สะพานบุญครูหนึ่งลงพื้นที่บ้านเกิดส่งมอบความห่วงใยผู้ประสบอัคคีภัยและผู้ยากไร้อำเภอแม่สะเรียงและแม่ลาน้อย

สำนึกรักบ้านเกิด นายชาติชาย น้อยสกุล ในนาม สะพานบุญครูหนึ่ง เดินทางเยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยบ้านห้วยโผ และ มอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 5 ครอบครัวๆ ครอบครัวละ 1000 บาท พร้อม ถุงยังชีพ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอแม่สะเรียงซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของครูหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้มอบถุงยังชีพให้กับผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง อ.แม่ลาน้อย รวม 45 ชุด

ครูหนึ่ง หรือ นายชาติชาย น้อยสกุล ทำหน้าที่เป็นสะพานบุญในการส่งต่อความห่วงใยการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตามจิตศรัทธา ผู้ริเริ่มโครงการดีๆ ด้วยงบประมาณส่วนตัวจากการมอบสิ่งของช่วยเหลือจำเป็น ซึ่งเป็นการช่วยเหลือแบบให้เปล่าแก่ ผู้สูงอายุด้อยโอกาส ยากไร้ตลอดสองปีที่ผ่านมา จนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาพี่น้อประชาชนทำให้การแบ่งปันขยายวงเพิ่มขึ้น มีคนร่วมบริจาคเยอะขึ้นส่งผลทำให้สามารถช่วยเหลือผู้ยากไร้และด้อยโอกาสได้มากขึ้นครอบคลุมหลายพื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้พิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ไม่มีสวัสดิการใดๆ เป็นต้น ซึ่งการช่วยเหลือดังกล่าวไม่ใช้งบประมาณรัฐแม้แต่บาทเดียว เป็นการรวบร่วมจากผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน

ไชยสถานรวมพลังครั้งใหญ่จัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์กำจัดลูกน้ำยุงลาย

นายบุญโสต สมมนุษย์ นายกเทศมนตรีตำบลไชยสถาน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ประธานกิจกรรม”Big Cleaning Day” พร้อมด้วย นายประสิทธิ์ ชุ่มชัย กำนันตำบลไชยสถาน นายสุพจน์ ไชยจินดา ผอ.รพ.สต.ไชยสถาน รองนายกเทศมนตรี ผู้ใหญ่บ้าน กองสาธารณสุขฯ อสม. ร่วมรณรงค์กิจกรรมควบคุมโรคติดต่อที่นำโดยยังลาย ” Big Cleaning Day” เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลายในบ้านเรือน ทุกหมู่บ้าน ในวันที่ 10 กันยายน 2563

นายกเทศมนตรีตำบลไชยสถานกล่าวย้ำว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงเกิดขึ้นอย่างการระบาดของไวรัสโควิด-19ที่ทุกๆคนระมัดระวังตัว พร้อมกับมาตรการต่างๆที่จะสะกัดกั้นการแพ่รบาด ถึงแม้ในบ้านเราจะไม่มีการแพร่เชื้อแล้วก็ตามแต่ก็ต้องเฝ้าระวัง ตอนนี้เป็นช่วงที่ฝนตกชุกเรื่องไข้เลือดออกก็ต้องเฝ้าระวังกันทุกๆฝ่าย เทศบาลฯได้ร่วมกับทางฝ่ายปกครองท้องที่ระดมแกนนำจิตอาสาพร้อมองค์กรเครือข่ายทุกถาคส่วนและประชาชน ร่วมกันลงพื้นที่ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่จะเป็นพาหนะนำเชื้อไข้เลือดออกแพร่ระบาด เพราะตอนนี้ในหลายพื้นที่เกิดโรคไข้เลือดออกระบาดไปแล้ว จึงจำเป็นต้องร่วมกันออกทำความสะอาดบ้านเมืองออกทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและกำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนจากทุกภาคส่วนที่ได้เสียสละเวลามาร่วมด้วยช่วยกันในกิจกรรมอันสำคัญนี้ จะส่งผลให้ทุกคนทุกครัวเรือนรอดพ้นจากไข้เลือดออกและโรคภัยอื่นๆได้อีกด้วย นายกเทศมนตรีฯกล่าวในที่สุด

สุดอาลัยพิธีรดน้ำศพพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ

วันที่ 12 ก.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านเลขที่ 436/2 ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ -ลำปาง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งบรรดาญาติพี่น้องและบุตรหลาน ได้นำศพของนายณรงค์ วงศ์วรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตร อดีต หัวหน้าพรรคสามัคคีธรรม ที่ได้ถึงแก่อนิจกรรม อย่างสงบในวัย 94 ปี เมื่อคืนวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา มาตั้งเพื่อให้บุคคลทั่วไปมารดน้ำศพ โดยพิธีการในวันนี้เปิดให้บุคคลรดน้ำศพ ก่อนที่เวลา 17.30 น.จะมีพิธีการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพิธีสวดพระอภิธรรมศพ จนถึงวันที่ 18 ก.ย.63 จากนั้นจะบรรจุร่างไว้ 100 วันต่อไป

ซึ่งบรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของญาติพี่น้องบุตรหลานและผู้เคารพนับถือ สำหรับนายณรงค์ วงศ์วรรณ หรือ พ่อเลี้ยงณรงค์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง จ.แพร่ เคยลงเล่นการเมืองมาตั้งแต่สมัยอดีต เคยเป็นหัวหน้าพรรคสามัคคีธรรม ซึ่งชนะการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2535 ด้วยจำนวนที่นั่ง ส.ส.มากที่สุด 79 ที่นั่ง ก่อนได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่กลับมีการเสนอชื่อพล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี แทนและนายณรงค์ ผ่านการดำรงค์ตำแหน่งทางการเมืองหลายตำแหน่งสูงสุดคือรองนายกรัฐมนตรีจนกระทั่งเสียชีวิตด้วยโรคชราอย่างสงบ

ลดาวัลลิ์ให้กำลังใจผู้สูงอายุยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพ

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเสมอภาค อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อผู้สูงอายุตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ 11 กันยายนนี้ ที่วัดถิ่นใน เนื่องในโอกาสที่มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนโยบายด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนในปัจจุบันของผู้สูงอายุและครอบครัวด้วย พบว่าผู้สูงอายุวิตกกังวลต่อกรณียังไม่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพตามปกติซึ่งจะได้รับทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน ประกอบกับข่าวลือที่ว่ารัฐบาลถังแตกไม่มีงบประมาณใช้จ่ายแล้ว ทำให้ไม่มีความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังของรัฐบาล โอกาสนี้นางลดาวัลลิ์ นายภาสกร หม้อกรอก กำนันตำบลบ้านถิ่น และนายนภัสกร อภัยกาวี นายกเทศมนตรี ตำบลบ้านถิ่น ได้แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบว่าสาเหตุการจ่ายเบี้ยยังชีพล่าช้าไม่ใช่เกิดจากเทศบาลหรือ อบต แต่เป็นเพราะกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบข้อมูลใหม่ของการเสียชีวิตและย้ายถิ่นของผู้สูงอายุในช่วงสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งจะสามารถจ่ายได้ในวันที่ 22 กันยายน นี้

นางลดาวัลลิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ตนและทีมเสมอภาคให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีพได้อย่างเป็นสุขสามารถสร้างรายได้ด้วยตนเอง พึ่งพาตนเองได้ไม่เป็นภาระแกรัฐบาลและลูกหลาน นอกจากนี้ยังมีโครงการป้องกันการเจ็บป่วยและพิการให้แก่ผู้สูงวัยอีกด้วย โดยตั้งเป้ายกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้มีความสุขในทุกด้านอย่างยั่งยืน พร้อมกับนำประสบการณ์ความรู้ความสามารถมาแบ่งบันให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนด้วย

ฝนตกหนักน้ำป่าจากดอยนางนอนทะลักท่วมทางเข้าถ้ำหลวงและถนนอ.แม่สายจ.เชียงราย

ช่วงเช้าวันที่ 12 ก.ย.63 ได้เกิดมีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สามาาถวัดปริมาณน้ำฝนได้ 110 มิลลิเมตร เป็นเหตุให้น้ำป่าจากเทือกเขาดอยนางนอนไหลเข้าท่วมตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งบริเวณทางเข้า อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนถนนพหลโยธิน ต.โป่งผา และ ต.เวียงพางคำ ถนนหน้าที่ว่าการ อบต.โป่งผา แยกสถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.แม่สาย ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต่างนำรถฝ่ากระแสน้ำไปมาส่งผลทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก

นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจเข้าไปดูแลพื้นที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม และช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัย ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และ สภ.แม่สาย ได้ช่วยกันจัดการจราจรเส้นทางที่ถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะช่วงแยกสถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.แม่สาย น้ำท่วมถนนยาวเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร ระดับน้ำลึกประมาณ 30 เซ็นติเมตร โดยลดช่องจราจรเหลือเพียงช่องทางเดียว คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาอีกสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปรกติในเย็นวันนี้

ทต.ชมภูเปิดแผนขุดลอกลำเหมืองแม่คาวกลุ่มผู้ใช้น้ำร่วมเสนอทางแก้ก่อนขุดลอกลำเหมืองแม่คาวครั้งใหญ่

ที่ห้องประชุม เทศบาลตำบลชมภู จัดมีการจัดประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำในตำบลชมภู ดร.ธวัช ชัยแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่เป็นประธานในการประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 2 , หมู่ที่ 3 , หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 เนื่องมาจากทางเทศบาลตำบลชมภู จะได้ดำเนินโครงการขุดลอกลำเหมืองแม่คาวภายในเขตเทศบาลฯ เพื่อเป็นการปรึกษาหารือถึงแนวทางในการดำเนินการขุดลอกลำเหมืองในพื้นที่ของตำบล

ดร.ธวัช ชัยแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลชมภูกล่าวอีกว่า การประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำนอกจากจะเป็นการระดมความคิดเห็นพร้อมข้อเสนอแนะต่างๆจากทุกๆฝ่ายแล้ว ทำให้ได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงและอุปสรรคปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับลำเหมืองแม่คาว เพราะฉะนั้นในการทำงานต่อไปจะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดกับพี่น้องประชาชนผู้ใช้น้ำทั้งตำบลตลอดจนถึงเรื่องของการปรับภูมิทัศน์ในลำน้ำกำจัดขยะมูลฝอยเหล่าวัชพืชต่างๆที่รกรุงรังกีดขวางทางน้ำไหลออกไปจากลำเหมืองและพัฒนาสภาพแวดล้อมของลำเหมืองแม่คาวให้ดูสะอาดตาเป็นลำเหมืองที่สวยงาม ตลอดจนถึงเป็นการแก้ไขปัญหาความตื้นเขินของลำเหมืองได้เป็อย่างดี การเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกันในครั้งนี้ จะเป็นแนวทางที่ชัดเจนและเกิดการยอมรับจากทุกๆฝ่าย ก่อนที่ทางเทศบาลตำบลชมภูจะได้ดำเนินการขุดลอกลำเหมืองในอนาคตอันใกล้นี้นายกเทศในตรีฯกล่าว.

กาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอนมอบบ้านให้กับผู้ยากไร้ผู้ด้อยโอกาสเป้าหมาย7อำเภอ7หลัง

ที่บ้านหนองป่าแขม ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นางจันทร์เพ็ญ กิติภัทย์พิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง นางวิลาวัณย์ คัดเสียงแสน นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง ได้เดินทางมอบบ้าน ตาม โครงการซ่อมแซมบ้าน ผู้ยากไร้ ผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนในด้านที่อยู่อาศัย ประจำปี พ.ศ. 2563 ให้แก่ นางจงกล สุขคำนึง อายุ 52 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 1 หมู่ 10 บ้านหนองป่าแขม ตำบลแม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอนทั้งนี้ โครงการซ่อมแซมบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนในด้านที่อยู่อาศัยของเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดขึ้นเพื่อ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้รับงบประมาณการซ่อมแซมจากเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเงิน 50,000 บาท จำนวน 1 หลัง พร้อมกันนี้ได้มอบผ้าห่มให้กับผู้สูงอายุอีกจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดทำโครงการสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสของเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปีงบประมาณ 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างบ้านพักอาศัยให้กับผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน กลุ่มเป้าหมายอำเภอละ 1 หลัง โดยมีงบประมาณในการก่อสร้างหลังละไม่เกิน 70,000 บาท

บุญเลิศนายกอบจ.เชียงใหม่หนุนเต็มที่ชมรมฯเป็นสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านอ.แม่ริม

ฝ่ายปกครองท้องที่พร้อมใจกันตบเท้าเข้าพบนายกอบจ.เชียงใหม่สัมพันธ์ชิดใกล้ขอคำแนะนำ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอแม่ริมผู้ช่วยสารวัตรกำนันและแพทย์ประจำตำบลริมใต้โดยการนำของกำนันมานพ แสงเขียว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอแม่ริมได้เข้าพบปรึกษาหารือกับนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์นายกอบจ.เชียงใหม่และรองนายกอบจ.นายอดิศร กำเหนิดศิริรองนายกฯ เพื่อหาแนวทางในการทำงานซึ่งได้ให้คำแนะนำจากการตั้งชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอแม่ริมขึ้นมาเป็นสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอแม่ริมซึ่งทุกคนมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันให้เกิดความเข้มแข็งโดยสจ.จีรเดช จีแดงประธานสภาอบจ.เชียงใหม่และสจ.สมชิด กันทะยา ซึ่งทั้งสองเป็นสมาชิกสภาอบจ.เขตอำเภอแม่ริม พร้อมให้การสนับสนุน หลังจากนั้นประธานชมรมฯอำเภอกำนันมานพ ได้มอบกระเช้าเพื่อเป็นการขอบคุณนายกอบจ.เชียงใหม่ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆของทางกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นอย่างดีเสมอมา

กำนันมานพ ประธานชมรมฯได้กล่าวต่อว่า ขณะนี้ถือว่าขั้นตอน ละรูปแบบตลอดจนข้อระเบียบต่างๆของการจะเป็นสมาคมฯทุกอย่างลงตัวแล้วตลอดจนถึงรายชื่อต่างๆที่ แต่ละคนจะรับหน้าที่อะไรในสมาคมฯ ตนเองจะมีการเชิญกำนันผู้ใหญ่บ้านของอำเภอแม่ริมทุกคนทุกท่านมาประชุมอีกครั้งในวันที่14ก.ย.2563นี้ ข้อสรุปหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆเราจะร่วมกันสรุปในวันประชุมนั้น เพื่อนำไปสู่การจดทะเบียนเป็นสมาคมฯอย่างถูกต้องกับทางอำเภอและจังหวัดต่อไป

 

เชียงรายเร่งช่วยเหลือชาวบ้านเหยื่อนน้ำท่วม

พ.อ.สุพรรณ ร้อยพุทธ รอง เสธ.กกล.ผาเมือง รักษาราชการแทน รอง ผบ.ฉก.ม.2 ร่วมกับ พล.ต. สัชฌาการ คุณยศยิ่ง ผบ.มทบ.37 นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน รอง ผวจ.ช.ร., นายอารุณ ปินตา หน.ปภ.จว.ช.ร.นายสมกิจ เกศนาคิน นอภ.เมืองเชียงราย และ พ.อ.ปรัษฐา ครามะคำ หน.กกร.มทบ.37 เดินทางโดย ฮ.ท.212 เข้าให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยฯ ในพื้นที่ บ้านอาดี่ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงรายโดยการมอบน้ำดื่ม อาหารกล่อง ถุงยังชีพ รวมถึงมีส่วนราชการ หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

 

ทางด้าน นพค.35 สนภ.3 นทพ.ได้จัดกำลังพล, และยานพาหนะ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนบนดอยและพื้นที่การเกษตร ในพื้นที่ บ้านห้วยลุ๊ , บ้านอาดี่ , บ้านพนาสวรรค์ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย เนื่องจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.63 ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าสู่บ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายและเดือดร้อน

 

แห่ไหว้พระราหูย้ายราศีเสริมดวงชะตาขอพรธุรกิจค้าขายคล่องหลังเศรษฐกิจซบเซาจากพิษโควิด19

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีประชาชนชาวเชียงใหม่และใกล้เคียงจำนวนมากเดินทางมายังศาลพระพิฆเนศ อาเขตเชียงใหม่ ใกล้กับสถานีขนส่งเชียงใหม่แห่งที่ 2 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาเพื่อร่วมพิธีบวงสรวงดาวราหูย้ายราศี 2563 ในวันพุธที่ 9 เดือน 9 ซึ่งดาวราหูได้ย้ายออกจากราศีเมถุน และราศีธนู และดาวราหูย้ายเข้าราศีพฤษภ และราศีพิจิก ส่วนชุดบูชาประกอบด้วยชุดของดำ 8 อย่าง ส่วนใหญ่เป็น กาแฟดำ เฉาก๊วย ไข่เยี่ยวม้า ช็อกโกแลต บราวนี่ ถั่วดำ ข้าวเหนียวดำและอื่นๆ พร้อมด้วยธูปสีดำ 8 ดอก ผู้มาร่วมพิธีทยอยนำของบูชาไปถวายต่อหน้าองค์เทพพระราหู เพื่อเสริมสิริมงคลคุ้มครองดวงชะตา เปลี่ยจากดวงร้ายให้กลายเป็นดี และหมุนลูกแก้วพระราหูเพื่อเสี่ยงดวงเรียกทรัพย์ด้วย

นายวันชัย ดุลยธรรมภักดี เจ้าของศาลพระพิฆเนศ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตั้งใจสร้างศาลพระพิฆเนศนี้ขึ้นมาเพื่ออัญเชิญครูบาอาจารย์ และเทพทุกองค์มาประทับ เพื่อกราบไหว้ และเผื่อแผ่ให้กับประชาชนทุกคนโดยไม่ได้มุ่งหวังในเชิงธุรกิจ กระทั่งทุกวันนี้ศาลพระพิฆเนศเป็นที่รู้จัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาขอพรกันจำนวนมาก โดยในแต่ละปีทางศาลฯจะจัดพิธีบวงสรวงพระราหูเรียกทรัพย์ ซึ่งดาวพระราหูจะมีการเปลี่ยนแปลงและย้ายออกทุกครึ่งปี แต่หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ในช่วงครึ่งปีแรกจึงยกเลิกพิธีไป กระทั่งล่าสุดสถานการณ์เริ่มดีขึ้นจึงจัดพิธีขึ้นมาอีก โดยมีการคัดกรองและขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนสวมหน้ากากอนามัย ส่วนการบวงสรวงพระราหู ขึ้นกับความเชื่อและความศัทธาของแต่ละบุคคล แต่ที่ผ่านมาก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มาร่วมพิธี หรือกราบไหว้ขอพรจากพระราหูภายในศาลพระพิฆเนศแล้วประสบผลสำเร็จ จะเห็นได้จากพิธีบวงสรวงที่จัดขึ้นทุกครั้งมีประชาชนเข้าร่วมงานเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง