“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยาหอมรับปากช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยภาคเหนือราคาตกต่ำ วางงบ 2พันล้านบาท ไว้เยียวยา พร้อมพิจารณาเปิดประเทศให้พ่อค้าจีนเข้ามารับซื้ออีกทาง

14.00 น.วันที่ 6 ส.ค. 63 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะได้เดินทางมาประชุมติดตามการดำเนินงานด้านสถานการณ์อุทกภัย และความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกลำไย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ เกษตรกร และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและเข้าประชุม ในการประชุมทางด้าน พลเอก ประวิตร ได้มอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดภาคเหนือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในด้านการดูแล ป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหลังจากนั้น พลเอก ประวิตรได้เดินทางเข้าพบกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อรับฟังปัญหาและมอบแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร

นายมานพ จินะนา ประธานสภาอาชีพเกษตรกร (สอก.) กล่าวว่าเกษตรกรผู้ปลูกลำไยภาคเหนือตอนบนและอีก 25 จังหวัดทั่วประเทศไทย ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโรคระบาดร้ายแรงโควิด- 19 (Covid- 19) โดยในฤดูกาลผลิตลำไย ปี 2563 ผลผลิตลำไยได้ออกสู่ตลาดช่วงปลายเดือน มินายน-กลางเดือนกันยาย 2563 ซึ่งช่วงที่ผลผลิตออกมากที่สุดคือเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม นับตั้งแต่เดือนแรกที่ผลผติตลำไยออกสู่ตลาด ราคาผลผลิตลำไยตกต่ำเป็นอย่างมาก ลำไยคุณภาพชนิดกรด AA กิโลกรัมละ 17 บาท เกรด A กิโลกรัมละ 8 บาท เกรด B กิโลกรัมละ 4 บาท ซึ่งราคาซื้อขายลำไยปีนี้ตกต่ำเนื่องด้วยมีปัญหาการส่งออกสินค้าลำไยไปต่างประเทศไม่สามารถส่งออกได้ เนื่องจากมาตรการป้องกันโรคระบาดของทุกประเทศ และปัญหากลไกภายในล้งผู้รับซื้อลำไยกดราคารับซื้อผลผถิตในราคาที่ต่ำเกินจริง ประกอบกับเกษตรกรชาวสวนไยประสบกับปัญหาภัยแล้ง วัสดุอุปกรณ์มีราคาเพิ่มสูงขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตลำไยคุณภาพมีต้นทุนสูง

กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานราคาจำหน่ายลำไยในปี 2562 ลำไยชนิดเกรด AA ราคากิโลกรัมละ 32-35 บาท และลำไยชนิดกรด A ราคากิโลกรัมละ 23-27 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาจำหน่ายลำไยคุณภาพในระดับเดียวกันของปี 2562 กับผลผลิตลำไยคุณภาพในปี 2563 ราคาจำหน่ายมีมูลค่าลดลงถึงร้อยละ 6 จากปีก่อน ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยประสบกับการขาดทุนและ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ประกอบกับการพัฒนาผลผลิตลำไยคุณภาพมีต้นทุนที่สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกลำไยแบบดั้งเดิม กล่าวคือ ในการผลิตลำไยคุณภาพในปี 2563 ต้นทุนการผลิตต่อไร่มีค่าใข้จ่ายอยู่ที่ 23.61 บาทต่อลำไย 1 กิโลกรัม เมื่อราคาขายผลผลิตลำไยคุณภาพชนิดเกรด AA ขณะนี้ (14 ก.ค. 63) ราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 17 บาทเท่านั้น เป็นสาเหตุทำให้เกษตรกรขาดทุนอย่างรุนแรง จึงจำเป็นที่ต้องขอการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไย ทั้งนี้ ขอรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีจ่ายเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกลำไย ไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 25 ไร่ ซึ่งจะใช้งบประมาณทั้งสิ้นไม่เกิน 1,800 ล้านบาท ให้การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเกษตรกร จำนวน 196,655 ครอบครัว พื้นที่ปลูกลำไย 1,200,879 ไร่ ผลผลิตลำไยปี 63 จำนวน 1,044,000 ตัน

