“ลดาวัลลิ์” ลงพื้นที่โคกหนองนาดาราโมเดล จ.สุรินทร์ ร่วมปลูกข้าวกับดาราดัง

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและผู้ก่อตั้งพรรคเสมอภาค พร้อมด้วย นายเกษมศักดิ์ แสนโภชน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายธงชัย มุ่งเจริญพร อดีตนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการโคกหนองนาดาราโมเดล ซึ่งนำร่องโดยพระสังคม ธนปัญโญ ขุนสิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติธรรมมาบเอื้องเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ที่ปรึกษาศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสุรินทร์ บ้านดู่/หนองบอน หมู่ 6 ตำบลหนองบัวบาน อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และได้ร่วมดำนาปลูกข้าวพันธุ์หอมมะลิ105 ในแปลงนาของ นางสาวเขมนิจ จามิกรณ์ หรือน้องแพนเค้ก ดาราชื่อดัง ที่ลงมือทำการเกษตรตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 ซึ่งได้จัดทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดินที่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งอย่างเห็นได้ชัดเจน ทำให้ มีน้ำใช้ปลูกไม้ใหญ่ไม้ผลไม้ล้มลุกได้ตลอดปี และได้กันพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับปลูกข้าว ช่วยให้เกษตรกรมีข้าวมีอาหารไว้บริโภคตลอดปีและเรายังมีรายได้จากการจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกในพื้นที่อีกด้วย

นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า โครงการโคกหนองนาดาราโมเดลได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมมานานกว่า 7ปีแล้ว ถ้าหากยกเป็นวาระแห่งชาติและได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการทั่วประเทศจะเกิดประโยชน์ต่ออาชีพการเกษตรอย่างมหาศาลเพราะจะมีน้ำพอเพียงต่อการเกษตรทุกชนิด เกษตรกรจะมีรายได้ต่อเนื่องอย่างมั่นคง จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง และจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
หากตนได้บริหารประเทศจะยกเป็นวาระแห่งชาติและเร่งดำเนินการในพื้นที่เกษตรทั่วประเทศด้วย

ช่วยด้วยเด็กนักเรียนบนดอยขาดครูหลายโรงเรียน

นางอำไพ มณีวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขุนแม่ตื่นน้อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ในฐานะประธานชมรมนักจัดการศึกษาพื้นที่สูง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย ผอ.รงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้ทางจังหวัดเชียงใหม่ช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกลเป็นการเร่งด่วน พราะส่งผลกระทบต่อการเรียนการศึกษาของเด็กนักเรียนบนดอยสูงเป็นอย่างมาก

นางอำไพ กล่าวว่าโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ หรือ สพป.เชียงใหม่ เขต 5 ประกอบด้วย อำเภอฮอด อำเภออมก๋อย และ อำเภอดอยเต่า มากกว่าครึ่งอยู่บนดอยสูง เป็นพื้นที่กันดารห่างไกล การเดินทางยากลำบาก ขาดแคลนสาธารณูปโภค หลายปีที่ผ่านมาโรงเรียนเหล่านี้มีครูย้ายออกเป็นประจำ แต่ไม่มีคนย้ายเข้า บางคนย้ายมา แต่หลังจากเจอสภาพความเป็นอยู่ การเดินทางที่ลำบากบนยอดดอย ก็ขอย้ายกลับลงไปสอนในอำเภอ หรือโรงเรียนที่เดินทางได้สะดวก ซึ่งทุกคนก็มีครอบครัว มีความจำเป็น ครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลมีเพียงไม่กี่คน มากสุดบางแห่งมีเพียงแค่ 10 คน หากมีการย้ายไป 1 – 2 คน ก็ส่งผลกระทบแล้ว เพราะครูที่เหลืออยู่ต้องสอนเด็กนักเรียนอื่นแทน และหมุนเวียนกัน ทำให้การเรียนการสอนของเด็กนักเรียนก็ไม่เต็มประสิทธิภาพ ในขณะที่การบรรจุครูใหม่มาทดแทนตำแหน่งว่าง ก็เป็นไปด้วยความล่าช้า ทำให้การจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาจึงไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนตกต่ำ การจัดการศึกษาโดยภาพรวมของโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาจึงไม่มีประสิทธิภาพ

โรงเรียนบนดอยเหล่านี้ หลายปีมาแล้ว มีแต่ครูขอย้ายออก ครูคนไหนเข้าเกณฑ์ขอย้ายได้ก็จะขอย้ายลงไป แต่ในทางกลับกันกลับไม่มีใครขอย้ายสลับขึ้นมาสอนนักเรียนบนดอย ส่วนการบรรจุครูใหม่ตามบัญชีที่เปิดสอบ ปราฏว่าส่วนใหญ่ที่สอบได้และขึ้นบัญชีไว้จะขอสละสิทธิ์ เพราะไม่ต้องการขึ้นไปเป็นครูดอยที่มีแต่ความยากลำบาก โดยช่วงสองปีที่ผ่านมาที่โรงเรียนบ้านขุนแม่ตื่นมีผู้ที่สอบได้ ขอสละสิทธิ์ถึง 6 ลำดับ กว่าจะได้ครูมาทดแทนก็ใช้เวลานานเกือบสองปี ทำให้ทางโรงเรียนต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการหาเงินมาจ้างครูช่วยสอน ขณะที่ล่าสุด สพป.เขต 5 มีครูขาดเกณฑ์ 6 โรงเรียน จำนวน 9 อัตรา ปัญหาที่เกิดขึ้นชมรมนักจัดการศึกษาพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ จึงตัดสินใจเข้ายื่นหนังส่อกับทางจังหวัด โดยเสนอให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ กศจ. เร่งบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูในโรงเรียนที่ขาดแคลน โดยใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันปี 2563 ก่อนที่บัญชีจะหมดอายุในวันที่ 7 ก.ย. 2563 นี้ และ ในช่วงที่รอการบรรจุแต่งตั้ง ขอให้นำเงินงบประมาณที่จะจ่ายเงินเดือนให้ครูใหม่ มาให้ทางโรงเรียนใช้จ้างครูอัตราจ้างเพื่อแก้ปัญหาไปก่อน

นายคมสัน สุวรรณอำพา รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ทางจังหวัดเองก็มีความห่วงใยและเห็นใจครูบนดอยเป็นอย่างมาก เพราะต้องเสียสละ มีความยากลำบากในการเดินทาง การขึ้นไปสอนนักเรียน ความเป็นอยู่ก็ลำบาก ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้รับหนังสือแล้ว ก็จะเร่งดำเนินการสั่งการให้ทางต้นสังกัดในระดับจังหวัดที่มีอำนาจสั่งการ รีบเข้ามาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด

ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุน ปรับปรุงอาคารผู้ป่วยสุจิณโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

อาคารผู้ป่วยหลวงปู่แหวน “สุจิณโณ” โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดให้บริการตรวจรักษาพยาบาลประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มานานกว่า 40 ปี รองรับผู้ป่วยนอกมากกว่า 1,400,000 รายต่อปี ปัจจุบันโครงสร้างอาคารและอุปกรณ์ทางการแพทย์ มีสภาพทรุดโทรม มีความจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุน ปรับปรุงอาคารผู้ป่วยสุจิณโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

ผู้มีจิตศรัทธา ประสงค์จะบริจาคโดย
♦️โอนเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคณะแพทย์ศาสตร์ เชียงใหม่ ชื่อบัญชี :โครงการปรับปรุงอาคารผู้ป่วย “สุจิณฺโณ” โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เลขที่บัญชี 468-085999-6
♦️เช็ค – แคชเชียร์สั่งจ่าย โครงการปรับปรุงอาคารผู้ป่วยสุจิณโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
♦️บริจาคด้วยตนเอง ณ ศาลาใต้ร่มพระบารมี ชั้น 1 อาคารสุจิณโณ
♦️กด *948*0060*100# กด 📞 (ทุกการโทรเท่ากับบริจาค100บาท)
☎️สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 053-938400
053-936000 095-6797775 มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก
โดยทุกรายการบริจาคมากกว่า 500 บาท ใบเสร็จสามารถลดหย่อนภาษีได้ ติดต่อที่ Line ID: 0956797775

“คิดถึงอ้อมกอดธรรมชาติ”คาราวาน 3 แม่ แม่สอด – แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน

ที่บริเวณหน้าวัดจองกลาง สวนสาธารณะหนองจองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน ปล่อยขบวนรถ Big Bike นักท่องเที่ยวคาราวาน 3 แม่ ( แม่สอด-แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน ) ตามโครงการ คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ ของ ททท.สำนักงานตาก ร่วมกับ ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน ซึ่งจัดกิจกรรมระหว่าง 12-16 สิงหาคม 2563

นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าว มีนักท่องเที่ยวชมรมรถมอเตอร์ไซค์ Big Bike ขับรถเดินทางมาท่องเที่ยว เพื่อชมธรรมชาติในช่วง Green Season บนเส้นทางจากจังหวัดตาก เข้าสู่อำเภอแม่สะเรียง อำเภอเมือง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน ซึ่งธรรมชาติมีความสวยงาม เขียวขจี และความสดชื่นของสายหมอก เหมาะกับการเดินทางเพื่อพิชิต 1,864 โค้ง สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และหนุนเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น ภายหลังสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลาย

“ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน พม. จะตามไปเยี่ยม”

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบปัญหาทางสังคม และได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก พร้อมทั้งมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวกรณีฉุกเฉิน จำนวน 2,000 บาท จำนวน 195 ครอบครัว ตามโครงการ “ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน พม. จะตามไปเยี่ยม” ณ บ้านแม่หวาน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

นายจุติ กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีความห่วงใยประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งในวันนี้ตนพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ลงพื้นที่บ้านแม่หวาน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนและให้ความช่วยเหลือตามภารกิจของกระทรวง พม. ตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางในการให้บริการและความช่วยเหลือ ด้วยการบูรณาการกันทุกหน่วยงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้ทั่วถึง

กระทรวง พม. พร้อมจะลงไปเยี่ยมและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนและมีความยากลำบาก และจัดการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายของรัฐบาลโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะไม่เลือกพื้นที่ ตามโครงการ “ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน พม. จะตามไปเยี่ยม” หากมีความเดือดร้อนและมีความเปราะบาง กระทรวง พม. พร้อมที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนทุกคน หากประชาชนพบเห็นผู้ประสบปัญหาทางสังคม สามารถแจ้งมาที่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการฟรี 24 ชม. ซึ่งกระทรวง พม. พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

“เอื้องแซะ” ชวนชิมครัวขนมไทย เบเกอรี่ ฝีมือผู้ต้องขังหญิงเรือนจำแม่สะเรียง

นายธงชัย จันทร์ฉลอง ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า ทางเรือนจำอำเภอแม่สะเรียงได้ดำเนินการฝึกอบรมอาชีพแกผู้ต้องขังหญิงในการทำขนมไทย เบเกอรี่ น้ำดื่มสมุนไพร เพื่อส่งเสริมภารกิจด้านการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังหญิง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ อาทิ ขนมหม้อแกง ขนมต้ม ตะโก้ ขนมไข่ คุกกี้ เค้ก ขนมปั่นสิบ ขนมเทียน น้ำมะตูม น้ำกระเจี๊ยบ เป็นต้น นอกจากจะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังหญิงแล้ว ยังเป็นการสร้างการยอมรับเพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้โดยไม่เป็นภาระ

ทั้งนี้รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายขนมต่างๆ จะนำไปจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับผู้ต้องขัง ทำให้ผู้ต้องขังมีรายได้ระหว่างต้องโทษ อีกส่วนหนึ่งจะเก็บเป็นเงินกองทุนหมุนเวียนของผู้ต้องขังหญิงในการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อเป็นการต่อยอดในแต่ละกิจกรรม การสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังหญิงถือเป็นการเพิ่มพูนทักษะความรู้ความชำนาญ และมีอาชีพที่สุจริตภายหลังพ้นโทษต่อไป ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนผู้สนใจร่วมสนับสนุนสินค้า ครัวเอื้องแซะ สามารถสั่ง ขนมหวาน เบเกอรี่ ของผู้ต้องขังหญิง หรือ รับสั่งทำเบรคในราคา ชุดละ 35 – 40 บาท สนใจติดต่อได้ที่ เรือนจำอำเภอแม่สะเรียง หมายเลขโทรศัพท์ 053-681072 ต่อ 22 ในวันและเวลาราชการ

“สะพานดำ”แลนด์มาร์คท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองรถม้า

นายสิธิชัย. จินดาหลวง. รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมนายสถานีรถไฟนครลำปาง ผู้นำภาคเอกชน สมาคมด้านการท่องเที่ยวจังหวัดลำปางและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เดินทางมาถึงสถานีรถไฟนครลำปาง เพื่อลงพื้นที่พินิจงานและตรวจเยี่ยมพัฒนาเส้นทางรถไฟสายเหนือ

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมคณะเดินทางไปบริเวณ ด้านล่างสะพานดำ บ้านนาก่วมเหนือ เพื่อพบปะผู้นำชุมชนและประชาชน และได้ร่วมกันอัญเชิญเจ้าที่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมถวายจตุปัจจัยพระสงฆ์ มอบอุปกรณ์แปรงทาสี แล้วร่วมทาสีสะพานดำ รวมทั้งปลูกต้นต้นรวงผึ้ ทั้งนี้เพื่อบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำปาง ชุมชน ปรับปรุงภูมิทัศน์”สะพานดำ”ให้เป็นแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวสำคัญประจำจังหวัดลำปาง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแนวเส้นทางรถไฟควบคู่การท่องเที่ยววิถีชุมชนต่อไป

เทศบาลเมืองเขลางค์นครก้าวไกล ใช้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐGDCCหรือGoverment Center Data and Cloud service บริการประชาชน

ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง นายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร และคณะได้ให้การต้อนรับ ดร. ลือ ล้ออุทัย ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. ดร.ภุชพงศ์ โนตไธสง. รองปลัดกระทรวงดิจิทัลและคณะ เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ลำปางเป็น1 ใน 10 ของประเทศไทย ในการนำระบบคลาวด์กลางภาครัฐหรือ GDCC ซึ่งนำมาเขื่อมโยงเครือข่ายICTและบริการระบบที่ทันยุคสมัย กับ โทรศัพท์ไร้สาย วิทยุสื่อสารเพื่อชุมชนและประชาสัมพันธ์ การเชื่อมโยงกับเครือข่ายในองค์กรที่มีศักยภาพและความเร็วสูง. โดยมีCAT ควบคุมดูแล

ดร.ลือ ล้ออุทัย ประธานกรรมการฯกล่าวย้ำว่า”รัฐบาลและกระทรวงดิจิทัล มุ่งเน้นให้ ระบบดิจิทัล คอมพิวเตอร์. และอินเตอร์เน็ต เข้าถึงประชาชน และ นำไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้มากที่สุด อย่างน้อย50%” จึงขอให้เทศบาลได้ขยายสู่ชุมชน ประชาชน ได้เรียนรู้ร่วมกันและพัฒนาการไอซีที ให้ก้าวหน้าทันยุคสมัย. ทั้งเป็นต้นแบบให้ท้องถิ่นอื่นได้มาศึกษาต่อไปด้วยกระทรวงดิจิติทัล พร้อมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐอีกหลายโครงการและขอทุกฝ่ายประสานงานร่วมกันต่อเนื่องเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยยุค4.0

สองสามีภรรยา เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูฮึดสู้พ่อค้าคนกลางกดราคาเปิดร้านขายเนื้อหมูคุณภาพดีราคายุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านแกใหม่ ม.6 ต.ป่าสัก อ.ภูซาง จ.พะเยา ได้มี 2 สามีภรรยาเกษตรกรเลี้ยงหมู ขวัญระพีฟาร์ม ทำการเปิดร้านค้าเนื้อหมูสดขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ 8 ปีที่ผ่านมาถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาหมูบ่อยจนถูกกว่าราคากลาง ซึ่งนานวันจนทนไม่ไหว ทั้งนี้จึงฮึดสู้ขอเปิดขายเนื้อหมูสดเองจะดีกว่าเพื่อเป็นแบบอย่างนำร่องแก่เกษตรกรในพื้นที่ผู้เลี้ยงหมูให้หันมาเปิดขายเองให้กับผู้บริโภค

น.ส.มนัสนันท์ รัตนตระกูลชัย อายุ 43 ปี เจ้าของฟาร์มหมูขวัญระพีฟาร์มได้กล่าวว่า ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีก่อน ซึ่งตนเองและสามีไม่มีความรู้เรื่องการเลี้ยงหมูเลยแม้แต่น้อย ใครชักชวนให้ทำอะไรก็ทำ ต่อมาตนเองและสามีก็ได้ศึกษาวิธีการเลี้ยงหมูสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่จะได้เอาไว้จำหน่ายให้กับผู้บริโภคที่ต้องการเนื้อหมูสด เพราะปัจจุบันไม่ว่าที่ไหนก็บริโภคเนื้อหมูกันทั้งนั้น แต่แล้วเมื่อเริ่มขายหมูเป็นตัวปรากฏว่าตนเองถูกพ่อค้าคนกลางมากดราคาหมูเป็นตัวเมื่อถึงเวลาที่จะขาย โดยราคาที่ถูกกดนั้นถูกกว่าตามเพจกลางที่แสดงราคาขายเนื้อหมู ทั้งนี้ตนเองก็ต้องยอมขายมาตลอด

แต่หลังจากนั้นไม่นานตนเองเริ่มศึกษาวิธีการที่จะเปิดร้านเองด้วยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบทำอะไรด้วยตัวเองอยู่แล้ว จนสุดท้ายจึงได้รู้ว่าหมูเป็นตัวที่พ่อค้าคนกลางมาซื้อนั้นถูกตัดราคาหายไปหลายบาท บางครั้งตอนพ่อค้าคนกลางหรือโรงฆ่าสัตว์ซื้อไปชำแหละต่อกลับมาว่าน้ำหนักหมูหายไปอีกทำให้ตนเองเหนื่อยใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ตนเองเห็นว่าจึงควรสร้างตลาดให้ตัวเองด้วยการเปิดร้านขายหมูเพื่อสู้กับสิ่งที่พ่อค้าคนกลางได้มากดราคาขายตลอดระยะเวลา 8 ปี และเพื่อเป็นการที่จะเรียกว่านำร่องการค้าหมูด้วยตนเองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางหมูที่ตนเองขายนั้นก็มาจากฟาร์มของตนเองทั้งหมดรับรองว่า สด สะอาด ปลอดภัยด้วย แถมลูกค้าที่มาซื้อยังได้เนื้อหมูสดคุณภาพดีราคาถูกเป็นธรรมต่อผู้บริโภคอีกด้วย

อนุทิน รองนายกฯ รมว.สาธารณสุข ตรวจเยี่ยมทีม sky doctor หรือ นภาแพทย์ เมืองสามหมอก หลังประสบความสำเร็จลำเลียงช่วยชีวิตผู้ป่วยทางอากาศตามแนวชายแดนพื้นที่ทรุกันดารถึงมือหมออย่างปลอดภัย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และพบปะข้าราชการที่บรรจุใหม่ ณ ห้องประชุมอาคา สว.โรงพยาบาลศรีสังวาลย์จังหวัดแม่ฮ่องอสนทั้งนี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบรางวัลเสื้อฮีโร่ hero sky doctor แก่แพทย์และพยาบาลที่มีผลงานดีเด่น และมอบปีกบิน แก่แพทย์และพยาบาลจากนั้นได้เดินทางพร้อมทีมแพทย์สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานการซ้อมแผนการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศยานในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลจังหวัดแม่ฮ่องสอน ของทีมแพทย์และพยาบาล sky doctor (สกายด็อกเตอร์)ของโรงพยาบาลศรีสังวาล จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นความร่วมมือของโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 ไปส่งต่อยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ณ สนามจอดเฮลิคอปเตอร์ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายบ้านท่าโป่งแดง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจำลองสถานการณ์ มีผู้ป่วยท้องแก่คลอดลูก และเสียเลือดมาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ในพื้นที่เข้าไปตรวจเบื้องต้น จะต้องนำผู้ป่วยส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเร่งด่วน เนื่องจากเสียเลือดมาก จึงได้วิทยุแจ้งไปยังทีมแพทย์ฉุกเฉินสกายด๊อกเตอร์ของโรงพยาบาลศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอน และขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 ส่งผู้ป่วยทางอากาศ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทีมแพทย์พยาบาลได้ช่วยลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินขึ้น ฮ.นำผู้ป่วยเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลเร่งด่วน

นายอนุทิน กล่าวว่าการดำเนินงาน sky doctor หรือ นภาแพทย์ ทางกระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ ชื่นชมทีมแพทย์และพยาบาลที่มีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นระบบทางการแพทย์ของไทยที่จะเป็นการตอกย้ำถึงประสิทธิภาพด้านการแพทย์ของไทย

จากสถิติการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินในเขตพื้นที่ภาคเหนือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบัน ทีมแพทย์และพยาบาลสามารถช่วยเหลือลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินได้กว่า 100 ราย ส่วนใหญ่ลำเลียงมาจากโรงพยาบาลต้นทางในจังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน และอำเภอรอบนอกของจังหวัดเชียงใหม่ มายังโรงพยาบาลปลายทางคือ โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลประสาท มีพาหนะเป็นอากาศยานทั้งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ โดยผู้ป่วยฉุกเฉินทุกรายไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น