สกู๊ปพิเศษ/ ถ้ำปลา จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว หลังปิดมานานช่วงโควิด 19 ระบาด เชิญชวนเที่ยวชมธรรมชาติ น้ำใสสะอาดปลาแหวกว่ายไปมาสวยงามยิ่ง

นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและดูความพร้อมภายในวนอุทยานถ้ำปลา บ้านห้วยผา ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งอุทยานถ้ำปลาน้ำตกผาเสื่อเปิดให้นักเที่ยวเข้าชมและพักผ่อนหย่อนใจภายในวนอุทยานถ้ำปลา หลังจากที่ปิดชั่วคราวมานานกว่า 3 เดือน จากสถานการณ์ไวรัสโควิด – 19 แพร่ระบาดที่ผานมา

โดยนายสุวงพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขณะนี้อุทยานถ้ำปลามีความพร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่ภายในบริเวณถ้ำปลา ทางอุทยานมีการวางมาตรการป้องกันโรคได้ตามมาตรฐานของกระทาวงสาธารณสุข โดยเฉพาะการจัดทำโปรแกรมแอปพลิคเคชั่นไทยชนะ ไว้ตรวจสอบนักท่องเที่ยว ขณะที่ภายในวนอุทยานถ้ำปลา หลังจากปิดมานานหลายเดือนสภาพทางธรรมชาติมีการฟื้นฟูจากเดิมเป็นอย่างมาก มีปลาสีทองและสีฟ้าว่ายน้ำไปมาสลับสวยงาม แต่ละตัวมีน้ำหนัก 7 – 8 กิโลกรัม ผู้คนขนานนามให้ว่าเป็นปลารักษาศีล เพราะทานแต่ผักและพืชเป็นอาหาร ไม่เคยทานเนื้อ ขณะนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้แล้ว ก็อยากให้นักท่องเที่ยวได้พากันแวะมาเที่ยวชม นอกจากนี้ทางจังหวัดจะมีการนำสินค้าโอทอปมาวางจัดจำหน่ายในแหล่งท่องเที่ยววนอุทยานถ้ำปลาอีกด้วย เพื่อส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชอย่าลืมอุดหนุนชาวบ้านในพื้นที่ด้วย

นายกฤษฏา แก้วบุตร หัวหน้าวนอุทยานถ้ำปลา – ผาเสื่อ จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ฟื้นฟูสภาพธรรมชาติของวนอุทยานถ้ำปลา เตรียมพร้อมของบุคลากร และเครื่องมืออุปกรณ์ในการดำเนินตามมาตรการป้องกันเชื่อไวรัสโควิด – 19 ให้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข รองรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบ New Normal มีการเช็คอิน เช็กเอ้าท์ ผ่านแอปพลิคเคชั่นไทยชนะ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การสวมหน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างทางสังคม ขณะเข้าไปเที่ยวชมภายในวนอุทยาน ฯ ตลอดจนการปฏิบัติตามระเบียบของอุทยาน ฯ ในการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ หลังจากปิดหลายเดือน ปัจจุบันถ้ำปลามีธรรมาชาติสวยงามมาก

สำหรับแหล่งท่องเที่ยววนอุทยานถ้ำปลา จ.แม่ฮ่องสอน จุดเด่นคือมีน้ำใสสะอาดไหลออกมาจากใต้ถ้ำตลอดทั้งปี โดยที่ไม่มีใครทราบว่าแหล่งน้ำนั้นมาจากที่ใด และจะมีปลาขนาดใหญ่อาศัยอยู่ ว่ายไปมาอยู่ในถ้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านเชื่อเป็นปลาศักดิ์สิทธิ์เฝ้าถ้ำ โดยนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางไปเที่ยวชมในแต่ละปีประมาณ 80,000 – 100,000 คน เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมคนไทย 10 – 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติ 50 – 100 บาท ในปี 2562 ที่ผ่านมา สามารถเก็บค่าเข้าชมได้ 2,492,636 บาท ท่านใดมีโอกาสผ่านไปมาอย่าลืมแวะท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่ถ้ำปลาแห่งนี้ได้ครับ

สังคมแวดวงตำรวจ

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 เปิดโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล” เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากเครือข่ายประชาชน, เจ้าหน้าที่ของรัฐ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้นำท้องที่ และเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายในการแก้ไขปัญหาและป้องกันอาชญากรรม โดยมีพ.ต.อ.อรรจน์ มณีตระกูลทอง รอง ผบก.ภ.จว.แพร่ พ.ต.อ.พงศธร เครียตธฤมาล รอง ผบก.ภ.จว.แพร่ และหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่จังหวัดแพร่ ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศ GMS บ้านกอเปา ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่

พ.ต.อ.สุรศักดิ์ มาอินทร์ ผกก.สภ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน พ.ต.ท.สหภพ อินใจคำ สวป.พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านโฮ่ง และ จิตอาสาประชาชน จำนวนกว่า 50 คน ดำเนินโครงการจิตอาสาพัฒนาสาธารณประโยชน์ นำทีมพัฒนาทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ ลำเหมืองสาธารณะ หมู่บ้านห้วยกาน หมู่ 1 ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับคุณณภัค กำเนิดนักตะ ประธานชมรมแม่บ้านกองบิน 41 พร้อมคณะ ที่ได้นำอาหารกล่อง และน้ำดื่ม มาแบ่งปันเติมใส่ตู้ “ปันสุข” เพื่อแบ่งปันแก่พี่น้องประชาชน สำหรับประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจากสภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ณ สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก จำนวนกว่า 50 ชุด

ฝนถล่มเหนือตอนบนหลายจังหวัด แพร่-เชียงใหม่ ดินไสลด์ปินถนนหลายจุดเร่งเปิดทางให้รถสัญจรผ่านไปมาได้

เช้าวันที่ 13 ก.ค.63ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือพยากรณ์อากาศว่าในช่วงนี้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ได้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ในขณะที่ลมตะวันออกปลพลมตะวันออกเฉีนฃยงใต้ได้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ยังคงส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาคเหนือจะมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัด แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ และ พะเยา จากนั้นในช่วงวันที่ 15 – 18 ก.ค. 63 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลงเหลือเพียงงร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ทั้งรนี้ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย

โดยเมื่อคืนวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่หลายจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนบน ที่จ.แพร่ เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ อ.เด่นชัย ทำให้เกิดดินโคลนสไลด์ลงมาปิดเส้นทางจราจร บริเวณทางหลวงหมายเลข 11 ตอน หนองน้ำเขียว – ปางเคาะ บริเวณ กม.354+900 ก่อนขึ้นเขาพลึง รอยต่อระหว่างจังหวัดแพร่ไปจังหวัดอุตรดิตถ์ เลยจุดตรวจห้วยไร่ประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่กำลังมีการก่อสร้าง เนื่องจากมีดินสไลด์ลงมาก่อนหน้านี้แต่ไม่มาก ทำให้แขวงทางหลวงแพร่ ได้ทำการซ่อมแซมจุดบริเวณดังกล่าว แต่หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ดินสไลด์ลงมาปิดช่องทางจราจรฝั่งขาล่องรถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ต้องปิดเส้นทางจราจร ให้รถเบี่ยงเลน ขณะนี้กำลังเร่งเปิดเส้นทางเพื่อให้รถสามารถสัญจรไปมาได้เป็นปกติ

คาดว่า ภายในวันนี้13 ก.ค 63จะสามารถเปิดเส้นทางจราจรขณะที่ในหมู่บ้านเกิดน้ำป่าทะลักเข้ามาในช่วงเช้า ทำให้บ้านที่อยู่ใกล้ฝายน้ำล้นถูกน้ำท่วมพัดเอาดินโคลนเข้ามาในบ้าน นางดวงใจ สุวรรณวิไล อายุ 65 ปี 148 ม.1 ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 8 โมงเช้าที่ผ่านมา หลังจากเมื่อคืนมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้น้ำในฝายล้นทะลักเข้ามาในบ้าน ปกติหลายปีที่ผ่านมายังไม่มีน้ำท่วมเข้าบ้านแบบนี้ ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2554

ส่วนที่จ.เชียงใหม่ เกิดดินสไลด์และต้นไม้ล้มหลายจุด โดยเฉพาะในพื้นที่อ.เชียงดาว มีต้นไม้ล้มและดินสไลด์ จนรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ บริเวณทางหลวง107 ใกล้จุดตรวจแก่งปันเต๊า ตำบลแม่นะอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยดินได้ปิดขวางถนนจำนวน 1 ช่องทางการจราจรนายรุ่งโรจน์ ดวงดี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่นะ นำเจ้าหน้าที่กู้ภัยเหยี่ยวแดง และเจ้าหน้าที่หมวดการทางปิงโค้ง เข้าทำการเปิดเส้นทางจนสามารถใช้เส้นทางได้ตามปรกติในเวลาต่อมา

“นายกเหลิม” จัดให้ตลาดนัดวันอาทิตย์หนองบัวพระเจ้าหลวงดอยสะเก็ด เชิญชวนพ่อค้าแม่ขายนำของมาขายหารายได้เสริมยามเศรษฐกิจตกสะเก็ด ทุกอาทิตย์เจอกันเลือกซื้อสินค้า อาหาร ขนม มีทุกอย่างที่นี่

เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ ที่ 12 ก.ค.2563 นาย ชุติพนธ์ สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดตลาดนัดวันอาทิตย์ที่ลานหนองบัวพระเจ้าหลวง ติดชายหาดเชิงดอย ทะเลน้อยดอยสะเก็ด โดยมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้า นำสินค้ามากมายมาวางขายกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และมีประชาชนจำนวนมากมาจับขจ่ายใช้สอยกันแบบเนืองแน่น

นายชุติพนธ์ สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า วันนี้พ่อค้าแม่ค้าใน อ.ดอยสะเก็ด หรืออำเภอใกล้เคียง ออกร้านจำหน่ายสินค้าบริเวณลานม่วนใจ๋หนองบัวพระเจ้าหลวง หนองน้ำใหญ่ตรงข้ามที่ทำการสำนักงานเทศบาลตำบลเชิงดอย ซึ่งจะเปิดให้ขายของฟรีในระยะเวลา 3 เดือนแรก ฟรีค่าน้ำค่าไฟ เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค. 2563 เป็นต้นไป ในช่วงเวลานี้ก็ยังคง พรก.ฉุกเฉินอยู่ ทางพ่อค้า-แม่ค้า ตามตลาดก็ได้รับการผ่อนปรนกันแล้ว ซึ่งทางทต.เชิงดอย ต้องการให้ชาวบ้านได้ขายของสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และสามรถมารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้

จึงได้จัดสถานที่บริเวณลานม่วนใจ๋ หนองบัวพระเจ้าหลวงให้เป็นสถานที่ขายของ ให้ชาวบ้านได้นำสินค้ามาจำหน่ายทุกวันอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าพื้นบ้าน เปิดท้ายขายของ หรือจะเป็นกลุ่มอาหารนำมาขายที่หนองบัวพระเจ้าหลวงเนื่องจากว่า ช่วงเย็นจะมีประชาชนมาออกกำลังกายกันจำนวนมาก ก็อยากให้ผู้ที่มาออกกำลังกายได้มาเลือกซื้อของกิน ของที่ระลึกหรือสิ่งของติดมือกลับบ้าน

ตนได้คิดคอนเซ็ปเปิดตลาดนัดขึ้นมา โดยตั้งใจว่าจะเป็นตลาดศูนย์รวมของคนอำเภอดอยสะเก็ด รวมทั้งเป็นสถานที่ออกกำลัง สถานที่แสดงศิลปะวัฒนธรรม สถานที่จำหน่ายอาหาร ของที่ระลึก โดยจะฟื้นคืนชีพหนองบัวพระเจ้าหลวงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของ อ.ดอยสะเก็ด และจ.เชียงใหม่ ให้ได้สำหรับผู้ที่สนใจต้องการนำสินค้าไปขายสามารถมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ที่เทศบาลตำบลเชิงดอย โทรสอบถามที่หมายเลข 053-104900 ได้เราเปิดโอกาสให้กับพ่อค้าแม่ขายตลอดจนชาวบ้านที่ต้องการหารายได้นายชุติพนธ์ นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย กล่าวในที่สุด

เปิดหลักสูตรออนไลน์ครั้งแรก!! “เทคโนโลยีการฟื้นฟูป่า” เรียนรู้ขั้นตอนการฟื้นฟูป่าตามบริบทพื้นที่ด้วยวิธีพรรณไม้โครงสร้างกับศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ และหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า (FORRU) มช.

ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ ร่วมกับ หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า (FORRU) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดหลักสูตรออนไลน์ครั้งแรก “หลักสูตรเทคโนโลยีการฟื้นฟูป่า” ดำเนินการผ่านทาง “วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” หรือ “CMU School of Lifelong Education: CMU-LE” โดยเป็นหลักสูตรอบรมระยะสั้นที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้วิธีการฟื้นฟูป่าที่เหมาะสมกับบริบทในแต่ละพื้นที่ เทคนิคการฟื้นฟูป่าด้วยวิธีพรรณไม้โครงสร้าง การออกแบบเรือนเพาะชำกล้าไม้ และองค์ความรู้การใช้เทคโนโลยีในการฟื้นฟูป่าอีกมากมาย

โดยเนื้อหาของหลักสูตร แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่
1. การอบรมภาคทฤษฎีรูปแบบออนไลน์ (จำนวน 8 หัวข้อ)2. การอบรมภาคปฏิบัติรูปแบบออนไลน์ (จำนวน 7 หัวข้อ)พร้อมรับอุปกรณ์สำหรับปฏิบัติการ (จัดส่งให้ผู้เรียนทุกคนถึงบ้าน)ผู้ที่จบหลักสูตรนี้จะได้ใบรับรองสมรรถนะด้านความสามารถในการวางแผนขั้นตอนการฟื้นฟูป่าให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ที่ออกโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เปิดรับสมัครตั้งแต่ วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2563 รับจำนวนจำกัด 30 คน เท่านั้น (ไม่จำกัดอายุ) ผ่านทาง
https://www.lifelong.cmu.ac.th/courseleid.php?id=000021 ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร นักศึกษา 500 บาท / บุคคลทั่วไป 1,000 บาท ช่วงเวลาเรียน 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2563 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 084-6116345 (เอื้องอริน) หรือ Facebook Fanpage : ForestRestorationCMU

“ม่อนแจ่มต้องจบ” ภายใน3เดือน รื้อ 29 รีสอร์ทของนายทุนและ 84 แห่งของชาวบ้าน ฟื้นฟูปรับสภาพเป็นพื้นที่การเกษตรตามวัตถุประสงค์โครงการหลวง

นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ชุดพยัคฆ์ไพร เจ้าหน้่าทีฝ่ายปกครอง ตำรวจ ได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ดอยเดอยม่อนแจ่ม แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดูความคืบหน้าการดำเนินการฟื้นฟูสภาพดอยม่อนแจ่ม ในพื้นที่โครงการหลวง ที่มีการบุกรุกแผ้วถางก่อสร้างรีสอร์ทเปิดรับนักท่องเที่ยวกระทั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งให้รื้อถอนเพราะเป็นการบุรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่าการมาประชุมติดตามความคืบหน้าในวันนี้ได้ข้อสรุปว่าพื้นที่ดอยม่อนแจ่มในส่วนโครงการหลวงหนองหอย มีการก่อสร้างรีสอร์ทจำนวน 113 แห่งซึ่งผิดกฏหมายทั้งหมด โดยแยกเป็น 29 แห่งเป็นนายทุนนอมินีทั้งต่างชาติและคนไทยเข้ามาดำเนินการ ส่วนอีก 84 แห่งพบว่าเป็นคนพื้นที่ดำเนินการที่มีการก่อสร้างเกินเลยจากข้อกำหนดของโครงการหลวง ซึ่งการดำเนินการทั้ง 29 แห่งนี้จะต้องรื้อถอนทั้งหมดและดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างเด็ดขาด

