เฉลิมยกทีมพรรคเพื่อไทยช่วย”ยิ้ม วิสาะรดี”อ้อนขอคะแนนชาวเชียงรายเลือกเป็นนายกอบจ.

ที่โรงเรียนพานพิทยาคม อ.พาน จ.เชียงราย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายอดิศร เพียงเกษ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ นายสมชาย ไพบูลณ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้่นที่จ.เชียงราย เพื่อช่วย น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัครนายกองค์การบิหารส่วนจังหวัดเชียงราย หรือ นายก อบจ. เบอร์ 3 สังกัดพรรคเพื่อไทย โดยมีกำหนดการลงพื้นที่ในจ.เชียงราย 2 วัน โดยจุดแรกที่ โรงเรียนพานพิทยาคม อ.พาน จ.เชียงราย มีผ้เข้าร่วมรับฟังการหาเสียงประมาณ 1,000 คน และในช่วงบ่าย จะมีการหาเสียงที่ สนามฟุตบอลสิงห์เชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ส่วนวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ย. เวลา 8.00-12.00 น. ปราศรัยที่ โรงเรียนเชียงของวิทยาคม อ.เชียงของ อ.เวียงแก่น อ. ดอยหลวง อ.ขุนตาล และเวลา 14.00-19.00น. จะปราศรัย ที่ ห้วยไคร้วิทยาคม อ.แม่สาย โดยมี ประชาชนจาก อ.แม่สาย อ.แม่ฟ้าหลวง อ.เชียงแสน อ.แม่จัน เข้าร่วม

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ได้ปราศรัยชู 3 ประเด็น หลักตามสโลแกน “ยิ้มยกกำลังสาม” โดยข้อแรก ให้คนเชียงรายยิ้มได้ เลิกจนมีงานทำทุกคน จะผลักดันเชียงรายให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เชียงรายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรม การกีฬา จะผลักดันเชียงรายให้เป็นที่รู้จักระดับโลก จะเสริมทักษะการศึกษาให้เด็กรุ่นใหม่ ตามความฝันของตนเอง พี่น้องเกษตรกรสามารถขายสินค้าเกษตรได้เองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ขายโดยตรงให้กับผู้ซื้อ ที่สำคัญจะพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ต้องการในตลาดโลก การศึกษาโดยการนำร่องของโรงเรียนอบจ. ลูกหลานชาวเชียงรายจะต้องพูดได้อย่างน้อย 3 ภาษา ไทย อังกฤษ จีน และอีกภาษาสำคัญคือภาษาโค้ดดิ้ง ภาษาคอมพิวเตอร์ ที่มีความสำคัญในทุกวันนี้ เพื่อติดต่อค้าขายออนไลน์ได้เองที่ไม่ต้องพึ่งใคร ข้อสอง เชียงรายเต็มไปด้วยศิลปะวัฒนธรรม มีวัดดีๆหลายแห่ง มีครูบาอาจารย์มีศิลปิน ศักยภาพเหล่านี้สามารถชูเชียงรายให้ชาวโลกได้เห็น และอยากผลักดันการท่องเที่ยวเชิงกีฬา อยากให้เด็กเยาวชนสามารถเข้าสู่อะคาเดมี หรือทีมเยาวชน ผลักดันลูกหลานเชียงรายเข้าสู่การกีฬา ดึงเด็กเยาวชนเข้ามาทำงานกับทีมสิงห์เชียงรายยูไนเต็ด ในแขนงต่างที่นอกเหนือจากการเป็นนักกีฬาฟุตบอล เช่น ทีมโค้ช พีอาร์คอมพิวเตอร์ หรือหน้าที่ต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักเชิงกีฬา ไปทั่วโลก การพัฒนาอาหารพื้นเมืองเหนือ วัฒนธรรมล้านนา ให้นักท่องเที่ยวมาชิมอาหารเหนือ แต่งกายชุดคนเมือง ให้ได้รู้จักวัฒนธรรมชาวเหนือ มาเดินเที่ยวตลาด สิ่งต่างๆเหล่านี้ ยิ้มจะดึงผลักดันให้เชียงราย เชื่อมโยงกับประตูโลก และข้อสาม ครอบครัวจะต้องกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง การที่เราดึงนักท่องเที่ยวมาที่เชียงราย พัฒนาการค้าแล้ว ลูกหลายเชียงรายก็ไม่จำเป็นต้อง ไปทำงานไกลถึงกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด มีงานมีเงินเดือน สร้างงานสร้างรายได้ในจังหวัดเชียงราย

ต่อจากการปราศรัยของวิสาระดี ก็จะเป็นการพูดปราศรัยของ นาย อดิศร เพียงเกศ นายยงยุทธ ติยะไพรัช และ ร.ต.อ.เฉลิมอยู่บำรุง ชูประเด็นการสนับสนุนตามมติของพรรคเพื่อไทย ที่เชื่อมโยงการเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับประเทศ เมื่อการเมืองท้องถิ่นแข็งแกร่ง การเมืองระดับประเทศก็จะแข็งแกร่งไปด้วย พร้อมชูนโยบายต่างๆของพรรค เช่น กองทุนหมู่บ้าน หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เลือกวิสาระดี เป็นนายกอบจ.เชียงราย เบอร์ 3 และผู้สมัครส.อบจ.ยกทีม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าที่ผ่านมาจังหวัดเรามีความมั่นคงแต่ขาดการบริหารจัดการ เช่นกระทรวงมหาดไทยหากเพื่อไทยได้มาเป็นรัฐบาลจะเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ตนเคารพมติพรรค พรรคส่งใครลงสมัครตนก็จะไปที่นั่นวันนี้ฝากผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย เบอร์ 3 ด้วย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวทิ้งท้าย

เมืองน้ำกว๊านเชิญชวนเที่ยวงาน“ปีใหม่ม้งพะเยา64”

นายฐิติพันธ์ จางศิริสกุลชัย นายกสมาคมม้งพะเยา เปิดเผยว่า ตนได้เชิญผู้นำในพื้นที่ ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการสมาคมม้งพะเยา ได้ประชุมหารือกันถึงการเตรียมพร้อมจัดงานวัฒนธรรมประเพณีปีใหมม้งพะเยา ประจำปี 2564 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2564 นี้ ณ สนามบ้านใหม่รุ่งทวี ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา ซึ่งในงานจะมีการแสดงวัฒนธรรม ประเพณีของประชาชนชาวม้งจาก 19 หมู่บ้าน ทั่วจังหวัดพะเยา และชาวม้งจากจังหวัดใกล้เคียงในภาคเหนือด้วย

นายกสมาคมม้งพะเยา กล่าวต่อว่า งานประเพณีปีใหม่ม้ง ชาวม้งทุกคนจะแต่งกายด้วยชุดแต่งกายประจำชาติพันธุ์อย่างงดงาม เพราะเป็นชุดประจำชาติพันธุ์ปักลวดลายจากภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษหลายร้อยปี ที่สำคัญคือการจัดการประกวดธิดาม้งพะเยา ถือเป็นจุดเด่นไฮไลท์ของงานทุกปี ซึ่งปีนี้ ได้มีการส่งชื่อและข้อมูลของสาวงามชาติพันธุ์ม้งเข้ามาแล้วจำนวน 32 คน คณะกรรมการที่รับผิดชอบจะต้องทำการคัดเลือกสาวงามที่จะมาขึ้นเวทีประกวด ผู้เข้าประกวดต่างมีคุณสมบัติทั้งความงามทางกาย ความงามภายใน และมีความสามารถให้ได้ร่วมชื่นชมมากมายเช่นปีที่ผ่าน ๆ มา สาวงามจะสวดชุดของชาติพันธุ์ม้งเข้าประกวด แข่งขันกันอย่างอลังการ สื่อให้เห็นถึงภูมิปัญญาผ้าม้งเป็นอย่างมาก

รวบสองหนุ่มขนยาไอซ์10กิโลกรัมคาปั๊มน้ำมัน

เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจตระเวนชายแดน (ศอ.ปส.ตชด.) , ร้อย ตชด.327,ศป.ปส.กก.ตชด.33 จับกุมผู้ต้องหา 2 คนคือ นายไชยวัฒน์ อายุ 24 ปี และนายศุภชัย อายุ 36 ปี ทั้งสองเป็นชาว ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวนประมาณ 10 กิโลกรัม

โดยการจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ได้นำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่อำเภอแม่สรวยเพื่อเตรียม ส่งมอบให้กับลูกค้าโดยได้นัดส่งมอบกันที่ปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย จึงวางแผนเพื่อจับกุมกระทั่งถึงเวลา พบผู้ต้องหาทั้งสองคน อยู่ภายในบริเวณปั๊มน้ำมันดังกล่าว ซึ่งตรงตามที่สายรายงานจึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น พบยาไอซ์ จำนวน 10 กิโลซุกซ่อนอยู่ใน กระเป๋าเป้สะพายลายพรางจึงได้ควบคุมตัวทั้งสองคนไว้พร้อมของกลางเพื่อทำการสอบสวนและขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รถตู้ทัวร์บุญซิ่งลงเขาเวียงแก่นบาดเจ็บ11ราย

พ.ต.ท.ชัยยง อินเถิง สว.สอบสวน สภ.เวียงแก่น ได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเจ้าหลวงเวียงแก่น ว่ามีอุบัติเหตุ รถตู้ตกเขาบริเวณ บ้านพิทักษ์คีรี ม.2 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จึงได้ประสาน กำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ทพ.3204 ฉก.ทพ.32 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับ รพ.เวียงแก่น รพ.สต.ผาตั้ง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและให้การช่วยเหลือยังที่เกิดเหตุ

พบรถตู้ เลขทะเบียน 9924 กรุงเทพ พุ่งออกจากถนนสายหลักเข้าไปในป่าข้าวโพดข้างทางประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเจ้าหลวงเวียงแก่น เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ทพ.3204 ฉก.ทพ.32 กองกำลังผาเมือง ได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยกลางคนจำนวน 10 คน พระสงฆ์1 รูป รวมจำนวน 11 คน โดยแต่ละคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งได้นำส่งโรงพยาบาลเวียงแก่นเพื่อตรวจร่างกายโดยโดยละเอียดต่อไป

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คณะดังกล่าวได้เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร ได้เดินทางไปทำบุญตั้งโรงทาน ที่วัดผาตั้ง ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โดยหลังจากทำบุญแล้วได้มุ่งหน้าจะไปยัง อ.เชียงของ จ.เชียงราย แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางลงเขายาว ประกอบกับคนขับรถอาจจะไม่ชินและชำนาญเส้นทางทำให้เบรคไม่อยู่พุ่งออกนอกเลนถนน เข้าไปในป่าละเมาะข้างทางเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ขอบคุณภาพ-จากเจ้าหน้าที่กู้ภัยเจ้าหลวงเวียงแก่น และเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.3204

มท.สั่งเข้มชายแดนแม่สายป้องกันโควิดสายพันธุ์เมียนมาระบาดข้ามแดน

 

นายโชคดี อมรวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตรงข้าม จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เพื่อประชุมการตรวจติดตามราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 รอบที่สอง ตามมาตรการป้องกันสกัดโควิดจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยมี นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุม ที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ด่านพรมแดน ที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เพื่อตรวจเยี่ยมกรปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยได้ตรวจสอบจุดพักคอยของพนักงานขับรถชายเมียนมา ที่พักคอยที่ด่านพรมแดน และการคัดกรองของเจ้าหน้าที่ รวมไปถึงตรวจสอบรถบรรทุกสินค้าที่ข้ามมาจากประเทศเมียนมา ซึ่งนอกจากเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดแล้วยังเป็นการป้องกันลักลอบลำเลียงสินค้าผิดกฏหมายและยาเสพติด

นายโชคดี กล่าวว่า การเข้มงวดกวดขันต่างๆ ในการเข้าออกตามช่องทางสากลที่เปิดให้รถเข้านั้นไม่น่าเป็นห่วง ห่วงแต่เรื่องการลักลอบข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติ จึงได้เสนอให้มีการฟื้นฟูคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อดูแลหมู่บ้านตะเข็บชายแดน ป้องกันไม่ให้มีการลักลอบข้ามแดนเข้ามาพักพิง ซึ่งคนที่เข้ามาเสี่ยงต่อการเป็นพาหะนำเชื้อเข้ามาด้วย ส่วนการขนส่งสินค้าอาจจะต้องเพิ่มมาตรการป้องกันที่ละเอียดมากขึ้น เช่นอาจจะต้องมีการหุ้มพวงมาลัยซึ่งเป็นบริเวณที่มีการสัมผัสของคนขับชาวเมียนมาเวลาสับเปลี่ยนคนขับ และได้ฝากถึงประชาชนในหมู่บ้านชายแดนให้ช่วยกันปกป้องตนเองและชุมชนของตนเอง อย่าปล่อยให้มีการลักลอบข้ามแดนเกิดขึ้น รวมทั้งจะต้องไม่ให้ที่พักพิงแก่บุคคลที่ข้ามมาจากประเศเพื่อนบ้านด้วย เนื่องจากถึงตอนนี้เชื่อว่าทุกคนทราบดีแล้ว โควิด 19 อันตรายต่อชีวิต มีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในต่างประเทศ เราต้องช่วยกันปกป้องคนองเราประเทศของเรา

เมืองสามหมอกเชิญชวนเที่ยวทุ่งดอกบัวตองบานดอยแม่อูคอ

นายชนก มากพันธ์ รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดท่องเที่ยวเทศกาลดอกบัวตองบานประจำปี 2563 ขึ้นอย่างเป็นทางการบนดอยแม่อูคอ ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน โดยเริ่มต้นด้วยพิธีรับขวัญดอกบัวตอง การแสดงพิธีเปิดของนักเรียนจากโรงเรียนขุนยวมวิทยาด้วยชุดการแสดง “ งามบัวตองตระการ ม่านฟ้าผ่องอำไพ บุปผาเลิศลิไล สายใยรักสัมพันธ์ “โดยมีส่วนราชการ นักท่องเที่ยวและชาว ต.แม่อูคอ ร่วมงานจำนวนมาก

นายชนก ประธานพิธีเปิดกล่าวว่า “ ขณะนี้ดอกบัวตองที่ดอยแม่อูคอมีความเบ่งบานเหลืองอร่ามสวยงามพร้อมให้ผู้คนได้มาสัมผัส ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาพักค้างคืนกางเต็นท์นอนท่ามกลางวงล้อมของดอกบัวตองกลางสายหมอกบนความสูง 1,600 เมตร ในเนื้อที่ความกว้างกว่า 500 ไร่ ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมมีศาลาจุดชมวิวที่มองเห็นทุ่งบัวตองได้รอบ 360 องศา มีบริการเครื่องดื่ม เต็นท์พัก ห้องน้ำ และบริการอื่น ๆ เตรียมไว้อย่างครบครัน ปัจจุบันดอกบัวตองแบ่งบานแล้วประมาณ 60 % อุณหภูมิบนดอยแม่อูคอช่วงกลางคืนอยู่ที่ 16-15 องศาเซลเซียส โดยผู้ที่ขึ้นไปสัมผัสจะได้พบ ความแปลกใหม่ในหลาย ๆ จุดรวมทั้งความสมบูรณ์ของทุ่งบัวตองอย่างเต็มอิ่ม เพราะจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นทุ่งดอกบัวตองต้นฉบับที่ใหญ่และสวยงามที่สุดของประเทศ โดยขณะนี้มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมความสวยงามของดอกบัวตองที่ดอยแม่อูคอกันแล้วไม่ขาดสาย คาดว่านักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปชมทุ่งดอกบัวตองในช่วงฤดูหนาวนี้ไม่ต่ำกว่า 80,000 คน

นอกจากนี้ที่ อ.ขุนยวม นอกจากจะมีทุ่งดอกบัวตองแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับทุ่งบัวตอง บ่อน้ำพุร้อนบ้านหนองแห้ง และพิพิธภัณฑ์อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานยนต์ของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ได้เดินทัพและตั้งฐานทัพใน อ.ขุนยวม รวบรวมไว้ให้ได้ชมด้วย

รองนายกฯเปิดงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่Money Expoเชียงใหม่2020

ที่เซ็นทรัลพลาซ่าเชียงใหม่แอร์พอร์ต จ.เชียงใหม่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ครั้งที่ 15 Money Expo เชียงใหม่ 2020 งานในงานมีการเปิดบูธต่างๆของสถาบันการเงินชื่อดังจัดโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี มาให้ประชาชนผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกใช้บริการได้อย่างครบวงจร ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล รวมทั้งการลงทุนในหุ้น อนุพันธ์ กองทุน โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำในการลงทุนอย่างเหมาะสมด้วย

นายจุรินทร์ กล่าวว่าการจัดงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นงานเปิดโอกาสให้นักธุรกิจ และประชาชน สามารถเข้าถึงแหล่งทุน และสามารถเลือกเครื่องมือทางการเงินการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อเป้าหมายในการเพิ่มสภาพคล่องให้กับการดำเนินการทางธุรกิจ การขยายกิจการ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ นอกจากนี้ในงานยังได้มีการจัดผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำในการลงทุนอย่างเหมาะสม ทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะส่งผลให้ GDP ของประเทศเติบโตขึ้นต่อไปในอนาคต

ด้านนายสันติ วิริยะรังสฤศฏ์ ประธานจัดงานมหกรรม Money Expo เปิดเผยว่า สำหรับงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ครั้งที่ 15 ในวันนี้ได้มีธนาคาร บริษัทการเงิน บริษัทประกัน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กว่า 30 แห่ง ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ได้มาร่วมกันเปิดบูธจัดเต็มแคมเปญโปรโมชั่น มาให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนืออย่างเต็มที่ ทั้งสินเชื่อซื้อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ย 0% นาน 30 วัน รวมไปถึงสินเชื่อต่างๆอีกมากมาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกอบการเชียงใหม่และภาคเหนือ ที่ต้องการสินเชื่อในช่วงนี้จะได้มีสภาพคล่องเพียงพอในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สู้วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 พ.ย.นี้

ม่อนแจ่มจะกลับมาแจ่มหรือไม่ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นสางปัญหาบุกรุกป่าให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน

ที่กองอำนวยการส่วนหน้าสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) บริเวณจุดชมวิวดอยม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พันโท เทพจิต วีณะคุปต์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 4 พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม (ม่อนแจ่ม) เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม ตรงส่วนของพื้นที่ดอยม่อนแจ่มและพื้นที่ใกล้เคียง ตำบลโป่งแยง และตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีการนำที่ดินไปใช้ประกอบธุรกิจที่พัก – รีสอร์ท ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการหลวงหนองหอย

พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้ประกอบการธุรกิจที่พักในพื้นที่ม่อนแจ่มร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเนื่องจากได้รับความเดือดร้อนกรณีถูกกรมป่าไม้ดำเนินคดีอาญาในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และประกาศให้ระงับการประกอบธุรกิจ อีกทั้งมีคำสั่งให้รื้อถอนสถานประกอบการนั้น ในวันนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมพบปะประชาชนที่เดือดร้อนจากกรณีดังกล่าว โดยพบว่าป่าแม่ริมเป็นต้นน้ำลำธารจัดอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ มีขนาดพื้นที่กว่า 13,000 ไร่ เป็นพื้นที่ที่โครงการหลวงหนองหอยขอใช้ประมาณ 2,000 ไโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรในพื้นที่ใช้ที่ดินทำเกษตรกรรมทดแทนการปลูกฝิ่น ซึ่งมีราษฎรเข้าร่วมโครงการ 900 กว่าราย แต่ปัจจุบันได้มีการแปรสภาพกลายเป็นธุรกิจที่พัก – รีสอร์ท จำนวน 113 ราย โดยเป็นกลุ่มที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ์ จำนวน 82 ราย และถูกดำเนินคดีแล้ว 31 ราย เนื่องจากเข้าข่าย กระทำความผิดชัดเจน นำที่ดินไปใช้ไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการหลวงหนองหอย รวมทั้งมีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม เปลี่ยนมือเจ้าของ หรือขายกิจการให้นายทุนต่างชาติ ทั้งนี้ ทั้งนี้ราษฎรที่ทำเกษตรกรรมในพื้นที่ตามเดิมและไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมจะไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในกรณีนี้

สำหรับการพิสูจน์สิทธิในที่ดินทำกินให้ดำเนินการภายใต้หลักการพิสูจน์ว่า คนอยู่ก่อนประกาศเขตป่าหรือไม่ หากเป็นกรณีคนอยู่ก่อนประกาศเขตป่า 2507 ก็ให้ดำเนินการโดยอาศัยประมวลกฎหมายที่ดิน 2497 สามารถไปเดินเรื่องออกเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินทำกินต่อไปได้ ถ้ากรณีมีการประกาศเขตป่าก่อนให้ใช้หลักการแก้ปัญหาตามสภาพข้อเท็จจริง โดยจะอาศัยการอ่านภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศและแผนที่ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบร่องรอยการทำกินว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรมาประกอบการพิจารณาสิทธิในแต่ละแปลง นอกจากนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนแม่บทบริหารจัดการพื้นที่และการอยู่ร่วมกันของชุมชนเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัย สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติโดยไม่ทำลายซึ่งกันและกัน คงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ดังเดิม อาจมีการพัฒนาในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนหรือการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อส่งเสริมระบบเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไปด้วย

ด้านนายวิชิต เมธาอนันต์กุล ประธานวิสาหกิจชุมชนม่อนแจ่ม เปิดเผยว่าในอดีตชาวบ้านอยู่ก่อนการประกาศเป็นพื้นที่ป่าสงวน ชาวบ้านจึงน่าจะมีสิทธิในพื้นที่ และการประกอบกิจการท่องเที่ยว ก็เป็นเพราะทางโครงการหลวงมาส่งเสริม จึงมีการก่อสร้างดัดแปลงเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรขึ้น ซึ่งตอนนี้สภาพการท่องเที่ยวซบเซา เพราะปัญหาโควิด รวมถึงถูกภาครัฐบีบทุกทาง ซึ่งผู้ประกอบกิจการที่เหลือก็ยังคงเปิดกิจการเหมือนเดิมอยู่ อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวขึ้นมาท่องเที่ยวได้เหมือนเดิม ส่วนะการต่อสู้ด้านกฏหมายเราก็จะเดินหน้าสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านในพื้นที่ม่อนแจ่มต่อไป

ภาคเหนือตอนบนแข่งดุหลายสนามเลือกตั้งนายกอบจ. ส.อบจ.เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ สู้กันยิบตา

วันที่ 2 พ.ย.63ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครการรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีผู้สมัครพร้อมทีมสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ สจ. จำนวนมาก พร้อมกองเชียร์ ทีมีสีสัน ตะโกนโห่ร้อง เชียร์ผู้สมัครของตัวเอง โดย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร อายุ 53 ปีหรือสว.ก๊อง คนดังของจังหวัดเชียงใหม่ ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมผู้สมัคร ทั้ง 42 เขตเลือกตั้ง เดินทางเข้ามารอตั้งแต่เวลา 6.30 น. โดยมี นายสุรพล เกียรติไชยากร นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ร่วมขบวนมารอรับสมัคร จับฉลากได้ หมายเลข 1  โดย สอบจ. และกองเชียร์ที่รออยู่ด้านนอกต่างส่งเสียงดีใจ  ส่วนตัวเต็งอีกคนหนึ่งที่มีสมัครในวันนี้คือนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อายุ 64 ปี แชมป์เก่า ก็พร้อมทีมสจ. 42 คนก็มาลงสมัครได้หมายเลข 2 ท่านกลางความดีใจของกองเชียร์ โดยนายบุญเลิศ ลงสมัครในนามกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ไม่สังกัดพรรคใด ส่วนกลุ่มประชารัฐเชียงใหม่ ก็ส่งผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่18 คน ส่วนตัวผู้สมัครนายกคือนายบดินทร์ กินาวงศ์ ยังไม่มาสมัครในวันนี้

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร  ผู้สมัครหมายเลข 1 กลุ่มเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตั้งใจไว้ว่าอยากได้หมายเลข1 เพราะคนจะจำได้ง่าย การลงสมัครครั้งนี้มีความพร้อมอย่างมากในการที่จะตั้งใจทำงาน ส่วนนโยบายของกลุ่มเพื่อไทย เนื่องจากเชียงใหม่เป็นจังหวัดท่องเที่ยว รายได้ร้อยละ 70-80 มาจากการท่องเที่ยว โดยจะจัดสรรงบประมาณไปทางด้านการท่องเที่ยวและกีฬา โดยจะบริหารงบประมาณที่มีอยู่ประมาณ 2,000กว่าล้านบาท ให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด ส่วนทีมงานที่จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เป็นทีมที่มีความพร้อม ส่วนตัวมีความตั้งใจมากว่า 6ปีแล้ว ที่จะลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด การลงสมัครในครั้งนี้จึงมีความมั่นใจอย่างมาก

ด้านนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครหมายเลข 2จากกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม อดีตนายกอบจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าประเด็นหลักที่จะดำเนินการหากได้รับเลือกจะสานต่อโครงการต่างๆ ที่วางไว้ โดยเฉพาะปัญหาหมอกควันที่เชียงใหม่ต้องเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง ส่วตัวมีความกังวล คาดว่าปีนี้จะหนักกว่าทุกปี เนื่องจากปีนี้มีความแห้งแล้ง ปริมาณน้ำมีน้อย จึงเป็นนโยบายหลักที่จะเร่งดำเนินการ หากได้รับการเลือกเข้าไปบริหาร ส่วนตัวมีความมั่นใจเกินร้อย จากการที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่ สัมผัสกับประชาชนในพื้นที่ และจากการพูดคุยกับ ส.อบจ. ทุกคนมีความมั่นใจอย่างมาก ซึ่งผู้สมัคร ส.อบจ.ร้อยละ 80 เป็นทีมงานเดิมที่ทำงานร่วมกันมา สำหรับการหาเสียง จะเป็นการหาเสียงแบบคนรุ่นใหม่ไม่โจมตีกัน โดยจะชูนโยบายเพื่อให้ท้องถิ่นได้ประโยชน์มากที่สุดเพื่อมาแข่งกันในเรื่องของนโยบาย

จ.เชียงราย ที่อาคารคชสาร สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย สถานที่รับสมัครผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)เชียงราย และสมาชิก อบจ.เชียงราย โดยมีกำหนดตั้งแต่วันที่ 2-6พย.63 โดยวันนี้เป็นวันแรกได้มีผู้สมัคร นายก อบจ.ที่ประกาศตัวทั้งสิ้น 3รายประกอบไปด้วยนายมงคลชัย ดวงแสงทอง อดีตประธานสภาอุตสาหกรรม จ.เชียงราย ลงสมัครในนามอิสระ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีตสมาชิก อบจ.เชียงราย หลายสมัยลงในนามอิสระ และ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เชียงราย เขต 3 พรรคเพื่อไทย และเป็นบุตรสาวของนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.ที่พึ่งใช้มีดกรีดแขนในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็วๆ นี้ ลงสมัครในนามตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย

เมื่อทั้งหมดมาถึงก่อนเวลาเปิดรับสมัคร ทางคณะกรรมการพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆเป็นสักขีพยานจึงได้จัดให้มีการจับสลากเพื่อกำหนดหมายเลข ปรากฎว่านายมงคลชัย จับได้หมายเลข 1นางอทิตาธร จับได้หมายเลข 3และ น.ส.วิสารดี จับได้หมายเลข 3 ท่ามกลางเสียงให้กำลังใจจากทีมงานของแต่ล่ะฝ่าย

จ.แพร่ ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ วันแรกแห่สมัคร ทั้งคนเก่า และคนใหม่ พร้อมทีมงานแห่ให้กำลังใจเพียบ ต่างมั่นใจในชัยชนะในครั้งนี้ ซึ่งเป็นไปตามคาดหมายมีผู้มาก่อนเวลาถึง 3 คน ด้วยกัน คือ นายอนุวัธ วงศ์วรรณ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ซึ่งจับสลากได้หมายเลข 1 และนายประสงค์ ชุ่มเชย อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดแพร่ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2554 ซึ่งได้หมายเลข 2 และหมายเลข 3 ซึ่งสละสิทธิไม่จับสลากเพราะต้องการล็อคหมายเลข 3 ในการหาเสียงคือ นายสุภวัฒน์ ศุภศิริ อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้าจังหวัดแพร่ ซึ่งแต่ละคนก็มีทีมงานที่ลงสมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ในแต่ละเขต โดยได้มีการทยอยเข้ามาสมัครกันอย่างต่อเนื่อง

นายอนุวัธ วงศ์วรรณ อดีตนายกอบจ.แพร่ ผู้สมัครหมายเลข 1 กล่าวว่า มีความมั่นใจเกิน 100 เนื่องจากผู้สมัคร สมาชิกสภา อบจ.แพร่ ชุดเดิมก็ได้ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์กับทุกพื้นที่ คิดว่าถ้าการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ทีมของเราก็น่าจะมากันได้หมดสำหรับคู่แข่ง ก็ไม่หนักใจเท่าไหร่ มีนิดหน่อย เพราะเราก็ไม่ทราบว่าเขาจะใช้กลยุทธ์อะไร ที่จะมาทำให้ประชาชนไขว้เขวถ้าโดยตรงแล้วพวกเราคิดว่าพวกเราน่าจะได้เข้ามาทั้งหมดครับ

นายประสงค์ ชุ่มเชย ผู้สมัครหมายเลข 2 กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มั่นใจมากเพราะออกพื้นที่มาโดยตลอดได้รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน และนำสิ่งที่ได้รับมาจากพี่น้องประชาชนมาทำนโยบาย สำหรับคู่แข่งทั้งสองนั้นไม่หนักใจ เพราะตนนั้นมีการเตรียมตัวและเก็บข้อมูลมาโดยตลอด ทั้งของนายกคนปัจจุบันและของทางพรรคก้าวไกล ซึ่งมันมีความแต่งต่างกัน ระหว่างการเมืองระดับชาติและการเมืองท้องถิ่น ชาวบ้านน่าจะเลือกคนที่เข้าใจ เข้าถึงปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดแพร่

นายสุภวัฒน์ ศุภศิริ ผู้สมัครหมายเลข 3 กล่าวว่า มั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้เนื่องจากนโยบายของเราประกอบไปด้วย 4 ด้าน ด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพ การศึกษา และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเชื่อแน่ว่าหากวางรากฐาน 4 ด้านนี้ จะสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้พี่น้องชาวจังหวัดแพร่ได้ ณ ตอนนี้ลงสมัครเต็มตัวแล้วก็ต้องลงเต็มที่ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นต้องขอให้พี่น้องประชาชนเป็นคนช่วยตัดสิน และขอโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองด้วยครับนายสุภวัฒน์ ศุภศิริ กล่าวในที่สุด

ต้นไม้ใหญ่ล้มหน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพฯทับรถพังยับสามคันนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บสองคน

ศูนย์กู้ชีพเวียงพิงค์สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถยนต์และประชาชนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขึ้นที่บริเวนก่อนถึงลิฟต์ขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่กู้ชีพ พร้อมรถพยาบาลเข้าให้การช่วยเหลือ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงก็พบกับต้นไม้ขนาดประมาณ 5 คนโอบ ล้มทับรถที่จอดบริเวณดังกล่าว รวม 3 คัน เป็นรถสองแถวแดง 1 คัน ทะเบียน 30-6503 เชียงใหม่ รถฟอร์จูนเน่อสีขาว ของนักท่องเที่ยว 1 คัน ทะเบียน 3กย-7676 กรุงเทพมหานคร และรถของวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ อีก 1 คัน รถกระบะ 4 ประตู สีขาว ทะเบียน ผธ-6080 เชียงใหม่

จากการตรวจสอบ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางมาจาก จ.นครปฐม ซึ่งนั่งอยู่ในรถสองแถวแดงคันที่ต้นไม้ล้มทับ เจ้าหน้าที่กู้ภ้ยเทศบาลตำบลสุเทพพร้อมด้วยชาวบ้านช่วยกันตัดกิ่งไม้ที่ทับและขวางด้านท้ายรถสองแถว ก่อนจะสามารถนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากรถมาได้ โดยรายแรกได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ 1 ราย และอีก 1 รายมีอาการปวดหลัง ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลตำบลสุเทพจึงได้ทำการปฐมพยาบาล ก่อนจะนำตัวส่งรักษาต่อยังโรงพยาบาลต่อไป