“เทศกาลโกมล้านนา ปูจาผางผะตี๊บ”เทศบาลเชิงดอยจัดใหญ่งานลอยกระทงหนองบัวพระเจ้าหลวง

นายชุติพนธ์ สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พร้อมหน่วยงานราชการ เอกชน และประชาชนในตำบลเชิงดอย จัดงานประเพณีลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง ขึ้นที่หนองบัวพระเจ้าหลวง ใช้ชื่องานว่า”เทศกาลโกมล้านนา ปูจาผางผะตี๊บ” ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2563 โดยบรรยากาศภายในงานเมื่อคืนที่ผ่านมาปรากฏว่าคับคั่งไปด้วยประชาชน นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หลั่งไหลกันเดินทางไปร่วมประเพณีและเที่ยวชมบรรยากาศภายในงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

ซึ่งภายในงานคืนแรก มีการประกวดธิดาดวงดี เทพีจ๊กเบอร์ (จับฉลาก) จากเหล่าบรรดานางฟ้าจำแลง สาวประเภทสองที่มาเข้าร่วมประกวดและแสดงความสามารถกัน ซึ่งการประกวดในครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องสวยเลิศ แต่ขอให้ “พกดวง” มาด้วย เพราะตัดสินกันด้วยการจับสลาก ว่าใครจะคว้ามงกุฏ ไปครอง โดยภายในงานคืนแรกนี้ไม่มีการปล่อยโคมแต่มีจุดผางผะตี๊บ 5,000 ดวง ตกแต่งโคมไฟแบบล้านนากว่า 5 พันดวง ภายในงานเป็นไปแบบ ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal ที่อุโมงค์ไฟจะมีข้อความไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พร้อมไฟน้ำตก รูป 12 นักษัตร

นอกจากนั้นยังมีการตกแต่งอุโมงค์โคมไฟ ไปยังศาลาแปดเหลี่ยม ซึ่งจุดนี้อุโมงค์ไฟจะมีหัวใจ แล้วมีคำว่า “New Normal” เพื่อให้ประชาชนได้มาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไว้ว่าปีนี้มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 บริเวณสะพานเดินรอบศาลา มีโคมไฟแบบล้านนามาตกแต่งทางเดินพร้อมไฟที่งดงาม ส่วนบริเวณชายหาดก็มีกำแแพงโคมไฟ หลากหลายสีสัน “ตัวโคมผัด” หรือโคมหมุนขนาดใหญ่ จะเป็นแบบการรณรงค์ป้องกัน การสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อย สแกนไทยชนะ และการตรวจวัดไข้ด้วย โดยนายชุติพนธ์ สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย กล่าวว่าคืนแรกของการจัดงานประสบผลสำเร็จด้วยดีมีนักท่องเที่ยวและประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก และขอเชิญชวนมาเที่ยวชมกันซึ่งงานยังมีอีกสองคืนด้วยกัน

การท่าฯเชียงใหม่ประชาสัมพันธ์เชิงรุก”โครงการพาน้ำพริกขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน”

นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผอ.การท่าอากาศยานเชียงใหม่ มอบหมายให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และฝ่ายอำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ นำเจ้าหน้าที่ออกประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์มาตรฐาน สำหรับบรรจุอาหารเหลว อาทิ น้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล น้ำจิ้ม ที่สามารถนำขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยานได้ ตามโครงการ “พาน้ำพริกกลับบ้าน” โดยได้ให้คำแนะนำและตอบข้อซักถามจากบรรดาร้านค้าที่จำหน่ายของฝากในตลาดวโรรส หรือกาดหลวง ซึ่งเป็นตลาดที่จำหน่ายของฝากที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องการนำอาหารที่มีส่วนผสมของของเหลวขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หลังจากที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่กำกับดูแลด้านการบินของไทย ได้ออกประกาศ “หลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562” มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา

ส่วนกำหนดคำนิยามของ “ของเหลว เจล สเปรย์” หมายรวมถึงของเหลวในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำ เครื่องดื่ม ซุป น้ำเชื่อม แยม สตูว์ ซอส น้ำพริก หรืออาหารอย่างอื่นที่อยู่ในซอส หรือที่มีส่วนประกอบเป็นของเหลวในปริมาณมาก ส่งผลให้การนำอาหารที่เป็นของเหลวดังกล่าว ติดตัวขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยานต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การบินสากล คือ ต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์มาตรฐานปริมาตรที่รองรับของเหลวได้ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร ปิดผนึกสนิทไม่สามารถเปิดออกได้ มีฉลากข้อความระบุแหล่งที่มา และระบุปริมาตรของเหลวที่อยู่ภายในอย่างชัดเจน ของเหลวทั้งหมดรวมกันสูงสุดไม่เกินคนละ 1,000 มิลลิลิตร หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้น หรือมีปริมาตรมากกว่าที่กำหนดสามารถนำไปกับอากาศยานได้ด้วยการโหลดใต้ท้องเครื่อง ทั้งนี้ที่ผ่านมายังมีผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ รวมถึงผู้ผลิตและจำหน่ายของฝากที่เป็นอาหารเหลว จำนวนมากไม่ทราบข้อกำหนดดังกล่าว หรือมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ส่งผลให้ผู้โดยสารต้องทิ้งอาหารที่เป็นของเหลว โดยเฉพาะน้ำพริกหนุ่ม ณ บริเวณจุดตรวจก่อนขึ้นเครื่องเฉลี่ยวันละ 100-200 ชิ้นเลยทีเดียว

กองกำลังผาเมืองยึดอีกยาบ้า3ล้านกว่าเม็ดชายแดนไทย-เมียนมาอ.แม่ฟ้าหลวงจ.เชียงราย

พ.อ.จักรกริศน์ เจริญโชติกาญจน์ ผู้แทน ผบ.กองกำลังผาเมือง ร่วมกับ พ.ต.อ.ประจัญ ปัญญาแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย เป็นประธานแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติด เป็นยาบ้าจำนวน ประมาน 3,400,000 เม็ด ที่บริเวณบ้านผาจีใหม่ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหวง จ.เชียงราย โดยมีเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง ตำรวจชุดสกัดกั้นยาเสพติด.พท.ชายแดน ภ.5 ร่วมกันแถลงข่าว

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อ เวลา13.00น.วันที่ 30 ต.ค.63 เจ้าหน้าตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวงร่วมกับเจ้า ทหาร บก.ควบคุม ปส. และเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ฉก.ม.3 ตชด.327 และ เจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดสกัดกั้นยาเสพติด.พท.ชายแดน ภ.5 ได้สืบทราบว่ามีกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติด ได้พยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนประเทศเพื่อน ด้านอ.แม่จัน และ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวณและเฝ้าระวัง รวมถึงตั้งจุดตรวจและสกัดตามพื้นที่รับผิดชอบจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวณ บก.ควบคุม.ปส. ได้ตรวจพบรอยรถยนต์ เข้าไปในป่าอย่างผิดสังเกต จึงได้จัดกำลังเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว จะได้พบกระสอบฟางวางกองรวมกันอยู่ จำนวน 23 เป้ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะวางกำลังไว้โดยรอบ และทำการตรวจสอบกระสอบดังกล่าว เบื้องต้นพบว่าภายในมียาบ้าบรรจุอยู่ จำนวนประมาณ 3,352,000 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดและติดตามขยายผลถึงกลุ่มและขบวนการค้ายาบ้ารายนี้ต่อไป

พ.อ.จักรกริศน์ เจริญโชติกาญจน์ กล่าวว่า ปัจจุบัน ทางกองกำลังผาเมือง ได้เข้มงวดในพื้นที่ชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยได้จัดกำลังและลาดตระเวณ ตามแนวชายแดน โดยเพิ่มความเข้มงวดขึ้นกว่าเดิม สำหรับยาเสพติดดังกล่าวคาดว่าเป็นของกลุ่มว้าเหนือและว้าใต้ ลำเลียงเข้ามาในพื้นที่เพื่อเตรียมส่งให้ขบวนการลักลอบขนเข้าพื้นที่ชั้นในของประเทศแต่ถูกทางเจ้าหน้าที่มาพบเสียก่อนจึงได้หลบหนีไปอย่างไรก็ตามทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงมาตรการตรวจเข้มชายแดนภาคเหนือต่อไป

กกต.แม่ฮ่องสอนพร้อมจัดเลือกตั้งนายกและสมาชิกอบจ.เมืองสามหมอกคาดไม่มีปัญหาถึงแม้บางพื้นที่ห่างไกลหน่วยเลือกตั้งอยู่บนดอยสูง

คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคณะกรรมการการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมพร้อมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรียกประชุมคณะกรรมการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งโดยใช้อาคารศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง

นายณัฐเศรษฐ์ ราชไชยา ผู้อำนวยการสำนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การเลือกตั้ง นายก อบจ.และสมาชิก อบจ.แม่ฮ่องสอน จะเริ่มรับสมัครระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย.63 ค่าสมัครนายก อบจ.30,000 บาท ,สมาชิก อบจ.2,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของนายก อบจ.ไม่เกิน 3 ล้านบาท สำหรับสมาชิก อบจ.ไม่เกิน 300,000 บาท ในการเลือกตั้งดังกล่าวผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็จะมีเพิ่มมากขึ้นจากเดิมอยู่ที่ประมาณ 180,000 คน (หนึ่งแสนแปดหมื่นคน)อำเภอที่มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุดได้แก่ อ.แม่สะเรียง และ อ.เมือง ทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีสมาชิก อบจ.ได้ 24 คน อำเภอที่มี สมาชิก อบจ.ได้ 5 คน คือ อ.เมือง และ อ.แม่สะเรียง ที่เหลือก็ลดหลั่นกันไปตามจำนวนประชากร ผู้ที่จะลงสมัครสมาชิก อบจ.จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัคร และไม่จำเป็นต้องลงสมัครในพื้นที่อำเภอที่ตนมีชื่ออยู่ในอำเภอนั้น ๆ เช่น มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง จะไปสมัครเป็นสมาชิก อบจ.ในพื้นที่ อ.ปาย ก็ได้ การติดป้ายประกาศหาเสียงผู้สมัครสามารถปิดประกาศติดป้ายหาเสียงได้ทุกที่ ยกเว้นกรณี กกต.ท้องถิ่น หรือ กกต.อบจ.ประกาศห้ามจะไม่สามารถปิดประกาศหาเสียได้

นายพงษ์ศักดิ์ บุญเป็ง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขณะนี้เรามีความพร้อมเลือกตั้ง นายก อบจ.และสมาชิก อบจ. 100 เปอร์เซ็นต์ สถานที่รับสมัครใช้หอประชุมศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่รับสมัคร สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่มีความเป็นห่วงมากที่สุดคือหน่วยเลือกตั้งพื้นที่ตำบลแม่คง อ.เม่สะเรียง โดยจะให้ครูเขตพื้นที่ , ครูอาสา กศน.และครู ตชด.เป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จะต้องวางแผนรับหีบบัตรก่อนวันเลือกตั้ง โดยหน่วยที่อยู่ไกลกันดาร อาจจะให้รับไปก่อนเพราะต้องใช้เวลาในการเดินทางและเตรียมเอกสารลงคะแนน การเลือกตั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ในวันที่ 20 ธ.ค.63 ไม่กังวลเรื่องการขนย้ายหีบบัตรเนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนาวการเดินทางสะดวกแม้จะเป็นพื้นที่ห่างไกลกันดาร

ทต.แม่ริมไอเดียเจ๋งผุดโครงการขยะแลกไข่

เทศบาลตำบลแม่ริมเดินหน้าตามโครงการ”ขยะแลกไข”ได้ผลคุ้มค่ากับการลงทุน สามารถสร้างจิตสำนึกในการคัดแยกขยะจากครัวเรือนส่งผลให้ปริมาณขยะในพื้นที่ลดลงเป็นที่น่าพอใจ ขณะเดียวกันปลูกฝังจิตสำนึกการคัดแยกขยะกับเด็กและเยาวชนได้เดป็นอย่างดียิ่งเพราะขยะเกิดประโยชน์คุ้มค่าเมื่อนำมาแลกกับไข่

นายจุฬา สังข์เรือง นายกเทศมนตรีตำบลแม่ริมอ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พร้อมกับนายบรรเจิด มาตัน รองนายกเทศมนตรีฯ และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลแม่ริม เจ้าหน้าที่จากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกันออกหน่วยบริการตามโครงการขยะแลกไข่ บริเวณศาลาวัดทรายมูล ตามกิจกรรมขยะแลกไข่ เทศบาลตำบลแม่ริม โดยได้รับความสนใจจากประชาชนในชุมชนอย่างมากได้นำขยะที่ตนเองคัดแยกแล้วมาชั่งกิโลเพื่อแลกกับไข่ที่ทางเทศบาลตำบลแม่ริมได้จัดซื้อไว้ในการเตรียมความพร้อมเมื่อประชาชนนำขยะมาแลกเปลี่ยน

นายกเทศมนตรีตำบลแม่ริม กล่าวย้ำว่าโครงการดังกล่าวถือเป็นนโยบายของคณะผู้บริหารเทศบาลฯที่ต้องการสนับสนุนให้ประชาชนเห็นความสำคัญต่อการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง กิจกรรมตามโครงการจัดขึ้นมุ่งเน้นให้พี่น้องประชาชนช่วยกันลดปริมาณขยะและเศษสิ่งเหลือใช้คัดแยกแล้วได้ประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและเยาวชนที่เทศบาลฯได้เล็งเห็นความสำคัญในการปลูกฝังจิตใจและปลุกจิตสำนึกไม่ให้มีการทิ้งขยะเรี่ยราดและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการแยกขยะที่จะทำให้สภาวะของสิ่งแวดล้อมในเขตเทศบาลตำบลแม่ริมหากไร้ขยะและไม่มีการทิ้งเรี่ยราดแล้ว จะทำให้พื้นที่เกิดความสวยงามเป็นบ้านเมืองที่น่าอยู่น่ามอง โครงการคัดแลกขยะและนำขยะมาแลกกับไข่ เทศบาลตำบลแม่ริมได้ทำอย่างต่อเนื่องเพราะส่งประโยชน์สูงสุดในหลายๆด้านกับพี่น้องประชาชนและเทศบาลฯได้ประหยัดงบประมาณในการนำขยะไปทิ้งได้อีกด้วย นายกเทศมนตรีฯกล่าวในที่สุด

บดินทร์ หน.”กลุ่มประชารัฐเชียงใหม่”ขอวัดใจชาวเวียงพิงค์ลงสู้ศึกเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงใหม่

ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่กลุ่มประชารัฐเชียงใหม่ “ขนมจีนบ้านคุณจร้า อ.สันทราย จ.เชียงใหม่”  นายบดินทร์ กินาวงศ์ ผู้สมัครชิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวเปิดตัวลงสมัครนายกอบจ. และทีมงาน ส.อบจ. ทั้ง 18 เขตเลือกตั้ง ยืนยันตนเองมีความพร้อมและทางพรรคพลังประชารัฐ ก็รับรู้รับทราบและจะทำงานทางด้านการเมืองกันเป็นทีม ซึ่งขณะนี้มีว่าที่ผู้สมัครส.อบจ.ในทีมงานกลุ่มของตนเอง18 คน พร้อมลงสมัครรับใช้พี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งสนาม อบจ.ทั่วประเทศในวันอาทิตย์ ที่20 ธ.ค.นี้

นายบดินทร์ กินาวงศ์ ผู้สมัครชิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้า “กลุ่มประชารัฐเชียงใหม่” กล่าวว่าทีมของตนทั้งหมดลงสมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ 18 เขต ดังนี้ นายกันตภณพัฒนเพธานนท์ อ.สันทราย เขต 1, นายสุรเวศม์ รินแก้ว อ.สันทราย เขต 2, นายมงคล สุนทรแก้ว อ.ดอยสะเก็ด เขต 1, นายสรพงษ์ บุญธรรม อ.ดอยสะเก็ด เขต 2, นายฉลวย ยาวิลาศ อ.สันป่าตองเขต 1, นายวัลลภ มูลก้อนแก้ว อ.สันกำแพง เขต 2, นางสาวจารุพร การะหงษ์ อ.เชียงดาว เขต 2, นางวีรินทร์พิมล สุพรรณกุล อ.สารภี เขต 2, นายสะอาด ดอนแก้ว อ.แม่แตงเขต 1, นายพิสิษฐ์ โรจนะบริบูรณ์ อ.พร้าว, นายประสิทธิ์ นางเมาะ อำเภอแม่ออน, พ.ต.ท.ดร.นาวินวงศ์ รัตนะมัจฉา อ.เวียงแหง, นายอดิศร อยู่ศิริ อ.ไชยปราการ, นายสุคำ ฐาปนวิทยากุล อ.ฝาง เขต 1, นายนฤบดินทร์ ตาไฝ อ.ฝาง เขต 2 นายวัชรกร ภูวรินทรียศกุล อ.ฝาง เขต 3, นายศิลป์ไทย ติยานุพันธุ์ อ.แม่อาย เขต 1 นายรัชนก ปินธง อ.แม่อาย เขต 2

นโยบายและยุทธศาสตร์ในการหาเสียงในครั้งนี้ แยกออกเป็นหลักใหญ่ คือ ด้านคมนาคม – การบริหารจัดการเรื่องทรัพยากร สาธรณูปโภคและการท่องเที่ยว และในส่วนของการบริหารงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยในความคิดของตนเอง คิดว่าที่จะทำให้ กับคนเชียงใหม่ อันดับต้นๆ คือระบบขนส่งมวลชน โดยใน 2 ปีแรก จะต้องจัดสรรงบประมาณให้กับทาง อปท.ในเชียงใหม่ทั้งหมด เพื่อทำการศึกษาและดำเนินการ รายการจัดระบบขนส่งมวลชน ของ “เชียงใหม่มหานคร” ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ทาง อบจ.จะทำคนเดียวต้องอาศัย อปท.ในจังหวัดเชียงใหม่ ในการร่วมมือดำเนินการ จัดทำระบบขนส่งมวลชนในครั้งนี้ ในส่วนของ นโยบายในด้านสาธารณูปโภค ต้องสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพและเพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและผู้บริโภค ต่อมาในเรื่องของเขตอาหาร คืออำเภอรอบนอก เราจะจัดสรรงบประมาณ ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในระบบชลประทาน โดยทางอบจ.จะไปช่วยการส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และในส่วนของเขต อำเภอที่ติดกับพื้นที่รอยต่อของจังหวัดใกล้เคียง เราต้องส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยว เพื่อให้มีความหลากหลายในการท่องเที่ยว โดยนโยบายต้องสอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก

ส่วนในเรื่องของการลงพื้นที่ หาเสียงนั้นตนเองมีความพร้อมและทางพรรพลังประชารัฐก็รับรู้รับทราบและจะทำงานทางด้านการเมืองกันเป็นทีม จากประสบการณ์ตนเองเคยเป็นอาจารย์สอนพิเศษด้านรัฐศาสตร์มากว่า10 ปี เคยลงรับสมัครส.ส.ในเขต 7 จังหวัดเชียงใหม่ มาแล้ว ทั้งประสบการณ์ด้านการเมืองและวิชาความรู้ด้านการเมืองการปกครองมีความเชี่ยวชาญพอสมควร จึงมีความพร้อมที่จะขันอาสารับใช้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่และพร้อมเข้าบริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.)แน่นอนทางพรรคฯ ก็รับรู้รับทราบและให้การสนับสนุนการลงสมัครชิงเก้าอี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ การเลือกตั้งในครั้งนี้ต้องบอกว่าหรือใช้คำว่า “วัดใจ” กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ในทางการเมืองไม่ “แพ้” ก็ “ชนะ” เราคือผู้ปลุกให้คนเชียงใหม่ตื่น ตนเสนอตัวเป็นผู้นำพร้อมทีมงานสจ.ทั้ง 18 เขต เพื่อพัฒนาจ.เชียงใหม่ พร้อมประสานงานกับทางรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนา จ.เชียงใหม่ หากเราได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ตนและทีมงานจะไม่ทำให้พี่น้องชาวเชียงใหม่ผิดหวังแน่นอน หัวหน้ากลุ่มประชารัฐเชียงใหม่กล่าวในที่สุด

อบต.เชียงแรงจับมือเครือข่ายกู้ภัยสว่างภาคเหนือจัดโครงการธนาคารเวลาอาสาปันสุข

ที่หอประชุมด้านนอกขององค์การบริหารส่วนตำบลชียงแรง อ.ภูซาง จ.พะเยา นายสิงห์คำ เชียงแรง นายกอบต.เชียงแรงเปิดเวทีโครงการธนาคารเวลา อาสาปันสุขขึ้นร่วมกับเครือข่ายกู้ภัยมูลนิธิสว่างภาคเหนือ ทั้งนี้ได้มี ดร.นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) เดินทางมาเป็นประธานในการเปิดโครงการและให้ความรู้ในครั้งนี้ พร้อมด้วยนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.พะเยาเขต 2 รวมทั้งกลุ่ม อสม.ในพื้นที่ ต.เชียงแรงให้การต้อนรับและรับฟังรายละเอียดของโครงการในครั้งนี้

โดยนายสิงห์คำ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือว่ามีประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่อย่างมาก เพราะปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยติดเตียงและยากไร้มีจำนวนค่อนข้างมาก ทั้งนี้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือนั้นมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย ตนจึงได้รับการสนับสนุนจากทีมกู้ภัยมูลนิธีสว่าง อ.ภูซางของนายประเสริฐ เจี๊ยะหลิม ประธานศูนย์กู้ภัยที่ได้เล็งเห็นความสำคัญนี้ที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังให้ อสม.ในพื้นที่มีส่วนร่วมในการร่วมโครงการนี้ด้วยนั้นคือการเก็บชั่วโมงในการเดินทางไปดูแลผู้ป่วย ซึ่งเปรียบเสมือนการสะสมเงินในธนาคาร เพียงแต่ตรงนี้เป็นการสะสมเวลาในการทำงานเพื่อส่วนร่วม และนอกจากนี้ทางกู้ภัยสว่างยังมอบเครื่องพ่นควันบิ๊กแบ็คที่สามารถพ่นได้ทั้งควันทางจมูกและพ่นยารักษาโรคหอบหืดให้ยืมภายในหมู่บ้านได้อีกด้วย ทั้งนี้ตนเองจึงคิดว่าโครงการนี้จะเป็นการพัฒนาฝีมือกลุ่ม อสม.ให้รู้จักเครื่องมืออันทันสมัยและสามารถวิธีรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องเช่นกัน

ทางด้านนายประเสริฐ เจี๊ยะหลิม กล่าวเสริมว่า เครือข่ายกู้ภัยมูลนิธิสว่างที่ตนเองร่วมดูแลอยู่นั้นมีด้วยกัน 5 จังหวัดในเขตภาคเหนือ คือ พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน เชียงรายและลำปาง โดยมีสมาชิกทั้งหมด 278 คน ด้วยกัน การริเริ่มโครงการนี้ตนเห็นว่าบ้านบางหลังนั้นญาติผู้ป่วยจะต้องลางานมาดูแลจนขาดรายได้ในบางครั้ง และยังต้องดูแลอย่างต่อเนื่องด้วยตนเองจึงให้การสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่

โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่จัดกิจกรรม”วันสมเด็จย่า”ประจําปี 2563ตามรอยพระบารมี 19 ปี สมเด็จย่า

ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ นายสำเริง ไชยเสน รองผวจ.เชียงใหม่เป็นประธานในพิธี วันสมเด็จย่า ประจําปี 2563 ตามรอยพระบารมี 19 ปี สมเด็จย่า โดยมีนางวิมลรัตน์ หลอดเข็ม ปลัดอำเภอสันทราย หัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร ปฏิบัติหน้าที่แทนนายอำเภอสันทราย นายประหยัด ทรงคำ ผู้อำนวย การมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการสถาบันองค์กรหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกลุ่มพลังมวลชนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานในพิธีในครั้งนี้

วัตถุประสงค์ของการจัดเพื่อถวายเป็นราชสักการะและรำลึกถึงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระศรีนครินทรา-บรมราชชนนี ผู้ทรงมีคุณูปการต่อการพัฒนาคนพิการไทยด้อยโอกาส เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของโรงเรียนด้านการพัฒนานักเรียนผู้พิการและเพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรเครือข่ายหน่วยงานชุมชนและประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคนพิการไทยและการจัดงานวันสมเด็จย่าซึ่งในปี 2563 นี้ได้กำหนดจัดกิจกรรมพิธีสืบชะตาหลวงและทำบุญครบรอบ 19 ปีของโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่โดยภายในงานมีขบวนแห่เครื่องราชสักการะและวางพานพุ่มเพื่อถวายเป็นราชสักการะและน้อมรำลึกถึงดวงพระวิญญาณสมเด็จย่า นอกจากนั้นภายในงานยังมีกิจกรรมกาดมั่วคัวฮอมโดยหน่วยงานชุมชนท้องถิ่นร่วมบริการซุ้มอาหารกิจกรรมทอดผ้าป่ามหากุศลสมทบทุนมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการเพื่อนำมาจัดการศึกษาและจัดจ้างพี่เลี้ยงเด็กพิการของโรงเรียนพิการโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ กิจกรรมการแสดงของนักเรียนโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่แสดงถึงศักยภาพของนักเรียนและเป็นการตอบแทนน้ำใจของผู้มาร่วมงานและผู้ให้ความอนุเคราะห์แก่โรงเรียนด้วย

 

รมช.เกษตรมอบเงินเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไยพะเยา

ที่หอประชุมโรงเรียนเชียงคำวิทยาคม จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการมอบเงินเยียวยาในโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2563 โดยมีนายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายสวัสดิ์ กะรัตน์ เกษตรจังหวัดพะเยา นายกนก ศรีวิชัยนันท์นายอำเภอเชียงคำ พร้อมทั้งนายอำเภออีก 4 อำเภอและตัวแทนชาวบ้านให้การต้อนรับในครั้งนี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ จ.พะเยา ได้รับเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรในแต่ละรายบุคคล

โดยนายกนก กล่าวว่า วันนี้ได้มีตัวแทนเกษตรกรจากอำเภอเชียงคำ อำเภอปง อำเภอภูซาง อำเภอจุน และอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา มาร่วมงานทั้งหมด 500 คน ซึ่งทั้ง 5 อำเภอดังกล่าวมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 10,809 รายและมีเนื้อที่ทำกินทั้งสิ้น 58,443 ไร่ โดยคิดเป็นเงินเยียวยาทั้งสิ้น 116 ล้านบาท ทั้งนี้ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์จะเริ่มดำเนินการจ่ายเงินเข้าบัญชีให้แก่เกษตรกรชาวสวนลำไย ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม ถึง 15 ธันวาคม 2563 ซึ่งเงินดังกล่าวชาวเกษตรกรสวนลำไยจะได้เงินเยียวยาในครั้งนี้จำนวน 2,000 บาท ต่อ 1 ไร่ ทั้งนี้ถือว่าทางภาครัฐได้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของการแก้ไขปัญหาราคาลำไยตกต่ำในเบื้องต้นก่อน ส่วนปีหน้าหากพ้นผ่านในเรื่องของโรคโควิด-19 แล้ว ต่างประเทศก็อาจจะเข้ามารับซื้อลำไยมากขึ้นก็เป็นได้โดยเฉพาะประเทศจีน ที่กำลังต้องการลำไยจากไทยเราเป็นอย่างมาก

ทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวในเรื่องของการแก้ปัญหาราคาลำไยและแผนรับมือภัยแล้งปีหน้า ว่า จากสถานการณ์ที่ประเทศไทยเราในขณะนี้ได้เผชิญต่อโรคระบาด โควิด-19 จนทำให้การค้าส่งออกถูกหยุดชะงักไปหลายเดือน และส่งผลให้ราคาลำไยตกต่ำในหลายพื้นที่ ตนเองซึ่งเป็นตัวแทนของภาครัฐก็ได้ผลักดันโครงการเยียวยาชาวสวนลำไยให้ช่วยเหลือได้ในที่สุด ทั้งนี้จะเป็นการช่วงเหลือในเบื้องต้นไปก่อน หากปีหน้าผ่านพ้นโรคโควิด-19 ไปได้แล้วตนคาดว่าในหลายประเทศจะเข้ามารับซื้อลำไยเหมือนเดินจนทำให้ราคาลำไยสูงขึ้นอย่างแน่นอน ในส่วนของเรื่องปัญหาภัยแล้งที่กระทบต่อชาวสวนลำไยและเกษตรกรที่ปลูกนาข้าวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ โดยตนเองได้มอบนโยบายให้กรมชลประทานในเรื่องของการเตรียมแผนรับมือปัญหาภัยแล้งในปีหน้า ซึ่งจะต้องทำอย่างเต็มที่อย่าได้ทำแบบแก้ไขเฉพาะหน้าไปวัน ๆ ทั้งนี้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดพะเยาโดยเฉพาะ อ.เชียงคำและ อ.ภูซางในขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เริ่มส่งแผนที่น้ำขึ้นมาแล้ว ทั้งนี้ตนจะได้เริ่มวางแผนในส่วนของการขุดเจาะบ่อบาดาลในการแก้ปัญหาภัยแล้งด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งจะสำรวจดูว่าพื้นที่ไหนที่จะสามารถขุดเจาะได้บ้างหรือพื้นที่ไหนที่เป็น สปก.ก็จะให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเข้ามาสำรวจและแก้ไขให้ตรงจุดทันที ทั้งนี้ขอให้พี่น้องชาวเกษตรกรสวนลำไยและนาข้าวได้มั่นในว่าปีหน้าทุกพื้นที่จะมีน้ำใช้อย่างแน่นอน

วันอาหารโลกชนเผ่า

ชาวชนเผ่าในอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน จัดงานวันอาหารโลก เพื่อฟื้นฟูองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านความมั่นคงและปลอดภัยของอาหาร โดยเฉพาะอาหารของชนเผ่ากะเหรี่ยง ที่มีวัฒนธรรมด้านอาหารแตกต่างไปจากชนเผ่าอื่น ๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน คณะกรรมการคาทอลิคเพื่อการพัฒนา และแผนกสตรีสังฆมณฑลเชียงใหม่ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่กิ๊ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน จัดให้มีการฟื้นฟูองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านความมั่นคงปลอดภัยของอาหาร ( วันอาหารโลก ) ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการรื้อฟื้นอาหารพื้นบ้าน และเป็นการฟื้นฟูองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านความมั่นคงและปลอดภัยของอาหาร

นายอุดม ก่อนแสงวิจิตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่กิ๊ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า การจัดงานวันอาหารโลกในครั้งนี้ ทาง อบต.แม่กิ๊ ฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน เพื่อเป็นการฟื้นฟูองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหาร ซึ่งการจัดงานวันอาหารโลกจะมีการจัดเวียนไปในแต่ละ ตำบลของอำเภอขุนยวม ที่มีชนเผ่าชาวกะเหรี่ยง ที่นับถือศาสนาคริสต์อาศัยอยู่ ( หมู่บ้านชนเผ่ากะเหรี่ยง ) ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่เป็นอย่างดี และแต่ละท้องถิ่นก็จะมีภูมิปัญญาแตกต่างกันไปบ้างในด้านอาหารที่เป็นยารักษาโรค

การจัดงานในวันดังกล่าว มีหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัด และผู้แทน อบต.รวมไปถึงนายก อบต.ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ได้แก่ ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน , พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน , ผู้แทนเทศบาลตำบลขุนยวม , นายก อบต.แม่เงา , นายก อบต.เมืองปอน , นายก อบต. ,ผู้แทน อบต.แม่ยวมน้อย , ผู้แทน อบต.แม่อูคอ , ผู้แทน อบต.ขุนยวม และนายก อบต.สันติคีรีสำหรับอาหารที่นำมาร่วมในงานดังกล่าว มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผักสดนานาชนิด , อาหารท้องถิ่นของชนเผ่า และยาต้มรักษาโรค ชนิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นอาหารที่ผลิตจากธรรมชาติและไม่มีการใช้สารเคมีในการผลิต ซึ่งอาหารเหล่านั้น ทำให้ชนเผ่ากระเหรี่ยงส่วนใหญ่จะมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์