คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดเชียงใหม่ สุ่มลงพื้นสอดส่องโครงการงบพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่

นายถวิลบัวจีน รองประธาน กรรมาธิการธรรมาภิบาลจังหวัดเชียงใหม่(กธจ.) ได้นำคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางลงพื้นที่ส่องโครงการ ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2563

โดยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการสุ่มลงพื้นที่สอดส่อง การก่อสร้างถนนโครงการปรับปรุงเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกห้วยทรายเหลือง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โครงการปรับปรุงเส้นทางเข้าวัดพระธาตุดอยน้อย ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ และ ลงพื้นที่สอดส่องโครงการพัฒนา ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และการปรับปรุงเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวห้วยตึงเฒ่าอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

นายถวิลฯกล่าวว่าการนำคณะกรรมาธิการลงพื้นที่ร่วมสอดส่อง ติดตามผล งบพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ประจำปีงบประมาณ 2563 นั้นเพื่อเป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ก่อนที่จะทำบันทึกเสนอต่อสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป

นักรบสีน้ำเงิน นพค.36 ส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วเข้าขนย้ายข้าวของช่าวยราฏรบ้านแม่สามแลบ หลังแม่น้ำสาละวินเพิ่มระดับสูงขึ้นเข้าท่วมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ( นพค.36 สนภ.3 นทพ.)จ.แม่ฮ่องสอน ส่งกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว 36 เข้าช่วยเหลือราษฏรบ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยช่วยขนย้ายสิ่งของและอพยพประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนอยู่ริมตลิ่งให้ขึ้นไปอยู่ในที่ปลอดภัย จำนวน 22 ครอบครัว

ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วง 3 วันที่ผ่านมาในพื้นที่บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกัน ระดับน้ำแม่น้ำสาละวินซึ่งเป็นแม่น้ำกั้นพรหมแดนไทย-เมียนมา เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลเชี่ยว ทำให้ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ แม่น้ำสาละวิน ได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏร ร้านค้า อาคารสถานที่ราชการที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ราษฏรในพื้นที่ต่างหวั่นวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนเมื่อครั้งปี 2547 ที่ผ่านมาจึงได้ระดมกันขนย้ายสิ่งของที่มีค่า รวมที่หลับที่นอนเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้หลายหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลแม่สามแลบ แม่น้ำสาละวินหนุนขึ้นอย่างรวดเร็วและท่วมถนนสายหลัก สูง 1 เมตร บริเวณเส้นทางระหว่าง บ้านแม่สามแลบ-บ้านสิวาเดอ หมู่ที่ 3 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ รวมถึงอาคารสถานที่ราชการบางส่วน เบื้องต้นรถจักรยานยนต์ ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทางหน่วยได้เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือราษฎรและจะติดตามสถานอย่างใกล้ชิด

ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ชัย จินดาพันธ์ นายอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากกรณีทางหลวงหมายเลข 1263 อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ไปยัง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ตอน ขุนยวม-ปางอุ๋ง ระหว่าง กม.18+650 ต.แม่ยวมน้อย อ.ขุนยวม การจราจรไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เนื่องจากถนนทรุดตัว เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงขุนยวมพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์สร้างสะพานฮอด จ.เชียงใหม่ ได้เร่งเข้าดำเนินการนำสะพานแบลิ่งมาวางเพื่อให้ยานพาหนะผ่านได้ ขณะนี้หมวดทางหลวงขุนยวมและศูนย์สร้างสะพานฮอด ได้วางสะพานแบริ่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถผ่านถนนสายขุนยวม – ปางอุ๋ง (ทางหลวงหมายเลข 1263) บริเวณกม.18+650 ได้โดยจำกัดน้ำหนักรถยนต์ไม่เกิน 10 ตัน

อ.เฉลิมชัย นำทีมเปิดบ้านศิลปินเชียงราย ส่งเสริมผลงานทางศิลปะวัฒนธรรมประเพณีและการท่องเที่ยว

ที่ห้องประชุมบุษราคัม โรงแรมไดมอนด์ปาร์คอินน์เชียงรายรีสอร์ท จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย นางจิตรา สิทธนานุวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย อาจารย์สุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะเชียงราย ร่วมกันแถลงข่าว “เปิดบ้านศิลปิน” โดยมีศิลปินชาวเชียงราย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้า ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวทางสมาคมขัวศิลปะเชียงรายได้คัดเลือกบ้านของศิลปินใน จ.เชียงราย ได้จำนวน 10 หลัง ที่จะเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมเพื่อส่งเสริมผลงานทางศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีและการท่องเที่ยว

โดยกำหนดเปิดเส้นท่องเที่ยวตามบ้านศิลปินตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.63 โดยมีเส้นทาง ตามถนนสาย อ.ขุนตาล-เทิง เพื่อชมบ้านศิลปินนิติพล เลาย้าง อ.ขุนตาล ศิลปินศัจกร แก้วกุลา อ.เทิง และศิลปินมานิตย์ กันทะสัก ต.ห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย ส่วนวันที่ 2 ก.ย.ไปยัง อ.พาน เพื่อชมบ้านศิลปินกำพล มะโนใจ ศิลปินขวัญ กันทะบุตร และศิลปินสราวุฒิ คำมูลชัย ผู้ปั้นอนุสาวรีย์นาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม วีระบุรุษถ้ำหลวง และวันที่ 3 ก.ย.เริ่มจากที่ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีการจัดให้ชมบ้านศิลปินแก้วฟ้า เกสรศุกร์ อ.เวียงชัย ศิลปินสุรยัน วงศ์โยธา และศิลปินดิษณ์กร สุทธสม อ.เมืองเชียงราย รวมจำนวนทั้งหมด 10 หลัง

นายประจญ ปรัชญ์สกุล กล่าวว่ากระทรวงวัฒนธรรมได้เลือกให้ จ.เชียงราย เป็นเมืองแห่งศิลปะ 1 ใน 3 จังหวัดทั่วประเทศไทยคือเชียงราย นครราชสีมา และกระบี่ เนื่องจากเชียงราย มีศิลปินกว่า 400 คน ซึ่งคาดจะมากสุดในประเทศ จึงได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริม โดยนอกจากบ้านศิลปินดังกล่าวที่พยายามเปิดตัวเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ไปเที่ยวชมนอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวเดิมที่มีอยู่แล้ว ทางจังหวัดเชียงรายได้รับงบประมาณ 15 ล้านบาท เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมทางศิลปะในปี 2564 ออกแบบโดยศิลปินขัวศิละเชียงรายเพื่อให้เป็นอัตลักษณ์ของความเป็นซิตี้ ออฟ อาร์ต หรือเมืองแห่งศิลปะ และจากนี้จะขยายไปยัง 18 อำเภอและส่วนราชการต่างๆ ด้วย นางจิตรา สิทธนานุวัฒน์ กล่าวว่า จ.เชียงราย ได้เปิดบ้านศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมได้ไปแล้วจำนวน 60 หลัง โดยปี 2562 ได้เปิดจำนวน 30 หลัง สำหรับปี 2563 นี้ได้รับงบประมาณจากทางจังหวัด 1 ล้านบาทเพื่อดำเนินการเปิดเพิ่มเติมอีก 10 หลัง ซึ่งกิจกรรมนั้นนอกจากจะเปิดเส้นทางไปตามบ้านหลังต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ยังมีกิจกรรม “ข่วงศิลปินพื้นบ้านล้านนา” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย วันที่ 5-6 ก.ย.นี้เพื่อถ่ายทอดและสาธิตภูมิปัญญารวมทั้งมีกิจกรรมการมีส่วนร่วมหรือเวิร์คช็อปอีกด้วย

 

ด้านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันเหล่าศิลปินได้มีการพัฒนาผลงานทางศิลปะที่บ้านหรือสตูดิดของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ และขยายไปยังหลายๆ จังหวัด โดยที่ จ.พะเยา ก็ได้เปิดบ้านศิลปินหลังแรกไปแล้วโดยมี จ.เชียงราย เป็นต้นแบบ ซึ่งบ้านศิลปินดังกล่าวสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวได้และยิ่งในปัจจุบันส่วนราชการ นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน คนทั่วไปต่างสนใจศิลปะกันมากขึ้นจึงมีการนำศิลปะมาพัฒนาเพื่อส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ตัวอย่างล่าสุดที่ จ.พะเยา ได้มีผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นักการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง ได้ฟื้นโครงการเดิมที่จะสร้างผลงานทางศิลปะบริเวณกว๊านพะเยาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปพักแทนที่จะเป็นเพียงเมืองผ่าน และได้ขอให้ผมได้ออกแบบผลงานทางศิลปะขนาดใหญ่ไว้บริเวณกว๊านพะเยา ซึ่งก็ออกแบบให้โดยใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท ปัจจุบัน จ.พะเยา มีอยู่แล้วจำนวน 100 ล้านบาทจึงอยู่ระหว่างผลักดันและคาดว่าในอนาคต จ.พะเยา จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้นแน่นอน

 

“สำหรับ จ.เชียงราย เรามีผลงานทางศิลปะต่างๆ กระจายทั่วไปจังหวัดมากมาย เช่น วัดร่องขุ่น บ้านดำ ไร่เชิญตะวัน และยังมีบ้านศิลปินอีกกว่า 60-70 หลัง ดังนั้นจึงมีโครงการจะคัดสรรให้เหลือเพียง 20 หลังเพื่อรับรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นสุดยอดบ้านศิลปิน วัตถุประสงค์เพื่อให้หมาะสมกับการส่งเสริมการตลาดกรณีดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งจะกระตุ้นให้ศิลปินได้พัฒนาบ้านของตัวเองอยู่เสมอ โดยจะใช้อาคารขัวศิลปะเชียงรายแห่งใหม่ซึ่งจะย้ายไปยังวัดร่องขุ่นในอีก 3 ปีข้างหน้าในการประชาสัมพันธ์บ้านศิลปินแต่ละคน เพราะวัดร่องขุ่นมีนักท่องเที่ยวไปเยือนจำนวนมากอยู่แล้วจึงสามารถดึงดูดผู้ชื่นชอบให้ไปเยือนบ้านศิลปินตามเส้นทางต่างๆได้สะดวก ซึ่งโครงการจะเริ่มในเดือน พ.ย.2563 นี้และบ้านที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเข็มกลัดจากผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนในอนาคตก็จะมีการคัดสรรและมอบรางวัลเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้มีการพัฒนาบ้านศิลปินตลอดไป” อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวในที่สุด

แม่ฮ่องสอน แม่น้ำสาละวินเพิ่มระดับสูงขึ้นเอ่อล้นเข้าท่วมถนนสายหลักและท่วมบ้านเรือนที่อาศัยอยู่ใกล้ริมน้ำ ส่วนที่อำเภอปายเริ่มลด ขณะที่พื้นที่เกษตรกรในจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับความเสียหายอย่างหนัก

24 ส.ค.63 ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากสถานการณ์อุทกภัย (ร่องมรสุมพายุฮีโกส) ทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรของราษฏรในหลายอำเภอ ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอปาย พร้อมด้วยปลัดอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่บ้านแม่ปิง หลังจากน้ำป่าห้วยแม่ปิงเข้าท่วมที่นาพื้นที่ทำการเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก เช่น ข้าว ข้าวโพด และถั่วเหลือง ของเกษตรกรถูกน้ำท่วม รวมถึงน้ำได้กัดเซาะตลิ่งพังทลายใกล้บ้านเรือน และดินสไลด์ลงมาทับถมถนนเส้นทางจราจร ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ในหลายพื้นที่ ได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ทางด้าน นายอัครพล ขัติยะ เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของพื้นที่การเกษตร พบว่าพื้นที่การเกษตรของราษฏร อ.เมือง ได้รับความเสียหาย 5 ตำบล ได้แก่ ต.ผาบ่อง , ต.ปางหมู , ต.หมอกจำแป่ , ต.ห้วยโป่ง และ ต.ห้วยผา พื้นที่ปลูกข้าว 450 ไร่ พืชไร่ 120 ไร่ พืชสวนและ อื่น ๆ 135 ไร่ รวม 675 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 298 ราย ที่ อ.แม่สะเรียง 5 ตำบล คือ ต.แม่ยวม , ต.แม่คง , ต.เสาหิน , ต.บ้านกาศ และ ต.แม่สะเรียง นาข้าว 183 ไร่ , พืชไร่ 39 ไร่ , พืชสวนอื่น ๆ 105 ไร่ รวม 327 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 437 ราย และที่ อ.ปาย ต.เมืองแปง , ต.ทุ่งยาว ต.แม่ฮี้ และ ต.เวียงใต้ / อ.ปางมะผ้า และ อ.สบเมย อยู่ระหว่างการสำรวจ

สำหรับในพื้นที่อำเภอสบเมย แม่น้ำสาละวินเพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ และเอ่อล้นเข้าท่วมถนนสายหลักบางช่วง และท่วมบ้านเรือนประชานที่อาศัยอยู่ใกล้ริมน้ำ รวมอาารสถานที่ราชการบางส่วนในพื้นที่บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ ถนนบางช่วงรถเล็กยังไม่สามารถสัญจรได้

พบนกยูงไทยหลายฝูงในป่าอุทยานแห่งชาติแม่ปืม ผุดข่ายอนุรักษ์นกยูงไทยสู่เมืองรักษ์นกยูงไทยระดับโลก เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย นายมงคล แพ่งประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติแม่ปืม เป็นประธานฝึกอบรมเสริมสร้างการเรียนรู้ เรื่องการอนุรักษ์นกยูงไทย ภายใต้โครงการบูรณาการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก “เมืองรักษ์นกยูงไทยระดับโลก”สู่การท่องเที่ยวเชื่อมโยงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีนายวุฒิพงษ์ ดงคำฟู หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ปืม และเจ้าหน้าที่อุทยานฯเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนที่มีที่อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติแม่ปืมพื้นที่ อ.เมืองและอ.พาน จ.เชียงราย จำนวน 80 คน

นายวุฒิพงษ์ ดงคำฟู หัวหน้าอทยานแห่งชาติแม่ปืม กล่าวว่า วันนี้ทางอุทยานฯมีการอบรมเสริมสร้างการเรียนรู้ เรื่องการอนุรักษ์นกยูงไทย ภายใต้โครงการบูรณาการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก “เมืองรักษ์นกยูงไทยระดับโลก”สู่การท่องเที่ยวเชื่อมโยงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นการพูดเกี่ยวกับเรื่องของนกยูงและการอนุรักษ์ เนื่องจากอุทยานแห่งชาติแม่ปืม ซึ่งอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงรายและพะเยา พบว่ามีนกยูงไทย หรือนกยูงเขียว มีอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มีความต้องการที่จะอนุรักษ์นกยูงให้กับประชาชนที่อาศัยพื้นที่โดยรอบอุทยาน จึงได้มีการประสานงานเอาเครือข่ายประชาชนพื้นที่โดยรอบอุทยานแห่งชาติแม่ปืมมาร่วมกันฝึกอบรม เป็นการให้ความรู้ เรื่องกฎหมาย หลักการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีการระดมความคิดกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้นำไปสู่เครือข่ายการอรุรักษ์นกยูงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปืม

โครงการนี้จะสามารถเชื่องเศรษฐกิจการท่องเที่ยว จุดไหนบ้างที่จะสามารถสร้างข่วงนกยูงพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชนนำสินค้าโอท็อป ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ โฮมสเตย์ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของนกยูง การจัดการท่องเที่ยวโดยมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการจัดการอบรมครั้งที่ 3 มีประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.พาน จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมฝึกอบรม 80 คน

จากการสำรวจภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปืมครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ 2 จังหวัด ประกอบด้วย อำเภอเมือง อำเภอพาน อำเภอป่าแดด อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย และอำเภอเมือง อำเภอแม่ใจ อำเภอภูกามยาวจังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ 350.8252ตารางกิโลเมตร หรือ 219,266 ไร่ ได้พบร่องรอยนกยูงได้แก่ ตัว ขี้รอยเท้า ขนเป็นต้น ในหลายจุด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่กันเป็นฝูง 40-60 ตัว มักลงมากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านที่ทำเกษตรกรรมริมพื้นที่อุทยานฯ ทางอุทยานจึงได้จัดสรรเงินอุดหนุนชดเชยความเสียหายให้แก่ชาวบ้านที่มีนกยูงลงมากินพืชผลทางการเกษตรเช่น ข้าวโพด เมล็ดถั่ว ธัญพืชต่างๆ พร้อมทั้งให้ความรู้เชิงอนุรักษ์ เพื่อพัฒนาแนวทางเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าเป็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ฮือฮาพบช้างพัง”คุณยายบุญมา”คุณยายช้างอายุ 70 ปี ขนดกคล้ายแมมมอธหลงยุคมาเกิดโลกโซเชียลแชร์กระหึ่ม

ที่ปางช้างแม่แตง เลขที่ 99/1 หมู่ที่ 2 หมู่2 ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นส.สุภัตรา บุญเรือง เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ปางช้างแม่แตง ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูช้างพัง”คุณยายบุญมา” ซึ่งอยู่ภายในโรงเลี้ยงช้างของปางช้าง ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณลานจอดรถพอดี เมื่อจอดรถก็จะเห็นช้างตัวนี้อย่างโดดเด่น เหมือนสัญลักษณ์ของปางช้าง ลักษณะของช้างพังยายบุญมา พบว่ามีขนยาวมากกว่าช้างปกติโดยบริเวณ ตั้งแต่บริเวณหน้าผาก ลำตัว ปาก และขาก็มีขนยาวให้เห็นอย่างเด่นชัด

จ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของปางช้างแม่แตง เปิดเผยว่า “คุณยายบุญมา” เป็นช้างพัง มีอายุ 70 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เคยเป็นช้างลากไม้อยู่ในพื้นที่ป่าของ จ.สุโขทัย ต่อมาทางเจ้าของปางช้างได้ซื้อช้างเชือกนี้มา เพราะสงสาร แต่ตอนที่ซื้อมานั้นก็พบว่าช้างพังตัวนี้มีลูกอยู่ในท้องด้วย เมื่อมาอยู่ที่ปางช้างแห่งนี้ก็ถือเป็นช้างชุดแรกที่มาอยู่คู่กับปางช้างแม่แตงกว่า 25 ปี ช่วงที่มาอยู่ก็เหมือนกับช้างปกติทั่วไป แต่ประมาณ 1 – 2 ปีหลังมานี้ พบความผิดปกติคือ ช้างพังคุณยายบุญมา มีขนที่ยาวขึ้นมากกว่าปกติ ทั้งที่ขนของช้างนั้นจะยาวตอนช่วงที่ช้างเกิดใหม่ และจะหายไปตอนโต หรือมีขนาดขนสั้นลง ยาวสุดประมาณ 1 นิ้วเท่านั้น แต่ไม่ได้มีทั้งตัวแบบนี้ แต่ช้างยายบุญมา กลับมีขนที่ยาวขึ้นประมาณ 3 – 5 นิ้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลก แม้แต่สัตวแพทย์ประจำปางช้างก็บอกว่าไม่เคยเห็นช้างที่มีลักษณะแบบนี้มาก่อน และควาญช้างที่เลี้ยงช้างและเจ้าหน้าที่ประจำปางช้างก็ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน

หลายคนคิดว่า น่าจะมาจากสุขภาพของช้างที่มีสุขภาพดี ทุกเช้าควาญช้างจะพาไปเดินเล่น ให้กินอาหาร อาบน้ำให้ และให้ไปเล่นบ่อโคลนที่ช้างชอบ เมื่อมีสุขภาพจิต สุขภาพร่างกายดี อาจจะทำให้ร่างกายของช้างพังคุณยายบุญมาเปลี่ยนแปลง หลังจากที่ทางปางช้างแม่แตงได้มีการโพสต์ภาพของคุณยายบุญมา ลงบนโลกโซเชียล ก็มีนักท่องเที่ยวและประชาชนแห่แชร์ภาพของคุณยายบุญมา เป็นจำนวนมาก และหลายคนก็บอกว่าไม่เคยพบเห็นช้างลักษณะแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน จนได้ฉายาว่า “แมมมอธเมืองไทย” และกลายเป็นจุดเด่นของปางช้างแม่แตงไปแล้ว หากใครที่มาและไม่ได้มาถ่ายภาพคู่กับคุณยายบุญมา ก็เหมือนมาไม่ถึงปางช้างแม่แตง สำหรับปางช้างแม่แตงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีการจัดแสดงโชว์ช้างแสนรู้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมฟรีวันละ 2 รอบ ในเวลา 11.00 น.และเวลา 14.00 น. และทางปางช้างแห่งนี้ยังมีคลินิกช่วยเหลือช้าง หากมีช้างป่วยก็สามารถแจ้งมาได้ เพราะมีสัตวแพทย์คอยช่วยเหลือและรักษาช้างให้ฟรีอีกด้วย

ขบวนการค้ายาเสพติดฟอกเงินมีหนาว ปี 64 ตำรวจ ปปส.ตั้งเป้ายึดทรัพย์ 6 พันล้านบาท

ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่แกรนด์วิว โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเพื่อพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ด้านการสืบสวน ขยายผลในคดียาเสพติดที่เกี่ยวข้องทางด้านการเงิน (โครงการแกะรอยเส้นทางการเงิน-ภาคทฤษฎี) ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 5 เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง รวมจำนวน 800 นาย เข้าร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้

พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผช.ผบ.ตร. เปิดเผยว่าปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดมีการดำเนินการหลายรูปแบบ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการฟอกเงิน ซึ่งการจะกำจัดขบวนการค้ายาเสพติดให้สิ้นซากแบบขุดรากถอนโคน ก็ต้องใช้พรบ.มาตราการ ยึดทรัพย์ และพรบ.ฟอกเงิน ซึ่งการนี้เราจึงจัดการประชุมสัมมนา เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีองค์ความรู้เพิ่มเติมในการดำเนินการสืบสวนจับกุมและทลายเครือข่าย โดยเน้นการใช้พรบ.มาตราการในการยึดทรัพย์ และพรบ.ฟอกเงิน

โดยทุกหน่วยงานทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ปปง. ปปส. และหน่วยอื่นๆจะทำการร่วมกันเป็นทีมงาน โดยปี63 นี้เราได้ทำการยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดไปกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งหากเรามีการดำเนินการเป็นรูปแบบที่ถูกตั้งตั้งแต่การสืบสวน จับกุม ขยายผลไปยังต้นทางและปลาย สืบสวนหาทรัพย์ และเครือข่าย จากนี้การดำเนินการเราเชื่อว่าในปี 64 นี้เราจะดำเนินการยึดทรัพย์ได้มากกว่า 6,000 ล้านบาทแน่นอน

ทหารตรึงชายแดนสกัดจับต่างด้าวหนีเข้าเมืองเข้มหลังพบผู้ป่วยโควิด 19 ในเมียนมา 10คน

พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 สั่งการให้ ร.อ.กิตติเดช กันคล้อย ผบ.ร้อย.ม.3 ฉก.ม.2 จัดกำลังพลลาดตระเวณตามท่าข้ามในพื้นที่รับผิดชอบถึงบริเวณท่าข้ามผักกาด บ.ป่าซางงาม หมู่ 6 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย จำนวน 4 คน เดินมาจากทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจึงได้แสดงตัวและเรียกให้หยุด โดยทราบชื่อบุคคลทั้ง 4 คือ 1. นาง แสงคำ โซ อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา 2. นางสาว ดาววรรณ อายุ 18 ปี สัญชาติเมียนมา 3. ด.ช.แดง (นามสมมุติ) สัญชาติเมียนมา 4. ด.ญ.ดำ (นามสมมุติ) สัญชาติเมียนมา โดยทางเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย โดยทั้ง 4 คน ให้การว่า ได้เดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เพื่อที่จะเดินทางเข้ามาเรียนหนังสือและมาหาญาติที่อยู่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากนั้นได้นำตัวทั้งหมด ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไว้รัส โควิด-19 ในประเทศเมียนมา พบว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขและกีฬาของเมียนมารายงานว่าเมียนมาพบผู้ป่วยติดเชื้อ โควิด -19 จำนวน 10 รายโดยผู้ป่วย 9 รายอยู่ในกลุ่มที่ถูกกักตัวใน เมืองซิตตะเวของรัฐยะไข่ ส่วนอีก 1 รายมาจากเมืองมรักอู โดยยอดผู้ป่วยในเมียนมาปัจจุบันอยู่ที่ 409 ราย หลังจากไม่พบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ 16 ก.ค. 63 โดยในวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลเมียนมามีคำสั่งห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานในเขตเมืองชิตตะเว เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

ต่อมาเมื่อช่วงดึกของวันที่ 22 ส.ค. รัฐบาลมีคำสั่งให้สั่งปิดสถานบันเทิงในเมืองท่าขี้เหล็กเป็นเวลา 15 วันเนื่องจากบางเมืองมีการติดเชื้อโควิด-19 และเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อ โดยสถานบันเทิงบางแห่งได้มีการไลน์แจ้งพนักงานและกลุ่มลูกค้าถึงสาเหตุการปิด ส่วนจะเปิดให้บริการวันไหนจะแจ้งให้ลูกค้าทราบอีกครั้ง ซึ่งทางเมียนมาตรวจพบผู้ป่วยโควิด -19 ครั้งแรกในประเทศเมื่อวันที่ 23 มี.ค.และมีผู้ป่วยเสียชีวิตสะสมแล้ว 6 ราย ด้านนาย Myint Htwe รัฐมนตรีกระทรวงฯขอให้ประชาชนมีการป้องกันอย่างต่อเนื่องในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 และเตรียมพร้อมรับมือในการระบาดระลอกสองต่อไป

พระมาโปรด เจ้าคณะจังหวัดพะเยาช่วยเหลือครอบครัวยากไร้ อ.เชียงคำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคมในบ้านเปื๋อยเปียง หมู่ 14 ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ทำหนังสือร้องขอความช่วยเหลือไปยังพระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา วัดศรีโคมคำ ต.เวียง อ.เมืองพะเยา เนื่องจากได้รับความลำบากเรื่องที่อยู่อาศัย โดยสองสามีภรรยาหาต้องเช้ากินค่ำเลี้ยงหวังส่งลูกชายวัยกำลังเรียน 4 คน ด้วยความยากลำบาก ทั้งนี้ทางพระราชปริยัติได้ลงพื้นที่ทันทีท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมา

พระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับจดหมายสุดรันทดของครอบครัวนี้ ก็ได้สั่งการและมอบหมายให้ทางทีมงานคณะสงฆ์อำเภอเชียงคำ และทีมงานฮักบ้านเกิดพะเยาได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงครอบครัวของนายยงยุทธ วงศ์หลวง เลขที่ 238 หมู่ 14 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งทั้งสองสามีภรรยาต้องหาเช้ากินค่ำเลี้ยงดูลูกชายทั้ง 4 คน ทั้งนี้ครอบครัวดังกล่าวได้ขอช่วยเหลือซ่อมบ้านให้ ซึ่งหลังจากที่ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นที่ชัดเจนแล้วจึงเดินทางพร้อมด้วยคณะสงฆ์ อ.เชียงคำ และ ทีมงานฮักบ้านเกิดพะเยา จึงลงเยี่ยมครอบครัวนายยงยุทธ โดยพบว่าสภาพบ้านที่อาศัยอยู่ค่อนข้างลำบาก ยามใดที่ฝนตกหนักบ้านก็จะมีฝนรั่วเป็นจุด ๆ ห้องนอน ห้องพัก อยู่ไม่เป็นสัดส่วน พื้นบ้านติดดินมีความชื้น ด้านแม่ของเด็ก ๆ ต้องทำงานเป็นแม่บ้านสำนักงานเกษตร อ.เชียงคำ เดือนละ 6,000 บาท ส่วนพ่อบ้านรับจ้างรายวันและช่วยเหลืองานชุมชนเป็นอย่างดี

เจ้าคณะจังหวัดพะเยา กล่าวต่อว่า ในการนี้ได้เห็นสภาพบ้านแล้ว เห็นว่าควรต้องมีการซ่อมแซมทั้งฝาผนัง ห้องนอน พื้นบ้าน ดังนั้นจึงได้ได้นำทุนของคณะสงฆ์จังหวัดพะเยา และมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศล มอบให้เป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมบ้าน จำนวน 42,000 บาททุกครั้งเมื่อพบเห็นผู้ประสบปัญหาทางสังคม ทางคณะสงฆ์ย่อมไม่อาจนิ่งเฉยได้ จึงเป็นทั้งสะพานบุญและแรงบุญนำปัจจัยมาช่วยเหลือสมทบ เพื่อให้ผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคม ได้รับการบรรเทาทุกข์ตามสมควรและให้มีชีวิตที่ดีขึ้น การช่วยเหลือใด ๆ ย่อมไม่มีเงื่อนไขแห่งการกีดกันทั้งปวงไม่มีการเมืองไม่มีแบ่งฝ่ายไม่มีแบ่งขั้ว มีแต่เราไม่ทิ้งกัน

เงินช่วยเหลือซ่อมบ้าน จำนวน 42,000 นี้ เป็นเงินที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วย(รมช.)ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ถวายมาเมื่อวันจัดงานทำบุญอายุสืบชะตาหลวง 16 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา จำนวน 100,000 บาท ส่วนหนึ่งนำไปใช้จ่ายถวายบูชาพระเจ้าตนหลวง อุปกรณ์เครื่องสืบชะตาหลวง เลี้ยงน้ำปานะและภัตตาหาร พระภิกษุสามเณรที่ช่วยจัดเตรียมงาน ส่วนที่เหลือ จำนวน 42,000 บาท ทั้งหมดนี้จึงได้มอบเป็นทุนช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับครอบครัวของนายยงยุทธ ถือเป็นทานน้ำใจวันคล้ายวันเกิดท่านรมช.เกษตร ที่มีต่อพี่น้องชาวเชียงคำในครั้งนี้ด้วย” พระราชปริยัติ กล่าว

