ชุมชนไทใหญ่บ้านผาบ่องสืบสานประเพณี”ปอยจ่าตี่”บูชาเจดีย์ทรายถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นายอมร ศรีตระกูล กำนันตำบลผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ชุมชนผาบ่องได้จัดงานหลู่จ่าตี่ หรืองานประเพณีปอยจ่าตี่ ถือเป็นอีกหนึ่งประเพณี ที่มีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชนไทใหญ่บ้านผาบ่อง ที่ควรร่วมกันสืบสานและรักษาไว้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

ปอยจ่าตี่ หรืองานประเพณีบูชาเจดีย์ทราย เป็นงานสำคัญประจำหมู่บ้าน เพื่อเป็นพุทธบูชาถวายแด่พระพุทธเจ้า เพื่อสะเดาะเคราะห์และเพื่อความเป็นสิริมงคล ต้นฤดูเพาะปลูก พี่น้องไทใหญ่มักทำกันทุกหมู่บ้าน โดยชาวบ้านจะร่วมกันนำทรายมาก่อเป็นพระเจดีย์ ตกแต่งประดับประดาให้เกิดความสวยงามและบูชาด้วยทราย น้ำพัด ดอกไม้ ธูปเทียน ตุงหรือธง จุดประทีปโคมไฟ ให้ความสว่างไสวเวลากลางคืน ถึงวันจัดงานมีการทำบุญอุทิศถวายแด่พระพุทธเจ้า ถวายอาหารแด่พระสงฆ์ เลี้ยงอาหารผู้มาร่วมงาน ประกอบพิธีถวายและฟังพระธรรมเทศนา เสร็จแล้วมีการจุดดอกไม้ไฟ ซึ่งมีความเชื่อว่าถ้าได้บูชาเจดีย์ทรายถวายพระพุทธเจ้าแล้ว เคราะห์กรรมในรอบปีนี้จะหมดไป และจะได้ความเป็นสิริมงคลสู่หมู่บ้าน และประกอบการเกษตรได้ผลดีในปีนั้น

กระหน่ำยิงช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์4นัดซ้อนดับคาถนน

พ.ต.อ.ธงชัย กรรณิกา ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต เหตุเกิดถนนหน้าร้านขายของชำ หมู่ 5 บ้านแม่จ้องใต้ ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จึงไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย แพทย์เวรจากรพ.ดอยสะเก็ด และพวก พบร่างของนายกวีพันธ์ อายุ 41 ปี นอนจมกองเลือดหายใจรวยรินอยู่ ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม เข้าที่ ท้ายทอย และ กกหู เจ้าหน้าที่กู้ภัย เทศบาลตำบลตลาดใหญ่รีบนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลดอยสะเก็ด แต่คนเจ็บอาการสาหัสทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลา ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีเทา ทะเบียน 1กก2189 เชียงใหม่ ของคนตายจอดอยู่ และพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 4 ปลอก ซองใส่อาวุธปืน ของคนร้ายตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบ่า ผู้ตายเป็นคนในหมู่บ้าน อดีตทำงานเป็นพนักงานขับรถเรือนจำแห่งหนึ่ง ลาออกมาเปิดร้านรับซ่อมจักรยานยนต์ในหมู่บ้าน ดูแลครอบคัวและแม่ที่ป่วยติดเตียงอยู่ ก่อนเกิดได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาจอดไว้ที่หน้าร้านขาวของชำแล้วเข้าไปนั่งดื่มเบียร์ 2 ขวด พอเดินไปที่รถ เพื่อจะขับขี่กลับบ้าน คนร้ายขี่มาจอดคุยกับคนตายว่า “คิงยะหื้อฮายะหยัง” แปลเป็นภาษากลางว่า”มึงทำกับกูทำไม จากนั้นชักปืนออกมายิงใส่ 4 นัดซ้อนและหลบหนีไป ส่วนสาเหตุที่ถูกยิงจนเสียชีวิตในครั้งนี้ตำรวจกำลังสืบสวนและติดตามจับกุมมือปืนรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป ต่อมาตำรวจจับนายวิษณุชัยอายุ 38 ปี ได้ที่ อ แม่ริม เชียงใหม่ ผู้ต้องหายิงนายกวีพันธ์ ส่วนสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุเพราะคิดว่าผู้ตายเป็นคนชี้เบาะแสให้ตำรวจว่าตัวเองพัวพันกับยาเสพติด

ตลาดยาบ้าระส่ำราคาหล่นฮวบ!!..สืบภาค5รวบ2ผัวเมียพร้อมของกลาง7.6พันเม็ดสารภาพรับตรงจากเอเยนต์ชายแดนเม็ดละไม่ถึง10บาทเท่านั้นขายฟันกำไรอื้อซ่าแต่ไม่ทันใช้เงินโดนจับเสียก่อน

พ.ต.ท.ธนัญชัย อาจชัยชาญ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.5 พร้อมชุดสืบสวนภาค 5 จับกุมนายกฤต อายุ 38 ปี น.ส.อ้อม อายุ 42 ปี ทั้งคู่เป็นชาว จ.ลำพูน พร้อมของกลางยาบ้า 7,600 เม็ด นำตัวดำเนินดคีข้อหา”พยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)จนก่อให้เกิดการแพร่กระจายในชุมชน ,ครอบครองยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต”

การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีสองสามีภรรยา ยึดอาชีพค้ายาบ้า ทางเจ้าหน้าที่จึงส่งสายไปติดต่อล่อซื้อ ผู้ต้องหาหลงกล นัดให้มารับยาที่บริเวณหน้าสวนลำไยไม่มีเลขที่พื้นที่ ต.เหมืองง่า จ.ลำพูน พอถึงเวลานัดหมายผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ขับรถรถยนต์เก๋ง CHEVROLET สีเทา ทะเบียน ผจ 4250 เชียงใหม่ มาจอดเพื่อส่งยาบ้า ทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าช่วงยุคข้าวยากหมากแผง โรคระบาด จึงหันค้ายาเพื่อเลี้ยงชีพ โดยสั่งยาผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ครั้งละ 8,000 เม็ด ในราคาเม็ดละไม่เกิน 10 บาทเท่านั้น และไปรับยาเองโดยพ่อค้ายาจะนำมาวางไว้ริมข้างถนน ที่อ.แม่แตง จากนั้นก็จะนำยามาปล่อยขายให้กลุ่มวัยรุ่นเม็ดละ 30-100 บาทจนถูกจับกุมตัวในที่สุด

ทลายแก๊งหลอกให้รักแล้วสูบเงินชาวจีนเช่ารีสอร์ทอ.ฝางเป็นฐานสร้างโปรไฟล์สาวสวยทักแชทจีบเหยื่อทั่วโลกตีสนิทแล้วชวนร่วมลงทุนเชิดเงินเหยื่อนับร้อยล้านบาท

พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช.ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร) พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พล.ต.ต.วริศร์สิริ ลีละสิริ ผบก.ทท.2 พล.ต.ต.ศุภณัฏฐ์ เจริญเรืองสกุล ผบก.ตม.5 พร้อมชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และตำรวจ สภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จับกุมแก๊งล่อลวงชาวจีน(HYBRID SCAM) 24 คน เป็นชาย 22 คนหญิง 2 คนพร้อมของกลาง.เครื่องคอมพิวเตอร์กับโน๊ตบุ๊ค จำนวน 10 เครื่อง หน้าจอคอมพิวเตอร์ จำนวน 20 เครื่อง ซีพียูคอมพิวเตอร์ จำนวน 10 เครื่อง โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือพร้อมใช้งาน จำนวน 244 เครื่อง

เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีกลุ่มคนต่างชาติรวมตัวเปิดรีสอร์ทหรู แห่งหนึ่งพื้นที่ ต.แม่สูน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จึงสนธิกำลังบุกเข้าตรวจค้นก็พบคนไทยและต่างชาติ จำนวน 24 คน เป็นชาย 22 คน และหญิง 2 คน สัญชาติจีน 20 คน ส่วน 4 คน เป็นคนไทย ขณะกำลังทำงานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ และ โทรศัพท์มือถือ โดยใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต โดยพบว่ามีการสร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมในแอพลิเคชั่นหาคู่ และแอพลิเคชั่นไลน์ เป็นชื่อที่สมมติขึ้นมาเองและใช้ภาพโปรไฟล์หญิงสาวทั้งชาวไทยและต่างชาติหน้าตาสวย รูปร่างดี เพื่อใช้เป็นโปร์ไฟล์สนทนาหลอกลวงเหยื่อ ซึ่งมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยพฤติกรรมคือจะทักแชทพูดคุยกับเหยื่อตีสนิท เพื่อหลอกให้เหยื่อตกหลุมรักหรือไว้วางใจ แล้วจะวางกลอุบายให้เหยื่อร่วมลงทุนโดยให้เปิดบัญชีในแอพลิเคชั่น metatrader เพื่อเข้าสู่กระบวนการหลอกเอาเงินมาลงทุน โดยมีทีมที่สร้างข้อมูลบนแพลตฟอร์มที่สร้างปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ามีการเทรดเงินได้จริง เมื่อผู้เสียหายหลงโอนเงินลงทุน ก็ตัดขาดการติดต่อทันที ซึ่งมีผู้เสียหายถูกหลอกทั้งคนไทยและคนต่างชาติสูญเงินถูกหลอกมีการแจ้งความที่ต่างประเทศและที่ประเทศไทยมูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทุกคนจะได้เงินเดือนคนละ 25,000 – 35,000 บาท ต่อเดือน โดยทำงานตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 โดยมีหัวหน้าแก๊งคนจีนเป็นคนดำเนินการเช่าพื้นที่ และนำทุกคนมาทำงาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดว่า”สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเป็นซ่องโจร เพื่อร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยทุจริต หรือโดย หลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ในส่วนผู้ต้องหาชาวจีนว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย

จับ3หนุ่มรับจ้างนายทุนแปรรูปไม้หวงห้ามในป่าสงวนแห่งชาติอมก๋อย

พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงค์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 5 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อมก๋อย เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.22(ปางโอ้งโม้ง) จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 คน อายุระหว่าง 28-35 ปี ชาวบ้าน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางไม้พลวงแปรรูป จำนวน 6 แผ่น เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 3 เครื่อง นำตัวดำเนินดคีข้อหา”มีและแปรรูปไม้หวงห้ามไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต บุกรุกก่อสร้างแผ้วถางยึดถือครอบครองหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีหรือผลิตหรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ โดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีการทำไม้และแปรรูปไม้ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าอมก๋อย ในเวลากลางคืน บริเวณท้องที่บ้านยางแก้ว หมู่ที่10 ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เมื่อไปถึงก็พบกลุ่มคนกำลังเลื่อยไม้ จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้พร้อมของกลาง จากการสอบสวนให้การว่าได้รับว่าจ้างจากนายทุน มาทำการแรปรูปไม้โดยไม่รู้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติและไม่รู้ว่าไม้เหล่านี้เป็นไม้หวงห้าม ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ และจะขยายผลถึงนายทุนผู้บงการต่อไป

หนุ่มปีนขึ้นซ่อมป้ายบนหลังคาถูกไฟฟ้าดูดดับอนาถ

ศูนย์กู้ชีพโรงพยาบาลจอมทอง ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุ คนถูกกระแสไฟฟ้าดูดบนหลังคา ร้านค้าภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.จอมทอง ถนนเชียงใหม่-ฮอด อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพเดินทางไปตรวจสอบ พบผู้ประสบเหตุนอนอยู่บนหลังคากันสาด จึงได้ประสานส่วนที่เกี่ยวข้องทำการตัดกระแสไฟ ก่อนขึ้นไปช่วยเหลือโดยพยายามทำการปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตและนำส่งรักษาตัวอย่างโรงพยาบาล แต่ภายหลังผู้ประสบเหตุทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมาผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุ 30 ปี ชาว อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้มาซ่อมป้ายไฟของร้านค้าโดยระหว่างที่กำลังทำการซ่อมอยู่นั้น กระแสไฟฟ้าได้รั่วผ่านหลังคากันสาด และดูดผู้เสียชีวิตติดค้างอยู่บนหลังคาดังกล่าว

งามไส้!!.จับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านขนแรงงานต่างด้าวเมียนมา45คนส่งทำงานกรุงเทพฯจนมุุมทหารมทบ.33บุกรวบพร้อมสมุนแฉรายได้ดีรับเละค่าหัวรายละ2-3หมื่นบาท

กำลังพลจากศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาความมั่นคงพื้นที่อำเภออมก๋อย มทบ. 33 สืบทราบว่ามีขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวชาวเมียนใสหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย โดยลักลอบนำพาเข้ามาในพื้นที่ อ.อมก๋อยจ.เชียงใหม่ จึงติดตามจับกุม ผู้นำพา 3 รายคือนายวรวุฒิ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพะกะเช ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย นายก่อดี  และเยาวชนอายุ 17 ปี พร้อมรถยนต์ปิ๊กอัพ สีบรอนซ์ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รถยนต์ปิ๊กอัพสีบอร์น หมายเลขทะเบียน บน 8858 ตาก และ รถยนต์ปิ๊กอัพสีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน บน 9310 ตาก หลังจากนำรถยนต์มาจอดซ่อนไว้ในพื้นที่บ้านนาไคร้ หมู่ 9 ต.ยางเปียง อ.อมก๋อย

สอบสวนทราบว่าทั้งหมดได้ลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวจากเมืองเลอเกอจ ลายปอย ประเทศเมียนมา โดยใช้เส้นทาง เมียวดี-แม่ต้อม-แบเกาะ เข้ามาสู่ อ.อมก๋อย เพื่อนำส่งไปทำงานที่กรุงเทพฯและปทุมธานี แต่ได้รับแจ้งจากหัวหน้าขบวนการว่าจะมีเจ้าหน้าที่สกัดจับ จึงได้นำไปปล่อยทิ้งไว้ให้หลบซ่อนอยู่ในป่าก่อน และจะกลับมารับภายหลัง ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังตามจับกุมจุดที่นำไปปล่อยใว้ป่าทั้ง 3 จุด สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวได้ทั้งหมด 45 ราย เป็นชาย 24 ราย และหญิง 21 ราย สำหรับแรงงานทั้งหมดเสียค่าใช้จ่ายให้ผู้นำพาคนละ 20,000-23,000 บาทด้วย

รวบหนุ่มใหญ่เอเยนต์ยาบ้าพร้อมของกลาง7.7หมื่นเม็ด

พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนสภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จับนายจักรพงษ์ อายุ 36 ปี ชาว จ.ลำพูน พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 77,600 เม็ด อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุนปืน 2 นัด นำตัวดำเนินคีดข้อหา”ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนสภ.ดอยสะเก็ด ได้จับผู้ต้องหาค้ายาบ้า 1 รายพร้อมของกลาง ยาบ้า 10 เม็ด ขณะนำมาขายให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ นำตัวมาสอบสวนสารภาพซื้อยาบ้ามาจากเอเยนต์ จ.ลำพูน จึงติดต่อล่่อซื้อ ผู้ต้องหานัดมารับยาจึงจับกุมแล้วค้นภายในบ้านพบยาบ้าอีก 7 หมื่นกว่าเม็ดซุกซ่อนในห้องเก็บของ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าสั่งยาบ้ามาจากชายแดนครั้งละ 2 แสนเม็ด เพื่อกระจายขายให้กับเอเยนต์รายย่อยส่งขายต่อในหลายพื้นที่กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

ระทึก!!ไฟไหม้โรงงานผ้าฝ้ายสันป่าตอง

ช่วงค่ำวันที่ 13 พ.ค.65 พ.ต.อ.เอกพงศ์ ไชยวงค์สาย ผกก.สภ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ได้รับแจ้ง เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บผ้าฝ้าย ภายในโรงงานปั่นฝ้าย หน้าวัดกลางทุ่ง บ้านป่าลาน ต.ทุ่งต้อม อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายหน่วยงานใกล้เคียงเข้าทำการช่วยเหลือ พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากโกดังดังกล่าวเก็บวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการระดมฉีดน้ำ จึงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ พบเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงทำให้โกดังเสียหาย แต่ไม่ลุกลามไปติดบริเวณใกล้เคียง ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะได้ประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนค่าเสียหายกำลังอยู่ระหว่างประเมินมูลค่า

ตร.ภาค5บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลางเมืองเชียงหม่

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รองผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมกำลังชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยี สารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย บุกเข้าปิดล้อมหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งว่ามีแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาเช่าพลูวิลล่ากว่า 10 หลัง เปิดเป็นที่ทำการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ทางเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมทุกและตรวจค้นก็พบผู้ต้องหาทั้งชายหญิงจำนวน 19 คน มีนายอาเหว่ย อายุ 29 ปี ชาวจีน เป็นหัวหน้าแก๊ง และพบผู้ต้องหาที่เหลือเป็นคนไทยอีก 10 คน และอีก 8 คนเป็นบุคคลพื้นที่สูง  พบของกลางคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน๊ตบุ๊คกว่า 30 เครื่อง สมุดรายชื่อกว่า 100 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง จึงยึดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนทราบว่าเมื่อราวๆ 4 เดือนก่อนนายอาเหว่ย ได้มาเช่าพลูวิลล่าแห่งนี้ แบบเหมาทั้งหมดไว้แล้วพากลุ่มคนไทย กลุ่มคนพื้นที่สูง มาอาศัยอยู่ตามห้องต่างๆ โดยให้เงินเดือนคนละ 20,000-25,000 บาทต่อคนและให้ค่าคอลมิชชันอีกต่างหาก โดนพนักงานทุกคนทำงานตั้งแต่ 09.00-18.00 น. ของทุกวันโดยแยกกันทำหน้าที่โดยใช้โปรแกรมหาเบอร์โทรศัพท์ของเหยื่อซึ่งเป็นคนไทย โทรหลอกให้แอดไลน์รับโชค สมัครงาน ได้รับรางวัล รวมถึงการหลอกให้โอนเงินในบัญชีเพื่อตรวจสอบ โดยแก๊งนี้เชื่อโยงกับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานที่ตั้งในประเทศเขมรด้วย ซึ่งทางตำรวจกำลังสอบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป