร อสม. เข้าให้ความช่วยเหลือ

รถกู้ชีพกู้ภัยของ อบต.แม่นาจรและอบต.แม่ศึก นำส่งผู้ป่วยถึงโรงพยาบาลเทพรัตน์เวชชานุกูลแล้ว ดังนี้ ผู้ป่วยสีแดง 2 ราย มีอาการหายใจลำบากให้การดูแลและนำ ส่งโรงพยาบาลจอมทองต่อไป ผู้ป่วยสีเขียว 4 ราย สูญหาย 1 ราย (เด็กหญิง 12 ปี) ยังไม่พบ ขณะนี้ไม่มีผู้ป่วยหลงเหลืออยู่ที่รพสต ปางอุ๋ง แล้ว มีจัดตั้งทีมแพทย์พยาบาลของโรงพยาบาลและรพสต.ร่วมกันดูแลผู้ป่วยที่หน้าสถานการณ์  รพสต.ปางอุ๋ง สำหรับรองรับผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยที่อาจจะมีมาเพิ่ม ทีม mcatt ลงดูแลด้านสุขภาพจิตของผู้ได้รับผลกระทบและผู้เกี่ยวข้องทันทีในวันนี้และวางแผนในวันต่อๆไปตามรอบต่อไป

ชาวบ้าน-นักท่องเที่ยว!!..ชื่นชอบฝูงห่านคูเมืองเชียงใหม่ หลังเทศบาลนครเชียงใหม่ทดลองเลี้ยงปราบจอกแหนและวัชพืช

22 สิงหาคมม 2568 ที่บริเวณคูเมืองเชียงใหม่วันนี้ ได้มีประชาขนและนักท่องเที่ยว แห่ไปชมฝูงห่านนับสิบตัว ที่พากันลงไปเล่นน้ำในคูเมืองอย่างสบายอารมณ์ ซึ่งเป็นภาพที่แปลกตามากสำหรับผู้ที่มาพบเห็น โดยฝูงห่านเหล่านี้เป็นฝูงห่านที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ นำมาปล่อยเพื่อแก้ปัญหาด้วยวิธีการรักษานิเวศตามธรรมชาติ เนื่องจากที่ผ่านมาาน้ำในคูเมืองเชียงใหม่ ต้องเจอกับปัญหาจอกแหนและวัชพืชที่ลอยปกคลุมบนผิวน้ำ กระทบต่อการจัดการคุณภาพน้ำและส่งผลต่อภูมิทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ จึงได้มีการทดลองเลี้ยงห่านจำนวน 10 ตัว บริเวณคูเมืองด้านแจ่งกู่เฮือง เพื่อเป็นการควบคุมจอกแหนและวัชพืชต่าง ๆ ที่ขึ้นบนผิวน้ำในคูเมือง ซึ่งเป็นวิธีการทางธรรมชาติ เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม นางฉันทฬัส บุญหนุน เจ้าของร้านขายหวยในย่านดังกล่าว บอกว่า ดูแล้วก็สบายตาดี ตอนนี้ใครผ่านไปมาก็เริ่มแวะกันมาถ่ายภาพ กลายเป็นสีสันการท่องเที่ยวอีกอย่างหนึ่ ให้อารมณ์เหมือนสวนสาธารณะกลางแจ้ง ง ชาวบ้านแถวนี้ก็ชอบและอยากให้เลี้ยงไว้แถวนี้ต่อไป แต่ก็เป็นห่วงความปลอดภัยของฝูงน้องห่าน กลัวว่าจะถูกรถชนหรืออาจถูกขโมยไป อยากให้ดูแลให้ดี

ด้านนายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยถึงแนวคิด การฝูงห่านช่วยรักษาคุณภาพน้ำ ด้วยการกินจอกแหนสาหร่ายและแพลงตอน ในช่วงทดลองจะมีการปล่อยห่านไว้ในคูเมืองสองจุดคือที่ประตูเชียงใหม่และสวนบวกหาด โดยทราบว่าผลตอบรับจากประชาชนค่อนข้างดี ส่วนข้อเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ทางเทศบาลฯจะมีการจัดทำเล้าห่านใหม่เพื่อความปลอดภัยและสวยงามสอดคล้องกับภูมิทัศน์ โดยจะทำเล้าห่านทั้งริมน้ำและกลางน้ำให้ห่านได้เลือกอยู่ตามใจชอบ ส่วนกรณีมีการแชร์ภาพฝูงห่านเตลิดขึ้นบนถนน เป็นช่วงของการต้อนกลับเข้าเล้าในตอนกลางคืน โดยช่วงแรกห่านอาจจะยังไม่คุ้นเคย สัตวแพทย์คาดว่าจะใช้เวลาปรับตัวประมาณ 5 วัน หลังจากนั้นพวกมันจะคัดเลือกจ่าฝูงและคุ้นเคยกับพื้นที่มากขึ้น แต่หากหลังจากนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาทางเทศบาลก็พร้อมที่จะดูแลรับผิดชอบตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น มีการทดลองเป็นระยะเวลา 7 วัน เมื่อครบกำหนดการทดลองแล้ว จะมีการประเมินผลและพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้งว่าสมควรจะดำเนินการต่อไปหรือไม่

รักษาการนายกฯ”ภูมิธรรม”แถลงข่าวจับไอซ์ล็อตใหญ่ 700 กก.

20 ส.ค.68 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม ข้าราชการฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ตามนโยบายปราบปรามยาเสพติด และได้ร่วมแถลงข่าวกาาจับกุมยาไอซ์ จำนวน 700 กิโลกรัม โดยการจับกุมสืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตชด.33 ได้รับแจ้งว่าจะ มีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ใช้ พื้นที่ บ้านป่าบงงาม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่พักยา จากการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาพักเก็บรอขนส่งเข้าพื้นที่ชั้นในของประเทศ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่พบนายดำรัส ชาวบ้านอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ขับรถยนต์ โตโยต้าไทเกอร์ สีบรอนทอง ติดโครงเหล็ก เข้ามาในพื้นที่และเข้าไปที่จุดลำห้วย และมีคนร้ายอีกหลายคนขับรถจักรยานยนต์ สองคันเข้ามาพยายามขนของขึ้นรถ เจ้าหน้าที่จุงได้แสดงตัวเข้าจับกุมแต่คนร้ายแตกตื่นอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่จับกุมตัวนานดำรัส ได้พบของกลางยาไอซ์บรรจุในกระสอบ 25 กระสอบ น้ำหนักกว่า 700 กิโลกรัม จากการสอบสวนทราบว่ามีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธจากประเทศเพิ่อนบ้านลอบขนยาไอซ์ล็อตนี้เข้ามาเพื่อจะนำส่งพื้นที่กทม. และนำของมาพักไว้รอตนและพวก มาขนส่งไปให้ผู้ร่วมขบวนการอีกทอดหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนขยายผลต่อไป

รักษาการแทนนายกฯ เปิดเผยว่าขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ประสานกันทำงานในการปราบปรามยาเสพติดทำให้มีผลงานการจับกุมมากขึ้นในทุกพื้นที่ ก็ได้ให้นโยบายให้ทุกหน่วยงานเพิ่มควาทเข้มงวดในการทำงานเพื่อปราบปรามยาเสพติดให้หมดไป สังคมไทยวันนี้รับรู้ว่า “ยาเสพติดเป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและประเทศชาติของเรา” เราต้องยอมรับกันอย่างชัดเจนว่า พี่น้องประชาชนทุกคนรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า และมันทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม ทำให้เกิดปัญหาที่มันพัวพันสังคมหลายส่วน ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อแม่ พี่น้องฆ่ากันเพราะยาเสพติด รัฐบาลจึงกำหนดให้ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยบูรณาการทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ป.ป.ส. กระทรวงกลาโหม เราบูรณาการทุกส่วนเพื่อแก้ไขปัญหา เพราะเรื่องการแก้ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ทำคนเดียวหรือหน่วยใดหน่วยหนึ่งไม่ได้ต้องทำร่วมกันทุกภาคส่วน รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีกล่าวในที่สุด
.

ตรวจยึดยาบ้า!!..นบ.ยส.35ลาดตระเวนพื้นที่อ.แม่อายจ.เชียงใหม่สกัดจับยาบ้า460,000เม็ด

27 มิ.ย.68 พล.ท. กิตติพงศ์ ชื่นใจชน แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือ (ผบ.นบ.ยส.35) เปิดเผยว่าจากการจัดชุดลาดตระวนตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่ของชุดสกัดกั้นที่ 2 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมาที่บริเวณ บ้านป่าโหล ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ตรวจพบกลุ่มคนขับจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน บรรทุกกระสอบต้องสงสัยขับผ่าน เข้ามามายังบริเวณพื้นที่เฝ้าตรวจ แต่เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวพบเจ้าหน้าที่ได้ทำการขับจักรยานยนต์หลบหนีตามเส้นทางลัดเลาะ จึงจัดกำลังไล่ติดตามกลุ่มบุคคลดังกล่าว จนถึงบริเวณ บ้านกาวิละ ต.แม่สาว อ.แม่อาย และพบรถจักรยานยนต์ถูกจอดทิ้งไว้ จำนวน 2 คัน พร้อมกับกระสอบจำนวน 2 ใบ จึงได้ประสานกำลังจากกองกำลังผาเมือง กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส. และ ตชด.334 เข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว

ผลการปฏิบัติในครั้งนี้ ตรวจพบยาบ้า 460,000 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์ 2 คันจึงได้ส่งมอบของกลางดังกล่าวให้ สภ.แม่อาย ในการดำเนินคดีและเตรียมขยายผลในพื้นที่ โดยที่ผ่านมา นบ.ยส.35 ได้มีการลงพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือ เพื่อประเมินสถานการณ์จริงในพื้นที่ พร้อมปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพขณะเดียวกันได้มีการเข้าตรวจสอบโกดังเก็บสารเคมีและสารตั้งต้น ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุมและติดตามอย่างเข้มงวดต่อไป

ตำรวจภาค5โชว์ผลงาน!!..รวบหนุ่มใหญ่คาด่านลอบขนไอซ์ 20 กก.ยาบ้าอีก6ล้านเม็ด

29 เม.ย.68 ที่ตำรวจภาค5 จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก ภ.จ.แพร่ เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ปปส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่บูรณาการตั้งด่านตรวจห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ เพื่อตรวจสกัดกั้นยาเสพติดต่อมาได้มีรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน 71-2199 เชียงใหม่ บรรทุกสิ่งของผ่านมาโดยใช้ผ้าใบคลุมอย่างมิดชิด จึงเรียกให้หยุด นำรถบรรทุกเข้าตรวจเครื่อง x-ray พบว่ากระสอบพลาสติกหลาบใบ มียาบ้าจำนวน 6 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 20 กิโลกรัม ห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้ามือสอง จึงจับกุมคนขับ นายสุดใจ อายุ 36 ปี ชาว จ.เชียงราย ให้การว่ารับจ้างจากนายทุน 9,000 บาทให้ขนส่งเสื้อผ้ามือสองไปส่ง’ที่ อ.บ้านแผ้ว จ.สมุทรสาคร ทำมาแล้ว 3 ครั้งโดยไม่รู้ข้างในเป็นยาเสพติด จึงควบคุมตัวไว้และขยายผลเพื่อสาวหาตัวผู้ว่าจ้างมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ธนาธร!!..หนุน“เหมา-ธีรวุฒิ”ชิงนายกฯเล็กเชียงใหม่ ชูผลงานลำพูนพิสูจน์ศักยภาพทีมประชาชน

“ธนาธร” ลงพื้นที่เชียงใหม่ ร่วมให้กำลังใจ “เหมา-ธีรวุฒิ” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เบอร์ 2 จากพรรคประชาชน พร้อมรายงานความคืบหน้าการทำงานของ อบจ.ลำพูน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานมูลนิธิคณะก้าวหน้า เดินทางมายังตลาดนัดฟิวชั่น ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังเสร็จสิ้นภารกิจหารือกับทีม อบจ.ลำพูน ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อสนับสนุนนายธีรวุฒิ แก้วฟอง ชี้ มีความเหมาะสมตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมย้ำบทบาทของพรรคประชาชนและคณะก้าวหน้าในการขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

บนเวที ธนาธรได้อัปเดตความคืบหน้าของโครงการรถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) ที่ อบจ.ลำพูนเตรียมเปิดให้บริการ 1 มกราคม 2569 เชื่อมย่านนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเข้าสู่ตัวเมืองลำพูน ครอบคลุมระยะทางกว่า 19 กิโลเมตร พร้อมทั้งแผนพัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลในโรงเรียนสังกัด อบจ.ลำพูน ทั้ง 5 แห่งให้ทันสมัยยิ่งขึ้น — โดยทั้งหมดนี้เริ่มเป็นรูปธรรม แม้ “นายกเฮง” วีรเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน จากพรรคประชาชน จะเพิ่งรับตำแหน่งได้เพียงเดือนเศษเท่านั้น แม้ อบจ.ลำพูนจะมีพื้นที่ครอบคลุมถึง 4,500 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเทศบาลนครเชียงใหม่ที่มีเพียง 40 ตารางกิโลเมตรอย่างเทียบกันไม่ติด แต่กลับได้รับงบประมาณประจำปีเพียง 500 ล้านบาท ขณะที่เทศบาลนครเชียงใหม่มีงบสูงถึงกว่า 2,000 ล้านบาท หรือมากกว่ากันถึง 4 เท่า เขาจึงมั่นใจว่า หากพรรคประชาชนได้รับโอกาสเข้ามาบริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายและพัฒนาเมืองให้ก้าวหน้าได้ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ พรรคประชาชนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ภายในเวลาเพียงเดือนเศษ อบจ.ลำพูนสามารถผลักดันแผนพัฒนาเมืองที่เป็นรูปธรรมได้ ผมเชื่อว่า หากพี่น้องชาวเชียงใหม่ให้โอกาสพี่เหมา–ธีรวุฒิ เทศบาลนครเชียงใหม่จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นแน่นอน” ฝากถึงชาวเชียงใหม่ ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 โดยเน้นว่าเสียงของประชาชนคือพลังสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงเมือง“เทศบาลนครเชียงใหม่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 90,000 คน แต่ที่ผ่านมากลับมีผู้มาใช้สิทธิน้อยกว่าครึ่ง แตกต่างกับการเลือกตั้งระดับชาติ ที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิสูงถึง 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่เทศบาลคือหน่วยงานใกล้ตัวที่สุด ดูแลสวัสดิการขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่านายกรัฐมนตรีของประเทศเราจะเป็นใครหรือมาจากพรรคไหน แต่ถ้าเราเลือกผู้นำท้องถิ่นที่มีวิสัยทัศน์และโปร่งใส คุณภาพชีวิตของเราจะดีขึ้นอย่างจับต้องได้ เพราะเรื่องใกล้ตัวต่างๆของเรา เป็นเรื่องของนายกเทศมนตรีทั้งนั้น นายธนาธร กล่าวในที่สุด

สำหรับ เหมา-ธีรวุฒิ แก้วฟอง ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ หมายเลข 2 ผู้มาพร้อมแคมเปญ “รับเหมา สร้างเมือง” ได้เสนอวิสัยทัศน์ “อยู่ม่วน กิ๋นดี มีสุข” ผ่านนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสวัสดิการของประชาชนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การดูแลสุขภาพประชาชนทุกช่วงวัย การสนับสนุนสวัสดิการผู้สูงอายุ การจัดการระบบขนส่งมวลชนใหม่ รวมถึงการรับมือปัญหาน้ำท่วมและฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ เหมา-ธีรวุฒิยังเน้นว่า หากมีการจัดการงบประมาณของเทศบาลใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ และออกแบบกลไกการใช้จ่ายให้โปร่งใสและตอบโจทย์ เทศบาลนครเชียงใหม่จะสามารถนำงบประมาณที่มีอยู่ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างยั่งยืนกว่าที่เป็น ทำให้เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว และเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการลงทุนมากยิ่งขึ้น เป็นเมืองของทุกคนอย่างแท้จริง

รับ “เหมา” สร้างเมือง!!.. พรรคประชาชนส่ง เหมา-ธีรวุฒิ แก้วฟอง แก้มือ ท้าชิงตำแหน่งนายกเล็กเชียงใหม่

พรรคประชาชนต่อยอดจากความสำเร็จในเวที อบจ.ลำพูน พรรคประชาชนเดินหน้าสู่สมรภูมินายกเล็ก ขับเคลื่อนแคมเปญ “เทศบาลเพื่อประชาชน” ส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรี 16 เทศบาลนคร จาก 14 จังหวัดทั่วประเทศ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล-นายกเทศมนตรี วันที่ 11 พฤษภาคม 2568 นี้ ปักหมุดเชียงใหม่ หนึ่งในสมรภูมิสำคัญของภาคเหนือ ส่ง “เหมา” ธีรวุฒิ แก้วฟอง นักธุรกิจและอดีตข้าราชการนักประสานสิบทิศลงชิงชัย

สำหรับประวัติของ เหมา-ธีรวุฒิ แก้วฟอง (48 ปี) หรือที่หลายคนคุ้นหูในชื่อ “พี่เหมา” จากการเป็น “นักประสานมือทอง” ผู้คร่ำหวอดในวงการราชการ มากว่า 20 ปี และโลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจและกิจกรรมเพื่อสังคมมากว่า 10 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ (การเมืองการปกครอง) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สิงห์ขาว 32) และปริญญาโทสาขาและมหาวิทยาลัยเดียวกัน เหมา-ธีรวุฒิ เริ่มต้นทำงานที่สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2544 ทั้งยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์คราฟท์เบียร์แบรนด์แรกของภาคเหนือ My Beer Friend (2560) และดำรงตำแหน่งอนุกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร (2564) โดยในศึกเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ ได้รับมอบหมายจาก “พันธุ์อาจ ชัยรัตน์” ให้ดูแลสมรภูมิเลือกตั้งในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน (2568)

ความที่มีประสบการณ์แบบคลุกวงในทั้งในฐานะข้าราชการและนักธุรกิจ ไม่เพียงเหมาจะเข้าใจกลไกการบริหารงานระดับท้องถิ่น และช่ำชองในการประสานงานร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน หากยังทำให้เขาตระหนักถึงข้อจำกัดและความท้าทายของระบบราชการที่ผ่านมา จึงตัดสินใจนำประสบการณ์ที่มีมาตั้งกลุ่ม “เชียงใหม่กว่า” ร่วมกับคณะก้าวหน้า เมื่อปี 2564 เพื่อร่วมขับเคลื่อนข้อเสนอจากภาคประชาชนสู่รัฐ และหาวิธีการทำงานร่วมกันเพื่อการพัฒนาเมือง และลงสมัครท้าชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เมื่อปี 2564 แต่เนื่องจากเป็นการลงชิงชัยครั้งแรก เขาพบกับความพ่ายแพ้ ได้เพียงลำดับที่ 3 ไม่มีโอกาสได้เข้าไปบริหาร “เทศบาลเจดีย์ขาว” ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ปี 2568 นี้ เหมากลับมาอีกครั้งในเสื้อสีส้มของ “พรรคประชาชน” เขาหมายมั่นนำประสบการณ์ของเขามาช่วยพัฒนาเมือง ภายใต้แคมเปญ “รับ ‘เหมา’ สร้างเมือง” โดยตั้งใจทำให้เมืองเชียงใหม่ “อยู่ม่วน” ผ่านการสร้างเมืองให้เป็นเมืองสิ่งแวดล้อมดี พร้อมรับมือกับฝุ่น pm2.5 เมืองจัดการขยะ เมืองจัดการน้ำ และเมืองที่ปลอดภัย

ขณะเดียวกัน เชียงใหม่ ต้อง “กิ๋นดี” ขึ้น โดยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ดันธุรกิจใหม่ ส่งเสริมผู้ประกอบการ ปรับปรุงและสร้างพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มคน และที่ขาดไม่ได้คือการแก้ไขปัญหาถนน ทางเท้า และตรอกซอกซอย รวมทั้งจัดทำระบบขนส่งมวลชนของเมือง ให้เป็นเมืองที่คล่องตัว สุดท้ายคือ เชียงใหม่ต้องอยู่อย่าง “มีสุข” เป็นเมืองสุขภาพดี ดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ส่งเสริมการศึกษาที่หลากหลายตอบโจทย์เมือง และได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่ครอบคลุม ตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาล ทั้งนี้จะสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมทุกระดับ ที่ทำให้เมืองเชียงใหม่ “อยู่ม่วน-กิ๋นดี-มีสุข” และ เป็นของประชาชนชาวเทศบาลนครเชียงใหม่ทุกคนอย่างแท้จริงต่อไป.

เปิดปฏิบัติการ”ฟ้าสาง นครพิงค์” ตำรวจไซเบอร์กวากล้างอาชญกรรมทางเทคโลยี.ในจ.เชียงใหม่จับผู้ต้องหาพร้อมกลางอื้อ.

31 มี.ค.68 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนเปิดปฏิบัติการ “ฟ้าสาง นครพิงค์” กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผลการปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 112 หมาย เป็นหมายจับใน บช.สอท. 49 หมาย หมายจับนอก จำนวน 63 หมาย โดยมีผู้ต้องหาที่จับกุมทั้งสิ้น 90 ราย จับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุน จำนวน 22 รายสามารถยึด ปืนไม่มีทะเบียน จำนวน 26 กระบอก ปืนมีทะเบียน จำนวน 14 กระบอก กระสุนปืน จำนวน 1,283 นัด วัตถุระเบิดแบบมาตรฐาน 2 ลูก

สำหรับรายสำคัญเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่ามีการลอบจำหน่ายปืนออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่จึงส่งสายลับทำการสั่งซื้อผ่านไลน์ก่อนได้หลักฐานและขยายผลบุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนพกสั้น จำนวน 5 กระบอก, ปืนยาว 1 กระบอก และ กระสุนปืนจำนวน 805 นัด จุดที่สองบุกค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ร้องวัวแดง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่จับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ (ปืนดัดแปลง) ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนจำนวน 2 นัด จุดที่สามบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 14 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนพกสั้น จำนวน 2 กระบอก, ปืนยาว 2 กระบอก รวมตรวจยึดปืนจำนวน 10 กระบอก เครื่องกระสุนจำนวน 807 นัด

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Setthaphong” มีการโพสต์เกี่ยวกับอาวุธปืน และจากสายข่าวพบว่า จะเป็นคนกลางในการจัดหาอาวุธปืนชนิดต่างๆ ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียง เป็นเหตุให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่นำอาวุธปืนมาก่อเหตุบ่อยครั้ง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ลิปะน้อย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง โครงปืน, เสื้อเกราะกันกระสุน, ซองกระสุนปืน และกระสุนปืนขนาดต่างๆกว่า 36 นัด