ด้านนายยงยุทธ วงศ์หลวง เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ตนและภรรยา คือ นางดำรัสสิริ วงศ์หลวง ต่างซาบซึ้งในความเมตตาครั้งนี้ถึงกับน้ำตาไหลกราบขอบพระคุณเจ้าคณะจังหวัดพะเยา และคณะสงฆ์อำเภอเชียงคำรวมทั้งมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศล และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของตนในครั้งนี้ โดยไม่คิดเลยว่า พระสงฆ์พะเยาจะมีบทบาทในด้านการช่วยเหลือสังคมด้วย ทั้งนี้ตนจะขอสู้เพื่อครอบครัวต่อไปโดยได้กำลังใจจากเจ้าคณะจังหวัดพะเยาอย่างเต็มเปี่ยม

ครบรอบ 21ปี วันสถาปนาโรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง

ที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง. พ.อ.อ.อธิสันต์ ทับทิม ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง และคณะให้การต้อนรับ ดร.ปริวัฒน์ วรรณกลาง อธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประธานในพิธีบวงสรวงพระพลบดี โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

โรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง ได้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลต้องการยกระดับและพัฒนา มาตรฐานทางการกีฬาให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ด้วยการส่งเสริมการกีฬาอย่างกว้างขวางและทั่วถึง ตลอดจนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและพัฒนามาตรฐานการกีฬาให้มีขีดความสามารถในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬากับนานาชาติได้ดียิ่งขึ้น ตามประกาศจัดตั้งโรงเรียนกีฬากระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2542 โรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง จัดตั้งขึ้นเป็นอันดับที่ 8 ของโรงเรียนกีฬาสังกัดสถาบันการศึกษาทั้งหมดทั่วประเทศ 11 โรง เรียนซึ่งในวันนี้วันที่ 19 สิงหาคม 2563 ครบรอบวันสถาปนาโรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง 21 ปี ที่ผ่านมา โรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการพัฒนานักกีฬาให้ไปสู่การแข่งขันในระดับชาติและระดับนานาชาติ และ ยังส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนได้ฝึกทักษะทางด้านกีฬาควบคู่ไปกับการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ใน 6 ชนิดกีฬาประกอบด้วยกีฬากรีฑา กีฬาจักรยาน กีฬาเซปักตะกร้อ กีฬายิงธนู กีฬาฟุตบอลและกีฬามวยไทย ตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียนคือ มุ่งพัฒนานักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาอย่างเต็มศักยภาพ มีความรู้ตามมาตรฐานการศึกษา อนุรักษ์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์มีจิตอาสาดังปณิธานเรามุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะพัฒนาให้นักกีฬาของเราไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ ดังคำขวัญที่ว่า”เป็นเลิศกีฬารักษาวินัยใฝ่การเรียนรู้ควบคู่คุณธรรม”

ทางด้าน ดร.ปริวัฒน์ วรรณกลาง อธิการบดีมหาวิทยาลัยกากีฬาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้มีการเปิดสอนวิทยาลัยการกีฬาทั้งหมด 17 วิทยาเขตทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสถาบันเฉพาะทาง คือมีการเรียนการสอนถึงระดับปริญญาตรี ซึ่งสถาบันการกีฬา มีความสามารถที่จะผลิตบัณฑิตที่จบออกไปสู่สังคม จะต้องครอบคลุมทุกสาขาด้านการกีฬาทั้งหมด เพื่อไปพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ และบัณฑิตที่จบไปจะต้องมีบัณฑิตที่คุณภาพ ซึ่งมีเป้าหมายและพัฒนาต่อยอดให้นักกีฬามีศักยภาพ ในแต่ละบุคคลให้สูงสุดให้ได้ โดยการส่งเสริม กีฬาแต่ละประเภท เช่นฟุตบอล เป็นต้นก็จะมีการส่งเสริม ต่อยอด ไปเป็นตัวแทนนักกีฬาทั้งระดับจังหวัด เพื่อไปเป็นตัวแทนของระดับชาติ ส่วนด้านมาตรฐานของนักกีฬา จะต้องมีความสามารถ ในแต่ละ กีฬาชนิดนั้นๆ ที่ผ่านมาในภาคเหนือยังไม่มีศูนย์กีฬาทางด้านจักรยานที่เป็นมาตรฐาน ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือกับทาง ผอ.โรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง เพื่อที่จะหาพื้นที่จัดสรรงบประมาณ ก่อสร้างสนาม กีฬาเกี่ยวกับจักรยานที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ ต่อไป