ตร.สภ.ฝางปะทะแก๊งค้ายาเสพติดถูกยิงบาดเจ็บ2นายส่วนคนร้ายถูกส่งไปเกิดใหม่1ศพ

พ.ต.อ.ศันย์ชัย พานิชกุล ผกก.สภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุคนร้ายได้ยิงตำรวจ สภ.ฝาง ได้บาดเจ็บ 2 นาย และคนร้ายถูกวิสามัญ 1ศพ เหตุเกิดเพิงพักชั่วคาวในสวนลิ้นจี่ บ้านห้วยหมากเลี่ยม หมู่ 9 ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งเหตุจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง แพทย์เวร รพ.ฝาง

ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายหมู่บ้านติดป่า พบ ร.ต.อ. ไพรัตน ฟองจันทร์ ถูกยิงเข้าที่ท้องและด.ต. ศุภสิทธิ ถาบุญเรือง ถูกยิงเข้าที่แขน จึงส่งตัวเข้ารักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ อาการปลอดภัยแล้วทั้งคู่ห่างออกไป พบศพนายพงษ์ เซียมลาย อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 410 ม.5 ต.สันทราย อ.ฝาง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณ หน้าอกจำนวน 1 นัดนอนเสียชีวิตในเพิงพัก ใกล้ศพพบอาวุธปืน .38 ตกอยู่ 1 กระบอก และยาบ้าจำนวนหลายร้อยเม็ด สอบสวทราบว่า ก่อนเหตุเกิดเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าที่บริเวณเพิงพักท้ายหมู่บ้านดังกล่าวมีการมั่วสุมเสพยา และลักลอบจำนวนยาบ้าในที่ดังกล่าว ร.ต.อ.ไพรัตน์ จึงนำกำลัง กำลังตรวจเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มคนร้ายในเพิงจำนวน 3 คนจึงแสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น แต่คนร้ายคือนายพงษ์ เปิดฉากยิงใส่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บเพื่อเปิดทางหนี ตำรวจจึงยิงต่อสู้จนนายพงษ์ เสียชีส่วนคนร้ายอีก 2 คนอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังไล่ล่าติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีอยู่

จ่อชงยึดทรัพย์คู่หนุ่มสาวโชว์หวิวบนถนนต้นยางพ่วงด้วย70คดีตร.ฮึ่ม!เตือนคู่หนุ่มสาวอื่นอย่าหาทำโทษหนักนะรับได้หรือเปล่า.

 

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วรพงษ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมตำรวจชุดปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ทำการจับกุม นายหนุ่ม(นามสมมุติ) อายุ 35ปี ชาว จ.น่าน และ น.ส.สาว(นามสมมุตุ) 37ปี ชาว จ.เชียงใหม่ สองคู่รักที่ถ่ายคลิปร่วมเพศอย่างโจ่งครึ่ม ถนนต้นยาง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ หลังก่อเหตุหลบหนีไปกบดานที่ จ.พะเยา พร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคารต่างๆที่ใช้รับโอนเงิน 15 เล่ม ชุดคอสเพลย์ ที่ใช้แต่งตัวเพื่อแสดงขณะถ่ายทำคลิป มีทั้งชุดพนักงานธนาคาร ชุดพยาบาล และชุดวาบหวิวอื่นๆอีก15ชุด คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค1เครื่อง และคลิปขณะร่วมเพศตามสถานที่ต่างๆ จำนวน 70 คลิป ดำเนินดคีข้อหา”ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 287 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และ มาตรา 388 ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย ” สอบสวนทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า เป็นคู่รักกันมานานหลายปี ชอบความตื่นเต้นจึงคิดหาถ่ายทำคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์กันตามสถานที่ต่างๆเริ่มถ่ายทำตั้งแต่ปี 63 เรื่อยมาเพื่อเก็บไว้ดู ต่อมาจึงคิดหารายได้โดยนำคลิปไปเผยแพร่เข้ากลุ่มโอลี่แฟน และกลุ่มคลิปลับต่างประเทศ โดยเก็ยเงินจากสมาชิกเข้าชมครั้งละ​500บาท สร้างรายได้เรื่อยมา​และอยากขอโทษในสิ่งที่ได้กระทำลงไป

