หนุ่มไทยพ่ายรักน้อยใจเมียพม่าหอบลูกหนี แขวนคอตายคาเพิงพักกลางดอย

เวลา 10.00 น. วันที่ 25 ก.ค 63 ร.ต.อ. เกียรติศักดิ์ คำมานะ ร้อยเวร สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน รับแจ้งเหตุมีคนแขวนคอตายบริเวณเพิงพักกลางดอย บ้านสบสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ. แม่ฮ่องสอน หลังรับแจ้งจึงไปสอบสวน ร่วมกับแพทย์เวร รพ.ศรีสังวาลย์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยแม่ฮ่องสอน

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณแยกก่อนเข้าหมู่บ้านสบสอย ซึ่งเป็นดอยสูงพบศพชายสวมเสื้อเชิ้ตแขวนสั้นสีฟ้า และกลางเกงวอร์มขาสั้นสีดำ สภาพศพขึ้นอืดมีกลิ่นเหม็น ใช้แปลผ้าร่มมัดคอติดกับคานเพิงพัก ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือ นายสุริยันต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เป็นชาวบ้านสบสอย แพทย์ระบุเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วันไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย บนแคร่เพิงพัก พบซองยาฆ่าหญ้าและขวดเครื่องดื่มชูกำลังวางทิ้งอยู่ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด

สอบสวนนางอำมา อายุ 57 ปี พี่สาวผู้ตายให้การณ์ว่า “ เดิมทีนายสุริยันต์ น้องชายมีภรรยาเป็นชาวเมียนมา และมีลูกด้วยกัน 1 คน ต่อมามีปัญหาภายในครอบครัว ภรรยาจึงหอบลูกหนีกลับบ้านที่ฝั่งประเทศเมียนมา หลังจากนั้นมานายสุริยันต์กลายเป็นคนเร่ร่อน และดื่มสุรามึนเมาอยู่เป็นประจำ ทางญาติจึงพาไปบวช แต่บวชได้ไม่นาน นายสุริยันต์ ก็แอบสึกออกมา และยังดื่มสุราเป็นประจำ หลังการสอบสวนญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต จึงมอบศพให้ไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

สภ.แม่สะเรียง สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการ “ป้องกันอาชญากรรม ระดับตำบล ตำรวจภูธรแม่ฮ่องสอน”

ห้องประชุมโรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ บุญประสิทธิ์ รองผู้บังคับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดการอบรม “การสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันอาชญากรรม ระดับตำบล ของ สถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง โดยมี พ.ต.อ.วงศพัทธ์ สิทธิวัฒนภัสร์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรแม่สะเรียง นำ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ผู้เข้าร่วมอบรม ร่วมพิธีเปิดอบรม

โดยมีสมาชิกเครือข่ายประชาชน สภาเทศบาล, ส.อบต., กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, อสม., ผู้นำชุมชน, คณะกรรมการหมู่บ้าน, อส.ตร., อปพร., ชรบ. และประชาชนในพื้นที่ จำนวน 500คน ซึ่งเป็นไป ตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ทุกหน่วยดำเนินการโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันอาชญากรรม ระดับตำบล” เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากเครือข่ายประชาชน, เจ้าหน้าที่ของรัฐ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้นำท้องที่ และเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่าย ในการแก้ไขปัญหาและป้องกันอาชญากรรม

“ลดาวัลลิ์”ลั่น!เดินหน้าตั้ง”พรรคเสมอภาค”พร้อมทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์

“พรรคเสมอภาค”ตั้งความหวังให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่มีความเสมอภาคด้วยนโยบายที่เด่นชัด เป็นทางเลือกให้กับประชาชน”ต้อย-ลดาวัลลิ์”เผยความในใจในการจัดตั้งพรรคให้เป็นทางเลือกใหม่กับประชาชน ลั่นถึงเวลาประเทศชาติต้องเดินหน้าด้วยความสง่างามทั้งการเมืองเศรษฐกิจและสังคมต้องมีความเสมอภาคกันอย่างทั่วหน้า

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน จะเดินทางไปยื่นแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคเสมอภาค ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารB)วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2563 เวลา 10:00 น. พร้อมกับให้สัมภาษณ์ แนวทางทางการเมืองของพรรคเสมอภาค และแนวนโยบายการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของชาติ ปัญหาสังคมที่มีความเลื่อมล้ำ ปัญหาความยากจนและพืชผลทางการเกษตร

นางลดาวัลลิ์ กล่าวย้ำว่า”ตนเองมีความตั้งใจและไฝ่ฝันมานานตั้งแต่ได้เริ่มลงสนามการเมืองและทำการเมืองตั้งแต่เริ่มต้นที่จะเลือกเดินบนถนนสายนี้ ความตั้งใจที่จะทำให้ประเทศชาติประชาชน ที่ผ่านมาได้ร่วมงานกับพรรคการเมืองมาหลายพรรค แต่ความมุ่งหวังและความตั้งใจช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ได้ผลอย่างยั่งยืนยังไปไม่ถึงนโยบายที่ตั้งใจไว้ วันนี้ถึงเวลาอันควรแล้วจึงได้เตรียมยื่นแจ้งในการจัดตั้ง “พรรคเสมอภาค” หลังจากยื่นจดทะเบียนกับทางกกต.ไปแล้ว ทีมเสมอภาคจะเดินสายเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อนโยบายส่วนหนึ่งที่ร่างไว้และจะนำข้อเสนอจากประชาชนมากำหนดเป็นนโยบายเพิ่มเติม และจะมีการแถลงข่าวตอบข้อซักถามสื่อมวลชนภายหลังการยื่นจัดตั้งพรรคเป็นที่เรียบร้อย” นางลดาวัลลิ์ กล่าว.

กรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ลงพื้นที่เร่งแก้ไขปัญหาพลังงานไฟฟ้า โดยนำร่องเลือกแม่ฮ่องสอนให้เป็นโมเดล เพื่อให้หมู่บ้านทั่วประเทศได้มีไฟฟ้าใช้ทุกพื้นที่

พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่บ้านห้วยแก้วบน บ้านห้วยแก้วล่าง หมู่ 7 ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน พบปะประชาชน แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

การลงพื้นที่ของ คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในหมู่บ้านที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้หรือไฟฟ้าเข้าไม่ถึง โดยให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดนำร่องหรือแม่ฮ่องสอนโมเดล ทั้ง 3 ประเด็นเป็นเรื่องหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ เช่น แก้ไขปัญหาหมู่บ้านที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ให้สามารถมีไฟฟ้าใช้ได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่ทำให้บุกรุกป่าเพิ่มขึ้น เป็นต้นแบบ ที่มีปัญหาแบบเดียวกัน , พิจารณาจัดแบ่งกลุ่มหมู่บ้านที่มีคุณสมบัติ สามารถได้รับการผ่อนผันให้อยู่ได้รวมทั้งจัดระบบไฟฟ้าที่เหมาะสมและยั่งยืนแทนการวางสายไฟฟ้า ทำให้ชุมชนดูแลระบบไฟฟ้ากันเองเพื่อความยั่งยืน และสุดท้ายจัดกลุ่มหมู่บ้านและพัฒนาระบบไฟฟ้าที่เหมาะสมแล้วเสนอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนำไปดำเนินการรวมทั้งการจัดหาแหล่งเงินทุนการทำให้ชุมชนสามารถดูแลระบบกันเองใช้เป็นแนวทางสำหรับหมู่บ้านในจังหวัดอื่นๆ ดำเนินการต่อไป ซึ่งปัญหาดังกล่าว คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา มุ่งหวัง ที่จะแก้ไขอย่างเร่งด่วนให้กับประชาชน โดยต้องหาแนวทางให้การดำเนินงานพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ที่บางส่วนต้องดำเนินการในพื้นที่ป่า เพราะไฟฟ้าคือหนทาง ในการนำความเจริญ เข้ามาสู่พี่น้องประชาชน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้านการศึกษาและการสาธารณสุขต่อไป

สำหรับการเลือกจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดนำร่อง 115 หมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ให้มีไฟฟ้าใช้ โดยมีการคัดเลือกหมู่บ้านห้วยแก้วล่างห้วยแก้วบนเป็นหมู่บ้านโมเดล เนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าว อยู่ไม่ใกลจากตัวเมืองและมีเสาไฟฟ้าเดินสายเข้ามาในหมู่บ้านนานหลายปีแต่ไม่สามารถนำไฟฟ้ามาให้ประชาชนใช้ได้ ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมีข้อจำกัดด้วยข้อกฎหมาย บางแห่งอยู่ในลุ่มน้ำ 1 เอ และส่วนใหญ่หมู่บ้านอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา อยากให้คนอยู่กับป่า ได้โดยไม่มีการบุกรุก

ขณะที่ ผู้แทนกรมพลังงานทดแทน ระบุว่าบ้านห้วยแก้วบน มีการดำเนินงานเข้ามาติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังน้ำ ตั้งแต่ปี 2559 และมีการติดตั้งสมบูรณ์ ในปี2561 แต่มีข้อกำจัด เนื่องจากปริมาณน้ำน้อยตลอดทั้งปี บ้างช่วงเกิดฝนแล้ง และบ้านเรือนประชาชนบางหลังมีการใช้แบตเตอรี่ แต่ก็ทรุดโทรม และในอนาคตจะมีการสนับสนุนโซล่าเซลล์ เพื่อให้ไฟฟ้ามีไฟเสถียรมากขึ้น ส่วนที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีการปักเสา แต่ยังไม่สามารถส่งกระแสไฟฟ้ามาได้ เนื่องจากติดปัญหาด้านพื้นที่ ด้านพลเอกสกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ระบุว่านายกรัฐมนตรี ได้พยายามแก้ปัญหาบางส่วนแล้ว ขอเวลาอีกนิด และจะรวมกันแก้ไขปัญหาต่อไป โดยจะนำจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นตัวตั้งนำร่อง ในการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านมีไฟฟ้าใช้ แก้ไขกฎหมาย ก่อนจะนำไปแก้ไขหมู่บ้านทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานปลูกป่าและป้องกันไฟป่า อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี อำเภอแตง จังหวัดเชียงใหม่

ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี อำเภอแตง จังหวัดเชียงใหม่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า โดยนำคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมกับพล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสา เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา จำนวนกว่า 1,000 คน ร่วมถวายพระพร และกล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์” จากนั้นร่วมปลูกต้นไม้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน รวมทั้งเพื่อเป็นการฟื้นฟูดิน น้ำ ป่า สิ่งแวดล้อม ให้กลับสู่ระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน


โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า มีเป้าหมายดำเนินงานทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 2.68 ล้านไร่ โดยระยะที่ 1 ซึ่งเป็นระยะเร่งด่วน จะมีจังหวัดที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน 6 จังหวัด ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ ตาก น่าน นครราชสีมา ชัยภูมิ และนครศรีธรรมราช ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 28 ก.ค. 2563 โดยปลูกไม่ต่ำกว่า 1,010 ไร่ และทำฝายเพิ่มความชุ่มชื้นของระบบนิเวศ พื้นที่ละไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง รวมจำนวนไม่ต่ำกว่า 70 แห่ง ส่วนจังหวัดอื่นนอกเหนือจากจังหวัดเร่งด่วน อีก 71 จังหวัดรวมกรุงเทพมหานคร ปลูกป่าหรือปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว เฉลี่ยจังหวัดละ 100 ไร่ รวมทั้งประเทศ 7,100 ไร่ จากนั้นระยะที่ 2 และ 3 ดำเนินการปี พ.ศ.2563-2570 จะเป็นการฟื้นฟูป่า และเพิ่มพื้นที่สีเขียวนอกเขตป่า

สำหรับกล้าไม้ที่นำมาปลูกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง น้ำพุเจ็ดสี ในครั้งนี้ประกอบด้วย บุนนาค จำปา สัก ประดู่ป่า แคหางค่าง คำมอกหลวง พะยอม ตะเคียนทอง รวงผึ้ง และรัง โดยนายกรัฐมนตรีปลูก “ต้นสัก” ซึ่งต้นสักที่นายกรัฐมนตรีปลูกนี้ได้มาจากแม่พันธุ์เสาชิงช้า โดยสักต้นดังกล่าว ตั้งอยู่บริเวณหน่วยประสานงานป้องกันและรักษาป่า (นปป.) จังหวัดแพร่ หมู่ที่ 2 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย โดยต้นสักนี้ มีขนาดเส้นรอบวงบริเวณโคนต้น 360 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 114 เซนติเมตร ความสูงจากโคนถึงยอดไม้มากกว่า 40 เมตร อยู่ในพื้นที่ราชพัสดุในการดูแลของธนารักษ์พื้นที่แพร่ และกทม. นำมารักษาสายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากตายอดแล้ว จัดส่งให้ศูนย์เพาะชำกล้าไม้เชียงใหม่ขยายพันธุ์ต่อ และทำการcutting ขยายพันธุ์เพื่อจัดเตรียมไว้แจกจ่ายให้ประชาชนต่อไป

“เราเที่ยวด้วยกัน” กับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมสนับสนุนนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนคนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” รับค่าบัตรโดยสารคืน 40% ไม่เกิน1,000 บาท ต่อคนต่อ 1 ที่นั่ง (จำนวนจำกัด 2 ล้านสิทธิ์ สำหรับบัตรโดยสารเครื่องบินตลอดโครงการฯ) โดยโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ได้เปิดลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์รับเงินคืนค่าบัตรโดยสาร ผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ตั้งเเต่เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถเริ่มทำการสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2563 และสามารถเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2563 สิทธิ์มีจำนวนจำกัด เดินทางก่อนมีสิทธิ์รับเงินคืนได้ก่อน ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเงื่อนไขการรับสิทธิ์และการร่วมโครงการฯ ได้ที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลโครงการฯ ได้ที่หมายเลข 02-111-1144

ปัจจุบันสายการบินบางกอกแอร์เวย์สเปิดให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศ จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทาง(ไป-กลับ) กรุงเทพฯ-สุโขทัย เส้นทาง(ไป-กลับ) กรุงเทพฯ-ลำปาง เส้นทาง(ไป-กลับ) กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เส้นทาง (ไป-กลับ) กรุงเทพฯ-ภูเก็ต เส้นทาง(ไป-กลับ) กรุงเทพฯ-สมุย และเส้นทาง (ไป-กลับ) สมุย-ภูเก็ต สำรองที่นั่งและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.bangkokair.com หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) โทร 1771 และ 02-270-6699 ในเวลาทำการ

อบต.แม่ลาหลวง ผุดโครงการ “Time Bank ธนาคารเวลา” ธนาคารที่เชื่อมโยงการช่วยเหลือแบ่งปันรองรับสังคมสูงวัย แห่งแรกของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน นายศรแก้ว ประจักษ์เมธี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาหลวง เป็นประธานเปิด ธนาคารเวลา หรือ Time Bank ธนาคารที่เชื่อมโยงการช่วยเหลือแบ่งปันของสังคมผู้สูงอายุในพื้นที่ โดย นายสุรสิทธิ์ พูลวานิช รักษาการประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลแม่ลาหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้สูงอายุ เดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมจัดนิทรรศการผลงานของกลุ่มผู้สูงอายุ ต.แม่ลาหลวง อาทิเช่น กลุ่มทำไม้กวาด จักรสาน แปรรูปอาหารไข่เค็ม เป็นต้น

นางสาวสิทธิอาพร เชยนาค พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้ให้เกียรติมาร่วมพิธีเปิดดังกล่าว เปิดเผย เพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบกับผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย มีจำนวนมากถึง 800 คน จึงจัดตั้งธนาคารเวลา (Time Bank) ขึ้นในพื้นที่ ตามแนวคิดของกรมกิจการผู้สูงอายุ เพื่อเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้ชุมชนดูแลซึ่งกันและกัน ด้วยการแลกเปลี่ยนทักษะ ประสบการณ์บริการ และสามารถสะสมเวลาขณะทำกิจกรรมได้ เสมือนการออมเงินในบัญชี โดยมีการจัดเก็บบันทึกทั้งในสมุดบัญชีและในฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ

เมื่อยามที่จำเป็นที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือก็สามารถเบิกเวลามาใช้ได้ เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงของชีวิต นำไปสู่การสร้างเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็งในการดูแลซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับการจัดบริการและสวัสดิการทางสังคมในการคุ้มครอง ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุและชุมชน รวมทั้ง ส่งเสริมให้คนในทุกกลุ่มวัยในสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ แก้ไขปัญหาผู้สูงอายุและผู้พิการที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ เพื่อสร้างคุณค่าของการเป็นผู้ให้และผู้รับต่อไป

เทศบาลนครลำปาง หน่วยงานสาธารณสุข จัดโครงการโรงพยาบาลใกล้บ้าน บริการใกล้ใจ ออกให้บริการผู้ป่วยเรื้อรังแบบ New Normal VDO CALL คุยกับหมอ ลดขั้นตอนรักษาสะดวก รวดเร็ว รับยาได้ทันทีโดยไม่ต้องไป ร.พ.

ที่ศูนย์บริการวัดพระแก้วหัวข่วง ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ได้มีการจัดโครงการโรงพยาบาลใกล้บ้าน บริการใกล้ใจ ให้บริการแบบ New normal โดยมีเจ้าหน้าที่พยาบาล จากโรงพยาบาลลำปาง สาขา ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองม่อนกระทิง และ อสม. เทศบาลนครลำปาง ออกให้บริการประชาชนในเขตเทศบาลนครลำปางในรูปแบบของคลินิกครอบครัว

โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครลำปาง โดยเน้นการให้บริการผู้ป่วยเรื้อรังที่มีอาการคงที่ เพื่อให้สามารถรับยาได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ โรคความดัน เบาหวาน ไขมันสูง ที่ไม่มีอาการแทรกซ้อน และมีการนัดหมายกับหมอเป็นประจำ ให้มารับบริการใกล้บ้านแทนการไปโรงพยาบาล เพื่อเลี่ยงการรวมตัวกันของคนหมู่มากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 การให้บริการครั้งนี้ได้นำเอาเทคโนโลยีมามาใช้ในการติดต่อสื่อสาร ให้ผู้ป่วยได้พูดคุยกับหมอโดยตรง ผ่านระบบวีดีโอคอล จากนั้นพยาบาลจะได้ดำเนินการจัดยา พร้อมทั้งอธิบายวิธีการใช้แก่ผู้ป่วย และนัดหมาย หรือให้คำปรึกษาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ถือเป็นการลดขั้นตอนการทำงานให้สะดวก รวดเร็ว

พิธีไหว้ครูมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2563

ณ ศาลาธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีไหว้ครูมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2563 โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ตลอดจนนักศึกษา ร่วมพิธี เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา และเป็นโอกาสที่ศิษย์จะได้แสดงความเคารพและความกตัญญูกตเวทิตาต่อครูบาอาจารย์ และเป็นวันที่นักศึกษาใหม่จะได้ร่วมกันปฏิญาณตนต่อครูอาจารย์ เพื่อจะเป็นศิษย์ที่ดี รับการถ่ายทอดความรู้ด้วยความวิริยะอุตสาหะ มุ่งสู่ความสำเร็จในการศึกษา

อบต.แม่คะควน รับมือไข้เลือดออก อบรม อสม.ทำ“สเปรย์ไล่ยุง”อย่างง่าย 500 ขวด ใช้ในครัวเรือน สรรพคุณ 3 in 1 ทั้งไล่ยุง ป้องกันโควิด แก้วิงเวียนศีรษะ

นายสุรศักดิ์ ใจคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่าสถานการณ์ไข้เลือดออกในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเกิดการระบาดเป็นบริเวณกว้าง และ บ้านผาผ่า ต.แม่คะตวน เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการแพร่ระบาดของโรคเป็นบริเวณกว้างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับโรคไข้เลือดออกมียุงลายเป็นพาหะนำโรค และ วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออก คือ การป้องกันไม่ให้ยุงกัด และ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทาง องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะตวน จึงเล็งเห็นความสำคัญของการป้องกัน นอกเหนือจากการฉีดพ่นละอองในการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายแล้ว การเสริมสร้างความรู้ ด้านการทำผลิตภัณฑ์ป้องกันก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทาง องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะควนดำเนินการ ให้ความรู้แก่ อสม.ในพื้นที่ 70 คน ทำสเปรย์ฉีดพ่นไล่ยุงอย่างง่าย เพื่อให้ชาวบ้านมีใช้ในครัวเรือน

ด้านว่าที่ร้อยตรีอัสชล บุญมาคำ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอสบเมย ที่ได้เดินทางมาให้ความรู้ ขั้นตอนในการทำสเปรย์ไล่ยุง กล่าวเพิ่มเติมว่า สมุนไพรสเปรย์ไล่ยุง ที่จัดอบรมในครั้งนี้ เป็น สเปรย์สมุนไพร 3 in 1 ครอบคลุมทั้งการป้องกันในการพ่นไล่ยุง ป้องกันการเชื้อโรคโควิด-19 และ ยังสามารถแก้การวิงเวียนศีรษะอีกด้วย เป็นการนำวัตถุดิบสมุนไพรพื้นที่บ้านที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประกอบการทำ อาทิชเช่น ตะไคร้หอม 100 กรัม ผิวมะกรูด 100 กรัม ใบมะกรูด 50 กรัม การบูร 50 กรัม กานพลู 20 กรัม และ แอลกอฮอล์ 95% 1 ลิตร เทรวมใส่โหลแก้ว ปิดฝาให้สนิท หมักไว้ 7 วัน ก็จะได้ สเปรย์ตะไคร้หอมกันยุง เพื่อป้องกันความปลอดภัย ทั้งนี้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงกับการถูกยุงกัดหรือมีการระบาดของไข้เลือดออก ขอแนะนำให้ นอนกางมุ้ง สวมเสื้อปกปิดร่างกายให้มิดชิด และควรฉีดสเปรย์ตะไคร้หอมไล่ยุงทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัดและป้องกันโรคที่จะมากับยุงในช่วงฤดูฝนนี้