ส่วนอีก 84 รายนั้นจะเรียกมาพูดคุยและให้รื้อถอนเองหรือให้ป่าไม้รื้อถอนให้ เพื่อให้กลับมาเป็นสภาพพื้นที่เกษตรกรรม และโฮมสเตย์ ตามที่โครงการหลวงกำหนด ซึ่งทุกอย่างเราจะเร่งดำเนินการเชื่อว่าภายใน 3 เดือนทุกอย่างจะแล้วเสร็จ ส่วนบ้านพักรีสอร์ทที่ตอนนี้มีการรีวิว เชิญชวนนักท่องเที่ยวขึ้นมาพัก เราก็จะมีการดำเนินการตามกฏหมาย เพราะตอนนี้ป่าไม้มีคำสั่งห้ามเปิดกิจการอยู่ แม้ผู้ประกอบกิจการบางราย ต่อสู้ทางกฏหมายโดยอ้างคำสั่งคสช. ตนอยากเรียนตรงนี้ว่าคำสั่งคสช. นั้นใช้สำหรับพื้นที่ก่อสร้างรีสอร์ท ในพื้นที่ตัวเอง แต่พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่โครงการหลวง คำสั่งคสช. ไม่มีผลกับพื้นที่แห่งนี้

รพ.เชียงคำ จ.พะเยา ทำพิธีเปิดอาคารผู้ป่วยนอกแห่งใหม่ พร้อมรับมือผู้มาใช้บริการด้านสาธารณะสุข 4 อำเภอ

นายแพทย์ภราดร มงคลจาตุรงค์ ผอ.รพ.เชียงคำ ได้ทำพิธีเปิดอาคารผู้ป่วยนอกแห่งใหม่ขึ้น หลังใช้เวลาในการก่อสร้างกว่า 3 ปี จนแล้วเสร็จ โดยได้เชิญนายแพทย์ธงชัย เลิศวิลัยรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 มาเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารในครั้งนี้ ซึ่งได้มีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.พะเยา เขต 2 และเหล่าข้าราชการในพื้นที่ของ อ.เชียงคำรวมทั้งชาวบ้านเข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้กันอย่างล้มหลาม

โดยนายแพทย์ภราดร กล่าวว่า สำหรับการเปิดอาคารผู้ป่วยนอกแห่งใหม่นี้ก็เพื่อที่จะขยายการให้บริการแก่ประชาชนและผู้ป่วยที่เข้ามาสู่ รพ.เชียงคำแห่งนี้ โดยอาคารหลังนี้ใช้งบประมาณจากพี่น้องประชาชนชาว อ.เชียงคำ ทั้งสิ้น 104 ล้านบาท พร้อมทั้งได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.61 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ได้เริ่มทำการก่อสร้างมาเรื่อย ๆ จนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 มี.ค.63 สร้างความดีใจให้กับเหล่าคณะแพทย์ของ รพ.เชียงคำเป็นอย่างมาก เพราะอาคารหลังเดิมนั้นจากภาพที่ตนเคยเห็นค่อนข้างที่จะเล็กและคับแคบเป็นอย่างมาก

ซึ่งผู้ป่วยที่มาใช้บริการนั้นไม่ได้มีแค่เฉพาะในพื้นที่ อ.เชียงคำเท่านั้น ยังมีผู้ป่วยจาก อ.จุน อ.ปง อ.เชียงม่วนและอ.ภูซาง ที่เข้ามาใช้บริการกันอยู่บ่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีพี่น้องจาก สปป.ลาว เดินทางมาใช้บริการของ รพ.เชียงคำด้วยเช่นกัน จึงทำให้พื้นที่ให้บริการนั้นไม่เพียงพอ จนในที่สุดในวันนี้รพ.เชียงคำของเราก็ได้มีอาคารหลังใหม่ไว้รองรับผู้ป่วยที่จะหลั่งไหลมาใช้บริการกันอย่างไม่ขาดสาย

และถึงอย่างนั้นตนมองว่าการที่ผู้ป่วยหลั่งไหลมานั้นก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ แต่ที่จะดีคือชาวบ้านประชาชนไม่มีโรคมารุมเร้ากับตัวเองเลยจะดีที่สุด และควรรักษาร่างกายให้ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ จะดีกว่าจึงจะทำให้ภาพของคนป่วยนั้นน้อยลงและพบว่ามีชาวบ้านที่มีสุขภาพดีมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นในปัจจุบันเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงในเรื่องของการเจ็บป่วยที่เข้ามาหาตัวเองได้ ทั้งนี้รพ.เชียงคำจึงเป็นสถานที่ที่จะพร้อมรองรับผู้ป่วยที่จะเข้ามาใช้บริการให้อย่างเต็มที่

รวบแล้วหนุ่มใหญ่ฉกของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเมืองใหม่ อ้างตกงานช่วงโควิด19 จึงหลงผิดขโมยของไปขายหาเงินกินข้าว

พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวน จับกุม ขี่นายกิตติพงษ์ (ขอสงนนามสกุล) อายุ 31 ปี ชาว ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.423/2563 ลงวันที่ 11 ก.ค.2563 ในข้อหา”ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” พร้อมของกลางกะทิสำเร็จรูป จำนวน 12 กล่องรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีขาวแดง หมายเลขทะเบียน จคม-895 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน

 

สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คนขับรถจยย. ตระเวณในลานจอดรถตลาดเมืองเชียงใหม่ พอพ่อค้าแม่ค้าเผลอ ได้ขโมยไส้อั่ว น้ำหนัก 6 กิโลกรัม นม 1 กล่อง กะทิ อีก 12 ตำรวจสืบสวนสอบสวนจากกล้องวงจรปิด คนร้านคือนายกิตติพงษ์ จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ จับกุมได้ที่บ้านพักพร้อมของกลาง สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าช่วงโควิด 19 ตกงาน เพื่อนสนิทที่เป็นกระเทยชวนกันมาขโมยแล้วนำไปขายตลาดดอีกแห่งที่อ.สารภี ได้เงินมาก็นำไปกินข้าวประทังชีวิตรอได้งานทำใหม่จนถูกจับกุมดังกล่าว

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา มอบพันธุ์บุก 5 พันต้น 2 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทุ่งป่าคาและห้วยไก่ป่า ส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจทำเงิน หวัง พัฒนาคุณภาพชีวิตต่อยอดรายได้ให้ยั่งยืน

นายมาโนช กิ่งเมือง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ / หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ทำพิธีมอบกล้าพันธุ์บุก 5000 ต้น ให้กับกลุ่มวิสาหกิจบ้านทุ่งป่าคา 3000 ต้น และ กลุ่มวิสาหกิจบ้านห้วยไก่ป่า 2,000 ต้น ราษฏร 30 ราย ตามโครงการแม่ฮ่องสอน modle ที่ได้มีการสำรวจตรวจสอบพื้นที่ ที่ผ่านการสำรวจสิทธิของชาวบ้านที่ครอบครองพื้นที่อย่างถูกต้อง ก่อน 30 มิย. 41 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างอาชีพให้กับราษฏรนอกเหนือจากการทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว โดยทางโครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา ได้สนับสนุนพันธุ์บุก ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีตลาดรองรับ ประกอบกับ จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการปลูกบุกที่มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งการส่งเสริมและสนับสนุนพันธุ์บุกถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฏร

บุก เป็นพืชล้มลุกที่เจริญเติบโตตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ ไม่ต้องให้ปุ๋ย ไม่ต้องตัดแต่งกิ่งใดๆ และชอบดินร่วนปนทราย รวมถึงการอยู่ในที่ร่มแสงแดดรำไร ดังนั้น การปลูกบุกแซมในร่องสวนหรือปลูกร่วมกับพืชชนิดอื่นจึงทำได้ ไม่ต้องเสียพื้นที่ การปลูก ควรเริ่มลงปลูกในช่วงเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป เมื่อนำต้นกล้าที่เพาะจากไข่บุกมาปลูก ก็ขุดหลุมลงไปเพียงนิดเดียว เอาดินกลบ หากขุดหลุมลึกเกินไปจะทำให้หัวเน่าและการขุดเก็บทำได้ยาก การปลูกแซมสามารถทำได้ในทุกๆ พื้นที่ และปลูกร่วมกับพืชได้ทุกชนิด

ทำฝนหลวงช่วยเหลือพี่น้องชาวนาใน จ.พะเยา หลังนาข้าวได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง 5หมื่นไร่

วันที่ 11 ก.ค.63 นายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางที่ อบต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อเข้าร่วมการประชุมและรับทราบถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นใน 3 อำเภอซึ่งประกอบไปด้วย อ.จุน อ.เชียงคำและ อ.ภูซาง โดยมีนายต่วนกฤษ จันทนะ ประธานสภา อบต.น้ำแวน นายบุญสินธ์ มังคลาด ส.อบจ.เขตอำเภอเชียงคำ เขต 3 รวมถึงผู้นำชุมชนใน ต.น้ำแวน เข้าร่วมรับฟังและให้ข้อมูลในเรื่องนี้

โดยนายรังสรรค์ กล่าวว่า จากการเข้าร่วมประชุมและลงพื้นที่ของ ต.น้ำแวน บริเวณทุ่งลอ ม.11 นั้นพบเบื้องต้นว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นช่วงลมแหวกเมฆ ซึ่งลมดังกล่าวจะมีลักษณะค่อนข้างแรงจึงไม่พัดให้กลุ่มเมฆมารวมตัวเป็นฝนตกลงจุดนี้ได้ อีกทั้งบริเวณดังกล่าวอากาศร้อนพอสมควรจึงทำให้เมฆไม่มาก่อตัว ทั้งนี้จึงรู้จุดแก้ไขเบื้องต้นแล้ว โดยวันอาทิตย์นี้ตนเองจะได้เริ่มลงมือในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วยการโปรยฝนเทียมลงสู่พื้นที่ที่แห้งแล้ง แต่จะให้ฝนไปตกทุกพื้นที่นั้นก็อาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะในแต่ละพื้นที่ขนาดภูเขาช่องลมจะไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ตนเองจะใช้วิธีการดึงเมฆข้ามเขาให้มารวมกลุ่มกันซึ่งการดึงเมฆ 1 ครั้งจะมีขนาด 50 ตร.กม. แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องคำนวณของทิศทางลมด้วยเช่นกันว่าจะสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด สำหรับในการทำฝนหลวงนั้นจะใช้เวลาในการทำไม่เกิน 3 ครั้ง บางพื้นที่ 2 ครั้งก็สำเร็จแบบง่ายดาย แต่สำหรับพื้นที่บริเวณนี้ที่มีอากาศค่อนข้างร้อนนั้นอาจจะต้องทำถึง 3 ครั้งจึงจะเกิดผลที่ตามมา เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรกรที่ข้าวแห้งตายกว่า 5 หมื่นไร่ ให้ได้รับน้ำจากจากการทำฝนหลวงในครั้งนี้

ด้านนายบุญสินธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่พา ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือลงพื้นที่ แล้วนั้น รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เจ้าหน้าที่ไม่ทอดทิ้งชาวบ้านผู้เป็นเกษตรกรและถือได้ว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เพราะช่วงนี้ทาง อ.เชียงคำโดยเฉพาะของ ต.น้ำแวน เกิดวิกฤตภัยแล้งอย่างหนักโดยเฉพาะรอยต่อของ 3 อำเภอทั้งจุน เชียงคำและภูซาง ซึ่งมีพื้นที่ไร่นาที่ได้รับความเสียหายกว่า 5 หมื่นไร่ทั้งนี้หากยังไม่มีฝนลงมาอีกพื้นที่นาข้าวที่แห้งแล้งก็จะขยายเป็นบริเวณวงกว้างออกไปอีก บางพื้นที่นาข้าวที่ปลูกนั้นต้นข้าวเริ่มเหลืองตายไปมากแล้วอีกทั้งวัชพืชก็เริ่มขึ้นในแปลงข้าวจนดูไม่ออกเลยว่าอันไหนต้นข้าวอันไหนต้นวัชพืช ซึ่งการที่ผอ.ศูนย์ฯ ลงพื้นที่ในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณไปยัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.พะเยา เขต 2 ที่ร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรกรในพื้นที่ อ.เชียงคำ