ด้านพล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 กล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตำรวจเราได้จับกุมแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหารับสารภาพเราก็นำตัวดำเนินดคีตามกฏหมาย ส่วนความผิดที่เกิดขึ้นจะต้องยึดทรัพย์ทั้งหมดด้วย สำหรับคดีนี้มีคนเกี่ยวข้องอีกหลายคนเรากำลัง​ดูการเชื่อมโยงผู้กระทำผิด​มีผู้รับจ้างเปิดบัญชี​ กลุ่มคนเหล่านี้ต้องถูกจับด้วยทั้งหมด ผู้ต้องหาทั้งสองมีคลิปลักษณะนี้จำนวน 70 คลิปต่างสถานที่กัน ถ่ายทำให้ที่สาธารณะ เราก็จะแยกคดี ดำเนินดคีทั้งหมดเป็น 70 คดี ต่างกรรมต่างวาระและจะประสานกระทรวงไอซีทีปิดเวปลามกเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างกับประชาชน จึงขอเตือนหญิงสาวและชายหนุ่มที่ทำลักษณะนี้หวังได้เงินทองและร่ำรวย ตนก็อยากเตือนทำแบบนี้ผิดกฏหมายทำลายศีลธรรมอันดีงาม แม้จะได้เงินง่าย รวยเร็ว แต่ความผิดที่ตามมาก็หนักมากด้วยเช่นกัน อย่างคดีนี้ ต่างกรรมต่างวาระ 70 กรรม ก็คิดดูว่าจะติดคุกนานแค่ไหน แถมเข้าข่ายยึดทรัพย์ได้เงินมาก็จะสูญทั้งหมด ขอเตือนให้คิดดูให้ดีก่อนทำ มันคุ้มกันกันหรือไม่ ผบช.ภาค5 กล่าวในที่สุด

สำหรับคดีนี้เริ่มต้นจากกรณีมีคลิปชายหญิงโชว์การร่วมเพศในโลกออนไลน์ โดยใช้โลเกชั่นในการถ่ายทำถนน เชียงใหม่-ลำพูน หรือถนนสายวัฒนธรรมต้นยาง อ.สารภี จ.เชียงใหม่โดยหลังคลิปเผยแพร่ไม่กี่วัน เกิดพายุพัดถล่มในพื้นที่ทำให้ต้นยางนาอายุกว่า 100 ปีจำนวนกว่า 14 ต้นและเสาไฟฟ้าหลายสิบต้นหักโค่นลงมาทับบ้านเรือนประชาชนเสียหายสิบหลังคาเรือน ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านเชื่อว่าเกิดอาเพศหรือที่ทางล้านนาเรียกว่า”ขึด”เพราะคู่หนุ่มสาวในคลิปมากระทำเสนียดจัญไร อัปมงคล หลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองชาวบ้าน ถนน และต้นยางนาอายุร้อยกว่าปี จึงมีการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

2.9หมื่นบาทค่าหัวพาแรงงานเมียนมาลอบเข้าไทยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่4กองกำลังผาเมืองสกัดจับชายแดนอ.ฝาง15 คนแฉมีขบวนการลักลอบพาเข้ามาทหารฮึ่ม!จอมบงการระวังตัวให้ดี

พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ฐานปฏิบัติการบ้านหลวง นำกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการบูรณาการหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้านบ้านหลวง และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านออกลาดตระเวน ตรวจสอบพื้นที่ บริเวณ สวนผลไม้ท้ายหมู่บ้าน บ.หลวง หมู่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจพบกลุ่มแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 15 คน อายุระหว่าง 15 – 30 ปี เป็นผู้ชาย 8 คน ผู้หญิงจำนวน 7 คน

จากการสอบสวนพบว่า กลุ่มแรงงานต่างดังกล่าวเดินทางมาจากประเทศเมียนมา โดยมีชายไม่ทราบชื่อ สัญชาติจีนเป็นคนนำพาเข้ามาบริเวณช่องทางท้ายหมู่บ้านปางม้า และเดินลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติ อ้อมผ่านด่านตรวจสามแยกอ่างขาง เพื่อมารอขึ้นรถไปทำงานใน กรุงเทพฯ โดยจ่ายค่านำพาคนละ 29,000 บาท ซึ่งกองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ดอยอ่างข่าง ตรวจคัดกรองตามมาตรการ ก่อนส่งให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย

ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองกำลังผาเมือง ได้จัดกำลังจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 เพื่อสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติด การลับลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะ ใน 5 อำเภอชายแดนของจังหวัดเชียงใหม่ ด้านตรงข้าม อำเภอเชียงดาว, อำเภอฝาง, อำเภอแม่อาย ,อำเภอไชยปราการและอำเภอเวียงแหง ขณะเดียวกันบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจตระเวนชายแดนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดร่วม พร้อมการจัดกำลังออกลาดตระเวน ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และเส้นทางตามธรรมชาติ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเข้าเมืองและเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายต่อไป

ตร.เชียงใหม่ล่าคู่หนุ่มสาวร่วมเพศโชว์โลกออนไลน์ใช้ถนนสายต้นยางเป็นโลเคชั่นชาวบ้านเชื่อเป็นเหตุให้เกิดอาเพศ”ขึด”พายุฝนถล่มต้นยางนา10กว่าต้นและเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาดทับบ้านเรือนพังพินาศ

กรณีคลิปชายหญิง มีเพศสัมพันธ์กันเผยแพร่ทางโลกออนไลน์อย่างโจ่งครึ่ม โดยถ่ายทำริมถนน เชียงใหม่-ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ซึ่งหลังคลิปเผยแพร่ออกไป ช่วงบ่ายวันที่ 1 ต.ค. ก็เกิดพายุฝนพัดถล่มอย่างหนักในพื้นที่ทำให้ต้นยางนาอายุกว่า 100 ปีจำนวน 14 ต้น หักโค่นลงมากีดขวางถนน และทับบ้านเรือนชาวบ้านเสียหายหลายหลัง รวมทั้งเสาไฟฟ้าหลายสิบต้นล้มลง เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุได้เกิดเสียงวิพากวิจารณ์ในหมู่ประชาชนว่าเป็นเพราะคู่หนุ่มสาวดังกล่าวกระทำไม่ดีเป็นเสนียดจัญไร ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาถนนสายดังกล่าวและต้นยางนาอายุร้อยปี จึงเกิดเหตุอาเพศหรือ”ขึด”ขึ้น ตามความเชื่อของชาวล้านนานา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ และสืบสวนสภ.สารภี ได้ออกตรวจจุดที่พบว่ามีเพศสัมพันธ์คือหลังต้นยางนาหมายเลข 286 เป็นฝั่งถนนที่มุ่งหน้าสู่จังหวัดลำพูน ห่างจาก สภ.สารภี 2.4 กิโลเมตร และ ห่างจากจุดที่เกิดต้นยางล้มประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อหาพยานและหลักฐานในการสาวหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคลิปดังกล่าวเชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มถ่ายคลิปไปหารายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ และน่าจะเกิดขึ้นนานแล้ว ไม่น่าต่ำกว่าสามสี่เดือน แต่มีคนหยิบมาเพื่อเชื่อมโยงเหตุภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ถือเป็นการซ้ำเติมชาวอำเภอสารภีและสร้างความเสื่อมเสียให้กับจังหวัดเชียงใหม่ อย่างไรก็ตามแม้จะเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ แต่ผู้กระทำมีความผิด ทั้ง ตัวผู้แสดง ผู้ถ่ายทำ ผู้เผยแพร่ ในความผิดฐานกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล และ พรบ.คอมพิวเตอร์ เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะเร่งรัดสืบสวนจับกุมให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องภัยธรรมชาติเป็นอีกส่วนหนึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกันพร้อมฝากถึงประชาชนให้แจ้งตำรวจทันทีหากพบพฤติกรรมในลักษณะนี้ตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่กล่าวในที่สุด

ด้านนายวัลลภ นามวงศ์พรหม รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าคลิปวิดีโอดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ไร้ยางอายและเป็นอัปมงคลอย่างยิ่ง ซึ่งตามความเชื่อแล้วเหมือนเป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องคุ้มครองต้นยางนาอายุเก่าแก่กว่าร้อยปีอยู่ โดยจากนี้จะได้มีการหารือกันถึงการจัดทำบุญใหญ่เพื่อปัดเป่าเสนียดจัญไร ขับไล่สิ่งอัปมงคล จากการกระทำที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวนี้ต่อไป

“พิยดา”ย่องมอบตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาหลอกขายมือถือเด็กนักเรียนม.2ไม่ส่งของเครียดจนเส้นเลือดแตกในสมองดับ

จากกรณี ด.ช. ก (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม. 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ สั่งซื้อโทรศัพท์มือถือไอโฟนมือสอง ในราคา 5,000 บาท จากหญิงสาวคนหนึ่ง ผ่านอินสตราแกรม โอนเงินไปแล้วไม่ได้ของตามสั่งแถมถูกบล็อกติดต่อไม่ได้ เป็นเหตุให้น้องนักเรียนชายเกิดความเครียดจนเส้นเลือดแตกในสมองเสียชีวิต ต่อมาพล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. แถลงผลการจับกุมขบวนการหลอกขายไอโฟน ผ่านอินสตาแกรม (ไอจี) เป็นเหตุให้เหยื่อเด็กชายวัย 14 ปี ที่ถูกหลอกเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต โดยกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่า รับจ้างเปิดบัญชีให้ น.ส.พิยดา อายุ 19 ปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัว นส.พิยดา ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

วันที่ 28 ก.ย.64 น.ส.พิยดา อายุ 19 ปี พร้อมทนายความ เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.พิเชษฐ จิระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จึงถูกแจ้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.638/2564 ในข้อหา”ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ทำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน” โดยเบื้องต้น น.ส.พิยดา ให้การปฏฺิเสธ ทุกข้อกล่าวหา ยืนยันไม่ได้เป็นคนกระทำผิด ไม่เคยคุยและไม่เคยหลอกเด็กชายวัย 14 ปี รวมทั้งไม่รู้จักกับผู้ต้องหาเป็นหญิง 2 คนที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และไม่ได้จ้างให้เปิดบัญชีด้วย แต่ยอมรับว่าตัวเองเป็นแม่ค้าออนไลน์จริง โดยทรัพย์สินทุกอย่างได้มาจากการขายออนไลน์โดยสุจริตทั้งนั้นและขอให้การในชั้นศาล

พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผบก.สส.ภ.5 เปิดเผยว่าจากการสอบสวนอย่างละเอียดผู้ต้องหาไม่ยอมให้การใดๆ เพียงแต่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่ตำรวจได้มีการแจ้งไป และบอกจะชี้แจ้งทุกอย่างทางชั้นศาลต่อไป ตอนนี้เราก็นำตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฏหมาย ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.นาหวาย จ.เชียงใหม่ และฝากขังศาล ส่วนจะมีการให้ประกันตัวหรือไม่อยู่ที่ดุลพินิจของศาลท่าน และตัวผู้ต้องหายังมีหมายจับอีกหลายคดี ก็มีการแจ้งอายัดมาที่ศาลจังหวัดฝาง แล้วขั้นตอนต่อไปเราก็จะขยายผลการจับกุมว่าขบวนการนี้มีใครเกี่ยวข้องก็จะจับกุมเพิ่มให้หมด ส่วนความผิดของผู้ต้องหาเรามีพยานหลักฐานมัดแน่น ก่อนขอศาลออกหมายจับ เชื่อว่าจากหลักฐานที่มีจะเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ ส่วนทรัพย์สินของผู้ต้องหาทางตำรวจเราก็เสนอให้ ปปง. เป็นคนดำเนินการหากพบความผิดเข้าข่ายก็จะมีการดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป

บุกทลายโต๊ะพนันบอลออนไลน์รายใหญ่สันกำแพงจ.เชียงใหม่

พ.ต.อ.จิรัฏฐ์ จึงภัทรนิษฐ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.สอท.4 พ.ต.ท.ศิโรจน์ สิงห์ทอง รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.สอท.4 พร้อมชุดปฏิบัติการ ทำการสืบทราบว่าที่ห้องเช่าเลขที่ 1/8 หมู่ 7 ถนนราษฏร์บำรุง ต.ทรายมูล อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มีกลุ่มนายทุนมาเช่าและเปิดเป็นแหล่งรับพนันฟุตบอลออนไลน์ รายใหญ่ในพื้นที่อำเภอสันกำแพง มีลูกค้าผีพนันฟุตบอลแทงพนันกันเป็นจำนวนมาก

จึงนำหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่ บุกเข้าตรวจค้นพบผู้ต้องหาชาย-หญิง จำนวน 7 คนอยู่ภายในห้องเช่ากำลังนั่งควบคุมคอมพิวเตอร์ รับแทงพนันฟุตบอลอยู่ จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมยึดของกลางคอมพิวเตอร์ PC ตั้งโต๊ะ จำนวน 7 ชุดเครื่องปริ้นสลิป จำนวน 1 เครื่องเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดพร้อมจอแสดงผล จำนวน 1 ชุด เงินสดจำนวน 1,920 บาทโพยทายผลฟุตบอลต่างประเทศ จำนวน 20 ใบ สลิปทายผลฟุตบอลต่างประเทศ จำนวน 14 แผ่น ควบคุมตัวทั้งหมดทั้งส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง ดำเนินดคีข้อหา”ลักลอบเล่นการพนัน (ทายผลฟุตบอลต่างประเทศ) เพื่อพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย”พร้อมทั้งขยายผลถึงตัวการและนายทุนใหญ่เจ้าของโต๊ะพนันรับแทงผลบอลรายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

รุกป่าสงวนแห่งชาติแม่ออนเจ้าหน้าที่บุกตรวจสอบพบถูกแผ้วถางหลายไร่ชี้ทำลายทรัพยากรของชาติเร่งตามจับมาดำเนินคดี

พ.ต.ต.ยศวัฒน์ เอกกุล สว.กก.4 บก.ปทส. สนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามประจำจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.33 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ออน และฝ่ายปกครอง อ.แม่ออน เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย บริเวณป่าข้างลำห้วยสาขาห้วยแม่ลาย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออน ท้องที่บ้านห้วยแก้ว ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบชายฉกรรจ์ กำลังใช้เครื่องมือแผ้วถางป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ชายคนดังกล่าวไหวตัวทันทิ้งมีด จอบ และรถจักรยานยนต์หลบหนีไปได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ใกล้กับชุมชน นอกจากนี้ยังพบกระท่อมเพิงพัก ที่ชายคนดังกล่าวได้ก่อสร้างไว้ และพบปืนยาวไทยประดิษฐ์ ลูกกระสูนปืนจำนวนหนึ่ง ส่วนบริเวณรอบๆพบต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกโค่น ตอไม้หลายจุด และไม้แปรรูปจำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกประมาณ 2 ไร่ ซึ่งจะได้ติดตามจับกุมผู้บุกรุกมาดำเนินคดีต่อไป

ไฟไหม้บ้านกลางดึกวอดทั้งหลัง

พ.ต.ต.จิตติพงศ์ จินาเคียน สว.(สอบสวน) สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 57 ม.4 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคบบัญชาทราบพร้อมประสานรถดังเพลิงเข้าช่วยเหลือที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ โดยต้นเพลิงอยู่บริเวณชั้นที่ 2 ของตัวบ้านเพลิงไหม้อย่างหนักและลุกลามอย่างรวดเร็วใช้เวลานานกว่า 30 นาทีจึงจะสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุมีคนพักอาศัยอยู่ในบ้านจำนวน 3 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด พักชั้นล่างของตัวบ้าน เกิดเสียดังระเบิดคล้ายกับประทัดที่บริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน ก่อนไฟลุกไหม้ที่แผงไฟฟ้า แต่ไม่สามารถดับและควบคุมได้ จึงได้พากันวิ่งหนีตายออกจากบ้าน ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้การช่วยเหลือดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงและค่าเสียหายจะได้สอบสวนและประเมินความเสียหายอีกครั้ง

 

ฝนตกถนนลื่นรถบรรทุกของซิ่งแหกโค้งโชว์เฟอร์ดับคาซากรถ

ร.ต.ท.อนุพันธ์ สมภารวงค์ ร้อยเวร สภ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกเสียหลักพลิกคว่ำบนถนนสาย เชียงใหม่-ฝาง กม.ที่ 48-49 ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยแลอุปกรณ์ตัดถ่างจากสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ พร้อมด้วย กู้ภัยเหยี่ยวแดง กู้ภัยอินทขิล และเจ้าหน้าที่กู้ภัยใกล้เคียง ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกของ อีซูซุ สีขาว สภาพล้มตะแคงอยู่ริมทางด้านหน้าตัวรถพังยับเยิน ภายในตัวรถฝั่งคนขับ พบศพ นายเปี่ยมศักดิ์ อายุ 47 ปี ชาว จ.ลำพูน เสียชีวิตสภาพศพที่บริเวณศรีษะถูกรถทับอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ใช้เครื่องคัดถ่างงัดเอาร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากรถจากการสอบเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุถบรรทุกคันเกิดเหตุได้ขับมาตามเส้นทางมุ่งหน้ามายังตัวเมือง โดยมาถึงที่เกิดเหตุ บริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง ประกอบกับในช่วงระหว่างนั้นมีฝนตกลงมาถนนลื่นขณะเข้าโค้งรถได้เกิดเสียหลักทำให้หลุดโค้งพลิกคว่ำพุ่งตกลงไปข้างทางเป็นเหตุให้คนขับเสียชีวิตดังกล่าว

อย่าหาทำสาวใหญ่ซื้อรถเก๋งเถื่อนราคาถูกมาขับติดป้ายทะเบียนปลอมขับโชว์ทั่วเมืองเจอกล้องตร.จราจรจับภาพขับผิดกฏใบสั่งส่งไปเรียกปรับกับเจ้าของตัวจริงแจ้งตำรวจตามรวบคอตกโดนดำเนินคดี

พ.ต.อ.ไพโรจน์ ทองขาว ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5 พร้อมชุดสืบสวนภาค 5 จับกุม น.ส.สวย (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ชาว จ.ลำพูน พร้อมของกลางรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้า-หลัง หมายเลข 8กช 1178 กทม จำนวน1 คัน ดำเนินคดีในข้อหา”ปลอมแปลงและใช้เอกสารราชการปลอม”

การจับกุมครั้งนี้ ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของทะเบียนรถยนต์ 8 กช 1178 อยู่ที่เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ว่ารับใบสั่ง การกระทำผิดกฏหมาจราจรถ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หลายใบ ซึ่งเจ้าของรถเอง ไม่เคยขับรถยนต์ทะเบียนดังกล่าวออกจากกรุงเทพฯแม้แต่ครั้งเดียว จึงได้แจ้งความกับตำรวจไว้ว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดและคาดว่าจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีปลอมหมายเลขทะเบียนรถของตนใช้ที่เชียงใหม่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ตรวจสอบก็พบว่ารถยนต์เก๋งป้ายทะเบียนรถดังกล่าวอยู่การครอบครองของ นส.สวย จึงเชิญตัวมาสอบสวนจากการสอบสวนให้การว่าเตนซื้อรถเก๋งคันดังกล่าวต่อจากคนอื่นมาแบบไม่มีป้ายทะเบียนในราคาถูกและได้สั่งซื้อป้ายทะเบียนรถและป้ายปลอมจากทางเฟซบุ๊กในราคา 15,000 บาท นำมาติดกับรถยนต์และใช้ขับขี่จนเกิดเรื่องราวดังกล่าวขึ้น ซึ่งทางสืบสวนภาค 5 จะได้ขยายผลติอตามจับกุมแก๊งปลอมทะเบียนรถยนต์นี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป