ตร.ภาค5บุกจับแหล่งพนันออนไลน์เชียงใหม่

พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมตัวนายณัฐวุฒิ อายุ 25 ปีชาว จ.เชียงราย และเยาวชนหญิง 1 ราย พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจำนวน 3 เครื่อง นำตัวดำเนินดคีข้อหา”ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดย ทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับ อนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือข้อความในใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12″

เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 สืบทราบว่าที่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 9 ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีกลุ่มบุคคลเช่าบ้านหลังนี้เป็นบ่อนพนันออนไลน์ จึงเข้าตรวจสอบก็พบผู้ต้องหาทั้งสองกำลังนั่งจัดโปรโมชั่นทางคอมพิวเตอร์ และเชิญชวนให้คนเข้ามาเล่นเว็ปพนัน สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าทำหน้าที่เป็นการตลาดของเวปไซด์ พึ่งเปิดได้ราวๆ 2 เดือนมีสมาชิกกว่า 100 คน ได้เงินเดือนคนละ 1 หมื่นบาท โดยมีหน้าที่จัดโปรโมชั่น เชิญชวนลูกค้าตามเฟสบุ๊ก เวปไซด์ต่างๆ โดยมีนายทุน ว่าจ้างให้ทำงานอีกทีซึ้งเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นักศึกษาสาวโร่ร้องทุกข์โดนจิ้งจอกสังคมปลอมตัวเป็นกระเทยหลอกถ่ายพอได้คลิปโป๊เผยตัวตนเป็นชายทั้งแท่งขู่ขอร่วมหลับนอนด้วยหากไม่ยอมจะถูกแชร์คลิปว่อนโลกออนไลน์

ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่  น.ส. สวย (นามสมมุติ) อายุ 19 ปีนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ หลังถูกชายที่ทำโปรไฟล์ในเฟสบุ๊คเป็นกระเทย อ้างเป็นโมเดลลิ่งดัง หลอกถ่ายโป๊ท่อนบนในชุดนักศึกษา อ้างว่าจะจ้างทำงานให้ค่าตอบแทนสูง พอได้รูปไป กลับเป็นผู้ชายข่มขู่ขอร่วมหลับนอนด้วย และขอถ่ายท่อนล่างเพิ่ม ถ้าไม่ยอมจะถูกนำภาพไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์

น.ส.สวย ร้องทุกข์ว่า ตนถูกมิจฉาชีพใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Gunyaporn Srisuwan” มีรูปโฟรไฟล์ เป็นสาวประเภทสอง ติดต่อเข้ามาพูดคุยทางวิดีโอคอล แต่ไม่ยอมเปิดกล้องฝั่งตัวเอง โดยทำทีอ้างเป็นโมเดลลิ่งใหญ่ มีสมาชิกสาวๆที่ทำงานกับตนเองจำนวนมาก และต้องการว่าจ้างให้ไปถ่ายแบบชุดนักศึกษาแล้วหลอกล่อให้ถอดเสื้อผ้าอ้างว่าเพื่อดูรูปร่างสัดส่วน ซึ่งตัวเองหลงเชื่อ เพราะคิดว่าเป็นกระเทย คงไม่เป็นไร อีกทั้งอยากได้งาน ได้เงิน เพราะต้องส่งตัวเองเรียนหนังสือ จึงเปิดกล้องให้ดูสัดส่วนท่อนบน แต่กลับถูกแอบบันทึกคลิปวาบหวิวท่อนบนไว้ จากนั้นมิจฉาชีพได้ข่มขู่ให้ถอดทั้งหมด และขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย และเปิดเผยตัวตนว่าเป็นผู้ชายแท้ ไม่ใช่กระเทย หากตนยอมทำตาม ก็จะลบคลิปที่ได้มาทิ้ง หากไม่ยอมก็จะนำคลิปที่บันทึกไว้ไปเผยแพร่ ตนยอมรับว่าอยากได้เงินเพราะเขาหลอกว่าจะให้ค่าตอบแทนหลักหมื่น แต่กลับโดนหลอก และขอดำเนินดคีกับคนร้ายให้ถึงที่สุด

พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตนได้ให้พนักงานสอบสวนลงบันทึกรับแจ้งความไว้ และมอบหมายให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามไล่ล่าตัวคนร้ายมาคดีมาดำเนินดคี เพราะถือเป็นภัยสังคมและจากการสอบถามผู้เสียหาย น่าจะมีเหยื่อที่ถูกหลอกลวงลักษณะนี้อีกหลายราย และไม่ยอมมาแจ้งความเพราะอาย จึงอยากให้ออกมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการเอาผิดกับคนร้ายเพิ่ม คดีนี้มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวในที่สุด

หนุ่มไต้หวันพ่ายปัญหาชีวิตรมควันดับคาเก๋ง

พ.ต.ท.เด่นดวง ศรีคำ พนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิงจ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุมีคนรมควันเสียชีวิตภายในรถ เหตุเกิดด้านหน้าอาบอบนวดแพนโดร่า ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคบบัญชาทราบแล้วรุดไปสอบสวนยังที่เหิกดเหตุพร้อมพวก

พบรถยนต์เก๋งมาสด้า 3 สีขาว ทะเบียน งล 5349 เชียงใหม่ บริเวณที่นั่งคนขับพบศพชาย ชาวไต้หวัน อายุ 31 ปีสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีครีม มีการสักยันต์ทั่วตัว ตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ที่วางเท้าด้านหน้าเบาะข้างคนขับ พบเตาย่าง 1 เตา มีร่องรอยของการจุดไฟและเศษขี้เถ้า คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 12 – 24 ชั่วโมง สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิต มีภรรยาเป็นคนไทยและมีลูกน้อยด้วยกันอายุ 1 เดือนเศษ ผู้ตายเปิดร้านจำหน่ายวัตถุมงคลอยู่ที่ประเทศใต้หวัน และเดินทางไปมาระหว่างเชียงใหม่กับใต้หวันเป็นประจำ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้บ่นหรือเล่าปัญหาชีวิตให้ใครฟัง จนกระทั่งมาก่อเหตุฆ่าตัวตายในครั้งนี้ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่ตัดสินใจรมควันฆ่าตัวตายที่แน่ชัดอีกครั้ง

ไฟไหม้ร้านค้ากลางดึกเสียหายหลายแสนบาท

ร.ต.อ.อำนวย บริคุต ร้อยเวร สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ บ้านเลขที่ 180/1 หมู่ 10 บ้านเกษตรใหม่พัฒนา ต.หนองหาร  อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปสอบสวนพร้อมพวก พบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังฉีดน้ำสกัดไฟที่กำลังลุกไหม้ส่วนด้านหน้าของบ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าขายของชํา ใช้เวลานานกว่า 30 นาทีที่จะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากสอบสวนเจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ก่อนเกิดได้พักอาศัยอยู่ในบ้านพร้อมครอบครัว ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณส่วนหน้าของบ้านที่เปิดเป็นร้านค้า จึงวิ่งออกมาดูพบเพลิงลุกไหม้พร้อมตะโกนเรียกให้ชาวบ้านมาช่วยกันดับ ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาให้การช่วยเหลือดังกล่าว เบื้องต้นสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนค่าเสียหายคาดว่าจำนวนหลายแสนบาท ซึ่งจะได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัดอีกครั้ง

สโมสรไลออนส์เชียงใหม่คำดารามอบเครื่องวัดการมองเห็นและเลนส์ตาให้โรงพยาบาลนครพิงค์ช่วยผู้ป่วยทางสายตากว่า 300 ราย

ไลออนส์สากลถือกำเนิดขึ้นในปี 2460 วันไลออนส์สากลตรงกับวันที่ 8 ตุลาคม ของทุกปี ถือเป็นวันไลออนส์บริการ ที่สมาชิกไลออนส์กว่า1.4 ล้านคน ใน 45,000 สโมสร 200 ประเทศ ได้ตระหนักถึงอุดมการณ์ร่วมกันในด้านการให้บริการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสและกิจกรรมสาธารณะภายใต้คำว่า WE SERVE โดยไม่หวังผลประโยชน์อื่นใดตอบแทน ไม่เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติ ศาสนา การเมืองใดๆ อีกทั้งปฏิบัติการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ด้วยจิตกุศล สมาชิกไลออนส์จะอุทิศตน ปัจจัย เวลา ความรู้ความสามารถตลอดจนเป็นสะพานแห่งความเมตตาให้แก่บุคคลอื่นๆทั่วไปได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกุศลในรูปแบบต่างๆ

สโมสรไลออนส์เชียงใหม่คำดารา เป็นสโมสรอันดับที่ 3 ของจั งหวัดเชียงใหม่ สังกัดภาค 310 A 1 ก่อตั้งเริ่มแรกในปี 2519 โดยมีคุณหญิง หม่อมศรีนวล ณ เชียงใหม่ เป็นนายกฯก่อตั้งโดยมีสมาชิกทั้งหมด 83 คน ในชื่อ “สโมสรไลออนส์สตรีเชียงใหม่คำดารารัศมี” ต่อมาในปี 2532 ได้ปรับสถานะเป็น สโมสรไลออนส์ ตามชาร์ตเตอร์บัตร ในชื่อ “สโมสรไลออนส์เชียงใหม่คำดารา” จนถึงปัจจุบัน สีบานเย็นคือสีประจำสโมสรซึ่งหมายถึง ภาคพายัพ และ มีสโลแกนเป็นอักษร K คือเครื่องหมายสโมสรที่เป็นศูนย์รวมพลังของสมาชิก นั่นคือ การทำงานเพื่อค้ำจุนประเทศไทย ด้วยมนุษยธรรม รู้เป้าหมายช่วยเหลือผู้ยากไร้ ด้วยเมตตาคุณแก่ทุกคน (Kingdom of Thailand-Knight of Humanities-Know how to help-Kindness to all) ตลอดระยะเวลาการทำงาน 45 ปีติดต่อกันมา นายกสโมสรและสมาชิกไลออนส์เชียงใหม่คำดาราทุกปีบริหาร ต่างร่วมกันดำเนินกิจกรรมตามตามนโยบายไลออนส์สากล คือ กิจกรรมด้านพิทักษ์ดวงตา กิจกรรมการป้องกันโรคเบาหวาน กิจกรรมการช่วยเหลือโรคมะเร็งในเด็ก กิจกรรมการช่วยเหลือความหิวโหย กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชน กิจกรรมรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมด้านภัยพิบัติ และ กิจกรรมด้านมนุษยธรรม LCIF ที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในแต่ละปีบริหาร 1 กรกฎาคม – 30 มิถุนายน ของปีถัดไป

ในปีบริหารปัจจุบัน 2564-2565 สโมสรไลออนส์เชียงใหม่คำดารา โดย ล.ธารทิพย์ ทองงามขำ นายกสโมสรฯพร้อมด้วยคณะกรรมการ และ สมาชิก ได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมแล้วเสร็จกว่าครึ่ง สำหรับในเดือนตุลาคม 2564นี้ ได้ดำเนินกิจกรรม ด้านพิทักษ์ดวงตา (Sight First)ด้วยการบริจาค “เครื่องทดสอบความผิดปกติของสายตา(Digital visual Activity Chart)” จำนวน 3 เครื่องพร้อมอุปกรณ์ และ “จัดซื้อเลนส์ตาเพื่อรักษาต้อกระจก” มอบแก่ โรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการรักษาให้ผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมมูลค่า ประมาณ 300,000 บาท ในวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาด้านดวงตาให้กับผู้ป่วยที่มีรายได้น้อย ตามโครงการพิทักษ์ดวงตาของไลออส์สากล

ในโอกาสนี้ ไลออนส์ อัมพวัน ชุติมา ประธานกิจกรรมสโมสร และ เป็นผู้บริจาคหลัก กล่าวว่า “การพิทักษ์ดวงตาเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของไลออนส์สากล แรกเริ่มจากการบริการคนตาบอดและบกพร่องด้านการมองเห็น โดย เฮเลน เคลเลอร์ ร่วมกับสมาชิกไลออนส์กลุ่มหนึ่งทำงานเป็น อัศวินแห่งคนตาบอดสงครามครูเสด ในระหว่างการประชุมที่แหลมซีด้า รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกาในปี 2468 จึงได้เป็นแนวปฏิบัติสืบต่อกันมาในทุกสโมสรทั่วโลก ที่มุ่งการบรรเทาช่วยเหลือผู้ป่วยด้านดวงตาจนปัจจุบัน ส่วนตัวคิดว่าการช่วยเหลือด้านดวงตาเป็นการเปิดแสงสว่างให้ชีวิตคนที่จะทำให้สามารถดำรงตนได้ดียิ่งขึ้น” ทางด้านไลออนส์สาวิตรี ชัยวิวัธน์ ตัวแทนสมาชิกอาวุโส ก็กล่าวด้วยความสุขว่า “การช่วยให้คนได้มองเห็นชัดเจนขึ้นเป็นกุศลยิ่ง ในนามสโมสรไลออนส์เชียงใหม่คำดารา ขออนุโมทนาผู้ร่วมกุศลครั้งนี้ทั่วกัน

พ.ญ.บงกช ธีระกิตติกุล หัวหน้าภาคจักษุแพทย์โรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า “ปัจจุบันโรงพยาบาลมีผู้ป่วยด้านดวงตากว่า 300 คน ซึ่งต้องตรวจรักษาอย่างระมัดระวังโดยปัจจุบันใช้ตัวเลขเป็นเครื่องมือการตรวจ ต่อไปจะมี เครื่องทดสอบความผิดปกติของสายตามาตรฐานสูง จากสโมสรไลออนส์เชียงใหม่คำดารา จะช่วยให้การประเมินสุขภาพดวงตาแม่นยำขึ้นด้วยโปรแกรมที่ทันสมัยและยืดหยุ่นระยะตรวจได้ อีกทั้งสามารถเคลื่อนย้ายเครื่องวัดและอุปกรณ์ไปได้ในที่ต่างๆสะดวกยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มการบริการ และช่วยลดการใช้พื้นที่ที่ปัจจุบันมีค่อนข้างจำกัดในโรงพยาบาล ในฐานะจักษุแพทย์ ขอขอบคุณ มา ณ โอกาสนี้ เชื่อว่าการรักษาดวงตาของโรงพยาบาลนครพิงค์จะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ผู้บริจาคต่อไป

“บิ๊กต๊ะ”ผบช.ภาค5สั่งสยบ”แก๊งเสื้อฮู้ด”หลังไล่ตีชาวบ้านบนถนนอ.สันป่าตองเจ็บหลายรายเตือนตำรวจเอาจริงหยุดห้าวได้แล้วผู้ปกครองก็ต้องดูแลบุตรหลานโดนจับมีความผิดด้วย

กรณี”แก๊งเสื้อฮู้ด” จำนวนหลายสิบคนรวมตัวกันขี่รถจักรยานยนต์ซิ่งบนถนนสายต่างๆในพื้นที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ไล่ทำร้ายชาวบ้านและประชาชนที่ผ่านไปมาจนได้รับบาดเจ็บ เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับแก๊งดังกล่าวถึง 6 คดี ในช่วงเดือน ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ สภ.สันป่าตอง พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ และชุดสืบสวน สภ.สันป่าตอง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี บ้านอยู่ อ.แม่ทา จ.ลำพูน และนาย บี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี บ้านอยู่ อ.เมือง จ.ลำพูน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหา”ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ มั่วสุ่มตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือทำการอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป และใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำผิด ในการพาทรัพย์นั้นไปหรือพ้นจากการจับกุม”

ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า คดีนี้คนก่อเหตุเป็กลุ่มวัยรุ่นหลายคน เบื้องต้นได้ออกหมายจับแล้ว 3 คน จับได้วันนี้ 2คน และจะออกหมายจับเพิ่มอีก 4 คนตามหลักฐานที่มีอยู่ แก๊งดังกล่าวนี้เป็นแก๊งวัยรุ่น จ.ลำพูน ข้ามจังหวัดมาก่อเหตุที่เชียงใหม่ ชื่อว่าแก๊ง”ซีซ่า” กลุ่มนี้เคยก่อเหตุที่ลำพูนหลายครั้ง มั่วสุ่ม ไล่ทำร้ายคนอื่น พอตำรวจลำพูนกวาดล้างก็หลบหนีมาก่อเหตุที่นี่ ฝากเตือนไปยังกลุ่มแก๊งที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและประชาชนว่าควรหยุดการกระทำดังกล่าวเสีย ถูกจับดำเนินคดีแล้วมีโทษหนัก และฝากไปยังผู้ปกครองด้วยให้ดูแลบุตรหลานให้ดีเพราะตามกฏหมายเมื่อเด็กถูกจับกุมดำเนินคดีผู้ปกครองอาจมีความผิดด้วยเช่นกัน

รวบหนุ่มทาสพนันออนไลน์หน้ามืดฉกเงิน5หมื่นร้านสหกรณ์โรงเรียน

พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.ท.ไกรศรี จุฬพรรค์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนภ.จว.เชียงใหม่ จับนายพงศกร อายุ 24 ปี ชาว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และไขควง 1 อัน นำตัวดำเนินคดีข้อหา”ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน”

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมาได้มีคนร้ายได้งัดแงะสหการณ์ร้านค้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ขโมยเงินสด 50,000 บาทไป หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนจนพบว่าคนร้ายคือนายพงศกร ซึ่งในคืนเกิดเหตุได้มาพักอาศัยที่บ้านใกล้กับโรงเรียนแล้วลงมืองัดแงะเข้าไปขโมยเงิน จากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหากำลังตกงานและติดการพนันออนไลน์ เงินที่ขโมยมาเล่นการพนันหมดแล้ว จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ยาบ้าใคร?2.2แสนเม็ดซุกในสวนลำไยลำพูน

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.มงคล สัมผวะผล ผบก.ภ.จว.ลำพูน พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.ลำพูน ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 220,000 เม็ด โดยการตรวจยึดครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดนัดหมายส่งมอบยากันในพื้นที่สวนลำไย หมู่ 11 ต.ทาขุมเงิน อ.แม่ทา จ.ลำพูน จึงวางแผนซุ่มจับกุมแต่ขบวนการค้ายาไหวตัวทันหลบหนีไปโดยจำใจทิ้งยาบ้าจำนวนดังกล่าวไว้กระเป๋าต้องสงสัยสีดำจำนวน 2 ใบซุกซ่อนอยู่บริเวณแนวรั้วของสวนลำไยที่เกิดเหตุ จึงยึดไว้เป็นของกลางและจะได้สืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ตำรวจเชียงใหม่จับกุมขบวนการขนเฮโรอีนล็อตใหญ่35กก.

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวจับกุม นายอาทิตย์ อายุ 26 นายจะอื่อ อายุ 36  และนายจะนู (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ทั้งหมดเป็นชาว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางเฮโรอีน ตราสิงโตเหยียบลูกโลก จำนวน 35 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท นำตัวดำเนินดคีข้อหา”ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เฝ้าติดตามพฤติกรรมพบผู้ต้องหาทั้งหมดขับขี่รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ผก 1509 เชียงใหม่ ไปยังพื้นที่ชายแดน อ.ฝาง แล้วขับมาตามถนนสาย 3002 กระทั่งมาถึงหน้าสุสานบ้านทุ่งข้าวหลวง ม.5 ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จึงเข้าสกัดจับแต่คนร้ายขับรถหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึใช้ปืนยิงยางรถยนต์คนร้าย จนยางแตกรถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ ผู้ต้องหาอีกคนคือนายอาคาริ อายุ 23 ปี อาศัยความมืดหลบหนีไปได้ ส่วนผู้ต้องอีกคนนายอาทิตย์ ถูกกระสุนเข้าที่ขา ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ค้นในรถก็พบเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวซุกซ่อนไว้

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีนายทุนใหญ่ ว่าจ้างให้ขนเฮโรอีนล็อตนี้ คนละ 5,000 บาท การจับกุมถือว่าป็นล็อตใหญ่ในรอบ 3 ปี โดยก่อนหน้านี้เฮโรอีน หายไปนานหลายปี ซึ่งเฮโรอีนขณะนี้ไม่เป็นที่นิยมเสพในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศมีมูลค่ามหาศาล ซึ่งทางตำรวจกำลังเร่งขยายผลเพื่อติดตามจับกุมกลุ่มผู้ร่วมขบนการนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

แนวใหม่ขบวนการค้่ายาเสติดชายแดนปรับตัวเป็นมอดยาบ้าขนครั้งละไม่เกิน1แสนเม็ดใช้จยย.ซิ่งเลาะตะเข็บชายแดนง่ายต่อการหลบหนีการจับกุม.

พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง นำกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายและป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย บริเวณจุดตรวจบ้านหัวปาย ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ พบบุคคลต้องสงสัยขับขี่จักรยานยนต์สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณเพื่อขอตรวจค้น แต่บุคคลดังกล่าวอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ จึงตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบเป้สะพายหลังสีเทา ภายในบรรจุยาบ้า จำนวน 90,000 เม็ด จึงได้นำของกลางส่ง สภ.เวียงแหง เพื่อดำเนินการสืบสวนหาตัวคนร้ายที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป

ผบ.กองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า จากการข่าวในพื้นที่ชายแดนพบว่า กลุ่มนักค้ายาเสพติดในพื้นที่เริ่มมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้าพื้นที่ตอนใน โดยใช้จักรยานยนต์ในการขนส่งและการขนส่งยาเสพติดในแต่ละครั้งปริมาณไม่เกินครั้งละ 100,000 เม็ด เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ดั้งนั้นได้แจ้งเตือนหน่วยในพื้นที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายและป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การสกัดกั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น