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกรว่า ผลกระทบจากการส่งออกและการรับซื้อลำไยจากพ่อค้าประเทศจีน รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกลำไย โดยมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรขับเคลื่อนโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไยปี 2563 จำนวน 5 โครงการได้แก่ 1.คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตร ระดับจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ 3 โครงการ คือ โครงการสนับสนุนจุดรวบรวมและคัดคุณภาพลำไยเพื่อกระจายออกนอกแหล่งผลิตปี 2563 โครงการสนับสนุนจุดรวบรวมลำไยสดเพื่อแปรรูปปี 2563 และโครงการแก้ไขปัญหาผลผลิต ผลไม้ออกสู่ตลาดมากในปี 2563 โดยกรมการค้าภายในเป็นผู้ดำเนินการ

รวมถึงแนวทางการชดเชยดอกเบี้ยให้กลุ่มเป้าหมาย ดำเนินการโดยกรมการค้าภายในและ ธกส. จะช่วยกัน พร้อมกับมีการเชื่อมโยงตลาดสินค้าจากห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน ปตท. และตลาดออนไลน์ เป็นการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้า ในเรื่องการชดเชยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรผู้ปลูกลำไย ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยจะเยียวยาให้เกษตรกร ไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกินรายละ 25 ไร่ และขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาในการช่วยเหลือ และขอยืนยันว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือเกษตรกรจนสุดความสามารถ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้นำมาชดเชย แล้วให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเตรียมงบประมาณ 2,000 ล้านบาท ที่เตรียมไว้สำหรับการเยียวยาเกษตรกรในครั้งนี้ ส่วนเรื่องตลาดจีนที่เข้ามาในประเทศไม่ได้ ทางรัฐบาลก็จะพิจารณาให้เข้ามาตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งอาจจะพิจารณาให้เข้ามาในประเทศได้ 3 – 5 วัน ตามกรอบความปลอดภัย เพื่อให้เข้ามารับซื้อผลผลิตลำไย และผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรได้

ภาพ-ข่าว สังคม

ผศ.อาคม ตันตระกูล ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และทีมงาน ปชส.ของคณะแพทยศาสตร์ เป็นผู้แทน ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ร่วมแสดงความยินดีกับหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ในโอกาสครบรอบย่างเข้าสู่ปีที่ 51 โดยมีนางอุบลนัดดา สุภาวรรณ ผู้อำนวยการ ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานหนังสือพิมมพ์ไทยนิวส์ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563

ภาพ-ข่าว สังคม

ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อ.เมืองจ.เชียงใหม่ นายวิรุฬ พรรณเทวี รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2563 โดยมีนางศรีพรรณ์ เขียวทอง ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงาน

กองกำลังผาเมืองร่วมกับตำรวจปราบยาเสพติด จับกุม 4 ผู้ต้องหาขนยาบ้า 6 แสนเม็ด ในพื้นที่ อ.ฝาง จ. เชียงใหม่

6 ส.ค. 63 เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ม.3 ฉก.ม.4 กองกำลังผาเมือง ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านเข้ามาในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จึงได้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.3 บช.ปส.จัดกำลังร่วมกันทำการลาดตระเวณเฝ้าตรวจและตั้งจุดตรวจสกัดกั้น ตามเส้นทางถนนหลวงหมายเลข 1249 อ.ฝาง – ดอยอ่างขาง บริเวณ บ้านแม่งอนน้อย ต.แม่งอน อ.ฝาง

จนกระทั่งเวลา 02.45 น ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ ทะเบียน ผจ 2179 เชียงราย มีโครงเหล็กบรรทุกของด้านหลัง ลักษณะต้องสงสัย จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ ปรากฎว่าตรวจพบชาย จำนวน 4 คน ขับขี่และโดยสารมากับรถยนต์คันดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายคาอู แสงคำ อายุ 18 ปี เป็นคนขับนายจะโบ ลอยย่า อายุ 48 ปี นายนิยม แสงคำ นายณัฐวุฒิ แซ่กล อายุ 15 ปี โดยทั้ง 4 คนมีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน ห้วยทราย หมู่ 7 ต.ต้นผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง พร้อมทั้ง ตรวจพบกระสอบเป้บรรจุยาเสพติด จำนวน 4 เป้ ซุกซ่อนบริเวณที่พักเท้าห้องโดยสาร แค็ป จำนวน 3 เป้ และบริเวณที่พักเท้าเบาะนั่งโดยสารข้างคนขับ จำนวน 1 เป้ ทำการตรวจสอบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า )จำนวนประมาณ 600,000 เม็ด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมของกลาง มาทำการสอบสวน ณ บก.ปส.๓ บช.ปส. เพื่อขยายผลการจับกุมและดำเนินคดีคามกฏหมายต่อไป

รับฟังความเห็นประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการขยายเขตไฟฟ้าหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน

6 ส.ค.63 นาย พิศิษฐ์ กิจบุญอนันต์ ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธาน, นายเสกสรร เสริมพงศ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เข้ารับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน ในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แผนขยายเขตไฟฟ้าให้หมู่บ้านในโครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายเสกสรร เสริมพงศ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2543 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานแนวทางในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนให้แก่ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น โดยมีพระราโชบายที่จะพัฒนารวมทั้งยกระดับสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นคงของหมู่บ้าน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จึงได้ทำแผนงานขยายเขตไฟฟ้าให้หมู่บ้านในโครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยมีระยะเวลาดำเนินแผนงาน 5 ปี (ระหว่าง พ.ศ. 2560-2564)ซึ่งแผนงานดังกล่าว มีพื้นที่ขยายเขตไฟฟ้าในเขตพื้นที่ อ.เมือง อ.ปาย และ อ.ปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 29 หมู่บ้าน11 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 161 กิโลเมตร ซึ่งพาดผ่านพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ระยะทางประมาณ 125กิโลเมตร แต่เนื่องจาก แผนงานขยายเขตไฟฟ้าให้หมู่บ้านในโครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีบางช่วงของแนวระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่พาดผ่านพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ระยะทางประมาณ 125 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 4 มกราคม 2562 เพื่อนำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินโครงการ

รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฐานะเจ้าของโครงการได้ตระหนักถึงความสำคัญต่อการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงมอบหมายให้บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เอ็นไวร์ไซน์จำกัด เป็นผู้ศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้ครอบคลุมทั้งด้านทรัพยากรกายภาพ ชีวภาพ การใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณภาพชีวิต อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและสอดคล้องตามแนวทางที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กำหนดไว้ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งแต่เริ่มต้นศึกษาและดำเนินการโครงกา เพื่อชี้แจงเหตุผล ความเป็นมา วัตถุประสงค์และรายละเอียดโครงการ รวมทั้งขอบเขตการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อวิตกกังวลต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ ตัวแทนจากภาคส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานพยาบาล องค์กรเอกชน ผู้นำภาคประชาสังคมและประชาชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่โครงการ ได้แสดงความคิดเห็นในฐานะผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม

สำหรับการสำรวจประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ขั้นตอนในการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบ เพื่อขยายเขตไฟฟ้าให้หมู่บ้านในโครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะเป็นการรวบรวมข้อมูล สำรวจข้อมูลภาคสนาม การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยใช้ระยะเวลาสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม 15 เดือน โดยมีลักษณะโครงการเป็นการก่อสร้างระบบจำหน่ายไฟฟ้าขนาด 22 กิโลโวลต์ ปักเสาพาดสายไปกับเสาคอนกรีตชนิดเสาเดี่ยว เป็นเสาคอนกรีตอัดแรง มีทั้งหมด 6 ขั้นตอน ได้แก่ การสำรวจพื้นที่และตำแหน่งวางหมุด การก่อสร้างฐานราก การติดตั้งเสาไฟ การวางเสาผ่านทางโค้ง การปักเสาพาดสายไฟฟ้า และตรวจสอบความเรียบร้อย

เชียงใหม่ยังติดตั้งสะพานแบริ่งเชื่อมเส้นทางเชียงใหม่-เชียงรายไม่เสร็จ คาดวันศุกร์ ที่ 7 ส.ค.ถึงจะเปิดเส้นทางได้แนะช่วงนี้ให้ใช้ทางเลี่ยงเดินทางก่อน

5 ส.ค. 63 นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์จากพายุ “ซินลากู” เมื่อวันที่ 2 – 4 ส.ค. ที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เส้นทางถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย ถูกตัดขาด และต้องใช้เส้นทางเลี่ยง เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา ทางกรมทางหลวงได้เร่งติดตั้งสะพานแบริ่ง และทำการถมดินเพื่อให้รถขนาดเล็กสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ในจุดที่ไม่เกิดความเสี่ยง ส่วนเรื่องการติดตั้งสะพานแบริ่ง พบว่าต้องดำเนินการในหลายจุดและต้องเสริมความแข็งแรงให้กับสะพานด้วย เพื่อเตรียมรับมือพายุเข้ามาอีก 1 ลูก และอยู่ในช่วงการติดตามว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเตรียมความพร้อมและการป้องกันไว้

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต่อไปอีกว่า เบื้องต้นจากการประชุมแนวทางการแก้ไขเส้นทางวันนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนการติดตั้ง โดยสะพานแบริ่งย้ายตำแหน่งไปติดตั้งบริเวณสะพานตัวที่ 5 ซึ่งจะแล้วเสร็จในวันนี้ และตัวที่ 6 จะติดตั้งแล้วเสร็จวันที่ 6 ส.ค. ส่วนสะพานตัวที่ 3 และ 4 ได้ปรับแผนเทคอนกรีตทับหน้าบนสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กในเส้นทางหลักให้รถวิ่งได้เลย และจะเปิดให้รถขนาดเล็กหรือรถบรรทุกที่น้ำหนักไม่เกิน 20 ตันใช้ได้ในบ่ายวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 63 นี้ต่อไป ในห้วงระหว่างนี้ให้ใช้เส้นทางเลี่ยงไปก่อน แม้ว่าเส้นทางบางจุดรถเล็กสามารถวิ่งผ่านได้ในบางจุด แต่ก็ยังไม่สะดวก เพราะยังมีการก่อสร้างอยู่ จึงแนะนำให้ใช้ทางเลี่ยงแทนก่อน

แม่สะเรียง เปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรและสินค้าราคาถูกเพื่อประชาชน

ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง นายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง เป็นประธาน เปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรและสินค้าราคาถูก โดยมีพี่น้องเกษตรกรได้นำพืชผักผลไม้เกษตรอินทรีย์ สินค้าแปรรูป สินค้าโอทอป ของกินของใช้พื้นบ้าน และ สินค้าราคาถูก มาจัดจำหน่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนภาคการเกษตร ให้ได้นำสินค้าผลผลิตมาจัดจำหน่ายอีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าของเกษตรกร เป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ผู้ผลิตในท้องถิ่น และ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มผู้บริโภคได้มีทางเลือกในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ ราคาถูกพร้อม จัดให้มีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร การประกวดทำอาหารจากผลผลิตการเกษตร การประกวดผ้าสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมจะมีตั้งแต่วันที่ 3 – 12 สิงหาคม 2563

ทั้งนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของทางกระทรวงมหาดไทยที่มอบหมายให้ทางกรมการปกครองจัดทำรายงานข้อมูลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตราการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบกับอำเภอแม่สะเรียง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ผลผลิตไม่สามารถจัดจำหน่ายได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนอำเภอแม่สะเรียงจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมา

นอภ.เชียงคำ ลงพื้นที่บ้านคะแนง จัดรถกระบะยกสูงรับ-ส่ง นักเรียน ไปกลับโรงเรียนก่อนช่วงนี้ เร่งซ่อมทางขาดให้เสร็จโดยเร็วที่สุด

จากกรณีพายุซินลากูพัดถล่มในหลายพื้นที่ของภาคเหนือจนเป็นเหตุให้ทางเบี่ยงข้ามน้ำลาวของบ้านคะแนง หมู่ม.10 ต.แม่ลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา ขาดจนทำให้ผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานไป โรงเรียนบ้านน้ำมิน ต้องอุ้มข้ามน้ำกันแบบยากลำบากและมีครูของช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ล่าสุดทางด้านนายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอเชียงคำ พร้อมด้วยนายรุ่งทะวี แก้วคำปา ปลัดอำเภอและกำลัง อส.อีก ส่วนหนึ่ง ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียพบรถแบคโฮของทีมงานผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานใหม่นั้นกำลังซ่อมแซมทางเบี่ยงอยู่ และน้ำในลำน้ำลาวก็เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องจนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ขับข้ามผ่านได้ตามจุดที่ซ่อมทางเบี่ยง

โดยนายกนก กล่าวว่า สำหรับพื้นที่บ้านคะแนง ตรงจุดที่ทางเบี่ยงขาดนั้นก็เนื่องจากว่าตอนที่มีพายุซินลากูพัดผ่านเข้ามาจนทำให้ฝนตกหนักตลอดระยะเวลา 2-3 วัน จนน้ำป่าได้พัดท่วมทำลายทางเบี่ยงจนขาด ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวบ้านในพื้นที่ทั้งบ้านน้ำมินและบ้านคะแนง ไม่สามารถไปมาหาสู่กันได้โดยเฉพาะเด็กนักเรียนซึ่งต้องไปเรียนอย่างยากลำบาก ทั้งนี้ตนเองได้ขอความร่วมมือให้ผู้ใหญ่บ้านคะแนง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้จัดเวรยามขอรถยนต์ที่เป็นแบบยกสูงและขับข้ามผ่านลำน้ำลาวที่ลดในช่วงนี้ให้สามารถพาเด็ก ๆ นักเรียนข้ามทั้งไปและกลับได้จนกว่าทางเบี่ยงจะซ่อมเสร็จและมีการเริ่มก่อสร้างสะพานต่อ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยัง ชรบ.ของหมู่บ้านให้มาอำนวยความสะดวกในช่วงที่มีการรับส่งเด็กข้ามผ่านลำน้ำด้วย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ด้านนายณัฐฐศรัณฐ์ พรหมเผ่า ผอ.ร.ร.บ้านน้ำมิน กล่าวเสริมว่า หลังจากที่นายอำเภอเชียงคำลงพื้นที่ในบ่ายวันนี้นั้นก็ได้เห็นแล้วว่าทางตัวท่านมีความห่วงใยต่อชาวบ้านในพื้นที่จริง ๆ เพราะบ้านคะแนงเป็นหมู่บ้านท้ายสุดของ ต.แม่ลาว ซึ่งมีทางเข้าออกได้ทางเดียวเท่านั้น ทั้งนี้สะพานใหม่ที่สร้างนั้นก็ยังสร้างไม่แล้วเสร็จดี ด้วยช่วงนี้มีน้ำป่าซัดมาตลอดและฝนตกหนักจนทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงักไปบ้าง แต่หลังจากนี้เมื่อไม่มีพายุเข้ามาทางทีมผู้รับเหมาก็น่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างต่อได้แล้ว

เร่งตั้งสะพานแบริ่งคาดเย็นนี้ขนคนติดค้างถนนเชียงใหม-เชียงราย ออกได้หมด พรุ่งนี้เปิดถนนได้ เชียงใหม่ สรุป 11 อำเภอ 21 ตำบล 42 หมู่บ้านได้รับผลกระทบเร่งเยียวยาเต็มที่

วันที่ 4 ส.ค.นายสราวุธ ทรงวิไล อธิบดีกรมทางหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเสียหายทางขาด บริเวณจุดก่อสร้างสะพาน ทางหลวง 118 กิโลเมตรที่ 32 บ้านแม่หวาน ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ที่ถูกน้ำป่าพัดจนทางเบี่ยงขาดเสียหาย เปิดเผยว่าเหตุการณ์น้ำป่าครั้งนี้ ทำให้ถนนเชียงใหม่ – เชียงราย ขาดเสียหายทั้งหมด 6 จุด โดยเฉพาะจุดนี้ ทางขาดค่อนข้างห่าง โดยคาดว่าพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงจะวางสะพานชั่วคราวเสร็จ ส่วนอีกหนึ่งจุด บริเวณกิโลเมตรที่ 40 คาดว่าจะแก้ไขซ่อมแซมและเปิดใช้เส้นทางได้ประมาณ 15.00 น. วันนี้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่ตกค้างอีกประมาณ 40 คน ผ่านจุดนี้ออกไปทางจังหวัดเชียงรายได้ ยืนยันเย็นนี้ประชาชนจะออกไปได้ทั้งหมด และในวันพรุ่งนี้จะเปิดใช้เส้นทางทั้งหมดได้ และแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาวหลังจากนี้ เนื่องจากจุดก่อสร้างสะพานกิโลเมตรที่ 32 และ กิโลเมตรที่ 40 มีช่องน้ำใหญ่ กรมทางหลวงจะวางสะพานเหล็กไว้ทั้งสองจุด และ กำชับให้แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 หาทางป้องกัน เพื่อไม่ได้เส้นทางถูกตัดขาดอีก ก่อนหน้านี้โครงการก่อสร้างถนนในช่วงนี้มีปัญหาเรื่องการก่อสร้าง ทั้ง กฎหมายพื้นที่ป่า จึงทำให้ให้ล่าช้า แต่ล่าสุด รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้เร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้า สะพานแม่หวานและสะพานทุกตัวไม่เกินสองเดือนจะต้องเสร็จ หากเสร็จแล้วก็จะไม่เกิดปัญหาทางขาดจากน้ำป่าอีก เพราะที่ผ่านมาปัญหาเกิดขึ้นกับทางเบี่ยง และ การก่อสร้างถนนเส้นนี้จะเสร็จสมบูรณ์ประมาณเดือนเมษายน 2564

ส่วนที่ห้องประชุม 4 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ว่าที่ร้อยตรี ณัฐพงค์ ฐิตวิกรานต์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าภาวะฝนตกหนักในพื้นที่เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 2 – 3 ส.ค. 63 ส่งผลกระทบและเกิดความเสียหายทั้งหมด 11 อำเภอ 21 ตำบล 42 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.ดอยสะเก็ด, สันทราย, ฝาง, ไชยปราการ, พร้าว, สะเมิง, แม่แจ่ม, แม่อาย, เวียงแหง, เชียงดาว และแม่แตง มีพื้นที่การเกษตร 309 ไร่ บ่อปลา 2 บ่อ ปศุสัตว์ สะพานพังเสียหาย 3 แห่ง คอสะพาน 3 แห่ง พนังกั้นน้ำ 2 แห่ง ฝายประชาอาสา 1 แห่งโดยทาง ปภ.เชียงใหม่ ได้ประสานเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงเชียงใหม่ ในการติดตั้งสะพานแบริ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้ ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงเชียงใหม่ ก็ได้ดำเนินการลำเลียงสะพานเบริ่งลงจากรถบรรทุกเพื่อนำมาติดตั้ง ถนนบริเวณ กม.ที่ 32 ทางหลวงหมายเลข 118 ถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย ในพื้นที่บ้านแม่หวาน ตำบลป่าเหมี้ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกน้ำป่ากัดเซาะจนถนนขาด ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 2 สิงหาคม โดยคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จในช่วงค่ำวันนี้ ส่วนบริเวณ กม.ที่ 39 ซึ่งเป็นอีกจุดที่ถนนถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่ได้ซ่อมแซมโดยการวางท่อระบายน้ำและถมดินทับ จนรถขนาดเล็กสามารถสัญจรผ่านได้แล้ว ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาฝนตกหนักถึง 240 มม. ซึ่งปกติเพียงแค่ 100 มม. ก็เกิดการท่วมขังได้แล้ว เมื่อเจอปริมาณฝนมาก จึงส่งผลกระทบกับจุดที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ทำให้ถนนและสะพานขาด หลังจากนี้จากการคาดการณ์ของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ พบว่าปริมาณฝนจะน้อยลง แต่ก็ยังคงมีตกลงมาบ้าง หากฝนทิ้งช่วงหรือตกน้อยกว่านี้ และระดับน้ำลดลงก็คาดว่าน่าจะซ่อมแซมให้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติได้ในเร็วๆนี้ สำหรับประชาชนที่ตกค้างไม่สามารถเดินทางออกมาหลังจากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ได้ ในช่วงแรกมีประมาณ 60 กว่าคน แต่มีบางส่วนได้ใช้เส้นทางอ้อมเดินลงมา จึงทำให้เหลือเพียง 36 คน เจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องอาหาร ยารักษาโรค และการจัดเตรียมที่พักเพื่อรองรับไว้ โดยมีทางเจ้าหน้าที่อำเภอ ฝ่ายปกครอง เทศบาล อบต. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ส่วนนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่ทั้ง 2 จุดเริ่มคลี่คลายแล้ว ส่วนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ระหว่างถนนที่ขาดกว่า 200 คน ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 2 สิงหาคม โดยที่ กม. 39 เจ้าหน้าที่ได้จัดให้พักที่โรงเรียนบ้านปางแฟน ล่าสุดสามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้แล้วบางส่วน คงเหลือตกค้างอยู่อีกประมาณ 20 คน ส่วนผู้ที่ติดค้างอยู่บริเวณ กม. 32 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดให้พักที่อุทยานแม่ตะไคร้ ยังเหลืออยู่อีกจำนวน 36 คน และรถยนต์ประมาณ 20 คัน คาดว่าหลังติดตั้งสะพานเบริ่งเสร็จ ประชาชนและยานพาหนะจะสามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ ขณะที่นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ สั่งให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยมีทหาร จาก พล.ร.7 และ ป.พัน 7 เข้ามาช่วยลำเลียงกล่องอาหารโดยใช้รถแบคโฮ และรอก ไปมอบให้ประชาชนที่ตกค้างทั้ง 2 จุดได้รับประทานด้วย

ต่อมาเวลา 14.30 น.วันที่ 4 ส.ค. 63 นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สะพานแห่งที่ 2 กม.32+940 อยู่ในระหว่างติดตั้งสะพานแบรี่ คาด 20.00 น.วันนี้จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดการจราจรในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ทางเบี่ยงบริเณสะพานแห่งที่ 3, 4, 5 ขาเข้าเมืองเชียงใหม่ และทางเบี่ยงบริเณสะพานแห่งที่ 6 กม.39+900 เขตจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการปรับผิวดินลูกรังให้รถเล็กสัญจรชั่วคราวแล้วเสร็จ

ปัจจุบันไม่มีผู้ติดค้างและยานพาหนะอยู่ในพื้นที่แล้ว โดยได้ใช้เส้นทางเทพเสด็จ และปางแฟน เดินทางเข้าเชียงใหม่และลำปางได้แล้วทั้งหมด ขณะเดียวกัน โรงครัวพระราชทานยังคงสนับสนุนอาหารประกอบเลี้ยงให้กับเจ้าหน้าที่ชุดติดตั้งสะพานแบริ่งจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ อย่างไรก็ดีหากทางเบี่ยงสะพานอีก 2 แห่งในเขตจังหวัดเชียงรายแล้วเสร็จ อาจเปิดเส้นทางสาย 118 ให้รถเล็กผ่านได้เฉพาะในเวลากลางวันหรือฉุกเฉินเท่านั้นในช่วงแรกนี้ ซึ่งอธิบดีกรมทางหลวงได้เข้าพื้นที่พร้อมทั้งสั่งการให้สำรวจทุกสะพานทั้งในเขตจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายเพื่อพิจารณาจัดวางสะพานแบริ่งชั่วคราวเสริมในตำแหน่งที่เสี่ยงน้ำพัดขาดต่อไปแล้ว

 

รมช. เกษตรและสหกรณ์ เปิดโครงการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ผลักดันอาชีพสร้างรายได้

ที่ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และกิจกรรมปลูกเพื่อป(ล)อด สู่อ้อมกอดของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2563 เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อปวงชนชาวไทย พร้อมมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตร เชิดชูเกียรติแก่สตรีจำนวน 62 รางวัล โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายวิรุฬ พรรณเทวี นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำผู้นำสตรีทุกภาคส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ จาก 25 อำเภอ เข้ารวมกิจกรรมกว่า 800 คน

จากนั้น ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางมายังบริเวณตลาดประชารัฐศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ และให้กำลังใจกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอีกด้วย ซึ่งโครงการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่ได้รับงบประมาณสนับสนุน ประเภทเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจให้แก่สตรีและองค์กรสตรี ระหว่างวันที่ 3 – 4 สิงหาคม 2563